ร้านค้าจากแดนสวรรค์ - บทที่ 322 ช่วยเหลือ (4)
บทที่ 322 ช่วยเหลือ (4)
ทันใดนั้นเอง ตัวเฉินชี่ก็ได้ห่อหุ้มไปด้วยแสงสีทอง แล้วตัวของเขาก็ได้เป็นเหมือนกับมนุษย์ทองคำของวัดเส้าหลินที่กับในหนัง
“โอ้ว! เข้ามาเลย!!” เฉินชี่คำรามลั่น
จ้าวก่างไม่พูดพร่ำทำเพลงอีก และรวบรวมพลังวิญญาณไปไว้ที่มือทั้งสองข้างของเขา แล้วระเบิดใส่ตัวของเฉินชี่
เสียงระเบิดดังสนั่นไปทั่วทั้งห้อง หมัดของจ้าวก่างและตัวของเฉินชี่นั้นได้ส่องแสงสว่างวาบออกมา
ด้วยแรงสะท้อนมหาศาลทำให้จ้าวก่างต้องถอยหลังออกมาหลายสิบก้าว “บ้าฉิบ เจ้าตัวใหญ่นี้สู้ยากเป็นบ้าเลย” จ้าวก่างสะบัดมือที่แดงของเขา
ส่วนเฉินชี่เองก็กระเด็นถอยออกมาหลายก้าวเช่นกัน ร่างกายทองคำของเขาเหลืออยู่แค่เพียงบริเวณมือของเขา
กลิ่นเลือดคละคลุ้งอยู่ในคอของเฉินชี่ เขานั้นได้พยายามฝืนอดกลั้นไม่ให้กระอักเลือดออกมา
“พี่ใหญ่! มีอีกคนอยู่ด้านหลัง!” ฉิงเทียนพูดเตือนเสียงดัง
เฉินเสี่ยวที่ไม่รู้ว่ามาจากไหน ได้วิ่งเข้าด้านหลังของจ้าวก่าง หมัดของเขานั้นได้เข้าประชิดจ้างก่างมากจนเกินไปทำให้จ้าวก่างไม่สามารถหลบได้
“ไอ้หนู วันนี้จะเป็นวันตายของแก!” เฉินเสี่ยวพูดด้วยเสียงแหลมสูงของเขา และการเคลื่อนไหวมือของเขานั้นไม่มีทีท่าจะหยุดเลยแม้แต่น้อย
เมื่อเห็นเช่นนี้จ้าวก่างก็คิดว่าแย่แล้วในใจ เขารู้ดีว่าเขาหลบไม่ทันแล้วได้แต่ต้องต้านรับเท่านั้น และในเวลานี้ก็ไม่มีเวลาให้เขาคิดแล้วด้วยนอกจากจะต้องลงมือทำอย่างเดียว
โดยอาศัยสัญชาตญาณ จ้าวก่างได้เค้นพลังวิญญาณทั้งหมดไปรวมกันไว้ที่หลังของเขาเพื่อต้านรับการโจมตีของเฉินเสี่ยว
“อั่ก” จ้าวก่างกระอักเลือดออกมาคำโต มีรอยคราบเลือดหลงเหลืออยู่บริเวณมุมปากของเขา
ฉิงเทียนจึงได้รีบช่วยเหลือจ้าวก่างด้วยการหยิบเอายาอมฤตออกมาจากแหวนเก็บของแล้วส่งให้กับจ้าวก่าง “พี่ใหญ่ทานยานี่ก่อน”
จ้าวก่างจึงรับยานั้นมาแล้วทานลงไป แล้วจู่ๆจ้าวก่างก็รู้สึกได้ถึงพลังวิญญาณที่มหาศาล ที่เอ่อล้นออกมาจากจุดศูนย์กลางของเขา จ้าวก่างที่อ่อนแรงเมื่อสักครู่นั้นก็กลับมามีกำลังวังชาขึ้นมาทันที
ส่วนเฉินชี่และเฉินเสี่ยวนะที่เห็นยาในมือของฉิงเทียน พวกเขาก็รู้สึกอยากได้มาเป็นของตัวเองทันที แต่ทว่าพวกเขานั้นพ่ายแพ้ต่อพลังของฉิงเทียนจึงยังไม่กล้าที่จะลงมือทำอะไร
ส่วนชายชราที่อยู่บนท้องฟ้าก็ได้บ่นพึมพำๆ “ยานั่นน่าจะเป็นยากู้หยวน แต่สามารถให้พลังที่มหาศาลเช่นนั้นได้อย่างไร?”
“ฮ่าๆ ช่างน่าสนใจมากขึ้นเรื่อยๆจริงๆ” ชายชราผู้นั้นมองดูแล้วก็หัวเราะออกมา
เมื่อเห็นว่าจ้าวก่างนั้นได้ฟื้นฟูพลังวิญญาณขึ้นมาบ้างแล้ว ฉิงเทียนก็ได้ยิ้ม “พี่ใหญ่ พี่คงยังไม่ไหวหรอก คอยดูผมก็แล้วกัน”
หลังจากที่พูดจบ โดยที่ทุกคนไม่ทันตั้งตัว ตัวของฉิงเทียนก็ได้เคลื่อนไหวในพริบตาเหลือเอาไว้แต่เพียงภาพติดตา จนกระทั่งปรากฏตัวตรงหน้าเฉินเสี่ยว แล้วฉิงเทียนก็ได้ยิ้มออกมา “ไอ้กะเทยลอบกัดพี่ชายของฉันเหรอ อยากลองไปบินดูสักหน่อยไหม?”
การที่ฉิงเทียนจู่ๆก็มาโผล่ตรงหน้าเขา ทำให้เฉินเสี่ยวตกใจมาก ว่าฉิงเทียนนั้นมาปรากฏตัวตรงหน้าเขาได้อย่างไร ทำให้เขาทำได้แต่ถอยหลบฉิงเทียนเท่านั้น
แต่ไม่ว่าเขาจะหลบอย่างไร เขาก็พบแต่ความสิ้นหวัง ฉิงเทียนนั้นสามารถตามเข้ามาหาเขาได้ตลอดพร้อมๆกับที่เขาหลบ
เมื่อเห็นว่าเขาคงไม่สามารถหลบฉิงเทียนได้แน่ๆแล้ว เฉินเสี่ยวก็ได้ตะโกนออกมาด้วยเสียงแหลมสูง “ไอ้หนู ไปลงนรกซ้า!” แล้วแสงสีแดงจากมือขวาของเขาก็ได้ซัดเข้าไปที่อกของฉิงเทียน
“ถ้านายไม่ตอบ ฉันเลือกให้นายเองก็ได้!” ฉิงเทียนยังคงพูดด้วยสีหน้าที่ยิ้มแย้ม
แล้วเขาก็ได้จับมือขวาของเฉินเสี่ยวด้วยมือขวาของเขาแล้วผลักกลับไป
เกิดเสียงกระดูกหัก “กร๊อบ” ตามมาด้วยเสียงกรีดร้องของเฉินเสี่ยวที่เสียดแทงจิตใจ “อ๊า…..”
“เจ้าทำอะไรลูกสองน่ะ?” ผู้นำตระกูลเฉินเมื่อเห็นลูกชายของเขามีเสียงร้องเจ็บปวดก็ได้ตะโกนดังลั่นห้อง “ผู้อาวุโสหาน ช่วยลูกชายข้าด้วย”
“หึ ในที่สุดก็ยอมออกมาสักทีนะ?” ฉิงเทียนพูด
มีกระบี่หลายสิบเล่มพุ่งเข้าใส่ฉิงเทียน “ไม่ต้องรีบร้อนเจ้าหนู วันนี้จะเป็นวันตายของเจ้า” แล้วตามมาด้วยเสียงของหานซี่
“ในที่สุดก็ออกมาเสียที เอาน้องชายกับเสวี่ยเอ๋อของฉันคืนมา!” เมื่อเห็นคนของสำนักอัคคีที่ในที่สุดก็ปรากฏตัวออกมา ฉิงเทียนก็ได้ไม่เก็บซ่อนอีกแล้วปล่อยรังสีสังหารออกมา พลังที่แข็งแกร่งได้ระเบิดออกมาและกระแทกใส่เฉินเสี่ยวกระเด็นออกไปราวกับขยะ
เฉินเสี่ยวกระแทกเข้ากับกำแพงห้องและร้องโอดครวญออกมา “อั่ก” แล้วเขาก็หมดสติไป
กระบี่อัสนีสวรรค์ก็ได้ปรากฏขึ้นมาในมือของฉิงเทียน แล้วกระบี่อัสนีสวรรค์ในมือของเขาก็ได้ส่องแสงสีเงินออกมา แล้วฉิงเทียนก็ได้พุ่งเข้าหาฝูงกระบี่บินพร้อมด้วยเงาขนาดมหึมาของกระบี่อัสนีสวรรค์ในมือของเขา
เงาขนาดยักษ์นั้นได้พุ่งเข้าใส่ราวกับทะเลคลั่ง ในขณะที่ฝูงกระบี่บินดูราวกับเรือที่อยู่ในทะเล ภายใต้การปะทะกันของพลังปราณกระบี่ กระบี่แต่ละเล่มจึงเกิดการสูญเสียทิศทางดั้งเดิมของพวกมัน บางเล่มก็พุ่งเข้าไปปักกำแพง บางเล่มก็พุ่งปักพื้น มีอยู่ไม่กี่เล่มที่กลับคืนสู่เจ้าของเดิมของมัน
แล้วในห้องนั้นก็ปรากฏเหล่าผู้บำเพ็ญเพียร 10 คนที่ยืนอยู่ข้างหลังของหานซี่ ซึ่งผู้บำเพ็ญเพียรเหล่านี้ล้วนแล้วแต่อยู่ในระดับหยวนยิง
หานซี่ก็ได้ชี้ไปที่ฉิงเทียนด้วยกระบี่ในมือของเขา “ฉิงเทียน เจ้าฆ่าคนของสำนักอัคคีเรา บาปนี้แกจะต้องชดใช้”
“บาปนี้จะต้องชดใช้”
เมื่อเห็นการปรากฏตัวของหานซี่ สีหน้าของผู้นำตระกูลเฉินก็ได้โล่งอกขึ้นมา แล้วสีหน้าของเขาก็ได้เปลี่ยนเป็นอยากร้องไห้ แล้วเขาก็ได้วิ่งเข้าไปหาหานซี่แล้วบอก “ผู้อาวุโสหาน ท่านจะต้องช่วยลูกชายของข้านะ”
ในเวลานี้เฉินชี่และเฉินหยางกำลังช่วยกันประคองเฉินเสี่ยว ที่กำลังจะตาย
เมื่อสักครู่ฉิงเทียนนั้นไม่ได้แสดงความปรานีต่อคู่ต่อสู้ของเขาเลยแม้แต่น้อย ฉิงเทียนเชื่อว่าหากพวกเขาตายลงไปเสียบ้าง ก็จะลดอันตรายลงไปได้บ้าง
หานซี่ก็ได้หันไปมองที่เฉินเสี่ยว ซึ่งกำลังมีทีท่าว่าจะตายอยู่มะรำมะร่อ จึงได้หยิบยาเม็ดสีแดงออกมาจากที่เอวของเขา แล้วใส่เข้าไปในปากของเฉินเสี่ยวแล้วพูด “เจ้าจะรอดหรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับพลังชีวิตของเจ้าแล้ว”
“อะไรนะ?” สีหน้าของผู้นำตระกูลเฉินก็ได้ซีดขึ้นมา สายตาของจ้องไปที่ฉิงเทียนด้วยความเกลียดชัง แต่เขาก็ไม่กล้าที่จะพูดอะไรออกมา เพราะเขารู้อยู่แล้วว่าลำพังคนของตระกูลของเขาไม่ใช่คู่ต่อสู้ของฉิงเทียนเลย และคนที่จะฆ่าฉิงเทียนได้คงมีแค่หานซี่และคนของสำนักอัคคีที่อยู่ข้างหลังเขาเท่านั้น
แล้วหานซี่ก็ได้พูดอย่างมีคุณธรรมสูงส่ง “เจ้าหนู เจ้าช่างเป็นคนชั่วช้าจริงๆ จิตใจของเจ้าก็ยังชั่วช้า วันนี้ข้าจะฆ่าคนกระหายเลือดอย่างเจ้าลงทัณฑ์แกแทนสวรรค์เอง” แล้วเขาก็ทำท่าทางราวกับมีความชอบธรรม
“แม่งเอ๊ย ฉันว่าฉันเคยเห็นคนไร้ยางอายมามาก แต่ฉันไม่เคยเห็นคนที่ไร้ยางอายอย่างหมอนี่มาก่อน อยากรู้จริงๆว่าหน้าแกใช้ปูนยี่ห้ออะไรทำไมถึงได้หนาขนาดนี้ ฉันจะได้ไปหาซื้อมาใช้บ้าง ต่อไปเวลาฉันจะทำอะไรแย่ๆ ฉันจะได้ไม่ละอายแก่ใจตัวเองบ้าง” จ้าวก่างตะโกนเสียงดัง และยกนิ้วโป้งให้กับหานซี่
เมื่อได้ยินที่จ้าวก่างพูด สีหน้าของหานซี่ก็ได้ดำมืดราวกับควันดำขึ้นมาทันที และมองไปที่จ้าวก่างด้วยความโกรธ “เจ้านั่นก็เป็นผู้สมรู้ร่วมคิดกับเจ้าฆาตกรนั่น ฆ่ามันด้วยเลย!”
“แค่นี้ก็จะฆ่าฉันด้วยงั้นเหรอ? โลกนี้ไม่ปล่อยให้คนมีอิสระในการพูดบ้างเลยรึไง กลัวแล้วๆ” จ้าวก่างพูดพร้อมกับลงไปนั่งยองๆและทำท่าทีหวาดกลัวมาก
แล้วหานซี่ก็ได้พูดด้วยสีหน้าที่เย็นชา “ลงมือ! เริ่มตั้งค่ายกลได้”
“ครับ!” แล้วทั้ง 10 คนที่อยู่ข้างหลังเขาก็ได้วิ่งออกไปล้อมรอบฉิงเทียนและจ้าวก่างเอาไว้เป็นวงกลม
จ้างก่างจึงได้รีบไปหลบข้างหลังฉิงเทียนแล้วถามด้วยเสียงค่อยๆ “น้องสี่ นายจัดการได้ใช่ไหม? ชีวิตของพี่ชายอยู่ในมือของนายแล้วนะ!”
“ไม่ต้องกังวลพี่ใหญ่ คนพวกนี้ทำอะไรผมไม่ได้หรอก” ฉิงเทียนทุบอกอย่างมั่นใจ
เมื่อได้ยินว่าคนของเขาถูกฉิงเทียนพูดดูถูก หานซี่จึงได้พูดด้วยความโกรธ “ข้าจะคอยดูว่าแกจะทำเป็นมั่นใจไปได้สักกี่น้ำ”