ร้านค้าจากแดนสวรรค์ - บทที่ 387 ขายยา
บทที่ 387
ขายยา
ด้วยการช่วยเหลือของสายฟ้าอัคคี ฉิงเทียนก็สามารถปรุงยาโพ่อิง 3 เม็ดเสร็จภายในชั่วข้ามคืน
“เยี่ยม ปรุงยาโพ่อิงออกมาได้ดีซะด้วย!” ฉิงเทียนผงกหัวอย่างพึงพอใจแล้วพูดกับตัวเอง ก่อนจะหยิบเอาขวดๆหนึ่งออกมาจากถุงเก็บของแล้วเอายาโพ่อิงสามเม็ดนี้ลงไปในขวด อีกทางด้านหนึ่งฉิงหยูก็ได้ปรุงยาจู้จีเสร็จพอดี
แล้วฉิงเทียนจึงได้ถามเสี่ยวเอ้อถึงเรื่องของสถานที่ประมูล
สถานที่ประมูลก็คืออาคารที่ใหญ่ที่สุดในเมืองเทียนเฉิง ซึ่งเป็นของตระกูลหลี่แห่งสำนักซูซาน
ถ้าพูดถึงเรื่องอิทธิพลในสำนักซูซานแล้ว ก็เกรงว่านอกจากเจ้าสำนักแล้วก็จะเป็นตระกูลหลี่นี่แหละ
ตระกูลหลี่นั้นมีประวัติศาสตร์ยาวนานและอยู่ในสำนัก ซูซานมาร่วมพันปีแล้ว ซึ่งความสัมพันธ์นั้นค่อนข้างซับซ้อน แต่ว่ากันว่าเซียนกระบี่หลี่ไท่ไป๋ที่อยู่ในสมัยราชวงศ์ถังนั้นคือบรรพบุรุษของตระกูลหลี่ในปัจจุบัน
ในสำนักซูซาน ผู้ที่กุมอำนาจในสำนักซูซานก็คือเจ้าสำนัก ในขณะที่ผู้ที่กุมตระกูลหลี่เป็นผู้ควบคุมการเงินในสำนัก ซูซาน ซึ่งทุกสิ่งทุกอย่างที่เกี่ยวข้องกับเงินในสำนักซูซานนั้นก็จะเกี่ยวข้องกับตระกูลหลี่ทั้งหมด
ดังนั้นด้วยอิทธิพลมหาศาลของตระกูลหลี่ที่อยู่เบื้องหลังแล้ว ไม่ว่าผลประโยชน์จากการประมูลนั้นจะน่าหลงใหลมากเพียงใดก็ตาม แม้แต่คนมากมายจากสำนักซูซานอยากจะเข้ามายุ่งเกี่ยวก็ตามที แต่ก็ไม่มีใครที่กล้าคิดจะเข้ามายุ่งกับพวกเขา
……………
มองดูอาคารขนาดใหญ่ที่อยู่ที่ปลายถนนแล้ว ฉิงเทียนและฉิงหยูก็ได้เลี้ยวเข้าตรอกข้างทางและรีบหยิบเอาผ้าคลุมดำออกมาจากถุงเก็บของ ผ้าคลุมดำสองผืนนี้คือของวิเศษอย่างที่สามที่ฉิงเทียนได้มาจากราชาปีศาจในโลกเซียน ซึ่งสามารถใช้ป้องกันเซียนที่ระดับต่ำกว่าจินเซียนลงไปตรวจพบได้ ภายใต้ผ้าคลุมขนาดใหญ่ผืนนี้ทำให้ตัวตนที่แท้จริงของฉิงเทียนและฉิงหยูนั้นไม่สามารถถูกพบได้
หลังจากที่นำมาคลุมตัวของพวกเขาแล้ว ฉิงเทียนกับ ฉิงหยูก็รู้สึกโล่งอก พวกเขามาที่โลกเซียนก็เพื่อช่วยคน ซึ่งยาจู้จีที่ปรุงขึ้นมานั้นไม่ได้ก่อให้เกิดความตกใจมากนัก แต่ทว่ายาโพ่อิงนั้นเรียกได้ว่าเป็นของหายากในโลกผู้บำเพ็ญเพียรอยู่ ซึ่งถ้ายาจู้จีและยาโพ่อิงนั้นกลับมาโผล่พร้อมๆกันจะต้องตกเป็นที่สนใจของบางสำนักแน่ๆ
อย่างไรเสีย ถ้าเกิดมีใครที่มียาทั้งสองชนิดนี้เป็นปริมาณมากๆแล้ว โอกาสที่ลูกศิษย์ในสำนักจะบรรลุชั้นจู้จีและหยวนยิงก็ยังมีมากขึ้นอย่างมาก ดังนั้นนี่คือยาที่ดีสำหรับสำนักต่างๆอย่างไม่ต้องสงสัย
เพื่อที่จะหลีกเลี่ยงความวุ่นวายที่จะเกิดขึ้นกับพวกเขา ฉิงเทียนจึงได้เลือกที่จะแอบเข้าไป
หลังจากที่เตรียมการเรียบร้อยแล้ว ฉิงเทียนกับฉิงหยูก็ได้เดินเข้าไปในอาคารจัดการประมูลที่อยู่ที่ปลายถนน
วันนี้เป็นการประมูลก่อนวันงานประลองยุทธ์ ที่จัดการประมูลจึงได้เนืองแน่นไปด้วยผู้คน
ถึงแม้การประมูลนั้นจำเป็นต้องใช้เงินทอง แต่ก็ไม่อาจห้ามไม่ให้ผู้คนที่มาที่เมืองเทียนเฉิงได้ และในเวลานี้ที่นี่เต็มไปด้วยพวกคนใหญ่คนโต
คนที่ทำหน้าที่เฝ้าประตูที่ถืออาวุธครบมือก็ได้คอยเฝ้าระวังอย่างเข้มงวด แต่พวกเขาก็ไม่ได้แปลกใจอะไรเมื่อเห็น ฉิงเทียนกับฉิงหยูที่แต่งตัวดูมิดชิด อย่างไรเสียสถานที่แห่งนี้ก็เป็นสถานที่เงินทองรั่วไหล จึงไม่มีใครที่อยากจะเปิดเผยตัวตนอยู่แล้ว จึงมีผู้คนมากมายที่มาที่นี่โดยแต่งตัวกันมิดชิด แล้วยามคนหนึ่งก็กล่าว “จ่ายมา 20 หินหยกระดับกลาง!”
“พวกเรามาที่นี่เพื่อขายของครับ” ฉิงเทียนพูดเบาๆ
เมื่อยามได้ยินที่ฉิงเทียนบอกว่าเขามาเพื่อขายของก็ได้พูดขึ้น “ได้ ตามข้ามาทางนี้”
ฉิงเทียนกับฉิงหยูก็ได้เดินตามยามเข้าไปด้านใน เมื่อมาถึงด้านในแล้ว ความรู้สึกกระวนกระวายก็ได้มลายหายไปจากร่างกาย รู้สึกได้ถึงความบริสุทธิ์ซึ่งทำให้จิตใจของผู้คนรู้สึกสงบขึ้นมา
สายตาของเขาก็ได้กวาดมองในห้องโถงที่กว้างขวางและโอ่อ่านั้น แล้วยามก็ได้พาทั้งสองคนมายังห้องที่อยู่ด้านข้าง ประตูห้องนั้นมีตัวหนังสือเขียนเอาไว้ว่า “ห้องประเมินสินค้า”
ผลักประตูเข้าไปก็พบว่าห้องนั้นค่อนข้างว่าง มีเพียงชายวัยกลางคนคนหนึ่งที่กำลังนั่งอยู่ที่โต๊ะ ซึ่งชายคนนั้นได้ยินเสียงคนผลักประตูจึงได้เงยหน้าขึ้นมามอง
แล้วยามคนนั้นก็ได้พูดกับชายวัยกลางคน “ผู้อาวุโสครับ สองคนนี้มาเพื่อขายของครับ”
“อา เข้าใจแล้ว ออกไปได้!” แล้วชายวัยกลางคนก็โบกมือแล้วมองไปที่ชายสองคนที่ห่อตัวเองด้วยผ้าคลุมสีดำ คิ้วของเขานั้นขมวดเล็กน้อย แต่ก็ยังพูดออกมา “พวกเจ้าเอาอะไรมาขายล่ะ?”
แล้วฉิงเทียนก็ได้เดินมาข้างหน้าแล้วหยิบเอาขวดหยกขาวออกมาสองขวด แล้ววางขวดที่ใส่ยาจู้จีที่ฉิงหยูปรุงขึ้นมาวางบนโต๊ะเบาๆ
“นี่มันยาจู้จี! แถมคุณภาพยังดีมากเสียด้วย!” ชายวัยกลางคนหยิบยานั้นหยิบขวดหยกขาวขึ้นมาดูอย่างระมัดระวัง และเปิดปากขวดออกมามองดูยาที่อยู่ข้างใน หลังจากนั้นสีหน้าของเขาก็เปลี่ยนไปและมองมาที่ฉิงเทียนอย่างตะลึงแล้วกล่าว “ที่แท้ท่านก็เป็นนักปรุงยาหรอกรึ?”
“ใช่ครับ” ฉิงเทียนตอบ “ผมจะขายยาพวกนี้ได้เท่าไรครับ?”
“ยาจู้จีนั้นสามารถใช้เพิ่มโอกาสสำเร็จในการบรรลุชั้นจู้จี แต่ทว่าใช้ได้แค่ผู้บำเพ็ญเพียรที่ระดับต่ำกว่าจู้จีลงไปเท่านั้น ยา 1 เม็ดก็ 4 หินหยกกลาง, 5 เม็ดก็ 20 หินหยกกลางก็แล้วกัน” หลังจากที่ได้ยินที่ฉิงเทียนถาม ชายวัยกลางคนก็ตอบอย่างสุภาพ เพราะเมื่อสักครู่เขาได้ใช้จิตศักดิ์สิทธิ์ทำการตรวจสอบ และพบว่าไม่มีปฏิกิริยาอะไรเลย ราวกับลงไปในมหาสมุทร
เขานั้นมีพลังวัตรอยู่ในระดับหยวนยิงแล้ว แต่กลับทำให้เขารู้สึกเช่นนั้นได้ ก็บ่งบอกได้อย่างเดียวว่าทั้งสองคนที่อยู่ตรงหน้าเขานี้อย่างน้อยๆก็ต้องอยู่ในระดับเหอถี่ขึ้นไป ดังนั้นเขาจึงได้พูดอย่างเคารพ
ส่วนฉิงเทียนเองก็ไม่นึกว่ายาจู้จี 5 เม็ดที่ฉิงหยูปรุงขึ้นมานั้นจะขายได้ถึง 20 หินหยกกลาง ซึ่งก็เพียงพอที่จะจัดการเรื่องของค่าเข้างานได้แล้ว เขาจึงได้ลังเลที่จะขายยาโพ่อิง อย่างไรเสียยาจู้จีก็ขายได้ 20 หินหยกกลางแล้ว
ในขณะที่ฉิงเทียนกำลังลังเลอยู่นั้นเอง ไป๋กงหยางก็ได้พูดขึ้นมา “ท่านอาจารย์อา ขายยานั่นไปเถอะ ข้าคิดว่าจะต้องมีของดีๆโผล่มาในการประมูลนี้แน่ๆ”
“ของดีงั้นเหรอ?” ฉิงเทียนตกใจ ไป๋กงหยางบอกว่าเป็นของดี ของชิ้นนั้นจะต้องไม่เลวแน่ๆ
ดังนั้นฉิงเทียนจึงได้วางขวดหยกขาวอีกขวดตรงหน้าของชายคนนั้น
ชายวัยกลางคนก็ได้รับขวดหยกนั้นมาจากฉิงเทียนอย่างระมัดระวัง และคาดหวังว่าสิ่งที่อยู่ในขวดหยกนั้นจะเป็นอะไร
“นี่มันยาโพ่อิงนี่นา” ชายวัยกลางคนก็ได้ลุกขึ้นยืนอย่างตกใจแล้วจ้องไปที่ขวดหยกขาวที่อยู่ตรงหน้าเขา
“นายท่าน ท่านสามารถปรุงยาโพ่อิงขวดนี้ขึ้นมาอย่างนั้นเหรอครับ?” ชายวัยกลางคนนั้นพูดด้วยความเคารพอย่างสดุๆ
“งานประมูลของคุณ สนใจเรื่องแบบนี้ด้วยเหรอ?” เสียงของฉิงเทียนดังออกมาอย่างไม่พอใจผ่านผ้าคลุมดำนั้น
สีหน้าของชายวัยกลางคนก็ได้เปลี่ยนทันที แล้วชายวัยกลางคนก็ได้วางขวดยาหยกขาวลงบนโต๊ะและพูดอย่างให้ความเคารพ “เปล่าครับเปล่า นายท่านช่วยรอสักครู่ได้ไหมครับ? ขอข้าไปถามนายท่านหลี่ตันให้มาทำการตรวจสอบยานี้ก่อนนะครับ!”
“ก็ได้ เร็วๆเข้าละกัน” ฉิงเทียนพูดอย่างไม่สบอารมณ์แล้วนั่งลงที่เก้าอี้ข้างๆฉิงหยู
ชายวัยกลางคนก็ได้ผงกหัวอย่างรวดเร็ว แล้วรีบเดินออกจากห้องไป ยาโพ่อิง มันคือยาโพ่อิง
ชายวัยกลางคนนั้นเป็นผู้บำเพ็ญเพียรระดับหยวนยิง จึงรู้ถึงความยากลำบากในการบรรลุจากจินตันไปยังหยวนยิงดี
มีคนมากมายในโลกผู้บำเพ็ญเพียรที่ยังคงติดอยู่ที่ระดับจินตันตลอดครึ่งชีวิตของเขาถึงจะสามารถบรรลุไปขั้นหยวนยิงได้ ยาโพ่อิงจึงเป็นของมีค่าของสำนักต่างๆ ซึ่งขอแค่มียาโพ่อิงก็จะสามารถบรรลุไปถึงระดับหยวนอิงได้ทันที
แต่ยาโพ่อิงนั้นปรุงยากมาก แม้แต่สำนักใหญ่ๆอย่างสำนักซูซานก็ยังไม่สามารถที่จะปรุงได้ 1 เม็ดต่อปีเลย นี่จึงเป็นเหตุให้มีความต้องการยากโพ่อิงอย่างมากในโลกผู้บำเพ็ญเพียรที่แม้แต่เงินก็ไม่อาจหาซื้อได้
แต่นี่ยาโพ่อิงตั้งสามเม็ดแล้วจากที่เห็นก็ดูเหมือนจะมีคุณภาพสูงอย่างมาก ซึ่งสูงว่าที่เขาเคยทานเสียอีก ชายวัยกลางคนจึงอดไม่ได้ที่จะรู้สึกตื่นเต้นมาก