ร้านค้าจากแดนสวรรค์ - บทที่ 354 ลอบสังหาร
บทที่ 354 ลอบสังหาร
“ฮึ ถ้าขอโทษแล้วหาย ก็ไม่ต้องมีตำรวจแล้ว!” อวี้หยางที่นั่งอยู่ที่เก้าอี้ก็ได้มองมาที่ฉิงเทียนอย่างไม่พอใจ
ฉิงเทียนลูบจมูกของเขาและพูดอย่างช่วยไม่ได้ “ก็คุณไม่ยอมบอกเองนี่นา”
“ก็ฉันกำลังจะบอกอยู่ไง เจ้าต่างหากที่รีบร้อนน่ะ!” อวี้หยางชี้ไปที่ฉิงเทียนแล้วพูดราวกับว่าเธอไม่ได้รังแกฉิงเทียนเลย แต่ในใจของอวี้หยางเองก็รู้สึกแปลกๆ ทำไมเธอถึงได้สนใจผู้ชายคนนี้นักนะ ดูเหมือนว่าเขาจะมีอะไรบางอย่างที่ดึงดูดเธออยู่
แล้วในขณะที่อวี้หยางกำลังชี้มาที่ฉิงเทียนแล้วพูดว่าเขาอยู่นั้นเอง จู่ๆก็มีพนักงานคนหนึ่งเดินเข้ามาในห้องประชุม
“คุณฉิง, คุณอวี้คะ แย่แล้วค่ะ!” พนักงานหญิงคนนั้นมีอาการเหนื่อยหอบ
อวี้หยางก็ได้ลุกขึ้นยืนและไปประคองเธอขึ้นมาแล้วถาม “เสี่ยวเฉียว ทำไมคุณถึงได้รีบร้อนนัก?”
เสี่ยวเฉียวก็ได้หอบอยู่สักพักแล้วกล่าว “คุณอวี้คะ เมื่อสักครู่พวกเราได้ไปที่สถานีโทรทัศน์ของโม๋ตูเพื่อซื้อช่วงเวลาไพรม์ไทม์เป็นเวลาสองเดือนเพื่อโฆษณา แต่พวกเขาบอกว่าพวกเขาได้ขายไปแล้วค่ะ”
“ถ้าอย่างนั้นก็เปลี่ยนช่วงเวลา ถึงแม้ช่วงเวลาไพรม์ไทม์จะโฆษณาดีที่สุด แต่ฉันเชื่อว่าผลิตภัณฑ์ของบริษัทเรานั้นจะสามารถสร้างผลกำไรได้อย่างงดงามต่อให้ไม่ได้โฆษณาในช่วงเวลาไพรม์ไทม์ของทางทีวีก็ตาม” อวี้หยางพูดและยิ้มอย่างมั่นใจ
แต่เสี่ยวเฉียวก็ได้พูดอย่างกระวนกระวาย “คือพวกเราเองก็ได้บอกไปแล้วว่าขอช่วงเวลาอื่นก็ได้ค่ะ แต่เขากลับบอกมาว่าได้แต่ช่วงเที่ยงคืนค่ะ เขาบอกว่าช่วงเวลาอื่นๆถูกซื้อไปโดยบริษัทหนึ่งแล้วค่ะ”
“บริษัทอะไร?” ในเวลานี้มืออาชีพอย่างอวี้หยางนั้น รู้สึกได้ว่ามีอะไรไม่ชอบมาพากลเสียแล้ว?
“บริษัทหานบ้างกรุ๊ปค่ะ!”
สีหน้าที่น่าหลงใหลของอวี้หยางก็ได้เปลี่ยนไปชิงชังทันทีเมื่อได้ยินชื่อของบริษัทนั้น “บริษัทหานบ้างงั้นเหรอ? เจ้าพวกนี้อีกแล้ว”
มองไปที่อวี้หยางที่มีสีหน้าไม่พอใจ ฉิงเทียนก็ได้ถามอย่างสงสัย “บริษัทหานบ้างเป็นใครอย่างนั้นเหรอ?”
“หึ ก็แค่พวกขี้ขโมยน่ะ” อวี้หยางพูดด้วยสีหน้าที่เย็นชา
แล้วเสี่ยวเฉียวที่มีสีหน้าโกรธมากเช่นกันก็ได้อธิบาย “คุณฉิง คงจะยังไม่รู้ถึงความน่ารังเกียจของบริษัทหานบ้างสินะคะ บริษัทของพวกเขาเป็นบริษัทที่ลงทุนโดยประเทศเกาหลีที่ทำเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ดูแลผิวและความสวยความงามค่ะ เรียกง่ายๆว่าเป็นบริษัทที่ทำเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ดูแลรักษาของผู้หญิงทุกอย่างค่ะ”
“แล้ว?” ฉิงเทียนก็ได้ถามต่ออย่างสงสัย
“บริษัทของพวกเขานั้นมีชื่อเสียงที่แย่มากในวงการนี้ค่ะ ถ้าพวกเขาพบผลิตภัณฑ์ที่อาจจะเป็นภัยต่อบริษัทของเขาแล้ว พวกเขาก็จะทำการซื้อตัดหน้าด้วยราคาที่ถูกมาก ซึ่งถ้าอีกฝ่ายไม่ยอม พวกเขาก็จะทำทุกวิถีทางเพื่อให้ได้สูตรลับมาแล้วทำเลียนแบบ แล้วก็อ้างเป็นผลิตภัณฑ์นี้มาจากเกาหลี ซึ่งคนจีนหลายคนโดยเฉพาะพวกคนที่ชื่นชอบดาราเกาหลี ต่างก็พากันไปแห่กันซื้อ ซึ่งหลายๆบริษัทต่างก็ถูกทำลายโดยพวกเขาด้วยวิธีเช่นนี้ค่ะ!” เสี่ยวเฉียวพูดอย่างเดือดดาล
“แล้วประเทศนี้ไม่ทำอะไรเลยเหรอ?” ฉิงเทียนถามอย่างสงสัย
“พวกเขาบอกว่านี่เป็นการแข่งขันทางการตลาด ซึ่งถ้าไม่สามารถหาหลักฐานที่ชัดเจนมาได้ ทางรัฐก็ไม่สามารถจัดการอะไรได้ค่ะ”
“บ้าจริง ประเทศจีนของเราปล่อยให้พวกเกาหลีมาทำจองหองได้ยังไงเนี่ย เสี่ยวเฉียวครับช่วยเอาที่อยู่ของบริษัทพวกเขามาให้ผมทีครับ” สีหน้าของฉิงเทียนนั้นไม่พอใจมาก เดิมทีเขาก็ไม่ค่อยชอบพวกเกาหลีอยู่แล้ว พวกเขาสามารถขายของในจีนได้ทุกวันนี้ก็โดยอาศัยดาราชายแต่งตัวดีๆมีกล้ามเนื้อน้อยๆ และคอยเอาอกเอาใจสาวๆชาวจีน
พวกคนดังพวกเนี้ยมาเงินได้อย่างมากในจีน แล้วพอพวกเขากลับไป พวกเขาก็จะบอกว่าคนจีนนั้นโง่และมีเงินเยอะด้วย พวกเขาสามารถทำเงินได้เป็นกอบเป็นกำด้วยการแสดงโชว์เป็นครั้งคราวเท่านั้น
และสิ่งที่ทำให้ฉิงเทียนหงุดหงิดมากที่สุดคือ มีบางคนในจีนที่ปรารถนาจะเจอดาราเกาหลีพวกนี้มา ถึงกับตะโกนเรียกสามีๆและบอกยินดีจะคลอดลูกให้พวกเขาด้วย
พวกเธอจะรู้ถึงความเหนื่อยยากของสามีในอนาคตของพวกเธอบ้างไหมนะ? นอกจากบ้านแล้ว อะไรก็เป็นของขวัญให้พวกนั้นได้หมด! ฉิงเทียนรู้สึกเสียใจแทนสามีในอนาคตของพวกผู้หญิงเหล่านี้จริงๆ
อวี้หยางก็ได้จ้องไปที่ฉิงเทียนแล้วถาม “คุณคิดจะทำอะไรน่ะ?”
“ทำอะไร? แน่นอนว่าก็ต้องไปสั่งสอนบทเรียนให้เจ้าพวกนั้นรู้สำนึกบ้างน่ะสิ ว่าอย่ามาทำกร่างในประเทศจีน!” ฉิงเทียนกล่าว
“จริงเหรอคะคุณฉิง? แล้วคุณจะสั่งสอนพวกเขายังไงเหรอคะ? ขอฉันตามไปด้วยได้ไหมคะ?” เมื่อได้ยินที่ฉิงเทียนตอบ เสี่ยวเฉียวก็ได้ถามเขาอย่างคาดหวัง
ฉิงเทียนก็ได้หันไปมองเสี่ยวเฉียวอย่างชัดๆ และคิดว่าน่าอยู่ในช่วงอายุ 20 ซึ่งไม่ใช่ว่าเป็นช่วงอายุของสาวจีนที่กำลังติดดาราเกาหลี แต่เมื่อสักครู่เธอกลับพูดแต่เรื่องแย่ๆของบริษัทเกาหลี เผลอๆเธอนั้นน่าจะจงเกลียดจงชังมากกว่าเขาอีก
เมื่อเห็นสายตาของฉิงเทียนแล้ว เสี่ยวเฉียวก็เข้าใจได้ทันทีว่าฉิงเทียนจ้องเธอทำไม? ซึ่งเธอก็ได้ยิ้มและตอบ “คุณฉิงคะ คุณคงจะสงสัยว่าทำไมฉันถึงได้ไม่รู้สึกชื่นชอบดาราเกาหลีเหมือนคนอื่นๆสินะคะ”
ฉิงเทียนก็ได้ผงกหัวตอบ
“ฮิๆ นั่นก็เพราะภายใต้การนำของหัวหน้าอวี้ยังไงล่ะคะ ที่ทำให้มุมมองของสาวๆทุกคนในแผนกประชาสัมพันธ์ของเรานั้นที่ถูกที่ควรมากขึ้น ทำให้พวกเราชอบผู้ชายที่แมนๆ และไม่ชอบพวกผู้ชายแต่ชอบโปะแป้งตลอดวันมากกว่าฉันอีกค่ะ!” เสี่ยวเฉียวพูดอย่างเหยียดหยัน
แล้วฉิงเทียนก็ได้รู้สึกดีกับอวี้หยางขึ้นมา และมองไปที่เธออย่างชื่นชม
“ฮึ ผู้หญิงอย่างฉันน่ะไม่ชอบพวกผู้ชายที่ดีแต่หน้าแต่ทำอะไรไม่ได้หรอกนะ!” อวี้หยางพูดโดยไม่เปลี่ยนสีหน้า
คำพูดของอวี้หยางนี้ทำให้ฉิงเทียนชื่นชมเธอขึ้นมา ผู้หญิงคนนี้แกร่งดีจริงๆ!
บนถนน ฉิงเทียนและอวี้หยางนั้นได้ขับรถแลนด์โรเวอร์ของฉิงเทียนไปยังสถานีโทรทัศน์
ส่วนอีกทางด้านหนึ่ง ที่บริษัทหานบ้างในเมืองโม๋ตู เฝิงจ้าวกำลังนั่งอย่างอวดดีอยู่ที่เก้าอี้ ซึ่งตรงหน้าเขามีผู้หญิงที่แต่งตัวยั่วยวนแบบสุดๆอยู่ ซึ่งท่อนบนสวมเสื้อเชิ้ตสีขาวที่เน้นโชว์หน้าอกแบบสุดๆ จนแทบจะเห็นหน้าอกได้ชัดเจน และท่อนล่างก็สวมถุงน่องสีดำและกระโปรงสั้นสีดำ ที่สั้นเสียจนจะเห็นด้านล่างได้อย่างรางๆ
“ขอบคุณมากนะที่ช่วยเปิดเผยสถานการณ์ของบริษัทของคุณให้บริษัทของเราในครั้งนี้” หญิงสาวคนนั้นได้กะพริบตาให้เฝิงจ้าวอย่างยั่วยวน
เฝิงจ้าวนั้นน้ำลายไหลออกมาทันที ตาของเขาจับจ้องไปที่หน้าอกขาวๆของผู้หญิงคนนั้น ตาทั้งสองข้างของเขานั้นไม่ได้ขยับไปไหนเลย
“หึๆ ถ้าอย่างนั้น คุณจะตอบแทนให้ผมอย่างไรบ้างล่ะ?” เฝิงจ้าวมองไปที่ผู้หญิงคนนั้นด้วยสีหน้าที่กามตัณหา ซึ่งสีหน้าของเขานั้นไม่ได้ปิดบังเลยว่าเขานั้นต้องการตัวเธอ
สายตาของผู้หญิงคนนั้นก็ได้แสดงความน่ารังเกียจแบบสุดๆออกมา แต่เธอก็ได้ลุกขึ้นยืนและนั่งลงที่ตักของเฝิงจ้าวอย่างไร้ยางอาย มือทั้งสองข้างของเธอได้กุมไปที่ต้นขาของเฝิงจ้าวและพูดอย่างยั่วยวน “ฉันเป็นของคุณแล้วนะ? คุณคิดจะทำอะไรล่ะ?”
“ฮ่าๆ ผมชอบท่าทีที่ยั่วยวนของคุณจริงๆ” เฝิงจ้าวหัวเราะและตีไปที่ก้นของเธอเบาๆ แล้วในห้องนั้นก็ได้เต็มไปด้วยภาพที่ไม่สามารถบรรยายออกมาได้
มาเร็วไปเร็ว การต่อสู้ในห้องทำงานนั้นจบลงภายในเวลาไม่ถึง 10 นาที ซึ่งเฝิงจ้าวนั้นไม่ได้รู้ตัวเลยว่าไอพลังในตัวของเขานั้น ได้ถูกดึงดูดไปโดยเธอแล้ว
“ฮ่าๆ ช่างเย้ายวนอะไรอย่างนี้ คุณคิดว่าผมเป็นอย่างไรบ้างล่ะ?” เฝิงจ้าวพูดอย่างภูมิใจขณะที่กำลังนั่งอยู่ที่เก้าอี้และตบก้นของเธอ
“มันน่าทึ่งมากเลยค่ะ ฉันคนนี้ไม่อาจที่จะทนได้เลย” หญิงสาวพูดชม แต่ในใจกลับด่าเฝิงจ้าวอยู่ แค่นี้ทำให้เธอรู้สึกไม่ได้หรอก คนคนนี้ถึงจุดไวไปแล้ว แค่เริ่มไม่ทันไรเรือก็ล่มปากอ่าวแล้ว ไว้เราค่อยจัดการทีหลังแบบทุกทีก็ได้ ถ้าไม่ใช่เพราะต้องการสูตรของบริษัทซูล่ะก็ เราคงไม่ยอมมีอะไรกับเขาด้วยหรอก
ใช้เวลาสักพักใหญ่กว่าเฝิงจ้าวจะพร้อมอีกครั้ง แล้วใช้มือทั้งสองข้างของเขาลูบไล้ไปที่ตัวของผู้หญิงคนนั้น “แล้วคุณจะลงมือเมื่อไร?”
“ก็ไม่รู้สินะ?”
เมื่อได้ยินผู้หญิงพูดว่าไม่รู้ มือของเฝิงจ้าวนั้นก็ได้รุกหนักมากขึ้นกว่าเดิม และพูดอย่างไม่พอใจ “แต่คุณตกลงกับผมแล้วว่าจะช่วยผมจัดการกับเจ้าฉิงเทียนน่ะ”
ถึงแม้ว่ามือของเฝิงจ้าวนั้นจะรุกหนักมาขึ้นเรื่อยๆ แต่ผู้หญิงก็ไม่ได้รู้สึกอะไรเลย และพูดอย่างยั่วยวน “ไม่ต้องกังวลไปหรอก ทางเราได้ส่งคนไปจัดการกับเขาแล้ว คุณก็แค่รอฟังข่าวดีก็พอ” เธอพูดพร้อมกับวาดวงกลมที่อกของเฝิงจ้าว แล้วเสียงลมหายใจอุ่นๆก็ได้เข้าหูของเฝิงจ้าว “ฉันยังอยากทำอีกนะ!”
เมื่อได้ยินข่าวดี เฝิงจ้าวก็ได้รู้สึกตื่นเต้นแล้วกล่าว “ได้เลย ผมจะทำให้คุณหนำใจเดี๋ยวนี้แหละ” หลังจากนั้นเขาก็ได้หยิบปืนของเขาขึ้นมาประจำการอีกครั้ง!
อีกด้านหนึ่ง ในขณะที่ฉิงเทียนกำลังขับรถอยู่นั้นเอง ในขณะนั้นมีผู้หญิงคนหนึ่งที่เดินมาอยู่หน้าเขาพร้อมกระเป๋าในมือ แล้วจู่ๆก็ได้มีคนคนหนึ่งโผล่มาจากด้านหลังผู้หญิงคนนั้นแล้วฉกเอากระเป๋าของเธอไปทันทีแล้วรีบวิ่งหนีไป ผู้หญิงจึงตะโกนร้องทันที “อ๊า! ขโมย!” ทันใดนั้นทุกๆคนที่ได้ยินเสียงต่างก็พากันช่วยขวางทางผู้ชายคนนั้น แต่ในชั่วขณะนั้นชายคนนั้นก็ได้ชักเอามีดออกมาจากไหนไม่รู้ และพุ่งเข้าใส่ฝูงชนที่เข้ามาขวางเขาด้วยมี และฝูงชนจึงไม่กล้าที่จะขวางเมื่อพวกเขาเห็นมีในมือของชายคนนี้
“กลางวันแสกๆก็ยังจะกล้าขโมยอีกนะ อวี้หยางช่วยรอผมสักแปบนะ!” ทันทีที่ฉิงเทียนเปิดประตู เขาก็ได้รีบวิ่งไปหาชายที่ฉกกระเป๋าทันที
“หยุดนะ!” ฉิงเทียนตะโกนดังลั่นและดุดัน แล้วเขาก็ได้วิ่งไล่ชายคนนั้นดุจพายุ แล้วฉิงเทียนก็ได้ไล่ตามข้างหลังชายคนนั้นด้วยความเร็วสูงกว่าเขาสองเท่า
เมื่อชายคนนั้นเห็นฉิงเทียนไล่ตามเขามาอย่างรวดเร็วนั้น สีหน้าของเขาก็ได้เปลี่ยนไปทันที เขาได้หักเลี้ยวกะทันหันและวิ่งเขาข้างทาง ซึ่งเป็นตรอกเล็กๆอยู่ในตลาด ซึ่งเต็มไปด้วยผู้คนคับคั่ง และง่ายที่จะหลบซ่อนตัว ทันทีที่ฉิงเทียนเห็นเช่นนั้นเขาจึงได้รีบเร่งความเร็วไล่ตามมากขึ้นไปอีก แต่เนื่องจากที่นี่มีคนเยอะมากเกินไปจึงจำกัดความเร็วของฉิงเทียน แต่โชคยังดีที่ชายคนนั้นก็วิ่งไม่ได้เร็วมากเช่นกัน ตอนนี้ฉิงเทียนอยู่ห่างจากเขาแค่สองเมตรเท่านั้น แล้วชายคนนั้นก็ได้หันมามองข้างหลังมองดูฉิงเทียน แล้วทำมือแบบยั่วโมโหเขา ก่อนจะวิ่งออกนอกเส้นทางในชั่วพริบตาแล้วเลี้ยวตรงหัวมุม วิ่งออกข้างทางแล้วหายไปจากสายตาของฉิงเทียนทันที
ฉิงเทียนที่เร่งสปีดวิ่งไล่ตาม จู่ๆก็มีเสียงดังขึ้น “ฟุ่บ!” “ฟุ่บ!” ในขณะที่ฉิงเทียนกำลังวิ่งออกจากตรอก จู่ๆก็มีมีดที่แหลมคมพุ่งออกมาจากทั้งสองข้างทาง มีดเล่มหนึ่งพุ่งเข้าหาหัวของฉิงเทียน และอีกเล่มพุ่งเข้าขาของฉิงเทียนอย่างรวดเร็ว และปรากฏอยู่ตรงหน้าของฉิงเทียนในชั่วพริบตา ความเร็วของมีดทั้งสองเล่มนี้เร็วมากจนฉิงเทียนไม่อาจที่จะหลบได้พ้น และพบว่ามีพลังวิญญาณที่แข็งแกร่งอยู่สองจุดที่กำลังจ้องมองเขาอยู่!
ในตอนนั้นเองที่ฉิงเทียนก็ได้รู้สึกตัวว่าเขานั้นถูกหลอกและมีบางคนหมายจะเอาชีวิตเขา! ด้วยเสียงดัง “ปุ้ง” ฉิงเทียนก็ได้กลายเป็นยุงโลหิตและหายไปจากสายตาของพวกเขา!