ร้านค้าจากแดนสวรรค์ - บทที่ 282 จับตัวเฉินหยาง (5)
บทที่ 282 จับตัวเฉินหยาง (5)
ถึงแม้ฉิงหยูจะดูถูกเฉินหยางอย่างมาก แต่หลังจากการปะทะกัน 2 หน ฉิงหยูก็ไม่กล้าประมาทเฉินหยางอีก
ด้วยการปะทะกันทั้งสองครั้ง ทำให้ฉิงหยูไม่กล้าผลีผลามเหมือนเมื่อก่อนอีก กลับกันเขาค่อยๆก้าวเข้าไปทีละก้าวๆจนระยะของทั้งสองคนห่างกันแค่ 2 เมตร
มองไปที่ฉิงหยูที่มีทีท่าระมัดระวังมากขึ้น เฉินหยางก็ได้พูดว่าแย่แล้วในใจ เจ้าเด็กหนุ่มที่ไม่รู้จักกลัวสองครั้งก่อนในเวลานี้เริ่มระมัดระวังตัวแล้ว แต่เฉินหยางก็ยังพูดยั่วโมโหและดูถูกเขา “ไอ้หนู กลัวข้าแล้วรึยังไง? ดูงุ่มง่ามอย่างกับหนูเดินแน่ะ”
แต่คราวนี้ฉิงหยูไม่หลงในคำยั่วยุของเขา ถึงแม้ว่าเขาจะรู้สึกโมโหมากก็จริง แต่เขาก็ได้รับบทเรียนมาแล้วสองหน ฉิงหยูจึงได้ตอบอย่างเสียดสี “ขอแค่ฆ่าแกได้ จะสนไปทำไมว่าจะใช้วิธีไหนน่ะ” จากนั้นเขาก็ได้ฉวยโอกาสที่ไม่ทันตั้งตัวและเตะตัดขาของเขาอย่างรวดเร็วราวกับสายลม
มีแรงลมพัดออกมาอย่างรวดเร็วจากขาของฉิงหยูและเกิดเสียงดัง “ตึบ” ออกมา ส่วนเฉินหยางก็ได้จับจ้องไปที่การเคลื่อนไหวของฉิงหยูทุกฝีก้าว
ในเวลานี้เขาไม่รู้สึกตกใจกับท่าทางของฉิงหยูเลย ยืดขาไปข้างหลังแล้วตั้งแขนขึ้นมา แขนทั้งสองข้างของเขาเตรียมพร้อมที่จะตั้งรับการโจมตีจากขาทั้งสองข้างของฉิงหยู
ฉิงหยูเองก็ไม่ได้รู้สึกอารมณ์เสียที่เตะไม่โดนเป้าหมาย และอาศัยแรงสะท้อนเป็นตัวช่วยส่งแรง แล้วลอยตัวขึ้นเหนือหัวเฉินหยางแล้วอาศัยแรงเฉื่อยตอนตกลงมาโจมตีที่หัวของเฉินหยางราวกับฟ้าผ่า
ในชั่วขณะนั้นเองสีหน้าของเฉินหยางก็ได้เปลี่ยนไป เขาไม่คิดว่าฉิงหยูนั้นจะตอบสนองได้รวดเร็วเช่นนี้ ซึ่งไม่เหมือนกับก่อนหน้านี้เลย เขาจึงไม่กล้าที่จะเคลื่อนไหวแขนของเขาช้าลงเลยแม้แต่น้อย แขนของเขาได้ตั้งรับอย่างเร่งรีบ
ฉิงเทียนที่ยืนดูอยู่ข้างๆ ก็มองดูฉิงหยูที่ค่อยๆเริ่มจะเข้าที่เข้าทางอย่างช้าๆ สีหน้าของเขาก็ได้แสดงความพอใจออกมา เพราะนี่คือสิ่งที่เขาคิดเอาไว้อยู่แล้ว การฝึกวิชาของพวกนั้นเรียกได้ว่าเป็นการฝึกวิชาที่แท้จริง ในขณะที่ของที่เฉินหยางฝึกนั้นเป็นแค่วิทยายุทธโบราณเท่านั้น
คงจะเอาทั้งสองวิชามาเทียบกันไม่ได้ เปรียบได้กับวิชาหนึ่งเป็นดวงอาทิตย์ และอีกวิชาเป็นดั่งดวงดาว ถึงแม้ว่าระดับพลังของฉิงหยูนั้นจะเทียบเท่ากับเฉินหยาง แต่พลังวิญญาณที่อยู่ในร่างของฉิงหยูนั้นมีมากกว่าของเฉินหยางตั้งไม่รู้กี่สิบเท่า เมื่อก่อนหน้านี้เฉินหยางนั้นยังได้เปรียบเพราะประสบการณ์ที่มากกว่า ในขณะที่ฉิงหยูนั้นไม่เคยมีประสบการณ์ต่อสู้เลย จึงได้ทำให้เฉินหยางนั้นเอาชนะฉิงหยูในการต่อสู้ได้
แต่ตอนนี้สถานการณ์ได้เปลี่ยนไปแล้ว ฉิงหยูที่มีประสบการณ์มากขึ้นเรื่อยๆแล้ว ฉิงเทียนเชื่อว่าเขาน่าจะจับตัวเฉินหยางได้โดยใช้เวลาอีกไม่ถึงชั่วโมง
เซียะเกาเทียนที่นอนอยู่กับพื้นนั้น ก็ได้เหลือกตาขึ้นมามองและพบว่าไม่มีใครที่สนใจเขาแล้วก็ได้เขยิบเข้าไปใกล้ๆประตูอย่างช้าๆ เขานั้นอยากที่จะกลับบ้านมาก อยากที่จะไปหาแม่ของเขา! ในเวลานี้หัวใจของเซียะเกาเทียนนั้นได้พังทลายแล้ว
ถ้าตอนแรกเซียะเกาเทียนคิดว่าฉิงเทียนกับน้องชายนั้นแค่มีวิทยายุทธสูงนิดหน่อยเท่านั้น แต่ตอนนี้ทั้งฉิงหยูและเฉินหยางได้ต่อสู้กันราวกับแสงไฟ เขาเห็นแสงไฟที่มีสีต่างกันเข้าปะทะกันหลายต่อหลายครั้ง และแสงไฟทั้งสองลูกนั้นก็ได้ลอยอยู่ในกลางอากาศด้วย
นี่ยังเป็นวิทยายุทธอยู่จริงๆเหรอ? มันอยู่เหนือเกินความคิดของเซียะเกาเทียนไปไกลแล้ว เขานั้นอยากที่จะหนีไป เขาไม่อยากที่จะอยู่สถานที่อันตรายเช่นนี้แล้ว
เซียะเกาเทียนนั้นค่อยๆเขยิบไปที่ประตูด้วยความเร็วเยี่ยงเต่าคลาน แล้วเขาก็ได้ค่อยๆปีนขึ้นมาอย่างระมัดระวังแล้วเอามือจับไปที่ลูกบิดประตู แล้วทันใดนั้นเองเขาก็เห็นเงาคนปรากฏอยู่ตรงหน้าเขาแล้วจากนั้นก็กระแทกเข้ากับประตูด้วยเสียงที่ดังและโดนเข้ากับเซียะเกาเทียนเต็มๆ
ความคิดสุดท้ายในหัวของเขาตอนนั้นคือ ใครกันที่ทำร้ายเขาก่อนที่จะหมดสติไป
ชายที่ทับตัวเขาอยู่นั้นก็คือพี่เขยของเขาเฉินหยางนั่นเอง ในเวลานี้เฉินหยางดูน่าอายมาก เสื้อผ้าของเขาขาดรุ่งริ่งและผมเผ้าก็ยุ่งเหยิง ตัวเขาตอนนี้มีสภาพไม่ต่างจากขอทานและมีสีหน้าที่ซีดเซียว
เฉินหยางได้ลุกขึ้นมาจากตัวของเซียะเกาเทียนอย่างยากลำบาก และมองไปที่ฉิงหยูด้วยความหวาดกลัวอยู่เต็มอกของเขา
ในเวลานี้เสื้อผ้าของฉิงหยูก็ขาดรุ่งริ่งเช่นกันและตัวของเขาก็เต็มไปด้วยบาดแผล แต่สีหน้าของเขาไม่ได้ซีดเซียวเหมือนกับเฉินหยาง และทั้งตัวของเขานั้นยังเต็มเปี่ยมไปด้วยไฟต่อสู้ และจ้องเขม็งไปที่เฉินหยางราวกับพร้อมที่จะรับมือทุกเมื่อ
แต่ในเวลานี้ตะเกียงไฟในตัวของเฉินหยางได้มอดลงไปแล้ว ตอนนี้เขาไม่รู้สึกถึงพลังในตัวเขาของเขาแล้ว อย่าว่าแต่จะให้สู้ต่อเลย แค่จะลุกขึ้นยืนทันทียังลำบากเลยด้วยซ้ำ
นี่คือตัวที่บ่งชี้วัดว่าวิชาของใครนั้นเหนือกว่า ถ้าเปรียบความจุพลังวิญญาณในตัวของฉิงหยูนั้นกับน้ำ 1 แก้ว ความจุพลังวิญญาณในตัวของเฉินหยางนั้นจะไม่ถึงครึ่งแก้วของฉิงหยูด้วยซ้ำ
ฉิงเทียนที่ยืนมองดูอยู่ แน่นอนว่าเขานั้นเห็นแล้วว่าพลังวิญญาณของเฉินหยางในตอนนี้นั้นหมดก๊อกแล้ว และพบว่าเสี่ยวหยูที่ผ่านการต่อสู้นี้มาได้นั้นก็ได้รับประสบการณ์การต่อสู้มาแล้ว ตอนนี้ก็ถึงเวลาของเขาแล้ว
ฉิงเทียนจึงได้เดินไปหาแล้วหยิบเอายาเม็ดลูกกลอนเผยเอวี๋ยนออกมาจากแหวนแล้วส่งให้กับฉิงหยู “เสี่ยวหยู ยาเม็ดนี้จะช่วยสามารถฟื้นฟูพลังวิญญาณของน้องได้”
ฉิงหยูก็ได้รับยานั้นมาแล้วโยนใส่เข้าไปในปากของเขาและนั่งลงขัดสมาธิเพื่อฟื้นฟูพลังวิญญาณของเขา ในตอนนั้นเองเฉินหยางรู้สึกตกใจขึ้นมา เมื่อเห็นฉิงเทียนหยิบเอายาออกมาจากในมือของเขา แหวนนั่นคือแหวนเก็บของนั่นเอง!
แหวนเก็บของในตำนาน สายตาของเฉินหยางนั้นเปล่งประกายขึ้นมาทันที และจับจ้องไปที่แหวนของฉิงเทียนด้วยความอิจฉา เขาเองก็อยากที่จะได้แหวนเช่นนั้นเหมือนกัน
แหวนเก็บของนั้นเป็นสมบัติในตำนาน แม้แต่ผู้อาวุโสในสำนักอัคคีที่อยู่ที่บ้านของเขาเองก็ยังมีเพียงแค่วงเดียว และมีความกว้างแค่ 2-3 ตารางเมตร และได้ให้กับผู้อาวุโสในตระกูลของแบบที่มีความจุแค่ 1 ตารางเมตรเท่านั้น
แต่แค่นั้นก็น่าอิจฉาแล้ว แหวนเก็บของนั้นจะช่องว่างมิติอยู่ภายใน ซึ่งมันทำให้สะดวกสบายมากที่สามารถเก็บสิ่งของอะไรก็ได้ลงไปในแหวน
ครั้งหนึ่งผู้อาวุโสของสำนักอัคคีที่อยู่ที่บ้านเขาบอกว่าแหวนเพียงวงเดียวที่อยู่กับท่านเจ้าสำนักนั้น เขาทราบมาว่าสามารถบรรจุได้ถึง 1,000 ตารางเมตรเลยทีเดียว
1,000 ตารางเมตร จะกว้างซักขนาดไหนกันนะ? จะสามารถใส่ของเข้าไปได้มากขนาดไหนก็ไม่รู้ และไม่คิดว่าเขาจะได้เห็นแหวนเก็บของอีกครั้งในวันนี้
อยากได้ อยากได้มาก เฉินหยางพูดซ้ำไปซ้ำมาด้วยความตื่นเต้น ราวกับไม่รู้ถึงสถานการณ์ของตัวเองในตอนนี้เลย
เมื่อสักครู่นั้นฉิงเทียนเองก็ไม่ได้ใส่ใจเรื่องนี้มากนัก ก่อนหน้านี้เขาคิดว่าเฉินหยางนั้นแค่อึดกว่าคนธรรมดานิดหน่อยเท่านั้น แต่ตอนนี้ฉิงเทียนนั้นถึงไม่อยากจะยอมรับแต่ก็ต้องคิดว่าเฉินหยางนั้นไม่ใช่คนธรรมดา ฉิงเทียนเลยคิดว่าแหวนเก็บของนี้คงไม่ใช่ของแปลกอะไรสำหรับเขา
แต่เมื่อมองไปที่สีหน้าของเฉินหยางแล้ว ดูเหมือนว่าแหวนเก็บของนั้นจะเป็นของหายากสำหรับเขา
ดูเหมือนว่าต่อไปแม้เขาจะเผชิญหน้ากับเหล่าผู้บำเพ็ญตบะ เขาก็ไม่ควรที่จะเปิดเผยเรื่องของแหวนเก็บของ ไม่อย่างนั้นคงได้มีคนคิดร้ายเป็นแน่
ส่วนเฉินหยางในเวลานี้ก็ได้เก็บความอยากได้ของเขาลงไปก่อน ถึงเขาจะไม่ใช่คู่มือของพวกนี้ แต่หนทางเดียวที่เขาจะรอดไปได้คือต้องถ่วงเวลา แล้วรอให้ผู้อาวุโสของสำนักอัคคีมาช่วยเขา ส่วนแหวนเก็บของนั้นคงต้องปล่อยไปก่อน
ในเวลานี้ห่างออกไปมีชายหน้าแดงร่างใหญ่ถือดาบเล่มหนึ่งในมือกำลังวิ่งมาหาฉิงเทียนกับน้องชายอย่างรวดเร็ว!