ร้านค้าจากแดนสวรรค์ - บทที่ 325 ช่วยเหลือ (7)
บทที่ 325 ช่วยเหลือ (7)
พลังวัตรของหานต้งนั้นเหนือกว่าฉิงเทียนแค่ขั้นเดียวเท่านั้น ดังนั้นหานต้งไม่สามารถเอาชนะเขาได้ง่ายๆแน่
“ดี! ข้าจะคุ้มกันเจ้าหนุ่มนั่นให้เอง” ไป๋กงหยางตกปากรับคำ การที่ฉิงเทียนปฏิเสธเขานั้น เขาก็ได้ผงกหัวรับอย่างพึงพอใจ
มันไม่ใช่เรื่องแย่ ที่คนคนหนึ่งอยากจะสู้กับคนที่แข็งแกร่งกว่า สิ่งที่แย่จริงๆคือการคิดหนีทันทีที่เผชิญกับคู่ต่อสู้ที่แข็งแกร่ง ต่อให้คนคนนั้นจะเป็นคนโชคดีเพียงใดก็ตาม ก็ไม่อาจที่จะประสบความสำเร็จในอนาคตได้
การที่ฉิงเทียนปฏิเสธการช่วยเหลือของเขานั้น ก็ได้แสดงให้เห็นว่าฉิงเทียนนั้นมีจิตใจที่เข้มแข็งนัก
ไป๋กงหยางคิดและลงมือ แล้วตัวของจ้าวก่างนั้นจู่ๆก็มีแสงสีทองห้อมล้อมเขาเอาไว้ และลอยอยู่ขึ้นไปในอากาศ และสามารถป้องกันผลกระทบทั้งหมดที่อยู่รอบๆได้
จ้าวก่างที่อยู่ข้างในเอง จู่ๆก็รู้สึกว่าตัวเองปลอดภัยอย่างมาก และพูดอย่างประหลาดใจ “เกิดอะไรขึ้นเนี่ย?” แล้วเอามือไปจับกำแพงแสงนั้น
“นั่นมันอะไรกัน?” หานต้งเองก็รู้สึกประหลาดใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นตรงหน้า แสงนั่นมันอะไรกันแน่
ส่วนฉิงเทียนที่เห็นว่าจ้าวก่างไม่เป็นไรแล้ว ก็ได้ตะโกนไปที่หานต้งอย่างกล้าหาญ “เฮ้ยตาแก่, ลงมาเล่นกับปู่ของแกนี่มา!”
เมื่อหานต้งได้ยินคำด่าของฉิงเทียน สีหน้าของเขาก็มืดและบูดเบี้ยวขึ้นมา แล้วตอบกลับไป “แกรนหาที่ตายนะ ไอ้เด็กเมื่อวานซืน”
“พวกเจ้าไปจับเจ้าเด็กนั่นลงมาให้ข้าที!” หานต้งออกคำสั่งกับคนของสำนักอัคคีที่อยู่ข้างล่าง
“ครับผม” แล้วกลุ่มคนก็ได้พากันวิ่งเข้าไปหาจ้าวก่างที่กำลังลอยอยู่กลางอากาศราวกับหมาป่ากระหาย
“หึ ไอ้เด็กเมื่อวานซืน ข้าคิดที่ปล่อยพวกเจ้ารอดแล้วแท้ๆ แต่เจ้ากลับกล้าพูดด่าข้าก็อย่าหวังจะมีชีวิตรอดกลับไปเลย!” หานต้งพูดอย่างโกรธเกรี้ยว
“มัวพูดบ้าอะไรไร้สาระอยู่ได้ตาแก่!” ฉิงเทียนถือกระบี่อัสนีสวรรค์ก็ได้เรืองแสงออกมาแล้วพุ่งไปที่หานต้ง
“ฮึ่ม!” หานต้งเองก็ได้เข้าไปปะทะกับฉิงเทียนเช่นกันโดยไม่ลังเล แล้วแสงไฟทั้งสองดวงที่ต่างสีกันก็ได้ปะทะกันกลางอากาศ ราวกับดอกไม้ไฟที่สวยงาม ท่ามกลางท้องฟ้าเปิด
“ความสามารถของเจ้าเฒ่านั้นก็เพิ่มขึ้นมาในหลายปีมานี้” ชายชราในชุดนักพรตก็ได้ลูบหนวดของเขาและพูดกับตัวเอง
ด้วยการปะทะกันอย่างรุนแรง ทั้งสองคนก็ได้ถอยหลังออกมาหลายสิบเมตร
ฉิงเทียนจ้องไปมองหานต้งที่ยังคงดูรักษามาดของตัวเองไว้ได้ อย่างที่คิดมันยังมีช่องว่างระหว่างตัวเขากับหานต้งที่มีพลังวัตรอยู่ในชั้นกลางแล้วจริงๆ
ส่วนหานต้งเองก็รู้สึกประหลาดใจเช่นเดียวกันที่พลังวัตรของเจ้าหนูนั่นทรงพลังถึงเพียงนี้ เขาประเมินฉิงเทียนต่ำไป
“มาอีกรอบตาแก่!” ฉิงเทียนคำรามแล้วพุ่งเข้าหาหานต้งอีกครั้ง
หานต้งไม่ได้พูดตอบอะไรกลับมา และไม่ได้ผลีผลามเหมือนตอนแรกด้วย แต่เขากลับถือดาบยาวเล่มนั้นแล้วฟันลงไปยังฉิงเทียน
“หึ คราวนี้ไม่ง่ายหน่อยนะเจ้าเด็กเมื่อวานซืน” หานต้งกล่าว หลังจากที่เขาปล่อยพลังดาบไปแล้ว ร่างกายของเขาก็ได้หายไปราวกับล่องหน
แล้วทั้งหมดที่เกิดขึ้นนี้ก็เป็นราวกับแสงไฟของแคลเซี่ยมคาร์ไบด์ จนกระทั่งฉิงเทียนทำลายแสงไฟนั้น ก็พบว่าหานต้งนั้นได้หายไปแล้ว
แล้วหัวใจของฉิงเทียนบีบแน่นขึ้นมาและคิดในใจว่าแย่แล้ว และอย่างที่เขาคิดเอาไว้ ในตอนที่ฉิงเทียนคิดในใจว่าแย่แล้วอยู่นั้นเอง ก็รู้สึกได้ถึงรังสีสังหารที่แผ่มาจากข้างหลังเขา
“ไปลงนรกซะเจ้าหนู!” หานต้งตะโกนเสียงดัง
แต่จะบอกว่าสายไปแล้วก็ยังเร็วเกินไป มือขวาของเขาที่เคยว่างเปล่า ก็ได้มีกระบี่สายฟ้าโผล่ขึ้นมา จากจากนั้นก็จับกระบี่แน่นแล้วขว้างกระบี่ออกไปหาหานต้ง พร้อมด้วยเสียงที่ดังขึ้นมากระบี่อัสนีสวรรค์ก็ได้กลายเป็นเส้นสายรุ้งแล้วพุ่งไปด้วยความเร็วที่เหนือกว่าดาบยาวในมือของหานต้ง แต่กลับแทงทะลุความว่างเปล่าไป แล้วทำการป้องกันตรงหน้าของฉิงเทียน หานต้งเองก็ไม่ได้ชะงักเลยแม้แต่น้อยจากนั้นก็ได้ง้างดาบราวกับจะตกปลาในบ่อน้ำ แล้วจากนั้นก็ยกมือซ้ายตามขึ้นมาจับดาบยาวแล้วไฟลงไปที่ฉิงเทียนอีกครั้ง
เกิดการสั่นสะเทือนขนาดใหญ่เกิดขึ้น ขาของฉิงเทียนได้จมลงไปในพื้นเป็นเมตร ฉิงเทียนจึงได้รวบรวมพลังที่ขาของเขาแล้วรีบสลัดหลุดออกมาจากพันธนาการของผืนดิน
หานต้งเองก็ได้มองไปที่ฉิงเทียนด้วยความประหลาดใจในสายตาของเขา
เขานั้นรู้สึกทึ่งกับฉิงเทียนมากขึ้นเรื่อยๆ เจ้าเด็กนี่สามารถป้องกันการโจมตีของเขาเมื่อสักครู่ได้ แล้วความเร็วในการตอบสนองของเขานั้นก็เร็วมาก ทำให้ความอยากที่จะฆ่าในใจของเขานั้นมีมากยิ่งขึ้นไปอีก เขานั้นเป็นศัตรูตัวฉกาจสมควรที่จะรีบกำจัดเสียตอนนี้ก่อนที่เขาจะเติบโตเต็มที่ ไม่อย่างนั้นได้เกิดปัญหาตามมาไม่รู้จบแน่!
หานต้งก็ได้ตะโกนออกมาอย่างบ้าคลั่ง ทำให้ทุกคนรอบๆต่างก็ตกใจกับเสียงร้องของเขา เกิดการสั่นไหวแผ่ออกไปทั่วทุกที่ ต้นไม้ก็ปริแตก แม้แต่ลมก็ยังส่งเสียงร้องออกมา! ใบไม้เองก็ได้ลอยไปลอยมาอย่างบ้าคลั่ง และแผ่นดินก็เกิดการสั่นไหวอย่างต่อเนื่อง ในเวลานี้หานต้งนั้นได้แสดงพลังที่แท้จริงของเขาออกมา
ถ้าอย่างนั้นก็ ดาบยาว!
แล้วที่ดาบยาวนั้นเอง ไฟก็ได้ลุกขึ้นมาอย่างโชติช่วง ด้วยตวัดอย่างแรงด้วยมือของเขา ก็เกิดปราณดาบที่พุ่งออกไปพร้อมไฟ และพุ่งเข้าไปหาฉิงเทียน
ไฟนั้นดูทรงพลังราวกับมังกรที่กำลังพุ่งเข้าใส่ฉิงเทียนด้วยความโกรธ
“เจ้าเฒ่านี่มันงัดเอาไม้ตายก้นหีบออกมาเลยรึ?” ในเวลานี้ชายชราที่อยู่บนท้องฟ้าก็ได้จ้องมองมาที่การต่อสู้เบื้องล่างอย่างเคร่งเครียด
ชายสองหญิงสองที่อยู่ด้านหลังเขาเองก็ได้รู้สึกประหลาดใจกับความสามารถในการต่อสู้ของฉิงเทียน
หานต้งนั้นเป็นปรมาจารย์ที่มีชื่อเสียงที่มีพลังวัตรอยู่ในระดับเฟิงเฉินชั้นกลาง แต่ฉิงเทียนกลับไม่หวั่นแม้แต่น้อยทั้งๆที่อยู่ตรงหน้าหานต้ง ช่างเป็นคนที่ร้ายกาจอะไรอย่างนี้ ทั้งสี่คนต่างก็รู้สึกไม่พอใจขึ้นมาในใจของพวกเขาพร้อมกัน
ในเวลานี้ฉิงเทียนที่ถือกระบี่อัสนีสวรรค์ไว้ในมือ ก็ได้เรียกสายฟ้าอัคคีออกมาปรากฏอยู่เหนือกระบี่อัสนีสวรรค์ แล้วตะโกนก้อง “ตาแก่ ขอดูหน่อยเถอะว่าจะแน่สักแค่ไหน?”
พลังวิญญาณของในร่างของฉิงเทียนในเวลานี้ก็ได้ปะทุออกมาราวกับภูเขาไฟ แล้วพลังวิญญาณในร่างของเขานั้นก็ได้ถ่ายเทลงไปในสายฟ้าอัคคีโดยไม่มีกั๊ก
สายฟ้าอัคคีที่ได้รับพลังวิญญาณของฉิงเทียนไปนั้น ก็ได้ส่องแสงสีเงินออกมาแล้วสายฟ้าอัคคีนั้นก็ได้ขยายขนาดขึ้นไปอีกหลาย 10 เมตร
ด้วยการปรากฏตัวของสายฟ้าอัคคีนั้น ได้ทำให้บรรยากาศรอบๆที่กำลังบ้าคลั่งของมังกรไฟหายไปทันที แล้วสายฟ้าอัคคีก็ได้เหมือนกับเด็กที่เอาแต่ใจ จ้องมองไปที่มังกรไฟที่อยู่ตรงหน้าเขา
“ไปเลย!” ฉิงเทียนตะโกนเสียงดัง
แล้วสายฟ้าอัคคีที่ได้รับคำสั่งจากฉิงเทียน ก็เหมือนกับเด็กที่กำลังยินดีวิ่งปรี่เข้าไปหามังกรไฟทันที
สายฟ้าสีเงินนั้นก็ได้กลายร่างเป็นเหมือนมนุษย์สีเงิน แล้วก็อ้าปากใหญ่ๆของมันออกมาราวกับสัตว์ประหลาดขนาดยักษ์ที่เปิดปากออกมา แล้วมังกรไฟก็ได้บินเข้าไปในปากของสายฟ้าอัคคี
เมื่อสายฟ้าอัคคีได้หุบปากลง มังกรไฟก็ได้หายไปทันที
หานต้งที่พบว่าท่าไม้ตายของตัวเองนั้นได้ถูกกลืนกินไปโดยไฟแปลกๆนั้นแล้ว หานต้งก็รู้สึกได้ว่ามังกรไฟที่เขาควบคุมอยู่นั้นเริ่มอ่อนแรงลงเรื่อยๆ
หานต้งนั้นก็เริ่มรู้สึกกระวนกระวายขึ้นมา และพูดพึมพำอะไรบางอย่างอยู่ เขานั้นพยายามเรียกมังกรไฟของเขากลับมา
ในตอนนั้นเองในท้องของสายฟ้าอัคคีนั้น ก็ได้ส่องแสงสีแดงออกมาราวกับว่ามังกรไฟนั้นกำลังพยายามที่จะแหกออกมาตลอดเวลา แต่มีหรือที่ฉิงเทียนจะยอมปล่อยให้ทำสำเร็จได้ และเขาก็ได้ส่งพลังวิญญาณของเขาส่งไปให้สายฟ้าอัคคีอย่างต่อเนื่อง
ภายใต้พลังวิญญาณของฉิงเทียนที่ถูกส่งออกไป แสงสีแดงนั้นก็ได้ค่อยๆหายไป หานต้งก็ได้คิ้วขมวดขึ้นมาเมื่อเห็นเช่นนี้ แล้วในมือของเขานั้นก็ได้พยายามปล่อยพลังวิญญาณของเขาออกมาเพิ่มอย่างต่อเนื่อง
แล้วทั้งสองคนนั้นก็ได้เริ่มประชันพลังวิญญาณกัน ซึ่งว่ากันตามจริงแล้วพลังวัตรของฉิงเทียนที่อยู่ในระดับเฟิงเฉินชั้นต้นนั้นไม่อาจที่จะเป็นคู่ต่อสู้ของหานต้งที่อยู่ระดับเฟิงเฉินชั้นกลางได้เลย
แต่เรื่องบางอย่างก็ไม่ได้เป็นเช่นนั้นเสมอไป ฉิงเทียนนั้นได้ฝึกวิชาสวรรค์โลกามา ถึงแม้ว่าวิชาอัคคีของหานต้งนั้นจะเป็นวิชาเซียนที่สืบทอดมาจากโดยหั่วเต๋อซิงจวินก็ตาม แต่ก็ยังเทียบไม่ได้กับวิชาสวรรค์โลกาของฉิงเทียนเลย
หลังจากนั้นไม่นาน หานต้งก็ได้มีสีหน้าซีดเผือดมากขึ้นเรื่อยๆ จนในที่สุดหานต้งก็ได้หยิบยาออกมาจำนวนมากแล้วโยนเข้าไปในปากของเขา