ร้านค้าจากแดนสวรรค์ - บทที่ 317 บรรลุสู่ชั้นเฟิงเฉิน
บทที่ 317 บรรลุสู่ชั้นเฟิงเฉิน
ฉิงเทียนนั้นคิดที่จะไปที่บ้านของซูเสวี่ยก่อน เขานั้นไม่รู้ว่าที่บ้านของเสวี่ยเอ๋อนั้นทราบข่าวการโดนลักพาตัวไปของเธอหรือยัง?
“เฮ้อ หวังว่าพวกท่านจะยังไม่รู้ล่ะนะ” ฉิงเทียนคิดและถอนหายใจออกมา ถ้าเกิดพวกท่านรู้ก็คงจะเป็นกังวลมากแน่ๆ แล้วเขาจะปลอบพวกท่านอย่างไรดี? อย่างไรเสียที่เสวี่ยเอ๋อต้องถูกสำนักอัคคีจับตัวไปนั้นก็เป็นเพราะเขาเอง!
ฉิงเทียนคิดอย่างยุ่งยากใจจนกระทั่งไปถึงที่หน้าประตูบ้านตระกูลซู ฉิงเทียนสูดลมหายใจเข้าลึกๆแล้วทำสีหน้าเป็นยิ้มแล้วกดกริ่งที่หน้าประตูบ้าน
เขาได้เสียงแม่ของซูเสวี่ยดังขึ้นมาด้วยความเป็นห่วง ก่อนที่ประตูบ้านจะเปิดออกมาเสียอีก “เสวี่ยเอ๋อ ในที่สุดลูกก็กลับมาสักที ลูกไม่ต้องโหมงานหนักมากขนาดนี้ก็ได้! ทั้งหมดมันเป็นความผิดพ่อของลูก ที่ปล่อยบริษัทใหญ่โตเช่นนี้ให้กับลูกดูแล”
“อ้าว ฉิงเทียนหรอกเหรอ? ป้าก็นึกว่าเป็นเสวี่ยเอ๋อกลับมาเสียอีก” หวงโหรวมองไปที่ฉิงเทียนที่อยู่ที่หน้าประตูบ้านด้วยความตกใจเล็กน้อย
เมื่อได้ยินที่หวงโหรวพูดแล้ว ฉิงเทียนก็เข้าใจว่าพวกท่านคงยังไม่รู้ว่าเสวี่ยเอ๋อนั้นถูกลักพาตัวไป แต่เสวี่ยเอ๋อเองก็คงไม่ได้อยู่ที่บริษัทเช่นกัน ไม่อย่างนั้นคงมีคนที่บริษัทแจ้งมายังทางบ้านแล้ว
“คุณป้าครับ เสวี่ยเอ๋อไม่ได้อยู่ที่บริษัทหรอกครับ” ฉิงเทียนกล่าวพร้อมกับยิ้ม
“อ้าว ถ้าไม่ได้อยู่ที่บริษัทแล้วเสวี่ยเอ๋อไปที่ไหนเหรอจ๊ะ?” หวงโหรวถามอย่างเป็นห่วง
“คุณป้าครับ คือว่าเสวี่ยเอ๋อนั้นบอกว่าเธอพบตัวยาตัวใหม่เข้า เธอจึงได้รีบออกเดินทางเพื่อไปตรวจสอบทันทีน่ะครับ เธอคงยังกลับมาที่บ้านไม่ได้สักพักน่ะครับ เธอเลยให้ผมมาบอกเรื่องนี้กับคุณป้าน่ะครับ!” ฉิงเทียนได้คิดเตรียมแผนรับมือไว้ในหัวของเขาแล้ว
“ทำไมเจ้าลูกคนนี้จะรีบร้อนอะไรนักหนานะ?” หวงโหรวคิ้วขมวดขึ้นมาหน่อยๆ
แล้วฉิงเทียนก็ได้ปฏิเสธคำชวนทานข้าวที่บ้านของหวงโหรวแล้วรีบมุ่งตรงกลับบ้านทันที เขานั้นตั้งใจที่จะกลับไปเตรียมการเพื่อช่วยเหลือเสวี่ยเอ๋อกับเสี่ยวหยู
เมื่อฉิงเทียนได้กลับมาที่บ้านในเมืองโม๋ตูแล้ว เขาก็ได้เรียกไป๋กงหยางให้ออกมาจากกระถางกำยานวิญญาณ
“หลานไป๋ คุณว่าด้วยพลังวัตรของผมที่อยู่ในระดับหยวนยิงแล้ว ผมยังมีโอกาสที่จะเอาชนะหานต้งที่อยู่ในระดับเฟิงเฉินได้ไหม?” ฉิงเทียนถามอย่างหนักใจ
ไป๋กงหยางก็ได้ทุบอกของเขาแล้วกล่าว “ท่านอาจารย์อาฉิง ไม่ต้องถึงมือท่านหรอก ลำพังแค่ข้าคนเดียว ข้าก็สามารถจัดการเหล่าผู้บำเพ็ญตนในระดับเฟิงเฉินได้อย่างสบายๆ”
“พวกเขาบังอาจจับศิษย์น้องของข้าไป ข้าจะไม่ปล่อยให้พวกเขาอยู่บนโลกนี้ต่อแน่” ไป๋กงหยางพูดออกมาอย่างเกรี้ยวกราด ในโลกเซียนนั้น สำนักหยางพิสุทธิ์ของเขานั้นเคยแต่เล่นงานสำนักอื่น และไม่เคยโดนสำนักอื่นเล่นงานเช่นกัน!
“ดี! เมื่อใดที่เจอพวกเขา ผมจะปล่อยให้เป็นหน้าที่ของคุณจัดการก็แล้วกัน!” ฉิงเทียนผงกหัวอย่างพึงพอใจ มันเป็นวิธีที่ดีที่สุดแล้วที่จะปล่อยให้สัตว์ประหลาดระดับจินเซียนเป็นคนจัดการ
แต่ถึงแม้ไป๋กงหยางจะตกปากรับคำแล้วก็ตาม แต่ก็เผื่อเอาไว้ฉิงเทียนเองก็ต้องเตรียมตัวเช่นกัน เรื่องของพลังวัตรของเขาเองก็สำคัญมาก และเขาเองก็ไม่ได้บรรลุมานานมากแล้วด้วย
หากเราเปรียบทารกที่อยู่ในระดับหยวนยิง เท่ากับว่าผู้บำเพ็ญตนนั้นมีอีกหนึ่งชีวิตแล้ว ระดับเฟิงเฉินก็จะเทียบได้กับการฝึกทารกนั่นเอง เริ่มจากการแบ่งทารกนั้นออกจากกันเป็นตัวน้อย แล้วจากนั้นก็หลอมรวมทารกน้อยเหล่านั้นให้กลายเป็นหนึ่งเดียวอีกครั้ง
ฉิงเทียนก็ได้หยิบเอาลูกท้อเซียนออกมาจากแหวนเก็บของ แล้ววางเป็นวงกลมในห้องนั้น และนั่งลงอยู่ตรงกลางวง พลังวิญญาณในโม๋ตูนั้นมีเบาบางมาก และพลังวิญญาณในน้ำวิญญาณนั้นก็เบาบางไปสำหรับฉิงเทียนแล้วด้วย
ดังนั้นฉิงเทียนจึงได้เอาลูกท้อเซียนออกมาแทน พลังวิญญาณที่อยู่ในลูกท้อเซียนเหล่านี้นั้นมหาศาลมาก เพราะเป็นลูกท้อจากเขาฮัวกั่วซาน
“หลานไป๋ ผมอยากที่จะบรรลุชั้นเฟิงเฉิน คุณช่วยคุ้มกันผมหน่อยได้ไหม?” ฉิงเทียนหันไปบอกกับไป๋กงหยางที่อยู่ไม่ไกล
“ได้สิ!” แล้วไป๋กงหยางก็ได้นั่งลงขัดสมาธิกลางอากาศ แล้วจิตศักดิ์สิทธิ์ของเขาก็ได้ปกคลุมทั่วทั้งอาคารนี้
ฉิงเทียนที่อยู่ตรงกลางวงลูกท้อก็ได้นั่งลงขัดสมาธิแล้วหลับตาลง จิตของเขาก็ได้ดำดิ่งลงไปอย่างช้าๆ
จิตศักดิ์สิทธิ์ของเขาได้ทำการติดต่อกับหยวนยิงในจุดศูนย์กลางของเขาอย่างช้าๆ แล้วหยวนยิงก็ได้ออกมาจากปากของฉิงเทียนตามการเรียกของจิตศักดิ์สิทธิ์ของฉิงเทียน ในเวลานี้ร่างกายของเขานั้นสงบนิ่งมากแม้แต่การหายใจก็เบาบางมาก
ในเวลานี้ฉิงเทียนตัวน้อยได้ออกมาแล้วซึ่งมีร่างกายสีขาวล้วนและมีขนาดเพียงแค่นิ้วเดียว กำลังยืนอยู่บนมือของฉิงเทียน
“หืม? ทำไมหยวนยิงของอาจารย์อาฉิงถึงได้มีสีเงินได้ล่ะ? โดยทั่วไปแล้วหยวนยิงของผู้ที่มีร่างกายแบบหยางพิสุทธิ์ควรที่จะเป็นสีแดงเพลิงสิ!” ไป๋กงหยางพูดอย่างสับสน
ในเวลานี้จิตของฉิงเทียนนั้นได้เชื่อมต่ออยู่กับทารกหยวนยิง แล้วฉิงเทียนก็จะต้องลงมือตัดจิตวิญญาณทารกหยวนยิงออกเหมือนตัดแบ่งคนจากตรงกลาง
ความเจ็บปวดนี้ไม่ใช่อะไรที่คนธรรมดาๆจะสามารถต้านทานได้ ดังนั้นเหล่าผู้บำเพ็ญเพียรส่วนใหญ่ที่จะบรรลุชั้นเฟิงเฉินนั้นจะไม่สามารถทนต่อความเจ็บปวดนี้ได้และฝึกไม่สำเร็จ!
แล้วฉิงเทียนก็ได้หลวมรวมจิตศักดิ์สิทธิ์ของเขาให้กลายเป็นเหมือนดั่งดาบโดยที่ไม่ลังเล จากนั้นลงมือควบคุมดาบจิตตัดทารกหยวนยิงของเขาโดยไม่รีรอ
“อ๊ากก!” ฉิงเทียนรู้สึกได้ถึงความเจ็บปวดไปทั่วทั้งร่าง ความเจ็บปวดนี้ราวกับว่าเขาถูกตัดร่างกายออกไปครึ่งหนึ่ง และไม่ใช่ความเจ็บปวดแบบตัดฉับเดียว แต่เหมือนกับตัดอย่างช้าๆ ดังนั้นฉิงเทียนจำต้องอดทนต่อความเจ็บปวดเจียนตายนี้ตลอดเวลา
ที่หน้าผากของฉิงเทียนนั้นมีเหงื่อออกและไหลออกมาราวกับสายฝน และหน้าของเขาก็ซีดเผือดราวกับหิมะ ฉิงเทียนนั้นกัดริมฝีปากของเขาแน่น แม้แต่หลังของเขาก็ยังชุ่มไปด้วยเหงื่อ
“เจ็บเหลือเกิน…..” ฉิงเทียนยังคงตะโกนออกมา ยังไม่จบอีกเหรอเนี่ย? ฉิงเทียนรู้สึกได้ว่าหยวนยิงของเขานั้นยังแบ่งออกมาได้แค่ครึ่งเดียวเท่านั้น
ในเวลานี้ร่างทารกสีเงินของฉิงเทียนนั้นได้มีร่างกายแบ่งออกเป็นสองแล้ว เว้นแต่ยังมีแค่หัวเดียว
“เหลือแค่แบ่งหัวออกจากกันก็เสร็จแล้ว!” ฉิงเทียนพูดอย่างสั่นๆขณะที่อดทนต่อความเจ็บปวด
เมื่อใดที่ตัดหัวออกมาได้แล้ว ขั้นตอนแรกของการฝึกวิชาก็จะเสร็จสมบูรณ์ หากสามารถทำรอบแรกนี้สำเร็จแล้ว ต่อจากนี้ก็จะง่ายแล้ว
ภายใต้การควบคุมของฉิงเทียน มีดจิตของฉิงเทียนก็ได้ทำการตัดคอ, ปาก, จมูก, ตาและหน้าผากออกจากกัน
ในที่สุดขั้นตอนสุดท้ายก็เสร็จสิ้น ทารกหยวนยิง 2 ร่างได้ยืนอยู่บนมือของฉิงเทียนแล้ว
“เสร็จสักที!” ทารกหยวนยิง 2 ร่างนั้นได้ร้องอย่างมีความสุขพร้อมกัน
“เหมือนกันอย่างกับแกะเลยแฮะ” ฉิงเทียนกล่าว “แถมเสียงของทั้งสองคนนี้ก็ยังเหมือนกันอีก!” ฉิงเทียนได้ยินเสียงของทารกทั้งสอง ที่เป็นเสียงเดียวกัน
“น่าสนใจ น่าสนใจจริงๆ!” หลังจากที่ทำการทดลองบางอย่างอยู่สักพัก ขั้นตอนต่อมาก็คือเตรียมการหลอมรวมทารกหยวนยิงทั้งสองนั้นกลับเข้ามารวมกันอีกครั้ง
อีกทางด้านหนึ่ง ที่ชั้นใต้ดินลึกลับบ้านสกุลเฉินในเมืองโม๋ตูนั้นมีห้องขังอยู่ห้องหนึ่ง
ฉิงหยูและซูเสวี่ยนั้นนอนอยู่ที่พื้นโดยไม่ไหวติง!
ที่ด้านนอกห้องขังนั้น มีลิ่วล้อสองตัวที่กำลังจ้องไปที่ซูเสวี่ยที่อยู่ในห้องขัง ด้วยสายตาที่ดูต่ำช้าของพวกเขาก็ได้พูดขึ้นมา “ผู้หญิงคนนี้มันช่างโดนใจข้าจริงๆว่ะ ไม่รู้ว่าผู้หญิงนี้มันจะได้ตกมาถึงมือพวกเราบ้างรึเปล่านะ?”
“นั่นสิ ร่างกายเช้งกระเด๊ะจริงๆ! แต่ไม่รู้ว่าท่านผู้นำตระกูลจะจัดการกับสองคนนี้อย่างไร แต่ถ้ายังจัดการไม่เรียบร้อยเสียที พวกเราจะลองลิ้มชิมรสก่อนก็ไม่เลวนะ!” แล้วลิ่วล้ออีกคนก็พูดขึ้นมา
ในห้องนั่งเล่นในคฤหาสน์สกุลเฉิน มีชายแก่ตัวเล็กๆคนหนึ่งกำลังพูดประจบกับอีกคนอยู่ “ท่านอาวุโสหานไม่ทราบว่าท่านจัดการกับทั้งสองคนนั้นเมื่อไรดี?”
“ฮึ่ม นั่นไม่ใช่เรื่องของเจ้า แล้วเรื่องที่ข้าบอกให้เจ้าไปทำเป็นอย่างไรบ้างแล้ว?” หานซี่พูดดุเขา
ชายชราร่างเล็กที่ถูกดุโดยหานซี่นั้นก็ไม่เพียงแต่จะไม่โกรธ แต่ยังยิ้มและกล่าวต่อ “ผู้อาวุโสหานครับ ทางเราได้จัดการติดต่อกับตลาดมืดของสกุลจ้าวแล้วครับ”