ร้านค้าจากแดนสวรรค์ - บทที่ 392 สำเร็จ
บทที่ 392
สำเร็จ
เสียงที่จู่ๆก็ดังขึ้นมานั้นได้ทำให้ดวงตาที่น่าหลงใหลของฉิงอวี่เอ๋อนั้นมองมายังฉิงเทียน
และพูดด้วยรอยยิ้มที่น่าหลงใหลนั้น “สุภาพบุรุษท่านนั้นเสนอราคา 15,000 หินหยกกลางแล้วนะคะ มีใครจะให้มากกว่านี้ไหมคะ?”
แต่ทว่าฉิงเทียนเองก็ไม่ได้กลัวอะไร ผ้าคลุมดำผืนนี้เป็นของที่ดีที่จะใช้ปกปิดร่างกายและพลังของเขา จึงไม่มีใครทราบว่าเขาเป็นใคร? แล้วเขายังจะต้องกลัวอะไรอีก
“ฮึ่ม” คนในห้องส่วนตัวของสำนักโอสถนั้นก็ได้ส่งเสียงออกมาทันที ซึ่งได้ยินไปทั่วทั้งการประมูลบ แสดงให้เห็นได้ถึงความไม่พอใจอย่างมาก ในห้องส่วนตัวนั้นจิตศักดิ์สิทธิ์ของลูกศิษย์คนหนึ่งได้ถูกปล่อยไปยังฉิงเทียน แต่ก็ไม่พบอะไรที่เป็นประโยชน์เลย จึงได้ล้มเลิกไป
“16,000 หินหยกกลาง”
ทันทีที่คำนี้หลุดออกมา ก็ได้มีเสียงฮือฮาดังขึ้นมาจากในห้องประมูล แน่นอนว่ามันเป็นอะไรที่คาดไม่ถึง ที่ของวิเศษพังๆเช่นนี้ แต่สำนักโอสถกลับเสนอถึง 16,000 หินหยกกลาง แสดงให้เห็นถึงความตั้งใจที่จะเอาของชิ้นนี้ไปให้ได้
เหล่าลูกศิษย์จากสำนักอื่นๆต่างก็แอบสงสัยว่าสำนักโอสถนั้นคิดที่จะเอาของวิเศษพังๆชิ้นนั้นไปทำไม
“17,000”
มีเสียงเบาๆดังขึ้นมา แต่ก็หนักแน่นยิ่งกว่าเสียงทั้งหมดที่ดังอยู่ในห้องประมูลนั้น เมื่อได้ยินเสียงของฉิงเทียน สีหน้าของลูกศิษย์สำนักโอสถก็ได้โมโหขึ้นมา
จากนั้นก็ได้บอกกับคนที่อยู่ข้างๆเขา “ไปตรวจสอบตัวตนของชายในชุดดำคนนั้นมา ข้าอยากจะรู้ว่ามีใครนอกจาก 4 สำนักใหญ่ที่กล้ามาแย่งของไปจากสำนักโอสถของเรา
“18,000” มีเสียงที่เย็นยะเยือกดังมาจากห้องส่วนตัวของสำนักโอสถ
เมื่อได้ยินเสียงที่เย็นชาและแข็งกระด้าง สีหน้าของ ฉิงเทียนก็กระตุกขึ้นมาเล็กน้อยและพลันรู้สึกได้ถึงแรงกดดันขึ้นมา สำนักโอสถนั้นเสนอราคามาถึง 18,000 หินหยกกลางและยังขู่เขาด้วย ดูเหมือนว่าพวกเขานั้นตั้งมั่นที่จะเอามาให้ได้ แต่ทว่าเขาเองก็อยากได้เช่นกัน
“ฮึ่ม! 20,000 หินหยกกลาง”
เมื่อแรงกดดันเข้ามาปกคลุมฉิงเทียน แขนเสื้อของ ไป๋กงหยางก็ได้สะบัดมา ซึ่งได้สลายแรงกดดันที่แผ่ออกมาทันที
“ดูเหมือนในห้องส่วนตัวห้องนั้นจะมีพลังวัตรอย่างน้อยๆก็ระดับเหอถี่!” ไป๋กงหยางกล่าว
เมื่อได้ยินเช่นนี้ สีหน้าของฉิงเทียนก็ได้เปลี่ยนไปทันที ดูเหมือนเหล่าสำนักใหญ่ในโลกผู้บำเพ็ญเพียรนี้ช่างเป็นเหมือนเสือหมอบ, มังกรหลับจริงๆ! โดยปกติการจะได้พบกับคนระดับ หยวนยิงก็เป็นเรื่องยากแล้ว และในเวลานี้มีแม้แต่สำนักใหญ่ๆก็ยังหาระดับเฟิงเฉินหรือเหอถี่ได้ยากเลย
“21,000”
“25,000” ฉิงเทียนตะโกนด้วยสีหน้านิ่งๆ แต่อารมณ์ของเขาในเวลานี้กำลังหน้านิ่วคิ้วขมวดมาก แน่นอนว่าเงินจำนวนเท่านี้มันเกินงบของเขาไปแล้ว
“ฮิๆ สุภาพบุรุษท่านนี้เสนอราคามาถึง 25,000 หินหยกกลางแล้วนะคะ” ฉิงอวี่เอ๋อก็ได้พูดพร้อมกับยิ้ม และมองมาทางฉิงเทียน
หลังจากที่ฉิงอวี่เอ๋อพูดจบก็เกิดความเงียบขึ้นมา แล้วสายตาทั้งหมดต่างก็จับจ้องไปที่สำนักโอสถ
พวกเขาต่างก็ไม่คิดว่าจะมีผู้บำเพ็ญเพียรพเนจรจะสามารถท้าชนกับสำนักโอสถได้ พวกเขาจึงได้พากันจ้องมองไปที่ผู้ที่มาท้าชิงนี้อย่างสงสัย
ในเวลานี้ทุกคนต่างก็อารมณ์เดียวกันกับคนที่ผ่านไปมามองดูผู้คนนินทากันในโลกอินเทอร์เน็ต และรอชมอย่างตื่นเต้นราวกับไม่ใช่ปัญหาใหญ่อะไร
แล้วคนในห้องส่วนตัวต่างก็ยิ้มอย่างนิ่งๆในกับผู้คนที่อยู่ด้านล่าง และก็พูดขึ้นมาทันที “สำนักโอสถของเราขอเสนอ ยาจู้เฉิง!”
“ว้าว ไม่น่าเชื่อสำนักโอสถยอมเสนอยาจู้เฉิง พวกเขาช่างใจป้ำจริงๆ” ทุกคนต่างก็สูดลมหายใจและแอบส่ายหัวในใจของพวกเขา
ยาจู้เฉิงนั้นส่งผลใกล้เคียงกันกับยาโพ่อิง แต่ต่างกันแค่ยาจู้เฉิงนั้นจะช่วยให้บรรลุจากชั้นหยวนยิงขึ้นเป็นเฟิงเฉินได้
สีหน้าของฉิงเทียนก็เปลี่ยนไปทันที การประมูลนี้สามารถเสนอยาได้ด้วย แล้วเราจะทำอย่างไรดี?
ทุกคนเมื่อเห็นว่าฉิงเทียนไม่ตอบอะไรอยู่นานมาก ต่างก็คิดว่าฉิงเทียนคงยอมแพ้แล้วพวกเขาเองต่างก็ผิดหวัง ราวกับว่าทุกคนได้เตรียมเม็ดก๋วยจี๊, ชา และขนมไว้พร้อมแล้วเพื่อรอดูชมการสู้กัน แต่กลับบอกว่าไม่สู้แล้ว ก็ลองคิดดูว่าพวกเขาจะผิดหวังกันแค่ไหน?
แต่ทว่าก่อนที่พวกเขาจะผิดหวังกัน เสียงของฉิงเทียนก็ได้ดังขึ้นมา “ใช้ของมีค่าเสนอราคาในการประมูลนี้ได้ใช่ไหม?”
ทุกคนต่างก็ผงะ ซึ่งกลายเป็นว่าคนคนนี้ยังไม่ยอมแพ้ง่ายๆ ฮ่าๆเม็ดก๋วยจี๊กับม้านั่งที่เตรียมมาไม่เสียเปล่าแล้ว ทุกคนต่างก็ตั้งตาคอยดูศึกนี้
ฉิงอวี่เอ๋อเองก็ผงะเมื่อเธอได้ยินที่ฉิงเทียนถาม เมื่อสักครู่เธอเองก็แอบคิดว่าฉิงเทียนคงจะยอมแพ้แล้ว เธอเลยเตรียมที่จะประกาศผลแล้ว แต่กลับดูเหมือนว่าเขาจะไม่รู้กฎของการประมูลแทน เธอจึงได้รีบพูดตอบอย่างยินดี “แน่นอนค่ะ หากว่าท่านสามารถเสนอของที่มีราคาเทียบเท่ากับหยกได้ค่ะ”
ส่วนสำนักโอสถเองก็สีหน้าเปลี่ยนไปทันที เพราะ ยาจู้เฉินนั้นถือเป็นไพ่ตายของพวกเขาแล้ว ถ้าเกิดมีใครให้ได้มากกว่าไพ่ตายของพวกเขาแล้ว พวกเขาก็ไม่สามารถที่จะเพิ่มราคาไปได้มากกว่านี้แล้ว
ฉิงเทียนจึงส่งโทรจิตไปหาไป๋กงหยางแล้วถาม “คุณคิดว่าผมควรที่จะจ่ายเท่าไรดี?”
ไป๋กงหยางก็ได้ทำการวิเคราะห์อย่างคนมีประสบการณ์แล้วตอบ “สำนักโอสถนั้นไม่น่าจะเสนอยาเพิ่มแล้วนอกจากหยก ดูเหมือนว่ายานั่นน่าจะเป็นไพ่ตายของพวกเขาสำนักโอสถแล้ว พวกเราก็แค่เสนอให้สูงกว่าพวกเขานิดหน่อยก็พอ”
“แล้วเราจะใช้ยาอะไรดีที่จะมีค่ามากกว่ายาจู้เฉิน?” ฉิงเทียนนึกถึงชื่อยาที่เขามีในหัวของเขา “จริงด้วยสิ ใช้ยาหนิงเฉิงก็ได้นี่นา”
คุณสมบัติของยาหนิงเฉิงนั้นก็เหมือนกับยาจู้เฉิง แต่ประสิทธิภาพของมันนั้นเหนือกว่ายาจู้เฉิงเป็นเท่าตัว ถ้ายาจู้เฉิงนั้นทำให้มีโอกาส 40% ที่จะบรรลุจากหยวนยิงไปยังเฟิงเฉินแล้ว ยาหนิงเฉิงก็จะได้ทำให้มีโอกาสเป็น 80% ซึ่งให้ผลเป็นสองเท่าของยาจู้เฉิง ยิ่งไปกว่านั้นฉิงเทียนเองก็บังเอิญมียาหนิงเฉิงเหลืออยู่ในแหวนเก็บของพอดี ซึ่งเดิมทีเป็นยาที่เขาเตรียมไว้ให้ ซูเสวี่ย แต่ในตอนนี้เธอไม่จำเป็นต้องใช้มันแล้ว ดังนั้นมันจึงได้อยู่ในแหวนเก็บของของเขาจนถึงวันนี้
“ผมขอเสนอยาหนิงเฉิงครับ!” ฉิงเทียนกล่าว
ทันทีที่ฉิงเทียนพูดจบ สีหน้าของสำนักโอสถในห้องส่วนตัวก็เปลี่ยนทันที พวกเขารู้ดีว่าพวกเขาแพ้แล้ว
และคนอื่นๆต่างก็มองมาที่ฉิงเทียนอย่างตกใจ และต่างก็พูดกันอย่างประหลาดใจ
“คนนี้เสนอยาหนิงเฉิงออกมา ซึ่งเป็นยาที่เหนือกว่า ยาจู้เฉิงเสียอีก”
“เขาเป็นนักปรุงยาหรอกเหรอเนี่ย?”
………….
แม้แต่ฉิงอวี่เอ๋อที่อยู่บนเวทีเองก็ตกใจเช่นกัน เธอนั้นไม่คิดว่าของวิเศษพังๆเช่นนี้จะสามารถนำมาใช้แลกเปลี่ยนเป็น ยาหนิงเฉิงได้
ผู้บำเพ็ญเพียรระดับเฟิงเฉินคนหนึ่งก็เป็นกำลังหลักของสำนักได้แล้ว เรียกได้ว่าเป็นแลกเปลี่ยนที่คุ้มสุดคุ้มกับการแลกเปลี่ยนของวิเศษพังๆกับผู้บำเพ็ญเพียรระดับเฟิงเฉินคนนึงเช่นนี้
“สุภาพบุรุษท่านนั้นได้เสนอยาหนิงเฉิงมาแล้วนะคะ มีใครที่จะให้มากกว่านี้ไหมคะ?” ถึงแม้ฉิงอวี่เอ๋อนั้นจะรู้แล้วว่าคงไม่มีใครที่จะกล้าเพิ่มราคาแล้วก็ตามที แต่เธอก็ต้องถามออกไป
ผู้คนต่างก็มองมาที่สำนักโอสถอย่างตื่นเต้น และคาดหวังให้พวกเขาแสดงพลังของสำนักโอสถออกมาอีก แต่แล้วพวกเขาก็ต้องผิดหวังเพราะสำนักโอสถนั้นไม่คิดที่จะเสนอราคาเพิ่มแล้ว
“ถ้าเช่นนั้นก็จะขอจบการประมูลนะคะ ซึ่งโลงศพนี้จะตกเป็นของสุภาพบุรุษท่านนั้นนะคะ” ฉิงอวี่เอ๋อพูดอย่างยินดี
จากนั้นก็มีชายร่างใหญ่ 4 คนได้ช่วยกันแบกโลงศพมาทางฉิงเทียน ซึ่งมีคนที่เดินมาพร้อมกับพวกเขาด้วยซึ่งก็คือหลี่ตันนั่นเอง และฉิงเทียนก็ได้หยิบเอาขวดหยกขาวออกมาแล้วส่งให้กับเขา
หลี่ตันก็ได้เปิดฝาขวดหยกออก แล้วมองดูมันและดมกลิ่นอย่างตั้งใจ จากนั้นก็ผงกหัวให้กับฉิงอวี่เอ๋อที่อยู่บนเวที ดูเหมือนว่าสีหน้าของหลี่ตันนั้นจะนิ่งมาก แต่จริงๆแล้วเขาตื่นเต้นมากในใจจนแทบจะปะทุออกมา
ตอนที่ฉิงเทียนหยิบเอายาโพ่อิงออกมาก็ทำเขาตกใจมากแล้ว ตอนนี้เขาก็หยิบเอายาหนิงเฉิงออกมาอีกซึ่งได้ทำให้เขาตกใจจนแทบไม่สามารถบรรยายออกมาเป็นคำพูดได้
ยาจู้เฉิงในโลกผู้บำเพ็ญเพียรนั้นสามารถผลิตขึ้นมาได้ที่สำนักโอสถเท่านั้น และไม่มีใครเลยในโลกผู้บำเพ็ญเพียรที่สามารถปรุงยาหนิงเฉิงได้เลย แต่ตอนนี้กลับมีคนที่เอายานั้นออกมาทำให้เขาถึงกับตกใจในตกใจเลยทีเดียว
ฉิงเทียนนั้นไม่ได้ตรวจดูโลงศพมากนัก แต่เขาได้สะบัดมือของเขาแล้วเอาโลงศพใส่เข้าไปในถุงเก็บของทันที