ร้านค้าจากแดนสวรรค์ - บทที่ 356 สวรรค์คลั่ง
บทที่ 356 สวรรค์คลั่ง
แล้วพ่อลูกสกุลจ้าวก็ได้เข้ามาที่ห้องประชุม
“มีอะไรให้พวกเราช่วยรึน้องสี่?” จ้างก่างถามอย่างสงสัย
“มีอะไรบางอย่างที่ผมอยากจะให้แผนกรักษาความปลอดภัยของเราทำหน่อยนะ? และเราก็จะได้ใช้ปฏิบัติการนี้ค้นหาผู้ที่ภักดีกับเราบางคนด้วยเลย” ฉิงเทียนกล่าว
เมื่อได้ยินว่าจะมีงานให้ทำ จ้าวก่างก็ได้ทุบอกของเขาแล้วพูดอย่างตื่นเต้น “ฮ่าๆน้องสี่ มีอะไรก็ว่ามาได้เลย ฉันให้สัญญาว่าจะทำงานนี้ให้สำเร็จแน่นอน” เขานั้นกำลังเบื่อๆอยู่พอดี แล้วก็มีงานให้ทำพอดี!
ส่วนจ้าวเลี่ยงมองไปที่ลูกชายของเขาที่ยังไม่รู้เลยว่างานนั้นคืออะไร แต่เขากลับตื่นเต้นเสียแล้วจึงได้พูดแบบดุเขา “ก่างเอ๋อ ท่านประธานยังไม่ได้บอกเลยว่ามีภารกิจอะไร ลูกจะรีบหลับหูหลับตาตื่นเต้นไปทำไม?”
“ก็ช่วงนี้ผมกำลังเบื่อๆนี่นา” จ้างก่างลูบหัวของเขาพร้อมกับยิ้ม
“แล้วไม่ทราบว่างานของท่านประธานที่ว่าคืออะไรครับ?” จ้าวเลี่ยงถามอย่างตั้งใจฟัง แต่จริงๆแล้วเขานั้นทั้งตื่นเต้นและกังวลในขณะเดียวกัน
เขารู้สึกตื่นเต้นก็เพราะนี่เป็นงานแรกที่ฉิงเทียนมอบหมายหลังจากที่ก่อตั้งบริษัทขึ้นมา ซึ่งแสดงให้เห็นว่าฉิงเทียนนั้นไว้ใจพวกเขา และถ้าพวกเขาทำออกมาได้ดี พวกเขาพ่อลูกก็จะได้เป็นที่ไว้วางใจมากขึ้นของฉิงเทียนในอนาคต แต่ในขณะเดียวกันเขาก็ได้กังวลเรื่องของแผนกรักษาความปลอดภัยของเขา ถ้าเกิดว่าพวกเขาเกิดทำพลาดขึ้นมา พวกเขาจะหาจุดยืนในบริษัทนี้ได้หรือไม่ก็ไม่รู้?
“ผมอยากให้พวกคุณทำการตรวจสอบบริษัทที่ชื่อหานบ้าง” ฉิงเทียนกล่าว
“ได้เลย แค่ตรวจสอบบริษัทบริษัทเดียว ไม่ต้องกังวลฉันจะทำให้ดีที่สุดเองน้องสี่” จ้าวก่างกล่าวอย่างไม่คิดอะไรมากและทุบอกของเขา
ฉิงเทียนมองไปที่จ้าวก่างด้วยสีหน้านิ่งๆ เขารู้ดีว่าตัวตนของบริษัทหานบ้างนั้นจะต้องไม่ธรรมดาแน่ เขาเพิ่งเข้าไปทำงานในบริษัทซูได้ไม่ทันไร แต่ผลคือเขากลับถูกใครบางคนตามฆ่าเสียแล้ว และคนคนนั้นก็ยังพูดด้วยภาษาเกาหลีอีกด้วย ถึงแม้ว่าเขาจะไม่ทราบว่าทั้งสองกลุ่มนี้มีความเกี่ยวข้องกันหรือเปล่า แต่ฉิงเทียนก็ได้ถอนหายใจออกมา “พี่ใหญ่อย่าประมาทไป บริษัทหานบ้างนี้จะต้องมีผู้บำเพ็ญเพียรอยู่ในนั้นด้วยแน่”
“อะไรนะ ที่นั่นมีผู้บำเพ็ญเพียรอยู่ด้วยงั้นรึ?” จ้าวเลี่ยงรู้สึกตกใจ หลังจากที่ผ่านค่ำคืนการฝึกฝนมา ถึงแม้เขาจะอยู่แค่ในระดับเหลียนฉี แต่เขาก็รู้สึกได้ว่าตัวเขาเองนั้นแข็งแกร่งมากกว่าแต่ก่อนมาก
“พี่ครับ บริษัทหานบ้างนี่เป็นบริษัทแบบไหนเหรอครับ?” ฉิงหยูถามอย่างสงสัยมาก ทำไมบริษัทบริษัทหนึ่งถึงได้มีผู้บำเพ็ญเพียรได้
ทั้งสามคนนั้นต่างก็รอคำตอบของฉิงเทียน ฉิงเทียนเองก็ยักไหล่แล้วกล่าว “ผมก็ไม่รู้เหมือนกัน ถึงได้ให้พวกคุณไปตามสืบดูยังไงล่ะ? แต่พวกคุณก็ต้องระวังตัวด้วยหากถูกพบตัวก็ให้รีบกลับมาทันที”
“ได้ ข้าจะระวังตัว” จ้าวก่างเองก็รู้แล้วว่าภารกิจนั้นไม่ได้ง่ายอย่างที่เขาคิด ในครั้งนี้เขาจึงได้ตอบอย่างระวังตัว
ฉิงเทียนเองก็ได้สอบถามอะไรสักหน่อยก่อนจะออกไป ฉิงเทียนก็พบว่าพวกเขาได้แบ่งบริษัทออกเป็นสามแผนกเรียบร้อยแล้วได้แก่ แผนกประมูล, แผนกพยาบาลและแผนกรักษาความปลอดภัย โดยทั้งสามแผนกนั้นจะมีการฝึกวิชาไปตามแผนกของพวกเขา
อย่างเช่น วิชาที่ฝึกกันในแผนกรักษาความปลอดภัยก็จะเป็นประเภทเสริมความแข็งแกร่งและพลังทำลาย ในขณะที่แผนกพยาบาลนั้นจำเป็นต้องการผู้ที่ฝึกวิชาที่รู้จักสมุนไพรด้วย ดังนั้นฉิงเทียนจึงรู้สึกว่าเขาจำเป็นที่จะต้องแก้ไขปัญหานี้ให้ได้โดยเร็วที่สุด และจากนั้นก็ต้องทำเงินเพื่อซื้อข้าวของต่างๆและเพื่อเสริมความแข็งแกร่งให้กับบริษัท
จากนั้นฉิงเทียนก็ได้เดินทางไปยังร้านที่ขายกี่เพ้าที่ดีที่สุดในโม๋ตู เขาได้ซื้อชุดกี่เพ้ามา 9 ชุดคละสีกัน แล้วซื้อถุงน่องสีดำมาอีก 9 คู่พร้อมด้วยรองเท้าส้นสูงตามขนาดที่ได้มา
“ผมไม่เชื่อหรอกว่ามันจะไม่ถูกใจเจ้าแม่น่ะ!” ฉิงเทียนมองไปที่ชุดกี่เพ้าในมือของเขาและพูดอย่างภูมิใจ
แล้วฉิงเทียนก็ได้เปิดถาวเป่าสวรรค์ขึ้นมาแล้วมองหาชื่อของพี่ใหญ่นางฟ้า
ฉิงเทียน: สวัสดี!
บนสวรรค์ องค์หญิงใหญ่กำลังมองดูดอกบัวในทะเลสาบเหยาฉี
“ทำไมเจ้าฉิงเทียนถึงยังไม่ส่งชุดกี่เพ้ามาให้อีกนะ” ตั้งแต่วันนั้นที่องค์หญิงทั้งแปดได้เห็นชุดกี่เพ้า พวกเธอต่างก็คิดถึงมันอยู่ทุกวี่ทุกวัน เรียกได้ว่าแทบไม่ได้กินไม่ได้ดื่มชากันเลยทีเดียว มีอยู่หลายหนที่เธออยากที่จะถามฉิงเทียนว่าชุดได้หรือยัง? แต่ทว่าเธอไม่สามารถที่จะทำเป็นร้อนรนเช่นนั้นได้ เธอนั้นเป็นถึงองค์หญิงใหญ่ในสวรรค์ จะให้เธอทำเป็นร้อนใจเพราะชุดๆเดียวไม่ได้ เธอจึงทำได้แค่รอฉิงเทียนเท่านั้น
“ติ๊งต่อง!” แล้วในตอนนั้นเอง ศิลาของเธอก็ได้ดังขึ้นมาแล้วองค์หญิงใหญ่ก็ได้หยิบขึ้นมาดูอย่างตื่นเต้น
“ต้องใจร่มๆก่อน ใจร่มๆ!” องค์หญิงใหญ่พยายามควบคุมอารมณ์ตัวเอง
“สวัสดี!” แล้วองค์หญิงก็ได้พิมพ์ตอบกลับไป
เมื่อเห็นองค์หญิงใหญ่ที่ตอบกลับมา ฉิงเทียนก็ได้กล่าว “ชุดกี่เพ้าของเหล่าองค์หญิงได้แล้วนะครับ เดี๋ยวผมจะส่งไปให้นะครับ”
“จริงรึ?” องค์หญิงใหญ่ลุกขึ้นมาจากเก้าอี้หินก่อนด้วยความตื่นเต้น และรีบพิมพ์ตอบกลับไปในศิลา “ถ้าอย่างนั้นก็รีบส่งมาเร็วๆเขาสิ!”
ฉิงเทียนลูบจมูกของเขา เขาเพิ่งนึกได้ว่าเขานั้นไม่มีเงินเหลือเลย แต่ถ้าจะให้เขาขอหินเซียนจากเธออีก ฉิงเทียนก็รู้สึกหน้าซีดขึ้นมา
องค์หญิงใหญ่ที่เห็นว่าฉิงเทียนนั้นไม่ได้ตอบอะไรกลับมาเป็นเวลานาน เธอก็รู้สึกกระวนกระวายจนทนไม่ไหว เธอจึงได้พิมพ์ตอบไปในศิลาส่งผ่านเสียง: ฉิงเทียน ทำไมเจ้าถึงยังไม่รีบส่งของมาอีก!
อย่างไรก็ดีสิ่งนี้เป็นของที่เขาตั้งใจจะให้พวกเธออยู่แล้ว แต่ก็ติดที่มันจะต้องเสียค่าจัดส่งเสียก่อน มันจึงทำให้เขารู้สึกพะว้าพะวังขึ้นมาก่อนที่จะตอบกลับไป: คือผมไม่มีหินเซียนเลยครับ
เมื่อฉิงเทียนได้พิมพ์ไปบอกว่าเขาไม่มีหินเซียนเหลือเลย องค์หญิงใหญ่ก็ได้เข้าไปที่บัญชีถาวเป่าสวรรค์ของเธอแล้วทำการโอนเงินไปให้ 10,000 หินเซียน
“ปิ๊งป่อง องค์หญิงใหญ่ได้ทำการโอนเงิน 10,000 หินเซียนให้แก่ท่าน” มีข้อความปรากฏขึ้นมาที่บนจอโทรศัพท์
“ว้าว ช่างใจป้ำอะไรอย่างนี้!” ฉิงเทียนถอนหายใจแล้วพูด อย่างที่คิดองค์หญิงใหญ่ช่างแตกต่างจากคนอื่นจริงๆ ที่อุตส่าห์ยอมโอนเงินมาให้เขาตั้ง 10,000 หินเซียน
ฉิงเทียนจึงไม่รอช้า หันกล้องโทรศัพท์มือถือแล้วทำการถ่ายรูปเสื้อผ้าทั้ง 9 ชุด แล้วเสื้อผ้าทั้งหมดก็ได้หายไปปรากฏอยู่ที่มือขององค์หญิงใหญ่
“ฮะๆ ในที่สุดข้าก็ได้มันแล้ว ข้ารีบเอาไปให้น้องๆดีกว่า” หลังจากที่พูดจบ องค์หญิงใหญ่ก็ได้วิ่งไปหาที่ห้องเหล่าองค์หญิงพร้อมกับกองเสื้อผ้านี้
แล้วเสื้อผ้าพวกนี้มันใส่ยังไงล่ะเนี่ย?” องค์หญิงเจ็ดกำลังสงสัยขณะที่ถือถุงน่องดำเอาไว้ในมือของเธอ
“ของพวกนี้ใช้ใส่กับแขนงั้นเหรอ?” องค์หญิงสี่ที่ถือถุงน่องดำอยู่ก็ได้พูดขึ้นอย่างสงสัยบ้าง
“ฮิๆ พี่สี่ ข้าว่ามันไม่ใช่แน่ๆ” ฮ่าวอวิ๋นก็ได้ชี้ไปที่องค์หญิงสี่พร้อมกับยิ้ม
“น้องแปด เจ้ารู้สินะ?” องค์หญิงสี่กล่าวขณะที่ยังถือถุงน่องดำอยู่
แล้วองค์หญิงคนอื่นๆก็ได้พากันจ้องมาที่ฮ่าวอวิ๋นอย่างสงสัย และคอยฟังคำตอบจากเธอ
ฮึ่ม พวกพี่สนใจกันแต่เรื่องของเสื้อผ้าจนลืมสัญญาที่ให้ไว้กับท่านอาจารย์กันหมดแล้ว? ไม่ได้การ เราจะต้องเตือนพวกเขาแล้ว
เมื่อคิดเช่นนี้ ฮ่าวหวินก็ที่นั่งดูอยู่ก็ได้กล่าว “รู้หรือไม่รู้น้า?”
“น้องแปด! ช่วยบอกวิธีใส่เจ้านี่ให้ข้าหน่อยสิ!” ในเวลานี้องค์หญิงห้าได้ใส่ชุดกี่เพ้าเสร็จแล้ว แล้วก็จ้องไปที่ถุงน่องสีดำอย่างสงสัย
ด้วยคำพูดขององค์หญิงห้า ทุกคนก็เห็นว่าเธอนั้นใส่ชุดกี่เพ้าเรียบร้อยแล้ว
“ว้าว หน้าอกก็กระชับ ก้นก็แน่น!” แน่นอนว่าองค์หญิงใหญ่ผู้ซึ่งเป็นดั่งจิ๊กกี๋ในสวรรค์มีหรือที่จะปล่อยองค์หญิงห้าไปง่ายๆ แล้วมือของเธอก็ได้คว้าไปที่หน้าอกขององค์หญิงห้า แล้วก็ตีไปที่บั้นท้ายของเธอ
“ว้าว น้องห้าช่างสนุกมืออะไรอย่างนี้?” องค์หญิงใหญ่จ้องไปที่องค์หญิงห้าแล้วแสยะยิ้มออกมา
เมื่อถูกแกล้งโดยองค์หญิงใหญ่ องค์หญิงห้าก็ได้หน้าแดงก่ำ แล้วพูดกับองค์หญิงใหญ่อย่างอายๆและไม่พอใจ “พี่ใหญ่ พี่กำลังทำอะไรอยู่น่ะ!”
“ฮะๆ ชุดกี่เพ้านี่ช่างเยี่ยมดีจริงๆ” ด้วยความตื่นเต้นองค์หญิงใหญ่ก็ได้ถอดชุดของเธอออกโดยไม่รีรอ ในตอนนั้นเองผิวที่ขาวของเธอก็ได้ถูกเผยออกมา แล้วก็ใส่ชุดกี่เพ้าเข้าไปแทน แล้วเหล่าองค์หญิงคนอื่นๆก็ได้ใส่ชุดกี่เพ้าตามบ้าง
ในตอนนี้เอง ที่ผู้ที่ใส่ชุดกี่เพ้ากลุ่มแรกในสวรรค์ได้อุบัติขึ้นมา
แต่องค์หญิงทั้งเจ็ด ต่างก็พากันจ้องมองไปที่ถุงน่องอย่างสงสัย? และคิดว่าเจ้าสิ่งนี้มีเอาไว้ทำอะไร?
“น้องแปด เจ้ายังไม่ได้ตอบคำถามข้าเลยนะ?” องค์หญิงห้าถามขึ้นมาอีกรอบ
“ฮึ่ม พวกท่านพี่ทำตามที่สัญญาที่ให้ไว้กับท่านอาจารย์ก่อน แล้วข้าจะบอกพวกท่าน!” ฮ่าวหวินเงยหน้าขึ้นมา
“ก็ได้ งั้นพวกเราไปหาท่านแม่กันเถอะ!” แล้วองค์หญิงทั้งเจ็ดก็ได้เดินไปที่ตำหนักของเจ้าแม่หวังหมู่โดยทันที
ในช่วงที่เหล่าองค์หญิงได้พากันออกมานั้นเอง เหล่าทหารสวรรค์ที่ดูแลเหยาฉีต่างก็พากันมองมาที่องค์หญิงทั้งเจ็ดในชุดกี่เพ้า
“มันช่างสวยมาก ชุดพวกนั้น ไม่ได้การข้าจะต้องไปหาชุดนี้มาให้ครอบครัวของข้าสักชุด” ซึ่งมีเหล่าทหารสวรรค์และขุนศึกจำนวนนับไม่ถ้วนที่พูดเช่นนี้ออกมา และเหล่านางฟ้าเองต่างก็มองมาที่องค์หญิงทั้ง 7 ด้วยความอิจฉา และอยากที่จะหาชุดนี้มาใส่บ้างไม่ว่าอย่างไรก็ตาม
ในชั่วขณะที่องค์หญิงเจ็ดได้ปรากฏตัวในชุดกี่เพ้านั้น เรียกได้ว่าทั่วทั้งสวรรค์นั้นเกิดความโกลาหลขึ้นมา เหล่าเซียนต่างก็พากันอยากได้ชุดนี้
และเหล่าทหารสวรรค์ที่มีภรรยาต่างก็ถูกบังคับให้หาชุดมาให้ภรรยาของพวกเขา ถ้าพวกเขาหาชุดนี้มาไม่ได้ พวกเขาก็อย่าหวังจะได้นอนร่วมเตียงเดียวกับภรรยาได้อีกเลย
ดังนั้นเหล่าทหารสวรรค์ต่างก็พากันฮือฮาขึ้นมา
ขุนพลสวรรค์หลี่จิ้ง: มีเทพเซียนคนไหนบอกข้าได้บ้างว่าชุดที่องค์หญิงทั้งเจ็ดสวมอยู่นั้นขายได้ที่ไหน?
ไท่ไป๋จินซิง: มีเรื่องอะไรรึท่านขุนพลสวรรค์?
ซุนหงอคง: …
ราชาปีศาจวัว: ขุนพลสวรรค์ เจ้าก็คงโดนภรรยาของเจ้าสั่งมาเหมือนกันสินะ!
หลี่ว์ต้งปิง: คนที่บ้านข้าเองก็บอกว่าถ้าข้าหาซื้อชุดนี้มาไม่ได้ ก็อย่าหวังจะได้หลับนอนกับเธออีกเป็นเวลา 100 ปี มีเทพผู้ยิ่งใหญ่ท่านไหนที่พอจะบอกได้บ้าง จะเป็นการกรุณาอย่างมาก
…………….
ส่วนเหล่าเซียนที่ไม่ใช่เซียนหญิงหรือไม่มีภรรยา พวกเขาก็พากันมองดูการพูดคุยกันในกลุ่มนี้แล้วถามอย่างสงสัย “พวกท่านกำลังพูดถึงเรื่องอะไรกันรึ?”
ในเวลานี้หลี่จิ้งก็ได้ตอบกลับไป: พวกเจ้าไม่รู้เรื่องนี้รึ? องค์หญิงทั้งเจ็ดน่ะสิ ไม่รู้ว่าไปเอาชุดแปลกๆพวกนั้นมาจากไหน แล้วคนที่บ้านของข้าก็ชอบชุดนั้นตั้งแต่แรกเห็น แล้วบังคับให้ข้าไปหาซื้อมาให้เธอ
ราชาปีศาจวัว: ขุนพลสวรรค์ ข้าโดนให้หาทั้งสองคนเลย
ตือโป๊ยก่าย: ชุดนั้นมันสุดยอดขนาดนั้นเลยเหรอ? ท่านขุนพลสวรรค์ช่วยส่งรู้มาให้ข้าดูหน่อยสิ
หลี่จิ้ง: ได้สิ
หลังจากนั้นสักพัก ภาพองค์หญิงทั้งเจ็ดที่สวมชุดกี่เพ้าก็ได้ปรากฏขึ้นมาในกลุ่มนั้น
ฉางเอ๋อ: ว้าว ชุดสวยมากเลย ดีล่ะหากใครหาชุดนั้นมาให้ข้าได้ ข้ายินดีจะทำตามที่คนคนนั้นบอกเลย
ฉางเอ๋อนั้นเป็นถึงสาวงามอันดับหนึ่งในโลกเซียน และตอนนี้เธอยินดีที่จะยอมทำตามทุกอย่างเพื่อชุดเพียงชุดเดียว ทำให้ทั้งโลกเซียนนั้นเกิดความโกลาหลขึ้นมา
แล้วหน้าจอในกลุ่มแลกเปลี่ยนสุขาวดีก็ได้เลื่อนอย่างรวดเร็ว
เอ้อหลางเสิน: ที่นางฟ้าฉางเอ๋อว่าไว้เป็นความจริงรึ?
ตือโป๊ยก่าย: เจ้าสามตา เจ้าคิดอะไรอยู่น่ะ? แม้แต่เจ้าเองก็ยังหวังน้องฉางเอ๋อของตาเฒ่าหมูเรอะ
เมื่อเห็นฉางเอ๋อที่ยอมลงทุนถึงขนาดนั้น ซุนหงอคงก็แอบรู้สึกดีใจขึ้นมาที่นางฟ้าจื่อเสียนั้นไม่ได้อยู่ในกลุ่มนี้
แต่ในขณะที่ซุนหงอคงกำลังโล่งอกอยู่นั้นเอง ศิลาส่งผ่านเสียงของเขาก็ได้ดังขึ้นมา
นางฟ้าจื่อเสีย: เจ้าลิงจะซื้อหรือจะขโมยมาก็ได้ เจ้าจะต้องหาชุดนั้นมาให้ข้าให้ได้นะ แล้วข้าจะรับผิดชอบเองเรื่องที่ตามมาเอง!