ร้านค้าจากแดนสวรรค์ - บทที่ 303 ศาสตร์ปรุงยา (4)
บทที่ 303 ศาสตร์ปรุงยา (4)
“ได้สิ!” ไป๋กงหยางผงกหัว แล้วปล่อยจิตของเขาไปหาฉิงเทียนอีกครั้ง เขานั้นไม่เคยเห็นไฟโอสถที่รุนแรงเช่นนี้มาก่อน มันทำให้เขารู้สึกสนใจเจ้าสายฟ้าอัคคีมากขึ้นไปอีกอย่างสงสัยใคร่รู้
แต่ในคราวนี้ไป๋กงหยางนั้นไม่สามารถครอบคลุมสายฟ้าอัคคีเอาไว้ด้วยจิตศักดิ์สิทธิ์ของเขา เพราะเมื่อสักครู่เขาพบว่าจิตศักดิ์สิทธิ์ของเขานั้นไม่อาจเข้าไปในสายฟ้าอัคคีได้เลย ดังนั้นคราวนี้ไป๋กงหยางจึงได้เรียกไฟหยางพิสุทธิ์สีม่วงของตัวเองออกมา
ไฟหยางพิสุทธิ์นั้นก็ได้เหมือนกับงูที่ฉลาดที่พุ่งไปหาสายฟ้าอัคคีภายใต้การสั่งการของไป๋กงหยาง แล้วจากนั้นก็เข้าโอบล้อมสายฟ้าอัคคีที่อยู่บนมือของฉิงเทียน
ในเวลานี้ฉิงเทียนรู้สึกได้ว่าสายฟ้าอัคคีบนมือของเขานั้นเริ่มเลือดร้อนขึ้นมา และอยากที่จะกลืนกินไฟหยางพิสุทธิ์ของไป๋กงหยางซะอย่างนั้น
“จะบ้าเรอะ สายฟ้าอัคคีเจ้าหัดเชื่อฟังฉันหน่อยสิ” ฉิงเทียนดุมันหลังจากที่มันเริ่มจะดื้อรั้นอีกครั้ง แล้วนึกถึงตอนที่เขากำลังสู้อย่างเอาเป็นเอาตาย เจ้าหมอนี่ก็ยังคงกินไฟต่อโดยไม่สนใจว่าเขาจะเป็นหรือจะตาย ซึ่งจากตรงนี้ก็จะเห็นได้ถึงความตะกละของเจ้านี่ ตอนนี้เขาเริ่มรู้สึกกลัวว่าเจ้าหมอนี่จะกระโดดเข้าไปกินไฟหยางพิสุทธิ์เสียแล้วสิ
ภายใต้การดุของฉิงเทียน เจ้าสายฟ้าอัคคีก็ได้ยืนอยู่นิ่งๆอยู่บนมือของฉิงเทียน
ฉิงเทียนก็ได้จ้องไปที่ไป๋กงหยางโดยไม่กะพริบตา และรอคอยคำตอบจากเขา ไป๋กงหยางที่กำลังควบคุมพลังไฟหยางพิสุทธิ์ก็ได้เริ่มทำการสัมผัสไปที่สายฟ้าอัคคีอย่างช้าๆ
สายฟ้าอัคคีสีขาวกับไฟหยางพิสุทธิ์สีม่วงก็ได้สัมผัสกัน แล้วจากนั้นก็ได้พุ่งกลับไปยังร่างของไป๋กงหยางอย่างรวดเร็วราวกับหนูที่เจอแมวยังไงอย่างงั้น
ฉิงเทียนมองไปที่ไป๋กงหยางอย่างประหลาดใจ และรอคอยคำตอบจากเขา ในขณะที่ไป๋กงหยางนั้นรู้สึกเขินเล็กน้อย ทำไมไฟหยางพิสุทธิ์ของเขาถึงได้ขี้ขลาดขนาดนั้น เป็นถึงไฟโอสถในระดับกลางๆของระดับล้ำลึก และเมื่อใดที่ระดับบำเพ็ญเพียรของเขาเพิ่มขึ้นมา พลังไฟโอสถของเขาก็จะได้เพิ่มเป็นระดับสูงแล้ว
แต่พอเจอกลับไฟโอสถของระดับหยวนยิงแล้วกลับทำตัวขี้ขลาดถึงขนาดนี้ แล้วยังหนีกลับมาทันทีแบบนี้อีก ช่างน่าอาย น่าอายยิ่งนัก ไป๋กงหยางรู้สึกหดหู่และอับอายในใจของเขา แล้วยิ้มให้กับฉิงเทียน “อาจารย์อาฉิงขอรับ อย่าเพิ่งรีบนะขอรับขอข้าถามไฟของข้าก่อนว่าเกิดอะไรขึ้น”
“ได้ๆ ผมไม่รีบร้อน ค่อยๆถามเถอะ” ฉิงเทียนเองก็เห็นแล้วว่าไป๋กงหยางนั้นมีท่าทีเขินๆเขาจึงทำเป็นไม่รู้เรื่องอะไร จึงได้หันไปมองเจ้าสายฟ้าอัคคีที่อยู่บนมือของเขาอย่างสงสัยมากขึ้นกว่าเดิม และคิดว่าเจ้าไฟโอสถของเขานั้นน่าจะอยู่ในระดับสูงแน่ๆ เพราะแม้แต่ไฟหยางพิสุทธิ์เองยังรีบหนีทันทีเช่นนี้
ในเวลานี้ไป๋กงหยางรู้สึกตกใจ เขานั้นทราบคำตอบมาจากไฟหยางพิสุทธิ์แล้ว พบว่าสายฟ้าอัคคีนั้นอยู่ในระดับเดียวกันกับไฟแท้สมาธิเลยทีเดียว
ไฟแท้สมาธินั้นเป็นพลังไฟของไท่ซ่างเหล่าจวินที่เป็นพลังไฟในระดับสวรรค์
ทั่วทั้งโลกเซียน ผู้ที่มีพลังไฟในระดับสวรรค์นั้นเรียกได้ว่ามีแค่หยิบมือเดียวเท่านั้นนั่นคือ พลังไฟแท้สมาธิของไท่ซ่างเหล่าจวิน, พลังไฟแท้ตะวันของนักพรตลู่หยา, พลังเพลิงหงส์ไฟของเทพเซียนไท่ชิง และพลังไฟยี่เข่งสวรรค์ของเทพเซียนอวี้ชิง
ซึ่งผู้ที่ใช้พลังไฟระดับสวรรค์เหล่านี้ล้วนแล้วแต่ทรงพลัง แล้วยิ่งไท่ชิงกับอวี้ชิงที่เป็นระดับเทพเซียนแล้วไม่ต้องพูดถึง
แม้แต่ไท่ซ่างเหล่าจวินเองก็ยังอยู่ในระดับจุ่นเชิ่ง และยังได้ชื่อว่าเป็นนักปรุงยาอันดับหนึ่งในโลกเซียน นักพรตลู่หยางเองก็เป็นเซียนในระดับจุ่นเชิ่ง แล้วยังรู้จักกันดีในฐานะนักปรุงยาอันดับต้นๆในโลกเซียนเช่นกัน
ยิ่งไปกว่านั้นไฟทั้งสี่นี้สามารถที่จะหลอมฟ้าต้มทะเลให้เดือดได้ ลองคิดว่าซุนหงอคงที่แข็งแกร่งในระดับจินเซียนไท่อี่นั้นยังทรมานภายใต้ไฟแท้สมาธิของไท่ซ่างเหล่าจวินได้ ซึ่งจริงๆแล้วไท่ซ่างเหล่าจวินเองก็ยังไม่ได้ใช้พลังไฟแท้สมาธิอย่างเต็มที่ ไม่อย่างนั้นซุนหงอคงเองก็คงกลายเป็นขี้เถ้าไปแล้ว
ไม่ว่าจะฐานะหรือความสำเร็จของพวกเขา ทั้ง 4 คนล้วนแต่เป็นผู้ทรงพลัง แต่ทว่าอาจารย์อาฉิงของเขานั้นอยู่แค่ระดับหยวนยิง สายฟ้าอัคคีกลับมีพลังหลอมฟ้าต้มทะเลให้เดือดได้
ยิ่งไปกว่านั้นระดับของพลังไฟโอสถนั้นก็ยังสามารถที่จะพัฒนาไปได้อีกด้วย อย่างพลังไฟหยางพิสุทธิ์นั้นเริ่มมาจะอยู่ที่ระดับทองชั้นกลาง แต่ด้วยการเพิ่มพูนด้วยการหมั่นฝึกฝน ระดับก็จะค่อยๆเพิ่มจนถึงระดับล้ำลึกชั้นกลาง และพลังไฟหยางพิสุทธิ์ของอาจารย์ของเขาเองก็ยังอยู่แค่ในระดับกลางๆ
แต่อาจารย์อาของเขานั้นทั้งๆที่อยู่ในระดับหยวนยิง แต่พลังสายฟ้าอัคคีกลับอยู่ในระดับสวรรค์แล้ว ถ้าอย่างนั้นพลังไฟของเขาจะอยู่ในระดับไหนกันเมื่อเขาได้กลายเป็นเซียนแล้ว!
บางทีพลังไฟหยางพิสุทธิ์ของเขาอาจจะผิดพลาด ไป๋กงหยางพูดปลอบใจตัวเอง แต่จากการยืนยันหลายๆหนแล้วคำตอบที่ได้ก็ยังได้เหมือนเดิม นั่นคือเจ้าไฟหยางพิสุทธิ์นั้นรู้สึกได้ว่าสายฟ้าอัคคีนั้นทำเอาเขากลัวในระดับเดียวกับไฟในระดับสวรรค์
ไป๋กงหยางก็ได้มองไปที่ฉิงเทียนด้วยสายตาราวกับเห็นสัตว์ประหลาด หรือว่าเจ้าหนูนี่จะเป็นบุตรจากสวรรค์กัน? ทำไมตัวเขาถึงได้มีแต่สิ่งที่น่าทึ่งมากขนาดนี้
ฉิงเทียนมองไปที่ไป๋กงหยางที่ทำสีหน้าช็อกแล้วจ้องมาที่เขา สายตาของเขาเร่าร้อนมาก ฉิงเทียนจึงอดไม่ได้ที่จะลูบจมูกของเขาแล้วพูดขึ้น “หลานไป๋ ทำไมคุณถึงได้มองผมแบบนั้นล่ะ? แล้วคุณก็ยังไม่ได้บอกผมเลยนะว่าระดับไฟของผมนั้นอยู่ในระดับไหน?”
ไป๋กงหยางนั้นไม่ตอบแต่ได้กลายเป็นควันแล้วลอยกลับเข้าไปในกระถางกำยาน
“เอ๋ รีบกลับเข้าไปทำไมเล่าอยู่บอกผมก่อนสิ หลานไป๋?” ฉิงเทียนที่เก็บสายฟ้าอัคคีเข้าไปแล้วก็ได้หยิบเอากระถางกำยานวิญญาณขึ้นมาแล้วตะโกนเรียกเขา
หลังจากที่ฉิงเทียนพูดจบ ก็ได้มีเสียงของไป๋กงหยางคำรามมาจากในกระถางกำยานอย่างเอาแต่ใจ “อย่ามากวนข้า ข้าต้องการความเงียบ”
ในเวลานี้ ไป๋กงหยางตะโกนร้องหาฟ้าดินในใจ เจ้าหนูนี่ได้ทำประโยชน์อะไรไว้กับฟ้าดินกันแน่ ทำไมเขาถึงได้มีไฟระดับสวรรค์ทั้งๆที่อยู่แค่ระดับหยวนยิงได้ แม่เจ้าโว้ยนี่มันยิ่งกว่าเด็กแดงอีกนะ!
หงไหเอ๋อหรือเด็กแดงนั้นเก่งกาจเสียจนทำให้หลายๆคนต้องอิจฉา ตั้งแต่ที่เขาเกิดมาเขาก็ได้มีไฟแท้อยู่ในร่างกาย แต่ก็ยังอยู่แค่ในระดับผืนดิน แต่นี่เริ่มมาก็มีพลังไฟในระดับสวรรค์แล้ว ซึ่งแบบนี้จะให้นักปรุงยาธรรมดาๆอย่างพวกเขามีหน้าอยู่ได้ยังไง?
ฉิงเทียนรู้สึกชะงักกับการตะโกนของไป๋กงหยาง “เป็นอะไรของเขานะ?”
เมื่อเห็นว่าไป๋กงหยางนั้นจู่ๆก็ไม่รู้เป็นอะไรขึ้นมา จึงคิดปล่อยเขาไปสักพัก แล้วฉิงเทียนก็ได้เปิดโทรศัพท์มือถือของเขาขึ้นมาเพื่อหาซื้อเตาปรุงยาในถาวเป่าสวรรค์
ฉิงเทียนเปิดแอพถาวเป่าสวรรค์ในมือถือของเขา แล้วลองพิมพ์หาเตาปรุงยาดู
แล้วหน้าจอก็ได้แสดงเตาปรุงยาต่างๆขึ้นมาให้ดูทันที ซึ่งมีที่ราคาต่ำสุดก็ 1,000 หินเซียน
“แล้วเราจะซื้อเตาปรุงยาแบบไหนดีนะ?” ฉิงเทียนพูดกับตัวเอง เขานั้นมีหินเซียนเหลืออยู่เพียง 10,000 หินเซียนอยู่ในบัญชีเท่านั้น ทำให้เขาไม่สามารถที่จะซื้ออะไรแพงๆ หรือซื้ออะไรหลายๆอย่างได้อีกด้วย แต่ถึงแม้เขาจะไม่รู้ถึงระดับของไฟโอสถของเขา แต่เขาก็ได้ดีว่าระดับไฟหยางพิสุทธิ์ของไป๋กงหยางนั้นจะต้องไม่ใช่ระดับต่ำๆแน่ๆ
ในขณะที่ฉิงเทียนกำลังง่วนอยู่นั้นจู่ๆโทรศัพท์ก็ดังขึ้นมา แล้วก็ปรากฏหน้าจอเล็กๆขึ้นมาในโทรศัพท์มือถือของเขา
กลุ่มเขาฮัวกั่วซาน: ทุกคนอย่ามัวแต่ขุดถ้ำอยู่กัน ออกมาคุยกันหน่อยเถอะ
“จริงด้วยสิ เราถามพวกเขาก็ได้นี่นา” ฉิงเทียนเพิ่งนึกขึ้นมาได้และตบหัวของเขา เซียนเหล่านี้น่าจะเห็นโลกมาเยอะจะต้องรู้อะไรแน่ๆ
แล้วห้องกลุ่มเขาฮัวกั่วซานก็ได้ถูกเปิดขึ้นมา แล้วก็ได้มีข้อความของราชาปีศาจวัวปรากฏขึ้นมาบนจอหลังจากที่ผ่านไปสักพักหนึ่ง: เจ้าจ๋อ ในกลุ่มนี้ของพวกเรามีคนอยู่กันแค่ 8 คนเอง ข้าว่ามันดูเงียบเหงาไปหน่อยนะ
ราชาปีศาจมังกร: นั่นสิ, ข้าว่าพวกเราน่าจะชวนคนจากเผ่าปีศาจเข้ามาเพิ่มนะ
ราชาปีศาจปักษา: ไม่ดีหรอก ข้าได้ยินมาว่ากลุ่มนึงสามารถมีคนอยู่ได้มากสุดแค่ 100 คนเองเท่านั้น
ราชาปีศาจสิงโต: แล้วทำไมพวกเราไม่ชวนแค่คนจากเผ่าปีศาจเฉพาะที่อยู่ในระดับเดียวกับพวกเราล่ะ?
ซุนหงอคง: ความคิดเยี่ยมไปเลย
หลังจากนั้นสักพัก หน้าจอก็แสดงขึ้นว่าซุนหงอคงได้ทำการชวน ตือโป๊ยก่าย, ซัวเจ๋ง, มังกรขาว, นางฟ้าจื่อเสียเข้ามาในกลุ่ม
ส่วนราชาปีศาจวัวก็ได้ชวนราชามังกรทะเลตะวันออก, ราชามังกรทะเลตะวันตก, ราชามังกรทะเลใต้ ราชามังกรทะเลเหนือ และเด็กแดงเข้ามาในกลุ่ม
แล้วก็มีข้อความชวนอื่นๆปรากฏขึ้นมาเรื่อยๆ หลังจากนั้นสักพักเดียว กลุ่มเขาฮัวกั่วซานก็ได้เต็มปริ 100 คน