ร้านค้าจากแดนสวรรค์ - บทที่ 424 บรรลุเป้าหมาย
บทที่ 424 บรรลุเป้าหมาย
“เสี่ยวซิน ความทรงจำของคุณถูกลบไปน่ะ ผมจะช่วยคุณฟื้นคืนความทรงจำเดี๋ยวนี้แหละ” ฉิงหยูพูดอย่างอ่อนโยน “ผมขอฝากให้เป็นหน้าที่ของท่านนะ ศิษย์พี่”
“ได้เลย!” ไป๋กงหยางได้ออกจากแหวนที่อยู่ที่นิ้วของฉิงหยู
เมื่อเห็นภาพนี้หยูชูซินก็ตกใจและพูดอะไรไม่ออก จะมีวิญญาณที่แฝงตัวอยู่ในแหวนได้อย่างไรกัน?
“ไม่ต้องกลัวสาวน้อย ข้ามาเพื่อช่วยทำให้เจ้าฟื้นคืนความทรงจำ” ไป๋กงหยางสะบัดมือของเขา แล้วหยูชูซินก็ไม่ตอบสนองอะไรอีกและสลบลงไปกองกับพื้น
ฉิงหยูกอดเธอและลูบผมที่ยาวสลวยของเธอจากบนหัวแล้วกล่าว “เสี่ยวซิน ผมจะไม่ปล่อยคุณไปจากผมอีกแล้ว”
ในเวลานี้ที่ด้านนอก ผู้คนต่างก็พากันจับจ้องไปที่เจี้ยนอ้าว และไม่มีใครเลยที่รู้สึกตัวว่าหยูชูซินหายตัวไป
เจี้ยนอ้าวที่เดินเข้าไปหามังกรม่วงนั้น อุณหภูมินั้นร้อนขึ้นจนน่ากลัว จนทำให้หน้าของเจี้ยนอ้าวแดงขึ้นมา
“ฮู่”
มังกรม่วงรู้สึกได้ว่ามีคนกำลังเดินเข้ามาหามัน ก็ได้พ่นไฟสีม่วงออกจากปากของมันอีกครั้ง
เจี้ยนอ้าวสะบัดมือของเขา แล้วปล่อยกระบี่พุ่งออกจากมือ แล้วก็มีแสงออกมาจากกระบี่ขอบสวรรค์ ซึ่งแสงที่ว่าได้ห้อมล้อมและเป็นเกราะกำบังกระบี่ขอบสวรรค์เอาไว้ เจี้ยนอ้าวเองก็ได้ลอยตัวแล้วพุ่งตัวตามไปโดยอาศัยเกราะของกระบี่ขอบสวรรค์เป็นโล่กำบัง
“เปรี๊ยะๆๆๆ” กำแพงแสงของกระบี่ขอบสวรรค์ได้ปะทะเข้ากับไฟสีม่วง แล้วไฟสีม่วงก็ได้แรงขึ้นเรื่อยๆรวมถึงความน่าเกรงขามของมันก็น่ากลัวมากขึ้นเรื่อยๆเช่นกัน
ในชั่วขณะนั้นเอง
ถึงแม้เกราะแสงของกระบี่ขอบสวรรค์นั้นจะทำกระจายไฟสีม่วงอย่างเต็มที่แล้วก็ตาม เกราะแสงที่สามารถทนทานได้ต่อทุกสภาพนั้น แต่พลังของไฟสีม่วงนั้นก็ยังรุนแรงเกินไปอยู่ดี จึงได้ทำลายเกราะแสงของกระบี่ขอบสวรรค์และหายไปทันที เจียนอ้าวจึงรีบถอยหลังแล้วมาหลายก้าวก่อนจะต้านรับพลังทำลายของไฟสีม่วง
“พลาด”
ทุกคนต่างนิ่งเงียบ อย่างไรเสียหลังจากที่พลาดหลายต่อหลายครั้งแล้ว พวกเขาต่างก็ไม่แปลกใจเลยที่จะพลาด ถ้าพวกเขาจะสามารถทำสำเร็จได้สักหน พวกเขาเองก็จะรู้สึกแปลกใจเหมือนกัน
“พลังของไฟม่วงนั่นน่ะ เจ้าจะต้านมันยังไง?” เหลียนเจวี่ยหัวเราะเมื่อเขาเห็นเจี้ยนอ้าวทำพลาด
“ดูเหมือนว่าเราจะต้องใช้ยาที่ท่านอาจารย์ให้เรามาเสียแล้ว” เจี้ยนอ้าวพูดกับตัวเองในใจ และมีเม็ดยาสีม่วงโผล่ขึ้นมาอยู่ในมือของเขา แล้วเมื่อยาเข้าไปในปากเขา เจี้ยนอ้าวก็รู้สึกได้ถึงพลังวิญญาณของเขาที่เพิ่มขึ้นมา แล้วเจี้ยนอ้าวก็ได้ส่งพลังวิญญาณของเขาไปยังกระบี่อย่างเต็มกำลัง วู้ว~~~ กำแพงแสงของกระบี่ขอบสวรรค์ได้ปรากฏขึ้นมาอีกครั้ง ในคราวนี้กำแพงแสงของกระบี่ขอบสวรรค์นั้นดูไม่ต่างไปจากเมื่อสักครู่ แต่จริงๆแล้วมันแฝงไปด้วยพลังและทนทานขึ้นอย่างมาก
เปรี๊ยะ~~~
กำแพงแสงของกระบี่ก็ได้ปะทะเข้ากับไฟสีม่วงอีกครั้ง และไฟสีม่วงก็แผดเผาลงมาอีกครั้ง
เจี้ยนอ้าวนั้นรู้สึกได้ทันทีว่ากำแพงแสงของกระบี่ขอบสวรรค์นั้นทำงานอย่างเต็มที่ และพลังของกำแพงแต่ละชั้นนั้นก็สามารถป้องกันพลังไฟสีม่วงได้อย่างสมบูรณ์แบบ และยังไม่ถึงขีดจำกัด เขารู้สึกได้ว่ากำแพงแสงนั้นทำงานไป 50% ของพลังทั้งหมดของกระบี่ขอบสวรรค์แล้ว
“โว้ว” หลังจากที่ทำการยืนยันเรียบร้อย เจี้ยนอ้าวก็ได้อาศัยจังหวะที่กำแพงแสงของกระบี่ขอบสวรรค์ที่ทำท่ากำลังจะสลายฉีกหลบออกมา
“ทำท่าเหมือนจะต้านได้แล้ว แต่สุดท้ายก็ล่มอยู่ดี” เหลียนเจวี่ยคิ้วขมวดขึ้นมาเมื่อเขาเห็นเช่นนี้และมีความรู้สึกไม่ดีผุดขึ้นมาในใจของเขา
เซวียนหยวนหูเองก็มีสีหน้าไม่ดีขึ้นมา ในขณะที่คนอื่นๆในสำนักซูซานกลับมีสีหน้าที่ยินดีขึ้นมา
“ทำไมกัน? เมื่อสักครู่เขากินอะไรเข้าไป ทำไมจู่ๆเขาถึงได้สามารถต้านได้” เซวียนหยวนหูบังเกิดความไม่พอใจขึ้นมาในจิตใจของเขา อาวุธวิญญาณทั้งสองเล่มของเขาก็ถูกทำลายไป และไม่ได้กระบี่ม่วงมาอีก ราวกับเสียทั้งภรรยาและกองทัพยังไงอย่างงั้น
กระบี่ของเจี้ยนอ้าวลอยขึ้นมาอีกครั้งและใช้พลังของกระบี่ขอบสวรรค์อีกครั้ง ด้วยการลองในครั้งล่าสุด ทำให้เจี้ยนอ้าวในตอนนี้รู้ว่าเขาจะต้องใช้พลังวิญญาณเท่าไร ตามขั้นตอนเดิมเขาได้มุ่งหน้าไปหามังกรม่วงอีกครั้ง
มังกรม่วงเองก็ได้พ่นไฟสีม่วงใส่เจี้ยนอ้าวอีกหน และในครั้งนี้มันถูกป้องกันอย่างเหนียวแน่นโดยกระบี่ขอบสวรรค์ของเจี้ยนอ้าว
นอกจากเหลียนเจวี่ยกับโช่วเหนียน ต่างก็มองดูเจี้ยนอ้าวที่ถูกห่อหุ้มด้วยพลังกำแพงของกระบี่ขอบสวรรค์อย่างตกตะลึง แม้แต่ฉิงเทียนเองก็ยังชื่นชมความสามารถของเจี้ยนอ้าว และเขาก็วางแผนที่จะยกให้ฉิงหยูนั้น ในเวลานี้ดูเหมือนว่าจะหมดโอกาสเสียแล้ว
“เขาสามารถทนต่อพลังไฟม่วงได้ด้วย?” เหลียนเจวี่ยพูดอย่างไม่อยากเชื่อ
“ฮ่าๆ พวกเจ้ารู้ซึ้งถึงความแข็งแกร่งของสำนักซูซานของเราแล้วหรือยัง” ผู้บำเพ็ญเพียรอ้วนหัวเราะอย่างตื่นเต้น ถึงแม้ว่าเขาจะตื่นเต้นมาก และเขาก็ยังระวังตัวจากฉิงเทียนและพรรคพวกที่อาจจะมาขัดขวางพวกเขาก็เป็นได้
ในขณะที่เจี้ยนอ้าวกำลังเข้าไปใกล้มังกรม่วงเรื่อยๆอยู่นั้นเอง
“โช่วเหนียน หลินเยว่ถ้ายังไม่ลงมือขัดขวางล่ะก็ พวกเราจะไม่มีโอกาสเหลือแล้วน่ะ” เหลียนเจวี่ยกล่าว
“แล้วเจ้าคิดว่าจะสามารถเอาชนะคนของสำนักซูซานได้อย่างนั้นเหรอ?” หลินเยว่ส่ายหัวของเธอโดยไม่เคลื่อนไหวอะไร ส่วนโช่วเหนียนที่คิดจะทำอะไรโง่ๆเมื่อสักครู่ก็ได้นิ่งเงียบและไม่ทำอะไร
เมื่อเห็นว่าพวกเขานั้นไม่สนใจเขาเลย จึงได้หันไปพูดกับฉิงเทียนที่อยู่ข้างๆเขาแทน “น้องหยิง เจ้าจะต้องเอาชนะเจี้ยนอ้าวนะ หมอนั่นมันชอบทำเมินเฉยและอวดดีตลอด เจ้าเคยเอาชนะเขาได้และเจ้ายังเป็นศัตรูของเขาด้วย ในตอนนี้ถ้าเจ้าไม่หยุดเขา เขาจะต้องมาล้างแค้นเจ้าในไม่ช้าแน่ๆ”
“ผมไม่สน!” ฉิงเทียนยักไหล่
ทุกคนต่างก็จ้องไปที่เจี้ยนอ้าวที่เข้าใกล้มังกรม่วงมากขึ้นเรื่อยๆ มังกรม่วงเองก็รู้สึกได้ถึงอันตรายที่กำลังคืบคลานเข้ามาใกล้เรื่อยๆ จึงได้พ่นไฟม่วงออกมาแบบไม่ยั้งคิด
เปรี๊ยะๆๆ~~~
ในตอนนั้นเองที่กำแพงแสงของกระบี่ขอบสวรรค์ที่กำลังถูกไฟคลอกอยู่นั้น แม้จะไหม้ไปบ้างแต่กำแพงแสงของกระบี่ขอบสวรรค์ก็ไม่ได้หายไป และยังสามารถป้องกันได้ดีอยู่
“ป้องกันได้!”
“ป้องกันได้จริงๆด้วย” ในชั่วพริบตานั้นเพียงแค่อึดใจเดียวผู้คนจากสำนักซูซานต่างก็พากันตะโกนเชียร์
“เข้าไปเลย”
เจี้ยนอ้าวก็ได้พุ่งเข้าไปอย่างรวดเร็ว โดยอยู่ห่างจากมังกรม่วงเพียงแค่ 1 ไม้บรรทัดเท่านั้น ทำให้เจี้ยนอ้าวมองเห็นกระบี่ที่อยู่ข้างในมังกรม่วงได้อย่างชัดเจน
ทำให้เขารู้สึกตื่นเต้นขึ้นมาเมื่อเขานึกถึงคำพูดของท่านอาจารย์ของเขา จึงเริ่มบริกรรมคาถาในปาก และต่อยเข้าไปที่มังกรม่วงด้วยหมัดของเขา
อย่างไรก็ตามกระบี่ม่วงนี้เป็นของสำนักซูซาน ซึ่งใช้เวลานานนับพันปีของสำหรับสำนักซูซานถึงจะได้กระบี่ม่วงนี้มา แน่นอนว่าจำเป็นต้องมีวิธีการพิเศษนิดหน่อย เมื่อพบมังกรม่วงแล้วให้บริกรรมคาถาและตัวหนังสือ และปล่อยให้พ่นไฟจนไฟเล็กลงเรื่อยๆ แล้วร่างมังกรก็จะเริ่มจางลงเรื่อยๆจนในที่สุดก็จะเห็นกระบี่ม่วงปรากฏออกมา
“ไม่ได้การ เหลือเวลาอีกไม่กี่นาที กำหนด 3 วันก็จะหมดแล้ว” ผู้บำเพ็ญเพียรอ้วนตะโกนออกมา หลังจากสามวันผ่านไปสิ่งมีชีวิตทุกอย่างในสุสานจะถูกเด้งออกมาโดยอัตโนมัติ ถ้าพวกเขายังไม่ได้กระบี่ม่วงมา สิ่งที่พวกเขาทำไปทั้งหมดก็จะเสียเปล่า เพราะทุกครั้งที่เข้ามาในสุสานกระบี่นั้น ตำแหน่งก็จะเปลี่ยนไป ถ้าหากไม่ได้กระบี่ม่วงมาในคราวนี้ คราวต่อไปก็จะต้องมาเริ่มต้นค้นหากันใหม่แต่แรก
ยิ่งไปกว่านั้น ที่คราวนี้มีโอกาสหาพบสูงนั้น ก็เพราะอาศัยโชคดีของ 10 อันดับสุดท้ายของงานประลองยุทธ์ด้วย ซึ่งคราวต่อไปพวกเขาก็อาจจะไม่ได้โอกาสที่ดีเหมือนกับในคราวนี้แล้ว
มือของเจี้ยนอ้าวสั่นเล็กน้อย และการบริกรรมคาถาด้วยมือของเขาก็เร่งความเร็วมากขึ้นกว่าเดิม
“เกือบแล้ว!” เจี้ยนอ้าวตะโกนและสะบัดนิ้วไปที่กระบี่ม่วง แต่ทว่ากระบี่ม่วงนั้นกลับยังคงนิ่งเฉยไม่ขยับไปไหน
“ไม่ขยับ ไม่ขยับ” เหลียนเจวี่ยและโช่วเหนียนต่างก็พูดอ้อนวอนในใจ
“ครืน…ครืน…” กระบี่ม่วงก็เริ่มสั่นคลอนอย่างช้าๆ และกระบี่ก็ได้เริ่มที่จะออกมา
“ออกมา!” เจี้ยนอ้าวคำราม แล้วกระบี่ม่วงก็ได้ออกมาอยู่ในมือเขาในที่สุด
“ฮ่าๆ สำนักซูซานของเราในที่สุดก็ได้กระบี่ม่วงกลับมาแล้ว” ผู้บำเพ็ญเพียรอ้วนกล่าวและหัวเราะดังลั่น
มีเพียงเซวียนหยวนหูกับเหลียนเจวี่ย และคนจากสำนักอื่นๆอย่างโช่วเหนียนที่ต่างก็มีสีหน้าไม่สู้ดี
“ซ่าๆ…..หมดเวลา 3 วันแล้ว” มีเสียงดังขึ้นมาจากที่ไกลๆ
แล้วทุกคนต่างก็รู้สึกได้ถึงแรงผลัก ที่ผลักดันพวกเขาออกมาจากในสุสานกระบี่!