ร้านค้าจากแดนสวรรค์ - บทที่ 28 นักฆ่า
บทที่ 28 นักฆ่า
“ฮ่าๆ ป้าครับ เสวี่ยเอ๋อซนขนาดนั้นตอนเธอยังเป็นเด็กงั้นเหรอครับ!” ฉิงเทียนเอามือกุมท้องแล้วหัวเราะ
“แม่คะ นี่มันปีอะไรแล้ว? ทำไมถึงยังเอาเรื่องนั้นมาเล่าอีก?” ซูเสวี่ยพูดขึ้นมาด้วยความอายและแง่งอน
“ท่าทางคุณป้าจะลำบากมากเลยนะครับ ถ้าตอนซูเสวี่ยยังเด็กจะซุกซนมากขนาดนี้!” ฉิงเทียนพูดขึ้นมาด้วยรอยยิ้มบนใบหน้า หลังจากพูดจบเขาก็อดไม่ได้ที่จะหัวเราะต่อ
“หยุดหัวเราะเดี๋ยวนี้นะ หยุดหัวเราะ ใครๆก็ซุกซนทั้งนั้นแหละตอนที่ยังเด็กน่ะ?” ซูเสวี่ยมองดูฉิงเทียนด้วยความโกรธ “แน่ะยังจะหัวเราะอยู่อีก” เธอพูดแล้วจึงใช้มือของเธอปิดปากของฉิงเทียน “ยังจะกล้าหัวเราะอีกไหม!” ซูเสวี่ยพูดขึ้นมาอย่างมีชัย
ฉิงเทียนก็รีบส่ายหัวของเขาทันทีและทำให้ดูว่าเขาหยุดหัวเราะแล้ว ทันใดนั้นฉิงเทียนก็รู้สึกแปลกๆ ซึ่งปรากฏว่าฉิงเทียนนั้นที่เดิมที่นั่งอยู่บนโซฟาเมื่อสักครู่ แล้วซูเสวี่ยก็ได้นอนทับบนตัวของฉิงเทียนเพื่อปิดปากของฉิงเทียน ทั้งตัวของเธอจึงได้นั่งทับตักของเขาอยู่ และใบหน้าของเธอกับฉิงเทียนก็ได้เข้าใกล้กันมาก เป็นท่าทางที่ทำให้อดไม่ได้ที่จะโจมตีเธอ
“อะแฮ่ม!” แม่ของซูเสวี่ยที่ไม่อาจอยู่เฉยได้ก็ได้แกล้งทำเป็นไอ
ซูเสวี่ยเมื่อรู้สึกตัวถึงท่าทางของเธอกับฉิงเทียนใบหน้าของเธอก็ได้แดงขึ้นมาทันที และรีบผลักตัวออกจากฉิงเทียนในทันที “ไม่ใช่ว่าคุณยังมีงานอื่นต้องทำอย่างนั้นเหรอ รีบกลับไปได้แล้วไป!”
“เสวี่ยเอ๋อ ทำไมลูกถึงไล่แขกกลับอย่างนั้นล่ะจ๊ะ!” แม่ของซูเสวี่ยยิ้มขึ้นมา
“แม่คะ ไม่ต้องไปสนเขาหรอกค่ะ เขาเป็นคนยุ่งมากน่ะค่ะ แล้วไม่ใช่ว่าแม่จะงีบพักผ่อนไม่ใช่เหรอคะ?” เธอพูดพร้อมกับผลักฉิงเทียนออกไปโดยที่เขาก็ไม่ได้ต่อต้านอะไร
ฉิงเทียนนั้นถูกผลักจนไปถึงประตู แล้วก็หันหน้ากลับเข้ามาด้านในที่มีพ่อกับแม่ของซูเสวี่ยอยู่แล้วพูดขึ้น “คุณลุงครับ พรุ่งนี้ผมจะเอาผลไม้มาให้นะครับ”
“คุณป้าครับ ผมขอตัวก่อนนะครับ!” ขณะที่เขายังพูดกับแม่ของซูเสวี่ยไม่ทันจบ
“ปัง!” เสียงของประตูที่ถูกปิดอย่างแรงโดยซูเสวี่ย
ฉิงเทียนลูบจมูกของเขาและหัวเราะอย่างมีความสุข
วันนี้ถือว่าเขาประสบความสำเร็จครั้งใหญ่ ไม่เพียงแต่เขาจะเอาชนะใจพ่อแม่ของซูเสวี่ยได้ แต่ยังได้รู้เรื่องน่าอายมากมายของซูเสวี่ยอีกด้วย
เมื่อคิดเช่นนี้ฉิงเทียนก็ได้หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาแล้วก็ยิ้มพร้อมกับส่งข้อความไปหาซูเสวี่ย “สาวน้อยขี้แย” หลังจากที่ส่งไปเขาก็ขับรถออกไปอย่างรวดเร็วพร้อมกับตะโกน “ฮู่ล่า”
“หน็อยแน่ ฉิงเทียนฉันจะฆ่าคุณ!” เสียงของซูเสวี่ยดังขึ้นมาจากในห้องของเธอ
ในเวลานี้ ฉิงเทียนกำลังฮัมเพลงขณะที่ขับรถกลับบ้านอย่างมีความสุข
คฤหาสน์แห่งหนึ่้งในเมืองโม๋ตู หลิวไห่กำลังนั่งอยู่บนเก้าอี้โซฟาหนังสีดำซึ่งอยู่ตรงกลางของห้องที่ตกแต่งอย่างหรูหรา
มือของเขาก็กำลังเขย่าแก้วไวน์อย่างต่อเนื่อง ขณะที่นั่งเต๊ะท่าจิบไวน์
แล้วก็มีชายคนหนึ่งรีบเดินมาที่ข้างๆหลิวไห่และกระซิบกระซาบกับเขา “นายน้อยหลิวครับ คนของเราได้ไปถึงที่บ้านของเขาแล้วครับ ฉิงเทียนนั้นคงไม่อาจมีชีวิตรอดคืนนี้ไปได้แน่ครับ”
“ฉิงเทียน ใครบอกให้แกกล้ามาแย่งผู้หญิงของฉันแล้วยังทำให้ฉันเสียหน้าอีก! ดังนั้นความตายจะเป็นตัวเลือกอย่างเดียวที่แกมี!” หลิวไห่เขย่าไวน์ในแก้วของเขาแล้วทำสีหน้าที่ชั่วร้ายออกมา
แต่ลูกน้องที่อยู่ข้างๆเขานั้นกลับพูดด้วยสีหน้าที่เจ็บปวด “แต่นักฆ่าระดับDแค่คนเดียวขององค์กรยังต้องใช้เงินตั้ง 20 ล้านหยวนเลยนะครับ”
“20ล้านหยวนก็20ล้านหยวน ถ้ามันกล้ามาแย่งผู้หญิงไปจากฉัน ฉันก็ไม่ปล่อยให้มันตายสบายหรอก!” หลิวไห่พูดอย่างไม่สนใจ
“ใช่ครับ ไม่ว่าใครก็ตามก็ไม่สามารถแย่งผู้หญิงที่นายน้อยหมายปองไปได้ครับ!”
อย่างไรก็ตาม ฉิงเทียนนั้นไม่ได้รู้เลยว่ามีนักฆ่าขององค์กรกำลังรอเขาอยู่ที่บ้านของเขา
เมื่อฉิงเทียนเปิดประตูเข้าไป และกำลังก้าวเท้าข้างหนึ่งเข้าไปในห้อง ทันใดนั้นเองฉิงเทียนก็ได้ยินเสียง “วิ้ว” ซึ่งเป็นเสียงของสิ่งของกำลังเสียดสีกับอากาศ!
ในตอนนั้นเองฉิงเทียนก็ได้ก้มตัวหลบแล้วกระสุนก็ได้พุ่งผ่านเลยหัวของเขาไปและโดนเข้ากับกำแพง
“ใครน่ะ?” ฉิงเทียนรีบหันหน้าไปมองคนที่อยู่ในห้องและถามคนที่ใบหน้าอยู่ภายใต้เงาที่กำลังเอนตัวอยู่บนโซฟา
ขณะที่หัวของฉิงเทียนได้ทำการวิเคราะห์ตำแหน่งของศัตรูอย่างต่อเนื่องอยู่นั้น ทันใดนั้นก็ได้มีมีดญี่ปุ่นพุ่งตรงมาจากโซฟาที่อยู่ตรงหน้าของฉิงเทียนและพุ่งมายังทิศทางของฉิงเทียน
ใบมีดที่ส่องประกายแสดงถึงความคมของมีดเล่มนั้น มองดูวิถีของใบมีดที่พุ่งมา ฉิงเทียนก็ได้โยกเอวหลบแล้วปัดมีดที่หมายจะเอาชีวิตเขาทิ้งไป แล้วฉิงเทียนก็พบว่าชายคนโพกหัวด้วยผ้าสีดำและถือมีดเล่มหนึ่งเอาไว้ในมือ
ชายในชุดดำทั้งตัวคนนั้นตกใจเมื่อเห็นว่าฉิงเทียนสามารถหลบการสังหารของเขาสองครั้งซ้อนได้ แต่ว่านั้นก็ไม่ได้มีผลอะไรกับความเร็วของชายชุดดำ
เขากระโดดพุ่งตัวจากโซฟาหมายจะฟันฉิงเทียน ฉิงเทียนจึงได้เร่งพลังวิญญาณมาไว้ที่มือของเขาจนส่องแสงออกมา
มีดถูกหักออกเป็นสองท่อน! และชายชุดดำก็ได้กระเด็นออกไปด้วยแรงผลักของพลังวิญญาณจนกระแทกเข้ากับกำแพงก่อนจะไถลลงมาไปกองกับพื้น
คนนั้นมองไปที่ฉิงเทียนและมีดที่หักในมือของเขาแล้วจึงพูดขึ้น “แกเป็นตัวบ้าอะไรกันแน่วะ แล้วเมื่อกี้แกทำอะไรน่ะ?”
ฉิงเทียนปัดมือของเขาและมองไปที่ชายชุดดำอย่างใจเย็น การโจมตีกะทันหันของเขาเมื่อสักครู่นั้นน่าตกใจก็จริง แต่ด้วยพลังของการฝึกวิชาในปัจจุบันของเขานั้น ต่อให้มีชายชุดดำซัก 10 คนเขาก็สู้ได้
“ใครส่งแกมา?”
ชายชุดดำยังไม่ยอมแพ้ เขากระโดดพุ่งตัวขึ้นมายืนด้วยมือ ฝ่ามือของเขากำแน่นจนเป็นหมัดแล้วชกไปที่หน้าอกของฉิงเทียน
เขามองดูชายชุดดำอย่างใจเย็น ฉิงเทียนนั้นยังยืนอยู่ที่เดิมโดยไม่ได้ก้าวเท่าของเขาไปไหนเลย
หมัดของชายชุดดำได้เข้ามาใกล้หน้าอกของฉิงเทียนเรื่อยๆ แต่ก่อนที่จะถึงโดนหน้าอกของฉิงเทียนนั้นเอง ก็ได้มีฝ่ามือปรากฏขึ้นที่ข้างหน้าเขาและจับหมัดของชายชุดดำเอาไว้
มือของฉิงเทียนสั่นขึ้นมา แล้วตามมาด้วยเสียงดัง “แคร๊ก!” กระดูกมือของชายชุดดำแหลกไปแล้ว และฉิงเทียนก็ได้หมุนตัวเตะ
ชายชุดดำกระเด็นไปกระแทกกำแพงอีกรอบและมองดูฉิงเทียนด้วยความกลัวสุดขีด “นี่มันไม่ใช่คนธรรมดาแล้ว? ทำไมแกถึงได้เก่งวิทยายุทธนัก?”
“แกมันอ่อนแอเกินไปต่างหาก!” ฉิงเทียนพูดอย่างเหยียดหยาม
“ใครส่งแกมา? นี่เป็นโอกาสสุดท้ายของแกแล้ว!” ฉิงเทียนพูดอย่างเลือดเย็น!
“ฮ่าๆ ฉันยอมแพ้แล้วฉันไม่สามารถฆ่าแกได้จริงๆ! แต่แกจะกล้าฆ่าฉันรึเปล่า?” ชายชุดดำหัวเราะแล้วก็พูดขึ้นมา “หากว่าคนที่ถูกส่งมาก่อนหน้าขององค์กรทำพลาดไป ก็จะมีคนที่สองที่สามตามมาฆ่าแกอยู่ดี”
“ถ้าเป็นอย่างนั้นแกจะตายหรือไม่ ฉันก็ไม่เห็นจำเป็นต้องสนเลยสินะ?” ว่าแล้วฉิงเทียนก็จับคอของชายคนชุดดำลอยขึ้นมาแล้วขู่เขา
“ในฐานะนักฆ่าแล้ว ฉันบอกแกได้แค่นี้แหละ!” ชายชุดดำพูดออกมาอย่างไร้เหตุผล
มองไปที่ชายชุดดำที่ถูกเขาจัดการแต่ยังคงเย่อหยิ่งอยู่ได้ ฉิงเทียนจึงได้ยิ้มเยาะแล้วพูดขึ้น “ฮะ มาดูกันสิว่า ถ้าแกตายแล้วแกจะยังสามารถขู่ฉันได้อีกไหม?”
ฉิงเทียนรวบรวมพลังไว้ที่ปลายนิ้วของเขาแล้วแทงเข้าไปในอกของชายชุดดำราวกับมีด!
ชายชุดดำตาเปิดกว้างและจ้องมองมาที่ฉิงเทียน ก่อนที่เขาจะตาย เขาก็ยังไม่อยากจะเชื่อว่าเขานั้นจะถูกฆ่าเช่นนี้
มองไปที่ร่างที่ไร้วิญญาณของชายชุดดำ ฉิงเทียนก็หัวเราะขึ้นมา “อยากจะรู้แล้วว่าใครจะมาล้างแค้นให้แกกันนะ แต่คิดไม่ออกเลยแฮะว่าใครกันที่จ้างองค์กรนักฆ่ามาฆ่าเรา!”
เมื่อลองคนกระเป๋าของคนคนนั้น เขาก็พบปืนพกและขวดสีเขียว ฉิงเทียนก็นึกขึ้นมาได้ว่าเขาเคยเห็นยาทำลายศพมาก่อนในละคร
เขาจึงได้เทผงสีเหลืองจากขวดสีเขียวลงไปที่ศพของชายชุดดำ!
แล้วก็เกิดควันสีฟ้าลอยขึ้นมาบนตัวศพ แล้วศพบนพื้นก็ได้ละลายกลายเป็นของเหลว
“บางครั้งสิ่งที่เคยเห็นในทีวีก็เป็นเรื่องจริงแฮะ” ฉิงเทียนมองดูของเหลวอะไรสักอย่างที่อยู่บนพื้น
ที่คฤหาสน์ของหลิวไห่! หลิวไห่ที่นั่งอยู่ที่โซฟานั้นกำลังรอฟังข่าวดีอยู่
ทันใดนั้นเอง ก็มีเสียงโทรศัพท์ดังขึ้นมาแล้วหลิวไห่ก็มองไปที่เบอร์โทรศัพท์แล้วกดรับสาย
ในโทรศัพท์นั้นมีเสียงของหญิงสาวพูดขึ้นมาว่า “การลอบสังหารที่ 2732 ล้มเหลวค่ะ!”
“อะไรนะ การลอบสังหารล้มเหลว พวกคุณรับเงินของผมไป 20 ล้านหยวนแล้วนะ แต่กลับทำไม่สำเร็จงั้นเหรอ!” หลิวไห่นั้นโกรธมาก กับผลที่ออกมาล้มเหลวเช่นนี้
“ไม่ต้องกังวลไปนะคะ ในเมื่อทางเราได้รับ 20 ล้านมาแล้วและคลาสD ไม่สามารถจัดการกับเป้าหมายได้ พวกเราก็จะส่งนักฆ่าคลาสCไปให้แทนค่ะ” เธอพูดด้วยเสียงที่ชั่วร้าย
“ก็ดี ผมจะรอดูการลอบสังหารสำเร็จของพวกคุณนะ!” หลิวไห่วางสายไป เขาจึงอดไม่ได้ที่จะกลัวขึ้นมาว่าถ้าเกิดลอบสังหารไม่สำเร็จแล้ว ฉิงเทียนอาจจะมาล้างแค้นเขาได้
ส่วนลูกน้องที่อยู่ข้างๆเขาก็อดไม่ได้ที่พบว่าอยู่ดีๆสีหน้าของหลิงไห่ก็ไม่ดีขึ้นมา! จึงได้กระซิบกระซาบถามเขา “การลอบสังหารล้มเหลวงั้นเหรอครับ?”