ร้านค้าจากแดนสวรรค์ - บทที่ 32 โกรธ
บทที่ 32 โกรธ
ในห้องประชุมใหญ่ของบริษัทเทียนเสี่ยนั้นเต็มไปด้วยผู้ชม! ทุกๆคนต่างก็รอคอยการแสดงเริ่มขึ้น
สปอตไลท์สองตัวบนเวทีได้ฉายแสงขึ้นมา แล้วก็มีพิธีกร 2 คนเป็นคู่ชายหญิงขึ้นมาบนเวที
“ขอขอบพระคุณทุกท่านที่มาร่วมชมงานพบปะประจำปีของบริษัทเราในวันนี้! ซึ่งจะมี….”
มองดูพิธีกรบนเวทีที่พูดไม่หยุด พูดถึงรายการแสดงที่น่าสนใจต่างๆ แล้วเหล่าผู้ชมต่างก็พากันตบมือ!
ฉิงเทียนเริ่มเกิดอาการเบื่อขณะที่ดูการแสดงบนเวที “เมื่อไรจะถึงการแสดงของเสวี่ยเอ๋อนะ?” ฉิงเทียนนั้นไม่ได้สนใจการแสดงเหล่านี้เอาเสียเลย
เนื่องด้วยความเบื่อเขาจึงได้เปิดโทรศัพท์ขึ้นมา แล้วเข้าไปดูร้านค้าของเขาในถาวเป่าสวรรค์ เมื่อเข้าไปดูแล้วพบว่ายังมีแค่ตัวเลขหลักเดียวเท่านั้น “หมูเฒ่าเอ๊ย คุณยังไม่ได้เอาร้านของผมไปโฆษณาอีกรึไง? ผมฝากความหวังเอาไว้ที่คุณช่วยโฆษณาร้านของผมอยู่นะ!”
“หรือจะเป็นไปได้ว่าบุคลิกของตือโป๊ยก่ายนั้นจะไม่ตรงกับนิยายไซอิ๋วที่อู๋เฉิงเอินประพันธ์เอาไว้ เพราะด้วยนิสัยที่ขี้อวดของตือโป๊ยก่ายในนิยายแล้ว ลูกค้าในร้านของเราก็ไม่ควรที่จะมีน้อยเช่นนี้นะ!”
จริงๆแล้วฉิงเทียนคาดการณ์เรื่องตือโป๊ยก่ายผิดไปหน่อย
ตั้งแต่ตอนที่หมูเฒ่าได้ชุดสูทไปในวันนั้น เขาตั้งใจที่จะใส่ไปโชว์ฉางเอ๋อ
แต่ใครจะไปรู้ว่าราชาวานรซุนหงอคงจะมาหาตือโป๊ยก่ายเพื่อมาถามเขาว่าเขามีชุดดีๆที่จะใส่ไปในงานเลี้ยงลูกท้อแล้วหรือยัง
หมูเฒ่าคิดว่าถ้าเกิดว่าซุนหงอคงรู้เข้าล่ะ เขาจะต้องแย่งเอาชุดของเขาไปเป็นแน่แท้
เมื่อคิดได้เช่นนี้ เขาก็รีบซ่อนชุดทันทีแต่เขาก็สายไปเสียแล้ว เพราะว่ามันถูกเห็นโดยซุนหงอคงเสียแล้ว
แล้วก็เป็นอย่างที่หมูเฒ่าได้คาดเอาไว้ ซุนหงอคงชอบชุดสูทตัวนี้มาก เขาจึงได้พยายามที่จะแย่งมันไปทันที ถึงแม้ว่าซุนหงอคงนั้นจะได้บรรลุพระโพธิสัตว์ไปแล้วก็ตาม แต่นิสัยขี้ขโมยของเขานั้นก็ไม่ได้เปลี่ยนไปเลย
หมูเฒ่านั้นไม่สามารถเป็นคู่ต่อสู้ของซุนหงอคงได้เลย หลังจากถูกขโมยชุดไปแล้ว ก็พบว่าขนาดของชุดนั้นมันไม่พอดีตัวของเขา เมื่อมองไปที่ซุนหงอคงที่สวมชุดหลวมโพรก ตือโป๊ยก่ายก็ได้หัวเราะออกมา ซุนหงอคงจึงได้หันหน้าไปแล้ววิ่งไปหาตือโป๊ยก่ายแล้วพูดขึ้น “ศิษย์น้อง เจ้าไปซื้อชุดนี้มาจากไหน?”
มองไปที่ซุนหงอคงที่ขอร้องเขา ตือโป๊ยก่ายก็ได้เชิดหัวขึ้นมาและเท้ายาวๆอย่างภาคภูมิใจ แต่ทว่าเขากลับไม่ได้เอ่ยชื่อร้านของฉิงเทียนขึ้นมา
มันเลยกลายเป็นเรื่องเศร้าของฉิงเทียน ที่ในเวลานี้ร้านค้าของเขานั้นยังไม่มีลูกค้าเพิ่มขึ้นเลย
ฉิงเทียนจึงได้ส่ายหัวแล้วยิ้มแบบแห้งๆ เขาจึงได้เงยหน้าขึ้นมามองดูการแสดงบนเวที
แล้วพิธีกรก็ได้ประกาศขึ้นมาว่า “รายการต่อไป จะเป็นการร้องเพลง”วาดใจ”ขับร้องโดยซูเสวี่ยครับ” [เพลง畫心(PaintHeart)จากภาพยนตร์เรื่อง畫皮(PaintSkin)ขับร้องโดยJane Zhang
“ถึงการแสดงของซูเสวี่ยแล้ว ต้องตั้งใจฟังหน่อยแล้ว!” ฉิงเทียนพูดขึ้นมาอย่างฮึกเหิม
“แกควรจะสำนึกบุญคุณฉันนะ ไอ้บ้านนอก!” ฉิงเทียนได้ยินเสียงของหลิวไห่ที่หัวเราะอยู่ใกล้ๆ
ฉิงเทียนจึงทำเป็นไม่ได้ยินและหันไปมองที่เวที
แล้วผ่านม่านก็ค่อยๆถูกดึงขึ้นอย่างช้าๆ!
“สวยงามมาก ผู้จัดการซูใส่ชุดโบราณแล้วดูเหมือนเทพธิดาเลย!” หญิงสาวที่อยู่ใกล้ๆเขาพูดอย่างอิจฉา
เหล่าผู้ชายต่างก็มองไปที่เวทีแบบตาค้าง รวมถึงฉิงเทียนด้วย
“สมแล้วที่เป็นภรรยาของเรา!” ฉิงเทียนคิดอย่างภาคภูมิใจ
ซูเสวี่ยนั้นสวมชุดสีชมพู ผมที่รวบเอาไว้ทำเป็นทรงผมแบบโบราณ ในเวลานี้บนเวทีนั้นดูราวกับว่าเป็นเทพธิดากำลังลงมาบนโลก
“ไม่คิดมาก่อนเลยว่าเสวี่ยเอ๋อนั้นใส่ชุดโบราณแล้วจะสวยงามมากขนาดนี้! ไว้คราวหลังเราหาชุดโบราณมาให้เสวี่ยเอ๋อใส่เยอะๆดีกว่า!” ฉิงเทียนคิดอย่างมีความสุข
ฉิงเทียนจึงรีบหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาถ่ายรูปของซูเสวี่ย แต่ทันใดนั้นเขาก็ต้องตกตะลึง
ที่ด้านหน้าของเขานั้นมีโทรศัพท์มือถือที่หยิบขึ้นมาถ่ายรูปอย่างไม่หยุด ทำให้เขานั้นไม่สามารถถ่ายรูปได้เลย ฉิงเทียนจึงได้แต่ตะโกนออกมาในใจ “เฮ้ย นั่นแฟนฉันนะโว้ย พวกแกมาถ่ายรูปกันทำไม”
ในขณะที่ฉิงเทียนกำลังอยู่ในโลกของตัวเองอยู่นั้น จู่ๆเขาก็ได้ยินเสียงของหลิวไห่เข้าหูของเขาที่กำลังนับ 1 2 3
ฉิงเทียนนั้นงงมากกว่าเด็กหนุ่มคนนั้นกำลังนับอะไรอยู่!
ทันใดนั้นเอง ซูเสวี่ยก็ได้กรีดร้องขึ้นมา และฉิงเทียนก็ไม่ได้สนใจคนอื่นๆอีกและรีบแหวกฝูงคนไปที่เวที
บนเวทีนั้น ซูเสวี่ยรีบใช้มือบังหน้าอกของตัวเองเมื่อพบว่าเสื้อผ้าของเธอจู่ๆก็ขาดออกจากกัน! เมื่อเห็นฉิงเทียนวิ่งขึ้นเวทีมาเธอก็กอดฉิงเทียนเอาไว้และสะอื้น “ฉิงเทียน ฉันจะทำอย่างไรดี!”
ฉิงเทียนรีบถอดเสื้อนอกของเขาออกและใส่คลุมตัวของซูเสวี่ยเอาไว้และปลอบเธอ “ไม่เป็นไรๆ คุณยังมีผมอยู่!”
“อื้ม”
แต่ในเวลานี้ ความโกรธในใจของเขานั้นกำลังถึงขีดสุด ซึ่งจะต้องมีใครบางคนทำอะไรอยู่เบื้องหลังแน่ๆ
เพราะมีรอยตัดอยู่ที่ชุดของซูเสวี่ย
ผู้คนที่อยู่ด้านล่างของเวทีนั้นต่างก็ตกใจกับภาพที่เกิดขึ้นในตอนนี้ มีบางคนที่แอบถ่ายรูปเพื่อถ่ายรูปลับเฉพาะของเทพธิดา
ในเวลานี้ มีพิธีกรชายที่รีบวิ่งขึ้นมาบนเวทีและมองดูซูเสวี่ยที่กำลังแนบชิดติดกับตัวของฉิงเทียน สายตาของเขาจึงเต็มไปด้วยความอิจฉาแล้วพูดขึ้น “คุณเป็นใคร? รีบลงไปได้แล้ว คุณขึ้นมาบนนี้ไม่ได้นะ”
แฟนสาวของเขานั้นกำลังเปลือยกายอยู่ตรงหน้าเขา แต่เมื่อเขาได้ยินคำพูดนี้ความโกรธของฉิงเทียนก็ระเบิดออกมาและต่อยพิธีกรชายเข้าที่ปาก “ผมคือแฟนของซูเสวี่ย หากวันนี้ไม่มีใครที่สามารถอธิบายสิ่งที่เกิดขึ้นในตอนนี้ได้ พวกแกที่อยู่เบื้องหลังเวทีทุกคนอย่าหวังจะได้ออกไปจากที่นี่วันนี้” ฉิงเทียนหยิบเอาเข็มขัดที่ถูกตัดโดยกรรไกรออกมาวางขณะที่พูด
ชายคนที่ถูกฉิงเทียนต่อยจนลงไปกองกับพื้นก็ลุกขึ้นมาด้วยความโกรธ และชี้ไปที่ฉิงเทียนก่อนจะตะโกนด้วยความโกรธ “แกกล้าต่อยฉันเรอะ!” พูดจบเขาก็ได้วิ่งเข้ามาต่อยฉิงเทียน
ฉิงเทียนจับหมัดของเขาเอาไว้ แล้วเหวี่ยงเขาออกไปจนลงไปนอนกองกับพื้น “แกยังมีฝีมือไม่ถึงนะ”
หลิวไห่ที่อยู่ด้านล่างนั้นกำลังหัวเราะกับสิ่งที่เกิดขึ้นอยู่บนเวที เขาเห็นว่ามีคนอย่างน้อย 20 คน ยืนล้อมอยู่กลางเวทีกำลังต่อสู้กับฉิงเทียน
ทั้งหมดนี้เป็นไปตามแผนของหลิวไห่ เขานั้นต้องการทำให้ซูเสวี่ยเสียหน้าในงานพบปะ ดังนั้นเขาจึงได้บงการให้คนไปตัดชุดของซูเสวี่ย แล้วฉิงเทียนจะต้องไม่ยอมแน่ แล้วก็หาใครสักคนไปต่อสู้กับเขา แล้วก็หาคนแจ้งตำรวจแล้วจากนั้นเขาก็จะได้ไปอยู่ที่สถานีตำรวจ
เขารู้สึกภูมิใจขึ้นมาเมื่อแผนการของเขานั้นเป็นไปตามทีละขั้นตอน
ถึงแม้ว่าจะมีคนมากมายอยู่บนเวที แต่ก็ไม่สามารถทำอันตรายอะไรฉิงเทียนได้ หลังจากนั้นไม่นานผู้คนทั้งหมดก็ลงไปนอนอยู่กับพื้นเวที
ผู้หญิงทั้งหมดที่อยู่ด้านล่างของเวทีต่างก็พากันกรีดร้องและวิ่งหนีไป แล้วเหล่าผู้ชายต่างก็พากันวิ่งหนีไป เหลือเพียงแค่ฉิงเทียนและซูเสวี่ยที่อยู่บนเวที เช่นเดียวกับหลิวไห่ที่ยืนอยู่ด้านล่างของเวทีและคนของบริษัทเทียนเสี่ยบางคน
ซูเสวี่ยมองดูเหล่าผู้ชายที่นอนอยู่ที่พื้นแล้วพูดขึ้น “ฉิงเทียน คุณไม่เป็นอะไรใช่ไหม?”
ฉิงเทียนเมื่อเห็นซูเสวี่ยร้องไห้ เขาก็เช็ดน้ำตาของซูเสวี่ยแล้วพูดขึ้น “ก็แค่กลุ่มคนนิดเดียว แต่ผมพอจะเดาได้แล้วว่าใครเป็นคนทำ!”
ฉิงเทียนมองดูกลุ่มคนที่บุกเข้ามาหาเขาเมื่อสักครู่ และคิดถึงรอยยิ้มแสยะของหลิวไห่ในตอนแรก ฉิงเทียนก็เดาได้ว่าเรื่องทั้งหมดนี้เป็นฝีมือของหลิวไห่
ฉิงเทียนจึงได้เดินไปหาหลิวไห่ หลิวไห่เมื่อเห็นฉิงเทียนเดินมาหาเขาก็ได้รีบวิ่งหนี
แต่ฉิงเทียนจะปล่อยให้เขาหนีไปได้อย่างไร เขาจึงได้เตะเอากระดานที่อยู่ที่พื้นไปโดนขาของหลิวไห่
แล้วเขาก็ได้ทรุดลงไปคุกเข่าอยู่ที่พื้น แต่แล้วก็มีผู้หญิงอายุ 50 ปีซึ่งแต่งหน้าหนาเตอะยืนอยู่ข้างๆหลิวไห่ เมื่อเห็นฉิงเทียนกำลังเดินมาหาหลิวไห่ เขาก็ได้พูดกับซูเสวี่ย “ซูเสวี่ย ทำไมคุณถึงไม่ให้แฟนของคุณหยุดอีก ดูซิว่าวันนี้เขาได้ทำอะไรลงไปในงานพบปะประจำปีของบริษัทเราในวันนี้”
“ดิฉันจะเอาเรื่องนี้ไปรายงานกับท่านประธานพรุ่งนี้!”
ซูเสวี่ยเช็ดน้ำตาและพูดอย่างดูถูก “ไม่ต้องห่วงไปหรอก ฉันจะลาออกพรุ่งนี้ และฉันก็จะลากคอคุณออกไปด้วย แต่วันนี้ฉันต้องหาให้ได้ว่าใครกันลงมือลับหลังฉัน!”
จากนั้นเธอก็เดินไปหาฉิงเทียนแล้วพูดขึ้น “ฉิงเทียน กลับกันเถอะ! หยุดสู้ได้แล้ว”
ในตอนนี้เอง หลิวไห่ที่ได้ยินเสียงของซูเสวี่ยและอดใจรอหวังให้ฉิงเทียนยอมทำตามแทบไม่ไหว เขารู้สึกคิดผิดที่อยากจะเห็นฉิงเทียนถูกอัด เมื่อสักครู่เขาตอนที่เห็นฉิงเทียนเขาคิดว่ามันเป็นไปตามแผนแล้ว เมื่อคิดว่าไม่น่าเสียเงิน 20 ล้านหยวนไปเลย ทั้งๆที่เขาน่าจะสามารถจัดการเองได้ เขาก็ไม่คิดว่าฉิงเทียนนั้นจะแข็งแกร่งมากขนาดนี้ แต่หลิวไห่ก็ยังมีสีหน้าไม่พอใจและมองดูฉิงเทียนด้วยสายตาที่อาฆาตแค้น