ร้านค้าจากแดนสวรรค์ - บทที่ 330 เจ้าแม่หวังหมู่ป่วย
บทที่ 330 เจ้าแม่หวังหมู่ป่วย
ฉิงเทียน: พี่ไป๋ครับ พี่ช่วยบอกให้ชัดๆทีสิครับ
ฉิงเทียนนั้นยังคิดไม่ออกว่าเขาไปทำให้เจ้าแม่หวังหมู่โกรธได้อย่างไร จึงคิดไม่ออกว่าเขาจะหาทางทำให้เจ้าแม่หายโกรธได้อย่างไรเช่นกัน ไม่อย่างนั้นคงไม่มีเซียนคนไหนมาซื้อของในร้านถาวเป่าของเขาแน่ เธอนั้นเป็นถึงราชินีแห่งสวรรค์ ผู้ที่อยู่เหนือเซียนนับหมื่น ไม่สิบางทีอาจจะมากกว่าหมื่นอีก ฉิงเทียนนึกได้ว่าองค์เง็กเซียนที่เขาเห็นในทีวีก็ดูเหมือนจะแพ้ภรรยาเช่นกัน
ดังนั้นฉิงเทียนจำเป็นต้องรู้เรื่องนี้ให้สุดและถามหาความจริงให้ได้
ไท่ไป๋จินซิงก็ได้มองดูข้อความที่ฉิงเทียนส่งมาก็ได้ยิ้มอย่างแห้งๆออกมาและพูดกับตัวเอง: เฮ้อ น้องฉิง ทำไมเจ้าถึงได้ทึ่มขนาดนี้นะ? เจ้าได้ขโมยหัวใจของลูกสาวคนอื่นไปแล้ว คนเป็นแม่ก็ต้องโกรธน่ะสิ
ไท่ไป๋จินซิงถอนหายใจและพิมพ์ตอบกลับไป: น้องฉิง ข้าล่ะชื่นชมเจ้าจริงๆ เจ้ามาอยู่บนสวรรค์แค่ไม่กี่วัน แต่กลับช่วงชิงหัวใจขององค์หญิงแปดบนสวรรค์ไปเสียแล้ว ส่วนข้านั้นช่างไม่รู้เรื่องอะไรแบบนี้เลย สงสัยข้าคงจะต้องให้เจ้าสอนข้าจีบสาวบ้างเสียแล้ว รู้ไหมน้องฉิง จนป่านนี้ข้าก็ยังโสดอยู่เลย
เมื่อเห็นข้อความที่ขึ้นมาในโทรศัพท์มือถือ ฉิงเทียนก็ได้หัวระเบิดแล้วตะโกนออกมา “มันจะเป็นไปได้ยังไง?
แล้วเขาก็ฉุกคิดได้ว่าซูเสวี่ยนั้นยังอยู่ข้างๆเขา จึงได้แอบหันไปมองอย่างรู้สึกผิด ก่อนจะโล่งอกเมื่อพบว่าเธอนั้นยังไม่ฟื้นขึ้นมา
นิ้วของเขาก็ได้รีบกดมือถือตอบกลับอย่างรวดเร็ว: พี่ไท่ไป๋ครับ พี่อย่าพูดล้อเล่นแบบนี้สิครับ!
แล้วฉิงเทียนก็ได้นึกถึงภาพของฮ่าวอวิ๋นในชุดโบราณตอนในงานเลี้ยงลูกท้อขึ้นมาได้ในหัว ช่างเป็นความงามที่ทำให้แม้แต่คนบนสวรรค์ต้องตะลึง
แต่คนอย่างเธอนั้นจะมาชอบเขาได้อย่างไร เธอที่เป็นองค์หญิงแปดที่เป็นเหมือนดอกฟ้างามอยู่บนสวรรค์ แต่สถานะของเขาในโลกเซียนนั้นเป็นแค่ขุนนางระดับเก้า ซึ่งไม่ต่างอะไรไปจากหมาวัดเมื่อเทียบกับเธอ ยิ่งไปกว่านั้นตำแหน่งขุนนางระดับเก้านั้นก็ยังเป็นตำแหน่งทีได้รับมาจากพ่อของเธอ
ในขณะที่ฉิงเทียนกำลังใช้ความคิดอยู่แล้ว ฉิงเทียนก็รู้สึกได้ว่าโทรศัพท์ของเขาสั่นขึ้นมา
ไท่ไป๋จินซิง: น้องฉิง ข้าไม่ได้หลอกเจ้า องค์หญิงแปดนั้นถูกกักบริเวณอยู่ทะเลสาบเหยาฉีและไม่อนุญาตให้ออกมาข้างนอกเลย นี่เป็นครั้งแรกเลยที่ข้าเห็นเจ้าแม่หวังหมู่นั้นทำกับองค์หญิงแปดเช่นนี้ ไม่ใช่ว่าข้าไม่อยากช่วยเจ้าหรอกนะน้องข้า แต่ข้าเองก็ไม่รู้ว่าความสุขุมของเจ้าแม่นั้นหายไปอยู่ที่ไหนในสวรรค์แล้ว ตอนนี้ไม่มีใครกล้าที่จะไปซื้อของจากร้านของเจ้าหรอก
“ไม่แปลกใจเลยว่าตอนที่ผมออกมาจากโลกเซียนนั้น ผมรู้สึกได้ว่าสายตาของเจ้าแม่นั้นมีอะไรไม่ถูกต้อง ที่แท้ก็เป็นอย่างนี้นี่เอง!” ฉิงเทียนยิ้มอย่างแห้งๆ
“เฮ้อ!” ฉิงเทียนถอนหายใจออกมา จากนิสัยของฮ่าวอวิ๋นในความทรงจำของเขาแล้ว การที่เธอถูกขังอยู่แต่ในเหยาฉีนั้นคงเป็นอะไรที่แย่กว่าฆ่าเธอเสียอีก
ดูเหมือนว่าเขาจะต้องหาทางเอาใจเจ้าแม่เสียแล้ว อย่างหนึ่งก็เพื่อที่จะทำให้เจ้าแม่อารมณ์ดีขึ้นและยอมปล่อยฮ่าวอวิ๋น และอีกอย่างหนึ่งก็เพื่อทำให้เหล่าเซียนบนสวรรค์สามารถที่จะซื้อของจากร้านของเขาได้เสียที
“เฮ้อ แต่หนทางช่างยาวไกลนัก!” ฉิงเทียนถอนหายใจออกมา มันเป็นเรื่องยากมากที่เอาใจผู้หญิงที่มีชีวิตอยู่มานานถึงหมื่นปีแสนปีได้อย่างไร ยิ่งไปกว่านั้นก็ยังเป็นหญิงสาวที่สมบูรณ์อยู่แล้ว ไม่ว่าเธอเอ่ยปากอะไรเธอก็ได้ตามที่ต้องการ บางทีเรื่องนี้คงยังจากเสียกว่าการขึ้นสวรรค์เสียอีก!
ฉิงเทียนจึงได้ถามกลับไปในโทรศัพท์: พี่ไท่ไป๋ครับ มีอะไรที่เธอชื่นชอบเป็นพิเศษบ้างไหมครับ?
ไท่ไป๋จินซิงที่อยู่บนสวรรค์ก็ได้จ้องมองไปที่ข้อความที่ส่งมาโดยฉิงเทียน เขาก็ได้ลูบหนวดของเขาแล้วยิ้ม “เป็นคนที่สอนได้จริงๆ น้องฉิงของเราไม่ใช่คนที่โง่เกินไป เขารู้ว่าเขาควรจะทำอย่างไร”
ไท่ไป๋จินซิง: เจ้าแม่นั้นก็พอจะมีสิ่งที่นางชอบทำอยู่บ้าง แต่ข้าคิดว่ามันยังไม่เพียงพอที่จะทำให้นางยอมปล่อยเจ้าไปหรอก ในความคิดของข้านั้นมีอยู่อย่างหนึ่งที่พอจะทำให้เจ้าแม่ยอมปล่อยเจ้าไป
ฉิงเทียนก็ได้พิมพ์กลับไปอย่างตื่นเต้น: อะไรเหรอครับ?
ไท่ไป๋จินซิงกล่าว: เจ้าแม่หวังหมู่นั้นติดอยู่ในระดับจุ่นเชิ่งชั้นกลางมานานกว่า 10,000 ปีแล้ว ถ้าเกิดเจ้าสามารถทำให้นางสามารถบรรลุถึงชั้นปลายได้ บางทีเจ้าแม่อาจจะยินดีอย่างมากและยอมปล่อยเจ้าไปก็ได้
อ่านข้อความที่ได้มาจากไท่ไป๋จินซิงแล้ว ฉิงเทียนก็รู้สึกอยากที่จะฆ่าเขาขึ้นมา บรรลุจุ่นเชิ่งชั้นปลายงั้นเหรอ? ตอนนี้เขายังอยู่แค่ระดับเฟิงเฉินเอง จะมีปัญหาอะไรไปช่วยเจ้าแม่ให้บรรลุไปยังระดับจุ่นเชิ่งชั้นปลายได้ เจ้าแม่นั้นติดอยู่ในระดับนี้มาเป็นเวลา 10,000 ปีแล้ว ซึ่งหากเธอต้องการสิ่งใดแล้ว เขาที่เป็นแค่มนุษย์ตัวจ้อยนั้นจะไปหามาให้ได้อย่างไร
ฉิงเทียนก็ได้ตอบกลับไปอย่างช่วยไม่ได้: พี่ไท่ไป๋ครับ พี่อย่าล้อเล่นแบบนี้สิครับ ผมจะทำแบบนั้นได้อย่างไร?
ไท่ไป๋จินซิง: น้องฉิง ไม่ใช่ว่าเป็นเจ้าหรอกเหรอที่ได้ให้เพลงนั้นแก่ซุนหงอคงแล้วทำให้เขาสามารถบรรลุชั้นจุ่นเชิ่งได้ บางทีเจ้าก็ลองหาบทเพลงที่แต่งเกี่ยวกับเจ้าแม่ดู แล้วส่งมาให้บางทีเจ้าแม่อาจจะบรรลุเหมือนกับซุนหงอคงก็ได้
จริงว่าการที่มัวแต่คุยไปก็ไม่ได้อะไรขึ้น ต้องลองลงมือทำดู แต่ทว่าภาพลักษณ์ของเจ้าแม่บนโลกนั้นไม่ค่อยดีมากนัก จึงไม่มีใครเลยที่คิดจะแต่งเพลงให้เธอ และหากจะมีใครสักคนที่จะแต่งเพลงให้กับเธอแล้วล่ะก็ คงจะแต่งเพลงด่าเธอเสียมากกว่า
ฉิงเทียนจึงได้พูดอย่างช่วยไม่ได้: พี่ไท่ไป๋ครับไม่มีเพลงที่เกี่ยวกับเจ้าแม่หวังหมู่หรอกครับ
ไท่ไป๋จินซิง: ถ้าเช่นนั้นข้าก็ช่วยเจ้าไม่ได้จริงๆ น้องฉิง นี่ถ้ายังเป็นเจ้าแม่เมื่อหมื่นปีก่อน ข้ายังคงพอจะช่วยเจ้าเกลี้ยกล่อมเจ้าแม่ได้อยู่ ในสมัยที่นางยังพูดอย่างนุ่มนวลและสุขุม แต่เดี๋ยวนี้กลับขี้โมโหมากขึ้นเรื่อยๆ จึงไม่มีใครที่กล้าจะเสนอแนะอะไรกับนางเลย น้องฉิงคงต้องจัดการเองแล้วล่ะ!
ทำไมอาการของเจ้าแม่หวังหมู่นั้นถึงได้ดูเหมือนกับผู้หญิงที่หมดประจำเดือนนักนะ หรือว่าเซียนเองก็มีประจำเดือนนะ ฉิงเทียนมองไปที่ข้อความของไท่ไป๋จินซิง ซึ่งยิ่งเขามองมากเท่าไร เขาก็ยิ่งรู้สึกได้ว่าเจ้าแม่นั้นเหมือนผู้หญิงหมดประจำเดือนมากยิ่งขึ้น
เมื่อคิดได้เช่นนี้ตาของฉิงเทียนก็ได้ส่องแสงออกมา ถ้าเขาสามารถหาอาการของเจ้าแม่ได้ แล้วก็หายาที่ถูกต้องให้กับเจ้าแม่ บางทีเรื่องนี้ก็อาจจะแก้ไขได้ก็ได้
ฉิงเทียนจึงได้รีบตรวจสอบอาการของผู้หญิงหมดประจำเดือนผ่านเน็ต และส่งไปให้กับไท่ไป๋จินซิง: พี่ไท่ไป๋ครับ เจ้าแม่นั้นมีอาการโกรธบ่อยขึ้น เหนื่อยง่าย เบื่อไว ขาดความมั่นใจ แล้วยังหดหู่ กระวนกระวาย นอนน้อย และความต้องการทางเพศลดลงบ้างไหมครับ
ไท่ไป๋จินซิงก็ได้มองดูข้อความที่ฉิงเทียนส่งมา ซึ่งยิ่งเขาอ่านมากเท่าไร เขาก็ยิ่งรู้สึกใช่มากขึ้น โดยเฉพาะช่วงท้ายๆที่ทำให้เขาประหลาดใจมาก เพราะสิ่งที่ฉิงเทียนบอกมานั้นมันช่างตรงกับเจ้าแม่จริงๆ
เขาจึงได้คิดในใจ: น้องฉิงนั้นรู้อาการเหล่านี้ได้อย่างไร เขาเองก็เคยได้ยินองค์เง็กเซียนบ่นออกมาโดยบังเอิญ แล้วยังกำชับเขาไม่ให้เอาไปบอกใครต่อด้วย ถ้าเกิดองค์เง็กเซียนรู้เข้าว่ามีคนอื่นที่รู้เรื่องนี้เข้า องค์เง็กเซียนคงได้สงสัยว่าตัวเขาเป็นคนที่ปล่อยเรื่องนี้ไปแน่ เมื่อคิดเช่นนี้แล้วไท่ไป๋จินซิงก็รู้สึกขนลุกซู่ขึ้นมา
จึงได้รีบพิมพ์กลับไป: น้องฉิง เจ้ารู้เรื่องนี้พวกนี้ได้อย่างไร? เรื่องพวกนี้มีแต่เหล่านางฟ้าที่ใกล้ชิดกับเจ้าแม่เท่านั้นถึงจะรู้ เป็นไปไม่ได้ที่เจ้าจะรู้ได้มากเช่นนี้ โดยเฉพาะอย่างหลังๆ!
“ฮ่าๆ เจ้าแม่หวังหมู่นั้นมีอาการหมดประจำเดือนจริงๆด้วย!” ฉิงเทียนตะโกนออกมาอย่างยินดีในใจ ในที่สุดเขาก็รู้สาเหตุของเจ้าแม่แล้วตอนนี้ก็เหลือแค่เขาหายารักษาอาการที่ถูกต้องเท่านั้น
ฉิงเทียน: พี่ไท่ไป๋ครับ ทำไมผมถึงได้รู้น่ะเหรอครับ ก็เพราะว่านี่เป็นการของโรคๆหนึ่งน่ะครับ
ไท่ไป๋จินซิงก็ได้ตกใจมากขึ้นกว่าเดิมอีก มันจะเป็นไปได้อย่างไรที่เจ้าแม่จะป่วย? เจ้าแม่นั้นอยู่ในระดับจุ่นเชิ่งซึ่งหลุดพ้นจากการเวียนว่ายตายเกิดแล้ว แล้วจะมีการเจ็บป่วยได้อย่างไร และเจ้าแม่เองก็ยังไปที่สถานพยาบาลเพื่อตรวจสุขภาพโดยตลอด นางจะป่วยได้เช่นไร
แต่เมื่อเขาเห็นว่าฉิงเทียนนั้นพูดออกมาอย่างมั่นใจ และฉิงเทียนที่ไท่ไป๋จินซิงรู้จักนั้นก็ไม่ใช่คนที่จะพูดอะไรสุ่มสี่สุ่มห้าด้วย ด้วยสีหน้าที่ประหลาดใจเขาก็ได้คิดในใจอย่างสงสัย “หรือว่าเจ้าแม่นั้นจะป่วยจริงๆ”