ร้านค้าจากแดนสวรรค์ - บทที่ 422 เก็บเกี่ยว
บทที่ 422 เก็บเกี่ยว
หลังจากที่เก็บเอายาสี่สุ่ยไป ฉิงเทียนและพรรคพวกก็ได้เดินกันไปต่อสักพักหนึ่ง แล้วก็พบสถานที่ที่น่าจะมีของวิเศษอยู่
แต่ในคราวนี้ มีลูกไฟนับร้อยลูกลอยขึ้นมาตรงที่ที่มีของวิเศษซ่อนอยู่ เมื่อฉิงเทียนกับฉิงหยูมาถึง ลูกไฟนับร้อยนั้นก็ได้เข้ามารวมกันอย่างรวดเร็ว แล้วมันก็มารวมตัวกันจนมีรูปร่างเหมือนกับเสืออยู่กลางอากาศ แล้วเสือไฟที่จับตัวกันแน่นนั้นก็ได้ซอยเท้าแล้วพุ่งเข้ามาหา
“หืม ช่างน่าทึ่งจริงๆ” ฉิงเทียนกล่าว แล้วสะบัดมือของเขาเพื่อเรียกสายฟ้าอัคคีออกมา
ฟิ้ว
สายฟ้าอัคคีนั้นมีรูปร่างเป็นสายฟ้า และมีเสียงเหมือนกับสายฟ้า แต่กลับมีไฟอยู่รอบๆตัว แล้วก็ได้พุ่งเข้าใส่เสือไฟอย่างทรงพลัง
เสือไฟที่อยู่กลางอากาศนั้นก็ได้โยกหลบอย่างรวดเร็ว แต่ทว่ามันหาใช่คู่ต่อสู้ของสายฟ้าอัคคีไม่! สายฟ้าอัคคีที่บินอยู่ก็ได้เปลี่ยนรูปร่างกลายเป็นมังกร กรงเล็บข้างหนึ่งของมันได้จับหัวของเสือไฟแน่น แล้วเสือไฟก็ได้หล่นลงมาทันทีที่กรงเล็บนั้นเหวี่ยงใส่
ตูม~~
สายฟ้าอัคคีได้ลงมาขย้ำเสือไฟราวกับหมาป่ากระหายหิว แล้วเสือไฟก็ได้สลายไปทันที สายฟ้าอัคคีที่กินเสือไฟจนเต็มปากนั้นก็ได้กลืนมันลงไป แล้วเสือไฟก็ได้ลงมาอยู่ในท้องของสายฟ้าอัคคี
“ด้วยความแข็งแกร่งของเสือไฟตัวนี้ก็น่าจะอยู่ในระดับเฟิงเฉินเช่นกัน แต่ใครใช้มันต้องมาเจอกับสายฟ้าอัคคี” ฉิงเทียนกล่าว มันจะเป็นการดีกว่าถ้าหากใช้พลังวิเศษอื่น เพราะสายฟ้าอัคคีนั้นเป็นเหมือนกับนักล่าพลังไฟเหล่านี้
แล้วก็พบขวดหยกสีฟ้าอยู่วางอยู่บนหินก้อนใหญ่เหมือนกันตรงจุดที่เสือไฟหายไป ซึ่งดูเหมือนกับก่อนหน้านี้
ฉิงเทียนก็ได้ปล่อยกระบี่บินออกไปแล้วไปช้อนเอาขวดหยกลงมาตรงหน้าเขา แล้วฉิงเทียนก็ยื่นมือไปหยิบขวดหยกนั้นมา
แล้วก็พบตัวหนังสือเขียนไว้ว่า “ยายู่เต้า” ที่ข้างขวดหยกสีฟ้านั้น
“ยายู่เต้า?” ฉิงเทียนพูดอย่างตกใจเมื่อพบยาขวดนี้
ยายู่เต้านั้นเป็นของที่ล้ำค่ามากกว่ายาสี่สุ่ยเมื่อสักครู่มากนัก ว่ากันว่ายายู่เต้านี้จะช่วยให้ผู้บำเพ็ญเพียรเข้าสู่เต๋าได้เร็วขึ้น
อะไรคือการเข้าสู่เต๋า จริงๆแล้วการจะบรรลุความเล้นลับของวิชาวิชาหนึ่งได้นั้น มันเป็นคำถามที่บางคนก็ตอบได้และบางคนก็ตอบไม่ได้ แล้วตัวยายู่เต้านี้จะมาช่วยผู้ที่ไม่สามารถตอบได้ ซึ่งแม้แต่ผู้สามารถแก้ปัญหาได้ การกินยายู่เต้าก็จะช่วยให้บำเพ็ญเพียรไปได้ไวมากขึ้นไปอีก
ยายู่เต้าจึงเป็นของที่ล้ำค้าอย่างสุดๆ
ยาเม็ดนึงมีค่ามากกว่ายาหนิงเฉินที่ฉิงเทียนขายในงานประมูลทั้งหมดรวมกันเสียอีก
ฉิงหยูเองก็ไม่คาดคิดว่ายาขวดนั้นจะเป็นยายู่เต้า แล้วก็พูดอย่างตื่นเต้น “พวกเราโชคดีสุดๆเลย ที่พบของหายากอย่างยายู่เต้าเข้า”
“จริง แม้แต่พี่ก็ยังปรุงยานี้ไม่ได้” ฉิงเทียนผงกหัวอย่างเห็นด้วย
ยายู่เต้านั้นเป็นที่ต้องการอย่างมากเสมอมา! ใครก็ตามที่ปรุงยาตัวนี้ออกมาวางขาย ก็จะมีคนมาซื้อแทบจะทันที ไม่ว่าจะเป็นโลกเซียนหรือโลกผู้บำเพ็ญเพียรก็ตาม
ไม่ว่าใครก็ตามที่ได้ทานยายู่เต้าเข้าไป ความเร็วในการบำเพ็ญเพียรก็จะเพิ่มขึ้นอย่างมาก คนเรานั้นมีอายุขัยที่จำกัด การเพิ่มความเร็วในการบำเพ็ญเพียรก็จะหมายถึงอายุขัยที่เพิ่มมากขึ้นด้วย
ฉิงเทียนและฉิงหยูก็ได้เดินเข้าไปในหมอกขาวที่ไร้ที่สุดต่อ ภายใต้การนำทางของเพ่าฝู ฉิงเทียนและฉิงหยูก็ได้ของเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งล้วนแต่เป็นยา
มียาต่างๆมากมายตั้งแต่ยาระดับต่ำไปจนถึงยาระดับสูง ซึ่งมียาที่มาสรรพคุณต่างๆกันอย่างยาเหอเหอหยาง, ยาสี่จิงฝาสุ่ย, ยาจื้อปิ้ง, ยาเพิ่มพลังวัตร, ยาฟื้นฟูพลังวัตร, ยาแก้พิษ…..และมียาอีกมากมายที่ฉิงเทียนเองก็ไม่นึกถึงว่าจะพบ แต่ทว่าฉิงเทียนก็พบกับยาที่ล้ำค่ามากกว่ายายู่เต้าเข้า
ยาจิ่วจ่วนหลิงก็เป็นยาที่ใช้ฟื้นฟูพลังแห่งชีวิตและซ่อมแซมพลังชีวิตที่เสียหาย อย่างไรก็ตามยาจิ่วจ่วนหลิงที่ฉิงเทียนเก็บได้นั้นมีผลแค่กับผู้บำเพ็ญเพียรที่อยู่ในระดับตู้จี๋ลงไป และจะไม่ได้ผลกับผู้ที่อยู่ในระดับสูงกว่าตู้จี๋ไป
อย่างมนุษย์ธรรมดาที่มีร่างกายพิการ, เกิดมาอ่อนแอ, แก่และมีอาการสาหัส…..เรียกง่ายๆว่าอาการเจ็บป่วยต่างๆขอเพียงทานยานี้เข้าไปก็จะหายในทันที หากแขนขาดก็จะแขนงอกออกมา และถ้าหากแก่และอ่อนแรงก็จะฟื้นคืนกลับไปเป็นเยาว์วัยทันทีซึ่งเป็นยาที่ล้ำค่ามากเช่นกัน
และเพราะเป็นยาที่ล้ำค่ามาก การปรุงยานี้ขึ้นมาก็เป็นเรื่องยากสุดๆเช่นกันและขั้นตอนต่างๆก็วุ่นวายแบบสุดๆ
จากที่ไป๋กงหยางว่ามา มีผู้ที่ปรุงยานี้ได้ไม่มากนักในโลกเซียน ยิ่งเป็นโลกผู้บำเพ็ญเพียรแล้วยิ่งไม่ต้องพูดถึง
“มีอยู่ทั้งหมด 6 เม็ด” ฉิงเทียนนับยาจิ่วจ่วนหลิงที่อยู่ในขวดหยก
ขวดหยกขวดนี้มียาจิ่วจ่วนหลิงอยู่ 6 เม็ด ซึ่งเป็นของที่ล้ำค่ามากที่สุดที่เขาพบในตอนนี้แล้ว และจำนวนทั้งหมด 6 เม็ดนี้เทียบได้กับของวิเศษชั้นเลิศอย่างที่เหยนหลิงยอมเสี่ยงชีวิตเพื่อของวิเศษชั้นเลิศ
และยาจิ่วจ่วนหลิงนี้จะเป็นของที่มีค่าเสียยิ่งกว่าของวิเศษชั้นเลิศในสายตาของผู้บำเพ็ญเพียรคนหนึ่งที่จะได้พบหลังจากนี้
อย่างไรก็ตามถึงพวกเขาจะไม่พบอาวุธวิเศษชั้นเลิศ แต่ก็ใช้ว่าจะทำให้การต่อสู้อ่อนแอลง ทุกสิ่งทุกอย่างปราศจากชีวิตไม่ได้ ดังนั้นยาในขวดหยกเหล่านี้ล้วนมีค่าทั้งนั้น
“มีของวิเศษมากมายในสุสานกระบี่ของสำนักซูซานจริงๆ” ฉิงเทียนพูดอย่างตื่นเต้น เขานั้นคิดว่าจะได้ของวิเศษติดมือนิดหน่อยเท่านั้น แต่ไม่คิดว่าจะเจอแต่ของไม่คาดคิดเช่นนี้
“ฮ่าๆ พวกเราช่างโชคดีเสียนี่กระไร!” ฉิงหยูเองก็ตะโกนอย่างตื่นเต้น
หลังจากที่รวบรวมยามาได้ระดับหนึ่ง ฉิงเทียนกับฉิงหยูในที่สุดก็เดินมาถึงจุดจุดหนึ่ง
มีแสงสี 5 สีสว่างขึ้นอยู่ตรงหน้า ซึ่งได้ทำให้ฉิงเทียนกับฉิงหยูรู้สึกตกใจ และมองดูอย่างระมัดระวัง แล้วหมอกขาวก็ได้จางลงอยู่ไกลๆและพบชั้นหินกว้างๆอยู่ชั้นหนึ่ง และพบสิ่งที่ส่องแสงสีสันสดใสอยู่บนชั้นหินนั้นซึ่งดูไม่แน่ชัดว่ามันคืออะไร
“สมบัติ มันคือสมบัติของจริง!” จู่ๆไป๋กงหยางก็พูดขึ้นมาอย่างตื่นเต้น “ของล้ำค่าที่พวกเราพบมาจนถึงตอนนี้เทียบไม่ได้กับสิ่งนี้เลย ข้ารู้สึกได้เลยว่าเจ้าสมบัติชิ้นนี้มันจะต้องไม่ธรรมดาอย่างแน่นอน”
“หืม” ฉิงเทียนก็รู้สึกใจเต้นเร็วขึ้นมา ถ้าแม้แต่ไป๋กงหยางยังบอกว่ามันเป็นสมบัติเช่นนี้ มันก็น่าจะเป็นของล้ำค่ามากกว่าสิ่งที่เขาได้มาจากสุสานกระบี่จนถึงตอนนี้ มันคืออะไรกันแน่นะ? ยายู่เต้าและยาจิ่วจ่วนหลิงที่เขาได้มานั้นก็ล้วนแต่เป็นของชั้นเลิศที่ประเมินค่าไม่ได้ และตอนนี้ของที่อยู่ตรงหน้าเขานั้นก็ล้ำค่ามากกว่าสองสิ่งนั้นเสียอีก
ฉิงเทียนรู้สึกตื่นเต้นขึ้นมา
เขาตื่นเต้นอย่างมากขณะที่หยิบของวิเศษชิ้นนั้นขึ้นมา และที่ยิ่งตื่นเต้นขึ้นไปอีกคือเขาได้ชิงของวิเศษชิ้นนี้มาจากศัตรูอีกต่างหากเพื่อไม่ให้ศัตรูได้ไป
“มันจะเป็นของวิเศษหรือยาเซียนกันแน่นะ?” ฉิงหยูกลืนน้ำลายและรู้สึกไม่อยากจะเชื่อ ถึงแม้ว่าฉิงหยูนั้นจะมีวิญญาณจินเซียนอยู่รอบๆตัวเขาก็ตาม แต่ไป๋กงหยางก็เป็นแค่ร่างวิญญาณไม่ใช่เซียนจริงๆ
“ตูม~~”
แต่แล้วจู่ๆก็มีเสียงดังเกิดขึ้นมา แล้วทันใดนั้นก็ปรากฏไฟที่เกาะกลุ่มอยู่กลางอากาศ ไฟจำนวนนับไม่ถ้วนกำลังรวมตัวกันอย่างต่อเนื่อง แล้วทันใดนั้นมันก็ได้กลายเป็นมังกรสีม่วงขนาดมหึมา มังกรม่วงนั้นช่างดูสง่างามอย่างหาที่เปรียบไม่ได้ แล้วมันก็ได้เกาะอยู่บนชั้นหินนั้น แล้วมังกรนั้นก็ได้ก้มหัวลงมามองฉิงเทียนและฉิงหยู
ในเวลานี้เอง สายฟ้าอัคคีที่อยู่ในตัวของฉิงเทียนนั้นก็มีอาการเหมือนกับจักรพรรดิที่ถูกยั่วโมโหโดยปุถุชน มันจึงได้แสดงอาการบอกกับฉิงเทียนว่าเขาอยากที่จะออกมาสู้กับมังกรสีม่วงที่อยู่ตรงหน้าเขาอย่างลุกลี้ลุกลน
“ฟู่ๆ”
ในขณะที่ฉิงเทียนกำลังปล่อยออกมานั้นเอง ทันใดนั้นก็มีเสียงดังลั่นออกมา “ฮ่าๆ ในที่สุดก็ออกมาได้เสียที เจ้าหมอกขาวนี้มันช่างยากที่จะจัดการเสียจริง” โช่วเหนียนหัวเราะอย่างเริงร่า ดูเหมือนว่าคนที่ได้รับผลกระทบจากการหมอกขาวมากที่สุดนั้นก็คือเขานี่แหละ
แต่หลังจากที่โช่วเหนียนพูดจบไม่ทันไร หลังจากนั้นสักพักหลินเยว่กับคนอื่นๆเองก็พบที่นี่ด้วย
แล้วในท้ายที่สุด แม้แต่กลุ่มคนจากสำนักซูซานเองก็มาถึงที่นี่ด้วยเช่นกัน
แล้วทุกคนก็ได้มารวมกลุ่มที่นี่กันโดยไม่รู้ตัว