ร้านค้าจากแดนสวรรค์ - บทที่ 286 พวกชอบโชว์
บทที่ 286 พวกชอบโชว์
“จะรีบหนีไปทำไมกันล่ะ?” ตรงหน้าของเฉินฉีนั้นมีฉิงเทียนที่กำลังยิ้มยิงฟันขาวสองแถวอยู่ และมองมาที่เฉินฉีอย่างมีทีท่าไม่เป็นพิษเป็นภัย
“เจ้ามาทำเป็นแกล้งหลอกคนอื่นมากเกินไปแล้วนะ” เฉินฉีตะโกนด้วยความโมโห ฉิงเทียนนั้นทรงพลังมากเกินไปแล้ว แม้แต่ท่าไม้ตายของเขาเพลิงผลาญดาราก็ไม่อาจทำอะไรเขาได้เลยสักนิด
แล้วฉิงเทียนก็ได้พูดโดยไม่เปลี่ยนสีหน้า “ผมหลอกคุณแล้วมันผิดตรงไหนเหรอ?”
“เจ้า….เจ้า….” เฉินฉีสรรหาคำที่จะมาพูดตอบโต้ฉิงเทียนไม่ได้
ทางด้านของสายฟ้าอัคคีที่กำลังกลืนลูกบอลไฟเข้าไปอย่างช้าๆนั้น จนลูกบอลไฟตอนนี้มีขนาดเล็กลงเรื่อยๆราวกับลูกโป่งที่ถูกปล่อยลม ในขณะที่เจ้าสายฟ้าอัคคีนั้นยังมีขนาดเท่าเดิมไม่เปลี่ยนไปเลยแม้แต่น้อย
เฉินฉีรู้สึกตกใจที่เห็นภาพอันน่าทึ่งนี้! ลูกบอลไฟจากท่าเพลิงผลาญดารานั้นถือเป็นท่าไม้ตายของเขาที่แรงที่สุดในตอนนี้ แต่กลับถูกจัดการด้วยอะไรก็ไม่รู้ของฉิงเทียน
“เจ้าไฟสีขาวเงินนั่นมันไฟชนิดไหนกัน? ทำไมข้าถึงไม่เคยเห็นมาก่อน แถมยังกลืนกินลูกบอลไฟของข้าได้อีกด้วย” เฉินฉีรู้สึกหวาดกลัว ทำไมฉิงเทียนถึงได้แข็งแกร่งขนาดนี้
ในเวลานี้เขาไม่อาจเอาชนะเขาได้ และก็ไม่สามารถหนีได้ด้วย เฉินฉีจึงรีบคิดหาวิธี
ฉิงเทียนนั้นไม่ยอมปล่อยให้เฉินฉีหนีรอดไปได้แน่ ในเวลานี้เขาได้จับฆาตกรที่ฆ่าพ่อแม่ของเขาได้แล้ว เขานั้นอยากที่จะฆ่าเขาให้ตายมาก แต่เรื่องของสำนักของเฉินฉีว่าเป็นสำนักแบบไหนนั้น เป็นเรื่องสำคัญที่เขาจะต้องรู้ให้ชัดเจนให้ได้ก่อน!
เมื่อคิดได้เช่นนี้ฉิงเทียนก็ได้เริ่มลงมือ แล้วน้ำทะเลที่อยู่ด้านล่างของฉิงเทียนนั้นก็ได้กลายมาเป็นศรน้ำจำนวนมากอยู่รอบๆฉิงเทียน
“จัดการมัน” ฉิงเทียนตะโกน แล้วศรน้ำที่อยู่รอบๆก็ได้ระดมพุ่งใส่เฉินฉีทันที
“ไอ้หนู เจ้ารู้ไหมว่าข้าเป็นใคร?” เฉินฉีมองดูศรน้ำจำนวนมากนี้ด้วยความตกใจ เขารีบคว้าเอากระบี่บินได้ของเขามาแล้วรีบฟาดฟันอย่างรวดเร็วเพื่อต่อสู้กับศรน้ำ
ฉิงเทียนก็ได้พูดตอบกลับไป “หึ ผมไม่สนหรอกว่าคุณจะเป็นใคร แต่ผมรู้อยู่อย่างเดียวคือคุณเป็นศัตรูของผม” แล้วฉิงเทียนก็ได้ยกมือขึ้นมา แล้วกระบี่อัสนีสวรรค์ก็ได้บินออกจากใต้เท้ามาเข้ามือของเขา ฉิงเทียนสะบัดกระบี่อัสนีสวรรค์แล้วฟาดฟันใส่ศรน้ำที่อยู่รอบๆ แล้วศรน้ำที่ถูกกระบี่อัสนีสวรรค์ตัดผ่านก็ได้มีสายฟ้าเล็กๆวิ่งอยู่รอบๆศรน้ำ
“ฮึ่ม ต่อให้ฆ่าข้าได้ก็อย่าได้ทำเป็นผยองไป สำนักอัคคีของเราจะไม่ปล่อยเจ้าไปอย่างแน่นอน!” เฉินฉีนั้นตอบโต้และถอยหนีลงไปที่พื้นแล้ววิ่ง และพูดขู่ฉิงเทียนอย่างต่อเนื่อง เขานั้นคิดที่จะใช้สำนักของเขาเป็นการขู่ให้ฉิงเทียนกลัว
“สำนักอัคคีงั้นเหรอ? ที่แท้คุณก็อยู่สำนักอัคคีนี่เอง” ฉิงเทียนรู้สึกพึงพอใจขึ้นมา ในที่สุดเขาก็รู้ว่าศัตรูที่ฆ่าพ่อแม่ของพวกเขานั้นมีชื่อว่า “สำนักอัคคี”
ไม่ว่าจะเป็นสำนักแบบไหนก็ตาม แต่หากว่าฆ่าพ่อแม่ของเขาแล้ว เขาก็จะทำให้สำนักนั้นจะต้องพังพินาศไป ฉิงเทียนแอบสาบานเอาไว้ในใจ
เฉินฉีที่พบว่าเมื่อเขาพูดถึงสำนักอัคคีแล้วทำให้การโจมตีของฉิงเทียนนั้นช้าลงไป เขาก็รู้สึกดีใจขึ้นมาที่เขาได้โอกาสแล้ว
แล้วในตอนนั้นเองเฉินฉีก็ได้เร่งความเร็วในการเหาะเป็นความเร็วเหนือเสียง แล้วพุ่งทะยานทิ้งห่างออกไปทันที
“ยังคิดจะหนีอยู่อีกงั้นเหรอ ฮ่าๆๆ” ฉิงเทียนพูดอย่างเลือดเย็น จากนั้นเขาก็ได้เร่งความเร็วตามไปบ้าง แล้วเขาก็ใช้สองนิ้วชี้ไปที่เฉินฉี และให้ศรน้ำไล่ตามเขาเร็วขึ้นไปอีก
“นี่เราหนีมาเร็วขนาดนี้แล้วนะ!” เฉินฉีตะโกนขึ้นมาเมื่อเขาเห็นศรน้ำที่ไล่ตามเขามาจากข้างหลัง ทำไมศรน้ำพวกนี้ถึงได้เร็วขนาดนี้นะ? นี่เขาบินหนีอย่างสุดกำลังแล้วนะ
“จะหนีไปทำไมเล่า?” เสียงของฉิงเทียนดังขึ้นมาจากข้างหน้าของเฉินฉี เฉินฉีก็ได้รู้สึกตกใจเมื่อเขาพบว่าฉิงเทียนนั้นได้มาดักรอเขาอยู่ข้างหน้าแล้ว และกำลังมองดูเขาด้วยสีหน้าที่เหยียดหยาม
เฉินฉีกรีดร้องและรีบหนีไปทางอื่นโดยไม่ลังเล แต่ทว่าหลังจากที่เขาบินไปได้ไม่ถึงครึ่งลี้ เขาก็พบว่าศรน้ำนั้นได้มาดักรอเขาอยู่ตรงหน้าและขวางทางหนีของเขาเอาไว้
“ข้าจะหนี แกจะทำอะไรข้าได้?” เฉินฉีคำราม แล้วเขาก็บินลงไปด้านล่าง ปลายกระบี่ของเขานั้นได้สะบัดโดนน้ำทะเลด้านล่าง แล้วก็ก่อเกิดเป็นเกราะน้ำล้อมรอบตัวเขาเอาไว้
“ลูกไม้เด็กๆ!” เฉินฉีมองไปที่เกราะกำบังน้ำแล้วผงกหัวอย่างพึงพอใจ แล้วจากนั้นเขาก็ได้เผชิญหน้ากับศรน้ำทันที
ฉิงเทียนที่ยืนอยู่ด้านหลังที่เห็นเหตุการณ์นี้หัวเราะเยาะเย้ยและพูดขึ้น “คุณคิดจริงๆเหรอว่าศรน้ำของผมนั้นเป็นศรน้ำธรรมดาๆน่ะ?”
อย่างที่พูดไว้ ฉิงเทียนพูดไม่ทันจะขาดคำ กำแพงน้ำของเฉินฉีก็ได้เข้าปะทะกับศรน้ำของฉิงเทียนทันที
แล้วศรน้ำที่พุ่งเข้าไปหากำแพงน้ำนั้นก็ได้เข้าปะทะกัน ราวกับช่อดอกไม้ เมื่อเห็นเช่นนี้เฉินฉีก็ได้หัวเราะออกมา “ฮ่าๆ ก็แล้วยังไงล่ะ ฉิงเทียนวันนี้ข้าจะถอยไปก่อน แล้ววันหน้าจะเป็นวันตายของเจ้า ฮ่าๆ” เฉินฉีหัวเราะดังไปทั่ว
“คุณน่ะจะคิดง่ายๆเกินไปแล้ว!” ฉิงเทียนมองไปที่เฉินฉีด้วยสีหน้าที่เหมือนมองคนโง่ ที่ไม่รู้ว่าตัวเองกำลังจะตาย
“อะไรน่ะ!” เฉินฉีที่พูดไม่ทันจะขาดคำ
เขาที่กำลังยืนมองศรน้ำแตกสลายไปอยู่นั้น ก็ได้เห็นศรสายฟ้าที่ราวกับงูขนาด 3 นิ้ว พุ่งเข้ามาทะลุร่างของเฉินฉี
ถ้าแค่เส้นเดียวก็ถือว่าจิ๊บๆสำหรับเฉินฉี แต่นี่มาเป็นสิบเล่ม, ร้อยเล่ม, พันเล่ม, หมื่นเล่ม แล้วทั้งหมดก็ได้ปักเข้าที่ตัวของเฉินฉี
ศรสายฟ้าหลายหมื่นเล่มก็ได้ปักเข้าที่ร่างของเฉินฉีจนกลายเป็นสายฟ้าแท่งหนาๆ ด้วยเสียงดัง “ตูม” ที่เกิดขึ้นทำให้เฉินฉีถูกระเบิดเข้าไปเต็มๆ
“อ๊ะ หวังว่าคุณคงจะไม่ตกใจตายเพราะเสียงสายฟ้าเมื่อสักครู่นะ!” ฉิงเทียนที่มองดูอยู่ข้างๆก็ได้ทำเป็นส่ายหัวและทำสีหน้ารู้สึกผิด
หลังจากที่โดนสายฟ้าเข้าไป ผมของเขาก็ยุ่งเหยิง ทั้งตัวก็เต็มไปด้วยเขม่าดำ เสื้อผ้าของเขาก็หายไปไหนแล้วไม่รู้ เผยให้เห็นบั้นท้ายดำๆของเขา
“เอ้า ผมปล่อยให้คุณหนีแล้วนะ แต่หนีไปแบบล่อนจ้อนนั่นแหละ ฮ่าๆ” ฉิงเทียนหัวเราะ
“อ๊ะ อย่าเพิ่งขยับนะ อย่าเพิ่งขยับอยู่ในท่านั้นแหละ ขอผมถ่ายรูปเก็บไว้สักหน่อยก่อน” ฉิงเทียนที่รู้สึกขบขันขึ้นมา และหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาตอนไหนก็ไม่รู้และถ่ายรูปเฉินฉีเอาไว้
“เอารูปพวกนี้ลงเว่ยป๋อดีกว่า เอาหัวข้อเป็นไปเจอกับพวกชอบโชว์ก็แล้วกัน” ฉิงเทียนว่าแล้วก็กดเข้าแอพเว่ยป๋อแล้วไม่ได้พูดอะไรต่อ
ในเวลานี้ตัวเอกของเรา เฉินฉีก็ได้ลุกขึ้นมา เขานั้นถูกระเบิดโดยศรสายฟ้า แล้วคิดอย่างไม่น่าเชื่อว่าฉิงเทียนนั้นจะสามารถควบคุมสายฟ้าได้
หลังจากที่ได้ยินที่ฉิงเทียนล้อเลียนแล้ว เขาก็รู้สึกโกรธและเคียดแค้นขึ้นมา ที่เขานั้นโดนดูถูกหนักเช่นนี้
“ฉิงเทียน ข้าจะฆ่าแก!” เฉินฉีมองไปที่บนฟ้าด้วยน้ำเสียงที่เกลียดชัง เขานั้นไม่เคยโดนดูถูกเช่นนี้มาก่อนเลย ฉิงเทียนบอกจะเอารูปโพสต์ลงเว่ยป๋อด้วย ในฐานะที่เขาอยู่ในโลกสมัยใหม่มานานกว่า 10 ปีนั้น เขาย่อมรู้ในระดับหนึ่งว่าเว่ยป๋อคืออะไร?
หากรูปพวกนี้ของเขานั้นถูกอัปขึ้นเว่ยป๋อล่ะก็ เขาคงไม่มีหน้ากลับไปพบกับเหล่าศิษย์พี่ศิษย์น้องของเขาแน่ เฉินฉีนั้นไม่อยากที่จะคิดเลย แล้วเศษผ้าก็ได้ปรากฏขึ้นมาที่ตัวของเขาด้วยการสะบัดมือของเขา
จากนั้นเขาก็ได้จับกระบี่อย่างบ้าคลั่งพร้อมด้วยผมที่ฟูฟ่องเพราะการระเบิดพุ่งเข้าหาฉิงเทียนหมายจะฆ่าเขา
“เฮ้อ ช่างโง่เขลาอะไรเช่นนี้ แค่หยอกเล่นนิดหน่อยก็ติดกับซะแล้ว!” ฉิงเทียนพูดขึ้นมา แล้วจากนั้นก็เก็บโทรศัพท์มือถือลงไปในแหวนเก็บของ
จากนั้นเขาก็ได้จับกระบี่บ้างและเข้าปะทะกับเฉินฉี กระบี่ทั้งสองเล่มปะทะกันกลางอากาศ แสงสีแดงเพลิง และแสงสีขาวเงินก็ได้ปะทะกันกลางอากาศ
“ส่งโทรศัพท์นั่นมา!” เฉินฉีเขาฟาดฟันฉิงเทียนอย่างต่อเนื่องและคำราม
“มีปัญญาก็มาชิงเอาไป”