ร้านค้าจากแดนสวรรค์ - บทที่ 442 ผู้มีพระคุณ
บทที่ 442 ผู้มีพระคุณ
“คุณนายไม่ต้องกังวลนะครับ ผมจะไม่ทอดทิ้งจูกัดเหลียงแน่นอน!” ฉิงเทียนหยิบเอาคัดลอกคัมภีร์ “วิชาหมื่นภูตผี” แล้วยื่นส่งให้กับจูกัดเหลียงทันที
วิชาหมื่นภูตผีนี้ฉิงเทียนได้ซื้อมาจากถาวเป่าสวรรค์ในราคา 10 ล้านหินเซียน
การที่ยอมลงทุนซื้อคัมภีร์วิชาในราคาที่สูงเช่นนี้ แน่นอนว่าก็เพื่อซื้อใจคน ฉิงเทียนนั้นพบว่าพลังวัตรของจูกัดเหลียงนั้นยังอยู่แค่ในระดับหยวนยิง ซึ่งก็เป็นเพราะว่าเขาไม่มีวิชาดีๆฝึกก็เท่านั้น ฉิงเทียนจึงได้มอบวิชาฝึกดีๆให้กับเขาก็เพื่อซื้อใจเขานั่นเอง
แน่นอนว่าเมื่อจูกัดเหลียงได้รับวิชามาจากฉิงเทียน ดวงตาของเขาก็สว่างจ้ามากขึ้นเรื่อยๆ เขานั้นทั้งตื่นเต้นแล้วก็ตัวสั่น
“ปัง!”
จูกัดเหลียงคำนับให้เขาอย่างสุดซึ้ง “ท่านเซียน ข้าขอคำนับท่าน และข้าจะรับใช้ท่านจนกว่าวิญญาณข้าจะหาไม่!”
หวงเยว่อิงไม่เคยเห็นจูกัดเหลียงที่มีท่าทีตื่นเต้นเช่นนี้มาก่อน เธอจึงได้ถือวิสาสะมองไปที่คัมภีร์หมื่นภูตผีที่อยู่ในมือของจูกัดเหลียง ซึ่งผู้ที่บำเพ็ญเพียรจนไปถึงระดับจินเซียนต้าลัวได้ในยมโลกนั้นก็มีเพียง 10 ราชายมบาล และตระกูลเก่าแก่บางตระกูลในยมโลกเท่านั้น
แต่ในเวลานี้บุคคลที่อยู่ตรงหน้าเธอนี้กลับสามารถหยิบยื่นให้ได้อย่างง่ายดาย หรือว่าเขาจะเป็นทายาทของเจ้าหน้าที่สวรรค์กัน? หวงเยว่อิงได้พยายามมองไปที่ฉิงเทียนอย่างลึกซึ้ง
ซึ่งฉิงเทียนก็ไม่ได้สนใจว่าพวกเขากำลังคิดอะไรอยู่ ในเมื่อจูกัดเหลียงได้ตัดสินใจเลือกเขาเป็นเจ้านายแล้ว แน่นอนว่าเขาย่อมปล่อยให้ความสามารถในการต่อสู้ของเขาต้อยต่ำเหมือนเดิมไม่ได้ เพราะเขาไม่สามารถมาช่วยเขาได้ตลอดกลับกันเขาจึงคิดที่จะฝึกฝนจูกัดเหลียงแทนแล้วกล่าว “จูกัดเหลียง ผมจะมอบคนคอยช่วยคุณ”
แล้วก็มีตัวตนหนึ่งโผล่เข้ามาในยมโลก
“ข้าชอบที่นี่จัง!” ไป๋ฉี่สูดหายใจเข้าลึกๆและมีสีหน้าหลงใหล
จูกัดเหลียงและหวงเยว่อิงก็ตกใจที่เห็นไป๋ฉี่ที่จู่ๆก็โผล่มา โดยเฉพาะรังสีฆ่าฟันที่แผ่ออกมาจากไป๋ฉี่ ซึ่งทำให้พวกเขาต้องถอยหลังออกมา
“ไม่ต้องกลัวนะ เดี๋ยวผมจะแนะนำให้พวกคุณได้รู้จัก” ฉิงเทียนกล่าว “นี่คือจูกัดเหลียงกับภรรยาของเขาหวงเยว่อิง ส่วนนี่คือไป๋ฉี่ต่อจากนี้ไปพวกคุณทั้งสองคนจะเป็นเพื่อนร่วมงานกัน”
“อะไรนะเขาชื่อไป๋ฉี่รึ?” จูกัดเหลียงจ้องไปที่ไป๋ฉี่ด้วยสายสายตาเบิกกว้าง
“เจ้ารู้จักข้ารึ?” ไป๋ฉี่กล่าวด้วยสีหน้านิ่งๆ
“ใช่แล้ว เขาคือไป๋ฉี่ ไป๋ฉี่แห่งรัฐฉินคนนั้นแหละ” แน่นอนว่าฉิงเทียนเข้าใจว่าทำไมจูกัดเหลียงถึงตกใจ และเขาก็นึกถึงตอนที่เขาเจอกับไป๋ฉี่ครั้งแรก
“นายท่านที่นี่คือที่ไหน? ข้าชอบบรรยากาศที่นี่มาก!” ไป๋ฉี่กล่าวโดยไม่สนใจเรื่องเมื่อสักครู่
“ที่นี่คือยมโลก ผมคิดที่จะเปิดร้านซูเปอร์มาร์เก็ตขึ้นที่นี่ คุณกับจูกัดเหลียงจะต้องเป็นหัวหอกของร้านซูเปอร์มาร์เก็ตในอนาคต” ฉิงเทียนอธิบาย
“จริงรึ ถ้าเช่นนั้นข้าก็จะสามารถอยู่ที่นี่ไปตลอดได้น่ะสิ!” ไป๋ฉี่พูดอย่างตื่นเต้น “ข้ารู้สึกได้ว่าความเร็วในการบำเพ็ญเพียงของข้าจะเร็วขึ้นอย่างมากที่นี่”
ในฐานะที่เป็นผีดิบแล้ว การดูดซับพลังผีนั้นให้พลังได้ดีกว่าการดูดซับพลังวิญญาณ
แล้วจูกัดเหลียงที่อยู่ใกล้ๆก็ได้หายจากอาการตกใจ วันนี้เขารู้สึกได้ว่ามีเรื่องให้เขาแปลกใจมากมายราวกับทำให้ชีวิตของเขาถูกใช้ไปจนหมด และความจุในสมองของเขาก็ไม่เพียงพอ ไม่เพียงแต่ภรรยาเขาจะรอดแล้ว แต่เขายังได้วิชาบำเพ็ญเพียรชั้นเลิศอย่างวิชาหมื่นภูตผีแล้วยังได้พบกับไป๋ฉี่อีก
ในชั่วขณะนี้เองที่ประตูที่ปิดอยู่ก็ได้ถูกถีบจนเปิด แล้วก็มีกลุ่มผีโผล่ออกมา
คนเหล่านี้คือคนที่ถูกฉิงเทียนสั่งสอนไปเมื่อสักครู่ และนอกจากคนเมื่อสักครู่แล้วก็ได้มีชายร่างใหญ่หัวเป็นกระทิงและมีร่างกายเป็นม้า
แล้วคนหัวกระทิงร่างม้าก็ได้พูดขึ้นมา “เสี่ยวเตา เจ้าพวกนี้ใช่ไหมที่ไม่ยอมจ่ายเงินเจ้าน่ะ?”
“ใช่แล้วครับลูกพี่กระทิง ที่ข้าเรียกออกมาก็เพราะเขาไม่ยอมจ่ายเงิน แล้วยังทำร้ายข้าอีกต่างหาก ท่านเห็นหน้าข้าที่ถูกพวกเขาทำร้ายไหม?” ลูกพี่เตาชี้ไปที่แผลบนใบหน้าของเขาแล้วกล่าวต่อ “ลูกพี่กระทิง จริงๆแล้วปัญหามันไม่ได้อยู่ที่พวกเขาทำร้ายข้า แต่ที่ข้าบอกท่านก็เพราะพวกเขาทำร้ายข้าโดยไม่เห็นโดยไม่เห็นแก่หน้าท่านเลยนะครับ”
“พวกเจ้ากล้าไม่ไว้หน้าข้าเชียวเรอะ” หัววัวตัวม้ากล่าวอย่างดุดัน แต่เขาก็ไม่ได้โง่พอที่จะโผล่มาแล้วลงมือทันที กลับกันเขาก็ได้ถามกลับไปอย่างขึงขัง “พวกเจ้ามาจากแก๊งไหนกัน?”
ถามพวกเขามาจากแก๊งไหนกันงั้นเหรอ? ฉิงเทียนก็ได้ตอบกลับไป “แก๊งฮ่าวหนานแห่งอ่าวขวางทาง”
แก๊งฮ่าวหนาน ไม่ใช่ว่าท่านเซียนเรียกตัวเองว่าฉิงเทียนหรอกเหรอ? แล้วอ่าวขวางทางมันที่ไหน?
“อ่าวขวางทาง” หัววัวหน้าม้าก็พูดซ้ำไปซ้ำมาหลายรอบ แล้วก็พูดขึ้นมา “เสี่ยวเตา มีที่ไหนในเมืองยมบาลที่เรียกว่าอ่าวขวางทางบ้าง ทำไมข้าไม่เห็นรู้จัก?”
ลูกพี่เตาก็ได้หน้ามืดขึ้นมาทันที อ่าวขวางทางมันมีที่ไหนกันเล่า ถ้าไม่ใช่เพราะตระกูลและความสามารถด้านการต่อสู้ของเขานะ หมอนี่คงไม่ได้มาเป็นหัวหน้าของพวกเขาหรอก
“ลูกพี่กระทิง เจ้าเด็กนี่มันโกหกท่าน ที่นี่ไม่มีย่านที่ชื่ออ่าวขวางทางหรอกครับ”
“อะไรนะ หน็อยเจ้าหนูแกกล้าหลอกข้างั้นเรอะ ข้าจะพังแกไปพร้อมๆกับร้านของแก” หัววัวตัวม้าพูดอย่างโมโห
“ใช่แล้วลูกพี่กระทิง ไม่เพียงแต่เขาจะหลอกคุณ แต่พวกเขายังช่วยร้านนี้เบี้ยวหนี้อีกด้วยนะลูกพี่” ลูกพี่เตาตะโกนอย่างตื่นเต้น ต้องทำให้พวกเขาเข้าใจถึงผลที่ตามมาของการมาล่วงเกินลูกพี่เตาคนนี้
ในขณะนั้นเองตาทั้งสองข้างของไป๋ฉี่ก็ได้จ้องมาหมายที่จะต่อสู้ แล้วเขาก็ได้กระโดดพุ่งตัวไปด้านหน้าของพวกเขาทันที
“ตูม….”
ทั้งสองหมัดเข้าปะทะกัน เกิดเป็นคลื่นพลังขนาดใหญ่กระจายไปทั่วทันที ทำให้ทั้งห้องเกิดการสั่นสะเทือน
“ลุยเลยลูกพี่กระทิง สู้เขา!” ลูกพี่เตาตะโกนอยู่ด้านหลัง คอยโบกธงเชียร์
หัววัวตัวม้ากับไป๋ฉี่ทั้งสองคนจ้องตากัน แล้วในขณะเดียวกันทั้งสองคนก็ได้เตรียมตัวกันเต็มที่ และเต็มเปี่ยมไปด้วยจิตของการต่อสู้
จูกัดเหลียงที่อยู่ไม่ไกลเมื่อเห็นการต่อสู้ของทั้งสองคนแล้ว คิดว่าร้านของเขาคงได้ทานไม่ไหวแน่ เขาจึงได้รีบออกไปห้ามแล้วกล่าว “ลูกพี่วัวข้าเป็นหนี้พวกเจ้าแค่ 5 แสนหินเซียนเท่านั้น ข้าจะให้พวกเจ้า 1 ล้านหินเซียนพร้อมดอกเบี้ยเลย! แต่อย่ามาสู้กันเลย”
“อะไรนะจูกัดเหลียง เจ้าน่ะต้องจ่ายมา 2 ล้านหินเซียนถ้วนต่างหาก ถ้าน้อยกว่านี้ไม่รับ” ลูกพี่เตาก็ได้รีบวิ่งออกมาด้านหน้าแล้วตะโกน
“ออกไป….อย่ามาขวางทางข้า” หัววัวก็ได้จับลูกพี่เตาและโยนออกไปทันที “หินเซียนข้าไม่สน ตอนนี้ข้าอยากจะต่อสู้”
แล้วรีบวิ่งไปหาไป๋ฉี่ด้วยดวงตาที่แดงแจ๋ แล้วพื้นดินบริเวณนั้นก็ได้สั่นสะเทือนราวกับแผ่นดินไหว
ในชั่วขณะนั้นเองก็ได้มีเงาสีดำโผล่ออกมา ซึ่งไม่ใช่ใครอื่นแต่เป็นตุลาการลู่ ซึ่งตุลาการลู่ได้โผล่มาช่วยร้านเอาไว้ได้อย่างทันท่วงที
เมื่อเห็นตุลาการลู่มา หัววัวก็ถึงกับตกใจ และรีบหยุดการต่อสู้ทันทีและเตรียมที่จะหนีไป
แต่ในขณะที่เขากำลังจะก้าวเท้าตุลาการลู่ก็ได้ตะโกน “หนิวต้า เจ้าก่อปัญหาอีกแล้วนะ ถ้าเจ้าไม่เชื่อฟังข้า ข้าจะโยนเจ้าไปที่ประตูผีแล้วให้ลุงทั้งสองของเจ้าคอยดูแลเจ้าแทน”
ทันทีที่เขาได้ยินเช่นนี้ หัวกระทิงก็ได้หยุดและพูดอย่างจริงจัง “ท่านลุงลู่ ใครกันที่ก่อปัญหา หากมีใครที่กล้าก่อปัญหาในเมืองยมบาลเมื่อไร ผมจะจัดการฉีกเขาเป็นชิ้นๆเอง”
ฉิงเทียนก็มองดูอย่างสงสัยว่า หัววัวคนนั้นเหมือนจะมีความสัมพันธ์กับตุลาการลู่ หลังจากที่จูกัดเหลียงรู้ถึงความสัมพันธ์ของตุลาการลู่กับหนิวต้าแล้ว เขาก็รู้ว่าทำไมหนิวต้าถึงได้กล้าทวงหนี้อย่างไร้ความเกรงกลัวเช่นนี้ได้ ที่แท้เขาก็มีความสัมพันธ์กับตุลาการลู่นี่เอง
มีใครบ้างไม่รู้จักตุลาการลู่? เขาเพียงคนเดียวก็มีพลังมากกว่าคนในเมืองยมบาลหลายหมื่นคน จูกัดเหลียงก็สีหน้ามืดมนขึ้นมาทันที และแอบคิดในใจว่าดูเหมือนว่าแทนที่เขาจะได้เสียแค่ 5 แสนคงได้กลายเป็น 2 ล้านหินเซียนเสียแล้ว
แต่แล้วก็มีสิ่งที่ทำให้เขาตกใจยิ่งกว่านั้นคือหลังจากที่ตุลาการลู่ดุหัววัวเสร็จแล้ว “เรื่องของเจ้าค่อยว่ากันทีหลัง ตอนนี้ข้ามีธุระอื่น” จากนั้นเขาก็ได้หันหน้าไปมองฉิงเทียน แล้วก็พูดด้วยรอยยิ้มที่อ่อนโยน “น้องฉิง ท่านราชายมบาลพร้อมที่จะหารือกับเจ้าแล้ว”