ร้านค้าจากแดนสวรรค์ - บทที่ 352 อวี๋หยาง
บทที่ 352 อวี๋หยาง
แผนกประชาสัมพันธ์
ฉิงเทียนนั่งอยู่โต๊ะของเขา รายล้อมไปด้วยฝูงนกกระจิบและนกนางนวล แต่ละคนต่างก็โชว์ต้นขาขาวๆโฉบหน้าฉิงเทียนไปมา ฉิงเทียนถึงได้เริ่มเข้าใจว่าทำไมซูเสวี่ยถึงได้บอกกับเขาให้เขาควบคุมตัวเองให้ดี แล้วอย่าได้ไปแตะต้องดอกไม้หรือหญ้าข้างทางเด็ดขาด เมื่อเขามาถึงเขาก็พบว่าตัวเองอยู่ในแดนของผู้หญิงชัดๆ!
ทั้งแผนกประชาสัมพันธ์นั้นเต็มไปด้วยผู้หญิงนอกจากเขา ถึงจะมีกลุ่มสาวแมนรวมอยู่ด้วยก็เถอะ!
ในเวลานี้ฉิงเทียนที่กำลังนั่งอยู่ก็ได้ถูกกระแทกโดยเก้าอี้ของผู้หญิงคนหนึ่ง เธอนั้นมีร่างกายอย่างกะปีศาจสาวด้วยผมสีดำเป็นลอน ต้นขาที่เพรียวบางที่อยู่ภายในกระโปรงสั้นสีดำ ซึ่งแสดงให้เห็นสัดส่วนที่ได้รูปของเธอ เธอนั้นเป็นดั่งปีศาจสาวยั่วสวาทยิ่งกว่าซูเสวี่ยเสียอีก
“นี่สุดหล่อ คุณมีความสัมพันธ์อะไรกับเสวี่ยเอ๋อของพวกเราอย่างงั้นเหรอ?” แล้วสาวสุดสวยคนนั้นก็ได้ใช้ต้นขาขาวดุจหิมะของเธอคร่อบบนต้นขาของฉิงเทียน จากนั้นก็โน้มตัวลงมา จนเห็นหน้าอกขาวๆสองลูกอยู่ตรงหน้าของฉิงเทียน
“ฮิๆ พี่อวี๋ อย่ากลั่นแกล้งรองประธานคนใหม่ของพวกเราสิคะ” แล้วกลุ่มสาวๆอายุราวๆ 20 ต่างก็พากันปิดปากแล้วหัวเราะคิกคัก
แล้วในตอนนั้นเองที่ฉิงเทียนรู้สึกว่าเขานั้นกำลังถูกแกล้งอยู่ คนอย่างเขากลับมาถูกแกล้งโดยผู้หญิงเช่นนี้ ถึงคุณลุงจะทนได้แต่คุณป้าทนไม่ได้หรอก ฉิงเทียนก็ได้ยื่นมาของเขาออกไปและดึงแขนนุ่มๆของเธอเข้ามา
“อ๊ะ” หญิงสาวสุดเซ็กซี่ตะโกนออกมา เธอนั้นล้มตัวมาข้างหน้า แล้วสัมผัสนุ่มๆสองลูกใหญ่ๆของเธอก็ได้ลงมาแนบกับหน้าอกของฉิงเทียน!
“หึๆ สาวสวย คนอย่างผมไม่ชอบโดนรังแกนักหรอกนะ!” ฉิงเทียนพูดขณะที่ลูบไล้ไปที่บริเวณเอวนุ่มๆของพี่อวี้ แล้วในตอนนั้นเองที่ใบหน้าสวยๆของเธอก็แดงขึ้นมาและหัวใจของเธอก็เต้นตูมตาม
“อ๊ะ พี่อวี้โดนเอาคืนซะแล้ว!” แล้วกลุ่มสาวๆก็ได้พากันหัวเราะ
“ก็ได้ๆ เรามาเข้าเรื่องของเรากันดีกว่า! ฉันขอแนะนำก่อน ฉันชื่ออวี้หยาง เป็นหัวหน้าของแผนกประชาสัมพันธ์ค่ะ!” อวี้หยางได้ทำการจัดเสื้อกับกระโปรงให้เข้าที่และลุกจากฉิงเทียน
เมื่อเห็นใบหน้าที่เขินอายเมื่อสักครู่กลับกลายเป็นจริงจังขึ้นมา ฉิงเทียนก็ได้ยื่นมือของเขาและแนะนำตัว “ฉิงเทียน”
ณ ห้องทำงานของเฝิงจ้าว ซึ่งตอนนี้มีผู้คน 3-4 คนมาจับกลุ่มคุยกันในห้องทำงานของเขา
“คุณเฝิง เพราะคุณทำเฉยกับเรื่องนี้ ตำแหน่งรองประธานจึงถูกเจ้าหน้าหล่อนั่นเอาไป” หนึ่งในนั้นได้พูดขึ้นมาด้วยสีหน้าที่แย่มาก
“ใช่แล้วคุณเฝิง ถึงคุณจะยอม แต่พวกเราพี่น้องจะไม่ยอมอยู่เฉยหรอกนะ” แต่ละคนต่างก็พูดด้วยความเดือดดาล
แล้งเฝิงจ้าวก็ได้พูดอย่างดูถูก “ไม่ต้องกังวลไป เขาอยู่ได้สบายๆอีกไม่นานหรอก เมื่อนั้นก็จะถึงตาของเราพี่น้องทุกคน”
“เข้าใจแล้ว ถ้าอย่างนั้นก็รีบลงมือกันเถอะ!” แล้วกลุ่มคนต่างก็พากันออกจากห้องไปด้วยรอยยิ้มที่ชั่วร้าย แล้วเมื่อทุกคนออกไปหมดแล้ว เฝิงจ้าวก็ได้หยิบโทรศัพท์ของเขาขึ้นมาแล้วโทรออก
“ผลิตภัณฑ์ของตระกูลซูนั้นเสร็จสมบูรณ์แล้ว เราจะเริ่มลงมือได้เมื่อไร
“ไม่ต้องรีบร้อน คนของเราได้ปลอมตัวเข้าไปในบ้านสกุลซูแล้ว แล้วผมจะบอกคุณอีกทีว่าพวกเราจะเริ่มลงมือได้เมื่อไร?” เสียงที่ฟังดูลึกลับตอบกลับมา
“แล้วที่เราตกลงกันเอาไว้ล่ะ?” เฝิงจ้าวก็ได้ถามอย่างตื่นเต้น
“ขอเพียงทางเราได้ของมา เงิน 100 ล้านดอลลาร์ก็จะถูกโอนเข้าบัญชีของคุณทันที!”
“ตามนั้น” แล้วเฝิงจ้าวก็ได้วางสายโทรศัพท์อย่างตื่นเต้น แล้วจากนั้นก็ได้ทำสีหน้าที่ชั่วร้ายออกมาแล้วพูดกับตัวเอง “ เมื่อใดที่น้ำเยาว์วัยถูกบริษัทนี้เอาไปเมื่อไร หุ้นของตระกูลซูจะต้องตกลงฮวบฮาบแน่ แล้วเราก็จะอาศัยโอกาสนั้นช้อนซื้อหุ้น ซูกรุ๊ปก็จะเปลี่ยนเจ้าของในอีกเร็วก็ช้าแล้ว แล้วเมื่อนั้นซูเสวี่ยก็จะต้องมานอนครวญครางอยู่ที่เตียงของเรา!” เมื่อพูดจบเฝิงจ้าวก็ได้ยิ้มอย่างกามตัณหา และคิดถึงตอนที่เขาได้จับกดซูเสวี่ย
ที่ห้องประชุมของแผนกประชาสัมพันธ์ ฉิงเทียนนั้นอยู่เพียงลำพังกับบรรดาสาวงาม
เมื่อถึงเวลาทำงาน อวี้หยางนั้นก็เป็นคนที่จริงจังกับงานมาก และดูต่างไปจากเมื่อสักครู่เลย
“นี่คือผลิตภัณฑ์ใหม่ของบริษัทเราน้ำเยาว์วัย และบริษัทของเราก็จะพุ่งเป้าไปที่ผลิตภัณฑ์ตัวนี้ ดังนั้นการโฆษณาผลิตภัณฑ์ชิ้นนี้จึงตกเป็นของพวกเราแผนกประชาสัมพันธ์ ขอให้ทุกคนช่วยกันเสนอความคิดดีๆออกมา ให้ท่านรองประธานคนใหม่ของเราได้เห็นถึงพลังของแผนประชาสัมพันธ์ของเราหน่อย” หลังจากที่พูดจบ เธอก็ได้หันมายิ้มให้ฉิงเทียน
“ฮิๆ มันเป็นเรื่องยากที่จะมีหนุ่มหล่อสักคนมาที่แผนกประชาสัมพันธ์ของเรา เอ้าพี่น้องใช้หัวกันหน่อยเร็ว!” แล้วก็มีเสียงที่ฟังดูหนักแน่นมาจากเหล่าสาวๆ
ฉิงเทียนจึงได้ยิ้มแห้งๆ “แม่เจ้าโว้ย รู้สึกเหมือนตัวเองเป็นแกะที่กำลังจะเข้าปากเสือยังไงก็ไม่รู้ ทำไมผู้หญิงพวกนี้ถึงได้ดูดุเดือดเลือดพล่านกันดีจัง
แล้วในตอนนั้นเอง ที่ห้องประชุมนั้นเหล่าสาวงามต่างก็พากันคิ้วขมวดและคิดแล้วคิดอีก มีเพียงฉิงเทียนที่รู้สึกชื่นชมกับแผนการต่างๆของสาวงามเหล่านี้
แผนการต่างๆกันที่ออกมาจากหัวพวกเธอนั้น ทำให้ห้องประชุมนี้เต็มไปด้วยหัวข้อต่างๆนานา
“เอาล่ะ สาวๆจบการประชุมแต่เพียงเท่านั้น เริ่มลงมือได้!” แล้วอวี้หยางก็ได้ตบมือขึ้นมา
ไม่นานนักก็ได้เหลือแต่อวี้หยางกับฉิงเทียนอยู่ในห้องประชุมนั้น
อวี้หยางก็ได้ลุกขึ้นยืนและเผยขาที่เซ็กซี่ของเธอที่อยู่ภายใต้กระโปรงสีดำนั้นแล้วเดินมาหาฉิงเทียนด้วยรอยยิ้มที่ยั่วยวนแล้วกล่าว “ฉิงเทียนที่ปรึกษาพิเศษของสมช.ที่มีพลังวัตรอยู่ในชั้นเฟิงเฉิน”
“คุณเป็นใครกันแน่?” ฉิงเทียนมองไปที่สาวสุดเซ็กซี่อวี้หยางอย่างระวังตัว ทำไมเธอถึงได้รู้ถึงตัวตนของเขาได้ หรือว่าเธอจะเป็นผู้บำเพ็ญเพียรด้วย จิตศักดิ์สิทธิ์ของฉิงเทียนจึงได้แผ่ออกไปรอบๆตัวของเธอทันที แต่กลับไม่พบไปพลังวิญญาณที่ออกมาจากตัวเธอเลย
อวี้หยางที่ยังคงมีรอยยิ้มที่ยั่วยวนอยู่นั้น สองขายาวๆของเธอก็ได้ขึ้นไปบนโต๊ะตรงหน้าของฉิงเทียน ต้นขาที่เรียวงามของเธอก็ได้อยู่ตรงหน้าของฉิงเทียนโดยไร้การปิดบัง ซึ่งฉิงเทียนนั้นสามารถเห็นสีชมพูที่อยู่ภายในได้อย่างเลือนราง
“ไม่ต้องตกใจไป? รองประธานฉิงคงจะกำลังสงสัยอยู่ว่าทำไมฉันถึงได้รู้ข้อมูลของคุณมากขนาดนั้นสินะคะ?” อวี้หยางยื่นมือที่ขาวและเรียวงามของเธอออกมาแล้วช้อนเอาคางของฉิงเทียนเอาไว้
แล้วลูกใหญ่ๆทั้งสองลูกก็ได้มาปรากฏตรงหน้าของฉิงเทียนอีกครั้ง แต่ในเวลานี้ฉิงเทียนนั้นไม่มีอารมณ์ที่จะมาจู๋จี๋กับเธอแล้ว คนที่อยู่ตรงหน้าเขานั้นไม่รู้ว่าเป็นใครกันแน่ ซึ่งไม่ว่าจะเป็นมิตรหรือศัตรูแต่มาอยู่ในบริษัทของเสวี่ยเอ๋อเช่นนี้เขาย่อมอยู่นิ่งเฉยไม่ได้
ฉิงเทียนจึงได้เปลี่ยนจากรับเป็นรุก และปล่อยสายฟ้าสีขาวในมือของเขาพุ่งไปยังคอของอวี้หยางอย่างไม่มีปรานี
แต่ทันทีที่มือของเขากำลังจะไปถึง อวี้หยางที่อยู่ตรงหน้าฉิงเทียนก็ได้กลายเป็นควันสีฟ้าแล้วหายไปทันที
“ฮิๆ ไม่นึกเลยว่าสุดหล่อฉิงจะรุนแรงถึงขนาดนั้น ไม่รู้จักทะนุถนอมผู้หญิงบ้างรึไง? ถึงได้รุนแรงกับคนอื่นแบบนี้!” มีเสียงที่ขุ่นเคืองของอวี้หยางดังขึ้นมาในห้องนั้น
ในเวลานี้ฉิงเทียนรู้สึกตกใจมา ที่กลายเป็นว่าเธอเองก็เป็นผู้บำเพ็ญเพียรจริงๆ แต่เขากลับไม่พบพลังวิญญาณที่รั่วไหลออกมาจากตัวของเธอเลย หรือเธอจะสามารถซ่อนพลังของตัวเองจากจิตศักดิ์สิทธิ์ระดับตู้จี๋ได้
ซึ่งมีความเป็นไปได้อยู่สองอย่าง หนึ่งคือพลังวัตรของเธอจะต้องอยู่เหนือระดับตู้จี๋ไป และอีกหนึ่งคือเธอมีของวิเศษที่สามารถใช้ป้องกันจิตศักดิ์สิทธิ์ของเขาได้ แต่ไม่ว่าจะเป็นอย่างไหน ตัวตนของเธอนั้นย่อมไม่ธรรมดาแน่ๆ
ผู้หญิงที่มีตัวตนไม่ธรรมดาเช่นนี้กลับมาอยู่ในบริษัทของซูเสวี่ยได้ และเธอน่าจะสนิทมากกับซูเสวี่ยอีกต่างหาก นี่มันหมายความอย่างไร? แล้วในตอนนี้เธอก็สามารถหายตัวไปได้อีก นี่เป็นวิชาแบบไหนกัน?
“คุณเป็นใคร และมีจุดประสงค์อะไรกันแน่?” ฉิงเทียนถามด้วยน้ำเสียงที่จริงจัง