ร้านค้าจากแดนสวรรค์ - บทที่ 328 บ้าฉิบ, เราไปล่วงเกินเจ้าแม่เข้าให้แล้ว
บทที่ 328 บ้าฉิบ, เราไปล่วงเกินเจ้าแม่เข้าให้แล้ว
หลังจากการโชว์ความสามารถของไป๋กงหยางแล้ว ฉิงหยูจึงได้เชื่อว่าชายชราที่อยู่ตรงหน้าเขาคือเป็นจินเซียนจริงๆ “คุณเป็นจินเซียนจริงๆด้วย!” ฉิงหยูพูดอย่างตื่นเต้น
“ใช่แล้ว ข้าผู้เฒ่าไปก๋งหยางผู้นี้คือลูกศิษย์คนที่สามของสำนักหยางพิสุทธิ์” ไป๋กงหยางพูดอย่างภูมิใจ
“แล้วคุณที่เป็นจินเซียน ทำไมถึงมาอยู่ที่โลกได้เหรอครับ?” หลังจากที่หายตื่นเต้นแล้ว ฉิงหยูก็ได้ถามอย่างสงสัย
“คือว่า….” ไป๋กงหยางรู้สึกอึกอักขึ้นมา เขานั้นจะเสียหน้าต่อว่าที่ศิษย์น้องของเขาไม่ได้ จึงได้ทำเป็นกระแอมแล้วเปลี่ยนเรื่องคุยทันที “ต้องขอบคุณท่านอาจารย์อาฉิง ที่สามารถติดต่อกับท่านอาจารย์ของข้าได้”
ฉิงเทียนก็ได้ผงกหัวแล้วก็มองไปที่ฉิงหยูและซูเสวี่ยที่มองมาที่ฉิงเทียนด้วยสีหน้าที่สงสัย
“พี่ครับ พี่สามารถติดต่อกับอาจารย์ของผมได้อย่างนั้นเหรอครับ?” ฉิงหยูถาม จากที่ศิษย์พี่ของเขาอธิบายมา ผู้ที่จะมาเป็นอาจารย์ของเขาคือหลี่ว์ต้งปิง บุรุษหยางพิสุทธิ์ เขาที่เป็นถึงเซียนในโบราณกาล แล้วพี่ชายของเขานั้นสามารถติดต่อได้อย่างไร ทำให้มีคำถามมากมายอยู่ในหัวของฉิงหยู
ฉิงเทียนจึงได้พูดกับฉิงหยูและซูเสวี่ยด้วยสีหน้าที่จริงจัง “เสี่ยวหยู, เสวี่ยเอ๋อ, ผมมีความความลับบางอย่างจะบอก ซึ่งเรื่องที่ผมจะเล่านี้ไม่ว่าอย่างไรก็ตามพวกคุณก็ห้ามแพร่งพรายออกไปเด็ดขาด”
เมื่อทั้งคู่เห็นสีหน้าที่จริงจังของฉิงเทียนแล้ว พวกเขาก็รู้ว่าเรื่องที่ฉิงเทียนจะเล่านี้ต้องเป็นเรื่องสำคัญมากแน่ ทั้งคู่จึงได้ผงกหัวอย่างจริงจังพร้อมกัน
เมื่อเห็นว่าทั้งคู่นั้นเข้าใจถึงความสำคัญของเรื่องนี้แล้วฉิงเทียนจึงได้พูดขึ้น “เสี่ยวหยู น้องไม่สงสัยบ้างเหรอว่าทำไมพี่ถึงได้มีข้าวของแปลกๆมากมายอยู่ในครอบครอง นั่นก็เพราะว่าพี่ไปได้แอปที่ทำให้พี่สามารถติดต่อกับโลกเซียนได้น่ะสิ?”
คำพูดของฉิงเทียนนั้นเปรียบได้กับฟ้าผ่าลงในใจของฉิงหยูและซูเสวี่ย แอปที่สามารถติดต่อกับโลกเซียนได้ มันจะเป็นไปได้อย่างไรที่จะมีแอปที่ทำแบบนั้นได้
เมื่อเห็นทั้งสองคนที่มีสีหน้าที่ประหลาดใจและยังไม่เชื่อ ฉิงเทียนเองก็รู้ดีว่ามันเป็นเรื่องยากที่จะเชื่อเรื่องแบบนี้ได้ทันที เดิมทีฉิงเทียนเองก็ไม่ตั้งใจจะที่จะเล่าเรื่องนี้ให้ทั้งสองคนนี้ฟังอยู่แล้ว ความลับที่น่าตกใจเช่นนี้นั้น ยิ่งรู้น้อยๆก็ยิ่งดี
แต่หลังจากที่ต้องประสบกับเหตุการณ์ที่ซูเสวี่ยและฉิงหยูถูกจับตัวไปนั้น ฉิงเทียนจึงได้ไม่คิดที่จะปิดบังอีก เขานั้นต้องการที่จะพัฒนาพลังวัตรของทั้งสองคนนี้โดยเร็วที่สุด และเขาเองก็ต้องแข็งแกร่งมากขึ้นกว่าเดิมด้วย
หลังจากนี้ เขาจะมีข้าวของวิเศษมากมายในครอบครองมากขึ้นเรื่อยๆ และก็จะต้องมีคนที่อิจฉาเขามากขึ้นเรื่อยๆตามมาเช่นกัน โดยเฉพาะพวกที่ชอบแหกกฎ ดังนั้นเขาจำต้องทรงพลังมากพอจะจัดการกับพวกชอบแหกกฎพวกนั้นได้ และไม่ใช่แค่เพื่อตัวเขาเอง แต่เพื่อเสวี่ยเอ๋อและเสี่ยวหยูด้วย เขาจะไม่ยอมให้เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นอีก
“หากน้องยังไม่เชื่อพี่ เดี๋ยวพี่จะติดต่อไปยังท่านอาจารย์ของน้องให้เดี๋ยวนี้แหละ” ว่าแล้วฉิงเทียนก็ได้หยิบโทรศัพท์มือถือออกมาจากแหวนเก็บของแล้วเปิดถาวเป่าสวรรค์ขึ้นมา
ฉิงหยูและซูเสวี่ยก็ได้มองไปที่ฉิงเทียนด้วยสีหน้าที่อ้ำอึ้ง แอปถาวเป่าเนี่ยน่ะเหรอที่สามารถใช้ติดต่อกับโลกเซียนได้? ถาวเป่าสามารถทำเรื่องสุดยอดแบบนั้นได้ตั้งแต่เมื่อไรกัน?
ฉิงเทียนที่เปิดถาวเป่าสวรรค์ขึ้นมาก็พบว่าในกลุ่มฮัวกั่วซานและกลุ่มแลกเปลี่ยนสุขาวดีนั้นมีข้อความไม่ได้อ่าน 90+
เทพเซียนเหล่านี้ช่างว่างงานกันเสียจริงๆ! ฉิงเทียนอดที่จะคิดเช่นนี้ไม่ได้ แต่ในตอนนี้เขาไม่มีเวลาที่จะมาดูเทพเซียนพวกนี้คุยกัน
แล้วเขาก็พบว่าหลี่ว์ต้งปิงนั้นอยู่ในห้องกลุ่มแลกเปลี่ยนสุขาวดีด้วยจึงได้ทักไป “สหายหลี่ว์อยู่หรือไม่?”
ไม่นานนักหลี่ว์ต้งปิงก็ได้ตอบกลับมา “อยู่สิ สหายฉิงมองหาข้าทำไมรึ?”
ในเวลานี้ฉิงหยูและซูเสวี่ยที่ยืนมองอยู่ข้างๆนั้น ก็พบว่าถาวเป่าที่ฉิงเทียนเปิดขึ้นมานั้น ยิ่งพวกเขาดูยังไงพวกเขาก็ยิ่งแปลกใจ ทำไมระบบของถาวเป่านี้ถึงได้มีระบบตั้งกลุ่มแชทอย่างในวีแชทด้วย
การตั้งกลุ่มได้ก็เรื่องหนึ่ง แต่ทำไมชื่อของกลุ่มเหล่านี้ก็ยังแปลกๆอีกด้วย จะกลุ่มแลกเปลี่ยนสุขาวดีก็ดี หรือกลุ่มฮัวกั่วซานก็ดี หรือว่าแอปนี้จะสามารถใช้ติดต่อกับโลกเซียนได้จริงๆ
ไป๋กงหยางที่พบว่าทั้งสองคนนี้มีสีหน้าที่ประหลาดใจ เขาจึงได้อธิบาย “ไม่ต้องแปลกใจไปหรอก ที่อาจารย์อาฉิงกล่าวเป็นเรื่องจริง แอปนี้สามารถใช้ติดต่อโลกเซียนได้จริงๆ”
“ว้าว” ฉิงหยูและซูเสวี่ยต่างก็รู้สึกเลือดร้อนขึ้นมาทันที พวกเขาต่างก็รู้ดีว่ามันสำคัญเช่นไรสำหรับเหล่าผู้บำเพ็ญตนในเวลานี้
ในเวลานี้ฉิงหยูก็ได้ตื่นเต้นมากยิ่งขึ้นไปอีก ที่เขาจะได้คารวะนับถือหลี่ว์ต้งปิงเป็นอาจารย์ของเขา หลี่ว์ต้งปิงนั้นเป็นถึง 1 ในแปดเซียนจากที่ปรากฏตัวในละครในทีวีหลายๆเรื่อง เมื่อคิดเช่นนี้แล้วฉิงหยูก็รู้สึกเร่าร้อนขึ้นมา
อีกทางด้านหนึ่งหลี่ว์ต้งปิงที่คิดจะติดต่อวิดีโอคอล แล้วจู่ๆก็ขึ้นข้อความมาว่าฝั่งตรงข้ามไม่สามารถวิดีโอคอลได้เนื่องจากมีหินเซียนไม่เพียงพอ
หลี่ว์ต้งปิง: เจ้าไม่มีหินเซียนเหลือในบัญชีเลยอย่างนั้นรึสหายฉิง? ข้าไม่สามารถวิดีโอคอลกับเจ้าได้เลย
แล้วฉิงเทียนก็นึกขึ้นได้ว่าวิดีโอคอลนั้นจำเป็นต้องใช้หินเซียนในการติดต่อ แล้วหินเซียนที่เหลือในบัญชีทั้งหมดของเขาก็ได้ใช้ซื้ออาคมที่ติดตั้งในเกาะดอกท้อไปแล้ว
ฉิงเทียน: จริงด้วยสิ ผมไม่มีหินเซียนเหลือติดในบัญชีเลย งั้นเอาไว้ก่อนก็แล้วกัน แล้วเดี๋ยวผมจะให้คุณเจอกับเสี่ยวหยู
หลี่ว์ต้งปิง: ถ้าอย่างนั้น ก็ให้เสี่ยวหยางเป็นคนสอนเสี่ยวหยูไปก่อน!
แล้วในตอนนั้นเอง ฉิงเทียนก็ได้นึกสงสัยขึ้นมา ซึ่งเขาเองก็เคยสงสัยมาตลอด ทั้งๆที่เขาประสบความสำเร็จอย่างใหญ่หลวงในงานเลี้ยงลูกท้อแล้วแท้ๆ แต่ทำไมถึงไม่มีเซียนคนไหนติดต่อมาหาเขาบ้างเลย?
ดังนั้นฉิงเทียนจึงได้พิมพ์ถามลงไปในโทรศัพท์มือถือ: ช่วงนี้มีเหตุการณ์อะไรใหญ่ๆเกิดขึ้นบนสวรรค์บ้างหรือเปล่า?
หลี่ว์ต้งปิง: ถามทำไมรึ?
ฉิงเทียน: ผมก็แค่ถามเฉยๆน่ะ ผมสงสัยว่าทำไมร้านของผมนั้นถึงได้ไม่มีลูกค้าเขามาบ้างเลย
ในเวลานี้หลี่ว์ต้งปิงที่กำลังดื่มด่ำกับการดื่มชาอยู่ในตำหนักของเขานั้นเมื่อเห็นคำถามของฉิงเทียนเข้า ชาที่เขาจิบเข้าไปก็แทบจะพ่นออกมาแล้วถามกลับไปอย่างประหลาดใจ “สหายฉิงยังไม่รู้เรื่องอย่างนั้นเหรอ?”
หลี่ว์ต้งปิงรู้สึกขมขื่นใจขึ้นมา จริงๆแล้วเขาเองก็อยากที่จะซื้อของจากร้านของเขาเช่นกัน เขามีของที่อยากจะซื้อจากร้านนั้นมานานแล้ว แต่เบื้องบนนั้นได้สั่งห้ามไม่ให้เหล่าเซียนซื้อของจากร้านของฉิงเทียน ซึ่งในช่วงนี้ในกลุ่มแลกเปลี่ยนสุขาวดีนี้ก็ได้หารือกันในเรื่องนี้อยู่
ซึ่งเหล่าคนเช่นเขาในกลุ่มแลกเปลี่ยนสุขาวดีนั้นต่างก็คิดว่าฉิงเทียนนั้นรู้เรื่องนี้แล้ว แต่ในเวลานี้ดูเหมือนว่าเขานั้นจะยังไม่รู้เรื่องนี้เลย
หลี่ว์ต้งปิง: สหายฉิง เจ้าได้ไปทำให้คนอื่นโกรธเข้าให้แล้ว!
ฉิงเทียนอ่านข้อความของหลี่ว์ต้งปิงแล้วและคิดว่าเขาไปล่วงเกินใครเข้าอีก คนเดียวที่เขาไปทำให้โกรธในโลกเซียนก็คือหั่วเต๋อซิงจวิน! แต่คนคนนี้ก็คงไม่สามารถพอที่จะสั่งห้ามไม่ให้เซียนทั้งหมดหยุดซื้อของจากร้านของเขาได้
ฉิงเทียนจึงได้รีบถามกลับไป: ผมได้ไปทำให้ใครโกรธเข้าเหรอครับ?
หลี่ว์ต้งปิง: สหายฉิง ข้าว่าเจ้าควรจะไปลองถามในกลุ่มแลกเปลี่ยนสุขาวดีดูเองแล้วล่ะ!
เมื่อเห็นหลี่ว์ต้งปิงกล่าวเช่นนี้ ฉิงเทียนก็ได้กดกลับเข้าไปที่กลุ่มแลกเปลี่ยนสุขาวดี ส่วนฉิงเทียนก็ได้เอามือขึ้นมาจับหัวของเขา แล้วหน้าของเขาก็ได้จมลงไปทันทีที่เขาเห็นข้อความ
จากข้อความที่พิมพ์กันโดยเหล่าเทพเซียนนั้น พบว่าเขานั้นได้ไปทำให้เจ้าแม่หวังหมู่โกรธเข้า ส่วนเหตุผลนั้นแม้แต่เทพเซียนเหล่านี้ก็ยังไม่ทราบ
พวกเขารู้เพียงแค่ว่าเจ้าแม่หวังหมู่นั้นได้มีคำสั่งไม่ให้เหล่าเซียนซื้อของใดๆจากร้านโลกมนุษย์ หากใครฝ่าฝืนโทษเบาถูกหักเงินเดือน หากฝ่าฝืนร้ายแรงอาจจะโดนถูกส่งให้ไปเกิดใหม่
ด้วยคำสั่งที่เข้มงวดเช่นนี้ ฉิงเทียนก็ได้เข้าใจว่าทำไมร้านค้าของเขานั้นถึงได้ไม่มีลูกค้าเข้ามาเลย
เมื่อเห็นว่าฉิงเทียนนั้นมีสีหน้าที่แย่มาก ซูเสวี่ยจึงได้ถาม “ฉิงเทียน คุณเป็นอะไรไป?”
ฉิงเทียนจึงได้สูดลมหายใจเข้าลึกๆ แล้วเก็บโทรศัพท์ลงไปในแหวนเก็บของ แล้วก็ได้ยิ้มตอบกลับไป “ไม่เป็นไร” แล้วจากนั้นเขาก็ได้หันไปคุยกับไป๋กงหยาง “หลานไป๋ ผมไม่มีหินเซียนเหลือในบัญชีเลย ตอนนี้ผมเลยยังคุยกับอาจารย์ของคุณไม่ได้ชั่วคราว เอาไว้รอผมมีหินเซียนในบัญชีก่อน แล้วผมจะให้เสี่ยวหยูพบกับอาจารย์ของเขา!”
“ต่อจากนี้ เรื่องของเสี่ยวหยูก็ต้องรบกวนคุณแล้ว! ถ้าเกิดขาดเหลืออะไรก็บอกผมได้เลย” ฉิงเทียนกล่าวอย่างสุภาพ แล้วจากนั้นก็ถอดแหวนที่แปลงมาจากกระถางกำยานวิญญาณออกแล้วส่งให้กับมือของฉิงหยู