ร้านค้าจากแดนสวรรค์ - บทที่ 413 มอบรางวัล
บทที่ 413 มอบรางวัล
เจี้ยนอ้าวแพ้แล้ว ศิษย์เอกสำนักซูซานพ่ายแพ้แล้ว! ผู้คนต่างก็ไม่อยากจะเชื่อและมองดูฉิงเทียนบนเวที
ม้ามืดตัวนี้ทั้งดำและเงางาม สามารถล้มเจี้ยนอ้าวได้! ใบหน้าของทุกคนในสำนักซูซานนั้นต่างก็มีสีหน้าไม่ดีกันอย่างสุดๆแม้แต่ผู้อาวุโสเจี้ยนในเวลานี้ก็ยังจ้องมองไปที่ฉิงเทียนด้วยสายตาอาฆาตแค้น เจ้าสำนักคนอื่นๆต่างก็มองไปที่ฉิงเทียนบนเวทีด้วยสายตาไม่อยากเชื่อ ในความคิดของเขาถึงแม้ฉิงเทียนนั้นจะมีความสามารถพอที่จะสู้กับเจี้ยนอ้าวได้ แต่ก็ไม่คิดว่าฉิงเทียนจะเอาชนะเจี้ยนอ้าวได้จริงๆ!
“ผู้ชนะคือหยิงเทียน!”
เสียงของกรรมการประกาศดังขึ้นมา ทุกคนจึงได้รู้สึกตัวและมองไปที่ฉิงเทียนด้วยสีหน้าชื่นชม
อย่างไรก็ดีนี่เป็นครั้งแรกที่รอบหลายร้อยปีที่ผู้ชนะเลิศงานประลองยุทธ์นี้เป็นคนอื่นนอกเหนือจาก 6 สำนักใหญ่
อีกทางด้านหนึ่ง ฉิงหยูเองก็เอาชนะหยูชูซินแล้วขึ้นเป็นที่สามอย่างง่ายดาย ดังนั้นแล้ว 4 อันดับสุดท้ายของงานประลองยุทธ์นี้ก็ได้ผลออกมาแล้ว
ชนะเลิศ หยิงเทียน
รองชนะเลิศอันดับ 1 เจี้ยนอ้าว
รองชนะเลิศอันดับ 2 หยิงหยู
รองชนะเลิศอันดับ 3 หยูชูซิน
“ผู้อาวุโสเจี้ยน งานประลองยุทธ์ในครั้งนี้คงจะเหนือความคาดหมายของเจ้าไปสินะ!” เจ้าสำนักร้อยสัตว์ป่าก็หัวเราะเสียงดัง เขานั้นอยากที่จะเห็นผู้อาวุโสเจี้ยนต้องเจ็บปวดบ้าง
ไม่เพียงแต่เจ้าสำนักเถียนแห่งสำนักร้อยสัตว์ป่าที่อยากจะเห็น แต่เจ้าสำนักใหญ่คนอื่นอีก 4 คนต่างก็อยากเห็นสีหน้าของผู้อาวุโสเจี้ยนเช่นกัน
พวกเขาต่างก็รู้ดีถึงรางวัลชนะเลิศปริศนาที่ผู้อาวุโสเจี้ยนในคราวนี้ทำตัวน่าสงสัยยิ่งนัก เพราะเดิมทีผู้อาวุโสเจี้ยนคงคาดไว้ว่ารางวัลชนะเลิศนั้นจะต้องเป็นของศิษย์ของเขาเจี้ยนอ้าว
ไม่ว่าของรางวัลที่เขาจะมอบให้กับผู้ชนะเลิศยิ่งใหญ่เพียงใดก็ตาม มันก็จะกลับไปยังสำนักซูซานอยู่ดี ซึ่งจะเห็นได้จากบรรยากาศของสำนักซูซานในเวลานี้
แต่ทว่าใครจะไปคิดว่าจะมีม้ามืดที่เป็นสัตว์ประหลาดอย่างฉิงเทียนโผล่มา และขัดขวางการชนะเลิศของเจี้ยนอ้าว
ในเวลานี้มันเป็นเรื่องยากสำหรับพวกเขาที่จะเปลี่ยนแปลงรางวัลแล้วด้วย ถ้าพวกเขายอมยกให้ก็แค่เจ็บปวดใจเท่านั้น! แต่ถ้าพวกเขาไม่ยอมยกให้ก็จะเป็นการตระบัดสัตย์ แล้วพวกเขาและสำนักซูซานก็คงไม่มีหน้าสู้ใครได้อีกแน่
ดังนั้นมันจึงเป็นเรื่องยากมากสำหรับผู้อาวุโสเจี้ยนที่จะลงมืออะไรตอนนี้ จนกระทั่งฉิงอวี้เอ๋อก็ได้กระซิบบอกเขาจากด้านหลัง “ศิษย์พี่คะ ถึงเวลาท่านมอบรางวัลแล้วค่ะ!”
ผู้อาวุโสเจี้ยนที่สติกลับมาได้ก็ได้กระโดดขึ้นไปบนเวที และมองไปที่ฉิงเทียนอย่างเย็นชา
ในตอนนั้นเองฉิงเทียนก็รู้สึกเหมือนกับว่าเขากำลังถูกจ้องมองโดยอสรพิษร้ายอยู่ แต่มีเหรอที่เขาจะกลัว สายตาของเขาก็ไม่ได้หลบเลี่ยงเลยแม้แต่น้อยและจ้องตอบผู้อาวุโสเจี้ยน
ผู้อาวุโสเจี้ยนรู้สึกหงุดหงิดขึ้นมา แต่ติดที่ว่ามีคนมากมายกำลังเฝ้าดูอยู่ ไม่อย่างนั้นเขาคงอดทนไม่ไหวจัดการฆ่าฉิงเทียนให้ตายสักพันหนไปแล้ว ผู้ชายคนนี้ได้ทำลายแผนการที่วางเอาไว้อย่างดีของจนป่นปี้ จึงได้แอบคิดในใจ: แผนการในคราวนี้พังพินาศหมด กระบี่ม่วงก็เอาออกมาไม่ได้ ถ้าไม่ติดว่ากลัวจะใครจะมีใครมาต่อว่าเขาว่ารังแกคนผู้น้อยแล้วล่ะก็ เขาคงที่จะฆ่าฉิงเทียนเพื่อระบายความแค้นนี้ไปแล้ว
ส่วนเพ่าฝูก็รู้สึกได้ถึงรังสีอาฆาตมาจากชายชราจึงได้บอกฉิงเทียน “นายท่านเจ้าคะ ตาแก่นิสัยไม่ดีที่อยู่ใกล้ๆนายได้คิดที่จะฆ่านายท่านเจ้าค่ะ ให้ข้าเรียกสายฟ้ามาจัดการเขาดีไหมเจ้าคะ? เป็นถึงเจ้าสำนักแต่กลับมีความคิดเช่นนี้แย่มาก”
“ยังไม่จำเป็นต้องใช้ตอนนี้หรอกเพ่าฝู ตอนนี้มีคนมากมายอยู่ที่นี่เขาไม่กล้าลงมือทำอะไรผมหรอก” ฉิงเทียนเองก็ไม่คิดว่าเขาจะสามารถชนะเลิศและยั่วโมโหผู้อาวุโสเจี้ยนเจ้าสำนักซูซานให้อยากฆ่าเขาได้
“ฮึ ข้าจะเชื่อฟังนายท่านเจ้าค่ะ” เพ่าฝูที่อยู่ในหัวของฉิงเทียนตอบและจ้องไปที่ผู้อาวุโสเจี้ยนอย่างโมโห และสะบัดมือน้อยๆของเธอไปมา แน่นอนว่าเธอนั้นยังรู้สึกไม่ดีกับผู้อาวุโสเจี้ยนอยู่ดี
“พี่ครับ พี่สุดยอดไปเลย ผมกะแล้วว่าพี่จะต้องคว้าอันดับ 1 ได้!” ฉิงหยูได้ส่งโทรจิตมา
ฉิงเทียนก็ได้ส่ายหัวแล้วกล่าว “พี่ก็แค่อาศัยความได้เปรียบจากของวิเศษที่ดีกว่าเท่านั้น เจี้ยนอ้าวนั้นแข็งแกร่งของจริง ถ้าเขามีของวิเศษในระดับเดียวกันกับพี่แล้ว พี่คงไม่สามารถเอาชนะเขาได้อย่างแน่นอน” พลังของตราประทับนั้นสำหรับการแข่งขันนี้แล้วถือว่ายิ่งใหญ่มากเกินไป ถึงแม้ตราประทับของฉิงเทียนนั้นจะเป็นของเจ้าหน้าที่ระดับต่ำ แต่ก็ยังเป็นตราประทับของเจ้าหน้าที่บนสวรรค์อยู่ดี พลังของมันย่อมเทียบไม่ได้กับของวิเศษทั่วไปอยู่แล้ว
ส่วนฉิงหยูก็ได้พูดอย่างไม่พอใจ “พี่ครับแต่ว่าพลังวัตรของพี่อยู่แค่ระดับเฟิงเฉิน แต่เจี้ยนอ้าวอยู่ในระดับเหอถี่เลยนะครับ ถ้าพลังวัตรเท่านั้นพี่ก็คงไม่แพ้ต่อให้ใช้อาวุธระดับเดียวกันก็เถอะครับ”
“นั่นก็จริง!” ฉิงเทียนผงกหัว ที่ฉิงหยูพูดก็ถูกถ้าพลังวัตรของเขาอยู่ในระดับเหอถี่แล้ว ต่อให้เขาไม่ใช้ตราประทับเขาก็คงไม่แพ้เจี้ยนอ้าวหรอก
ในขณะที่ฉิงเทียนกับฉิงหยูกำลังส่งโทรจิตคุยกันอยู่นั้น เสียงของผู้อาวุโสเจี้ยนก็ได้ดังขึ้นมาขัดการส่งโทรจิตของทั้งสองคนเสียก่อน
“ก่อนอื่นเลย ข้าขอแสดงความยินดีกับผู้เยาว์ที่เข้ารอบ 10 คนสุดท้ายของงานประลองนี้มาได้! อนาคตขึ้นอยู่กับพวกเจ้าแล้วและพวกเจ้าจะต้อง…..” แล้วผู้อาวุโสเจี้ยนก็ได้สาธยายเรื่องของความรักในการบำเพ็ญเพียรหากคิดที่จะเป็นคนหนุ่มสาวที่มีอนาคต ซึ่งฉิงเทียนที่ยืนฟังอยู่นั้นก็แทบจะหลับ และไม่เพียงแต่ฉิงเทียนแต่เหล่าผู้ชมที่อยู่ที่อัฒจันทร์เองก็รู้สึกไม่อยากฟัง
ซึ่งเรื่องเช่นนี้ก็เป็นเหมือนกันบนโลก ไม่ว่าจะงานอะไร ก็จะต้องมีเจ้าภาพออกมากล่าวเปิดงานก่อน
จนกระทั่งผู้อาวุโสเจี้ยนได้กล่าวคำสุดท้าย ทุกคนก็ได้ถอนหายใจออกมา หลังจากที่สาธยายจบทุกคนก็ได้เปิดหูแล้วตั้งใจฟังทันที
“ต่อไปข้าจะขอมอบของรางวัล 10 อันดับแรกในการประลองนั้นคือพวกเจ้าจะสามารถเข้าไปในสุสานกระบี่ได้ ซึ่งของที่พวกเจ้าได้ในสุสานกระบี่นั้นจะกลายเป็นของพวกเจ้า ซึ่งทางสำนักซูซานของพวกเราจะไม่ขออะไรมาก แต่ทางสำนักซูซานจะขออยู่อย่างเดียว ขอให้ทุกคนที่ได้เข้าไปในสุสานกระบี่นั้นอย่าได้แพร่งพรายเรื่องในสุสานกระบี่โดยเด็ดขาด ไม่อย่างนั้นสำนักซูซานของพวกเราจะไม่ปล่อยให้คนคนนั้นได้ตายดีแน่”
หลังจากที่พูดประโยคนี้ออกมา ก็ได้ทำให้เหล่าผู้ชมพากันตื่นเต้นขึ้นมาทันที และอยากที่จะได้เข้าไปในสุสานกระบี่เอง เดิมทีคนเหล่านี้คิดว่าที่สำนักสุสานกระบี่นั้น เดิมทีพวกเขาต่างก็คิดว่าสุสานกระบี่นั้นเป็นของที่สำคัญที่สุดของสำนักซูซาน แต่กลับอนุญาตให้คนอื่นได้เข้าไปเอาของจากในสุสานกระบี่ได้ แต่ทว่าจากที่เจ้าสำนักซูซานกล่าวมาการว่าถ้าได้ของวิเศษอะไรจากสุสานกระบี่นั้นก็จะเป็นของคนคนนั้นโดยที่ไม่ต้องยกให้สำนักซูซาน ส่วนเงื่อนไขนั้นที่กล่าวมานั้นก็เป็นอะไรที่พอจะเข้าใจได้
อย่างไรก็ดีสุสานกระบี่นั้นก็เป็นของสำนักซูซาน ถ้าพวกเขาขอไม่ให้เผยแพร่ ก็ไม่ควรที่จะเผยแพร่ออกไป! ซึ่งโอกาสที่จะได้เข้าไปในนั้นปกติก็ไม่ใช่เรื่องง่ายอยู่ ซึ่งในความคิดของพวกเขาแล้วเงื่อนไขเช่นนี้ไม่ว่าที่ไหนก็คงเหมือนกัน
“สุสานกระบี่ น่าสงสัยจริงว่ามันคืออะไรกันแน่?” ฉิงเทียนคิดในใจ ในขณะเดียวกันเขาคิดว่าเมื่อใดที่ได้เข้าไปในสุสานกระบี่ เขาก็จะช่วยหยูชูซินออกมา
“ต่อไปจะเรื่องของรางวัลจะเป็นดังนี้ อันดับสิบถึงอันดับห้ารางวัลจะเป็น 1,000 หินหยกกลางและยาต้าเกิ้ง 5 ขวด”
ทันทีที่การประกาศรางวัลออกมา เหล่าผู้ชมแต่ละคนต่างก็ตกใจ และเหล่าเจ้าสำนักทั้ง 6 เองต่างก็ยังตกใจ อย่าว่าแต่ 1,000 หินหยกกลางเลย ยาต้าเกิ้ง 5 ขวดนั้นก็มีค่าหลายพันหินหยกกลางแล้ว
ยาต้าเกิ้งนั้นเป็นยาที่เอาไว้ใช้ฟื้นฟูพลังวิญญาณ ซึ่งยาต้าเกิ้งนี้สามารถใช้ฟื้นฟูพลังวิญญาณของผู้ที่มีพลังวัตรในระดับเหอถี่ได้
“ส่วนลำดับที่ 4 ถึง 2 จะได้รับของวิเศษระดับวิญญาณคนละชิ้น!”
หลังจากที่กล่าวออกไปว่า “ของวิเศษระดับวิญญาณ” ออกมาจากปากของเจ้าสำนักเจี้ยนแล้ว ทุกคนต่างก็กลั้นหายใจด้วยความตกใจ
ของวิเศษระดับวิญญาณนั้นเป็นของที่หายากมากในโลกผู้บำเพ็ญเพียร ไม่ใช่สิ่งที่จะเอามาระเบิดเล่นทิ้งขว้างได้อย่างฉิงเทียน ซึ่งสำนักทั่วๆไปก็ยังไม่มีของวิเศษระดับวิญญาณเอาไว้ใช้เลย ดังนั้นการที่ทั้ง 6 สำนักนั้นตัดสินใจใช้ของวิเศษวิญญาณมาเป็นของรางวัลนั้นเป็นอะไรที่ใจป้ำมากๆ ในเวลานี้ทุกคนต่างก็รอฟังว่าเจ้าสำนักเจี้ยนพูดถึงรางวัลของผู้ชนะเลิศ อย่างไรเสียอันดับที่ 2-4 ก็ยังได้ของระดับวิญญาณแล้ว แล้วจะให้อะไรกับผู้ชนะเลิศกัน? ผู้คนจึงต่างก็เฝ้ารออย่างใจจดใจจ่อ