ร้านค้าจากแดนสวรรค์ - บทที่ 446 คนที่อิจฉาตาร้อน
บทที่ 446 คนที่อิจฉาตาร้อน
ที่ตรงข้ามฝั่งถนนกับสามโลกซูเปอร์มาร์เก็ตนั้นมาร้านขายของขนาดใหญ่อยู่ร้านหนึ่ง
เป็นชายที่มีตามเหมือนเหยี่ยวกำลังจ้องมาที่ป้ายที่เขียนเอาไว้ว่าสามโลกซูเปอร์มาร์เก็ตที่แขวนเอาไว้หน้าร้านอยู่ไกลๆ
“หน็อยแน่ เจ้าพวกสามโลกซูเปอร์มาร์เก็ตมันคิดที่จะมาเปิดร้านแข่งกับเราอย่างนั้นรึ?” ชายตาเหยี่ยวคนนั้นก็ได้สบถคำหยาบออกมา เพราะเขาพบว่าเถ้าแก่ที่เคยมาซื้อของร้านเขาบ่อยๆนั้นได้เข้าไปในร้านสามโลกซูเปอร์มาร์เก็ตพร้อมสิ่งของเป็นจำนวนมาก
จากนั้นเขาก็กลับออกมาจากร้านนั้นด้วยใบหน้ายิ้มแย้มและยังดูเป็นกันเองอย่างสุดๆด้วย เขานั้นรู้จักนิสัยใจคอของผู้คนเหล่านี้ดี มีอยู่อย่างเดียวที่ทำให้พวกเขานั้นยิ้มได้ก็คือพวกเขาทำเงินได้เป็นจำนวนมาก ซึ่งในขณะที่พวกเขาเข้ามาซื้อของที่ร้านของเขานั้น พวกเขาไม่เคยมีท่าทีเช่นนี้เลยแม้แต่น้อย
ดูเหมือนว่าจะมีคนที่ไม่กลัวตายเข้ามาแย่งส่วนแบ่งในธุรกิจนี้ของเถียนอิงเสียแล้ว เถียนอิงคิดอย่างโมโหในใจของเขา แล้วเขาก็ได้จับจ้องไปที่ร้านสามโลกซูเปอร์มาร์เก็ตราวกับสายตาของเหยี่ยวที่กำลังจับจ้องไปที่เหยื่อ
“ไอ้หนู ไม่ว่าแกจะเป็นใคร ข้าคนนี้จะทำให้แกต้องปิดประตูหนีทันทีเลย” เถียนอิงคำรามออกมาด้วยเสียงเบาๆ แล้วก็หยิบเอาศิลาส่งผ่านเสียงออกมาแล้วพูดคุยอยู่พักหนึ่ง
จนมีเสียงที่ฟังดูหยาบกร้านดังขึ้นมา “น้องเถียน มีอะไรให้ข้าช่วยรึเปล่า?”
ทันทีที่เขาได้ยินเสียงนี้ เถียนอิงก็ได้พูดอย่างให้ความเคารพ แล้วพูดพร้อมรอยยิ้มบนใบหน้า “พี่เฉาครับ ไม่ได้เจอกันเสียนานนะครับ? เผอิญว่าผมเพิ่งไปได้ของเข้าใหม่มาเลยอยากให้พี่เฉาได้มาลองน่ะครับ!”
“ฮ่าๆ น้องเถียนยังมีอะไรน่าสนใจเหมือนเคยนะ” ชายที่อยู่อีกด้านของศิลาส่งผ่านเสียงนั้นก็ได้หัวเราะออกมาเสียงดัง “ข้ากำลังจะได้จะออกไปเดินตรวจแถวนั้นพอดี รอสักเดี๋ยวละกัน!”
“ได้เลยครับ! แล้วข้าจะเตรียมน้ำชาไว้คอยครับ” เถียงอิงก็ได้วางศิลาส่งผ่านเสียงแล้วมองไปที่สามโลกซูเปอร์มาร์เก็ตด้วยสายตาที่เกรี้ยวกราด “วันนี้ล่ะข้าจะทำให้พวกต้องปิดร้าน ขอดูหน่อยเถอะว่าพวกแกจะมีความสามารถพอจะมาสู้กับข้ารึเปล่า?
หลังจากนั้นไม่นาน ก็มีชายร่างใหญ่สูง 8 ฟุตมาพร้อมกับลูกน้องเดินเข้ามาในร้านขายของเถียนอิงแล้วเดินเข้ามาด้านใน
“เถียงอิง ไหนล่ะของดีที่เจ้าว่า?” เฉาเหมิ่งเดินเข้ามาด้านในแล้วตะโกน
เมื่อเถียนอิงได้ยินเสียงนี้ตาของเขาก็แสดงสีหน้าขยะแขยงออกมา แต่เขาก็รีบกลับมายิ้มอย่างเป็นกันเองแล้วกล่าว “พี่เฉา ถ้าข้าไม่มีของดีจริง ข้าจะกล้าเรียกท่านมาที่นี่เหรอ? ว่าแต่ทำไมท่านถึงได้มาที่ในเมืองได้บ่อยๆจัง?”
เฉาเหมิ่งก็ได้นั่งลงที่เก้าอี้ แล้วหยิบเอาชาบนโต๊ะขึ้นมาดื่มแล้วจากนั้นก็พูดต่อ “เจ้าคงจะไม่รู้น้องเถียน ช่วงนี้การตรวจตราที่นี่จะเข้มงวดมากขึ้น! เพราะข้าได้ยินมาว่ามีแขกผู้มีเกียรติมาที่นี่น่ะสิ ก็เลยทำให้ข้ายุ่งมากทุ่งวัน”
“แขกผู้มีเกียรติเหรอ? เป็นแขกแบบไหนกัน? ทำไมข้าไม่เคยได้ยินมาก่อน?” เถียนอิงถามอย่างสงสัย
เฉาเหมิ่งก็ได้มองซ้ายมองขวา เมื่อคิดว่าไม่มีใครแล้วก็ได้กระซิบกับเขา “ข้าได้ยินมาว่าแขกผู้มีเกียรติคนนี้น่ะได้ถูกเชิญมาด้วยราชายมบาลด้วยตัวเอง ท่านจงจึงได้ออกคำสั่งเด็ดขาดลงมาว่า ในระหว่างที่แขกผู้มีเกียรติคนนี้ยังอยู่ในยมโลก จะต้องไม่มีอะไรเกิดขึ้นในเมืองยมบาล ทุกสิ่งทุกอย่างจะต้องอยู่ในความเรียบร้อย ถ้าไม่ใช่พวกเบื้องบนเป็นคนสั่งลงมา คนระดับอย่างข้าก็คงไม่ต้องลงมาเหนื่อยแบบนี้หรอก”
ดวงตาทั้งสองข้างของเถียนอิงก็ได้มองตรงไป และคิดในใจว่าแขกผู้มีเกียรติของท่านราชายมบาลคนนี้เป็นใครกันแน่ เพราะเขาทราบมาว่าตอนที่ยมบาลอีก 9 คนที่เหลือมาที่นี่ก็ยังไม่ถูกเรียกว่าแขกผู้มีเกียรติเลยในตอนที่พวกเขามาที่เมืองยมบาล ซึ่งหมายความว่าคนคนนั้นจะต้องเป็นตัวตนที่สูงมากแน่ๆ
แต่ถ้าคนที่มาเป็นคนที่มีตัวตนอยู่ในระดับสูงแล้วล่ะก็ สายตาของเถียนอิงก็ได้มองไปข้างหน้าแล้วใช้ความคิดอย่างหนัก
“น้องเถียน ไม่ใช่ว่าเจ้ามีของจะให้ข้าลองไม่ใช่เหรอ? ไหนล่ะของที่ว่านั่น?” เฉาเหมิ่งมองไปรอบๆเมื่อพบว่าไม่มีใครแล้วก็ได้พูดขึ้นมา
“พี่เฉา เจ้าของที่ว่านั้นไม่ได้อยู่ที่นี่ แต่มันอยู่ฮัวกุ้ยโหลว ข้าได้ยินมาว่าที่นั่นมีสาวงามมากอยู่ ข้าจึงได้ไปจองไว้ให้พี่เฉาไม่นานมานี้” เขามองไปที่เฉาเหมิ่งด้วยสายตากำกวม
“ฮ่าๆ น้องเถียนช่างรู้ใจข้าจริงๆ” เฉาเหมิ่งยิ้มแล้วเอามือทุบอกแล้วกล่าว “ต่อจากนี้ถ้าเจ้ามีปัญหาอะไร? ข้าจะช่วยเจ้าจัดการให้อย่างแน่นอน”
“ฮ่าๆพี่เฉา สมแล้วที่พวกเราเป็นพี่น้องกันจริงๆ” เถียนอิงเองก็หัวเราะ แล้วจากนั้นก็พูดด้วยสีหน้าที่เป็นกังวล “แต่ทว่าบางทีข้าอาจจะไม่มีโอกาสได้เป็นพี่น้องกับพี่เฉาเช่นนี้แล้วก็ได้?”
ถึงแม้ว่าเฉาเหมิ่งนั้นจะมีหน้าดูซื่อๆ แต่จริงๆแล้วเขาฉลาดมาก ไม่อย่างนั้นเขาคงไม่ประสบความสำเร็จมาจนถึงระดับนี้ได้ เมื่อได้ยินที่เถียนอิงพูดขึ้นมา ก็รู้ได้ทันทีว่าเถียนอิงนั้นมีบางอย่างที่อยากจะขอเขาอยู่
แต่เขาก็แกล้งทำเป็นตกใจแล้วถาม “มีเรื่องอะไรอย่างนั้นรึ? ธุรกิจของเจ้าก็ดูรุ่งดีอยู่ไม่ใช่รึไง? แล้วทำไมจู่ๆถึงบอกว่าทำไม่ได้แล้ว?”
แต่พอเขาพูดออกไปเสร็จ เถียงอิงก็ได้ถอนหายใจออกมาแล้วชี้ไปที่สามโลกซูเปอร์มาร์เก็ตแล้วกล่าว “เฮ้อ พี่เฉาตอนนี้ข้าคงทำร้านไม่ไหวแล้ว ท่านดูร้านที่อยู่ตรงข้ามนั่นสิ ต่อจากนี้ข้าจะไปสู้กับร้านที่ใหญ่ขนาดนั้นได้อย่างไร? มันคงจะดีกว่าถ้าข้าจะปิดร้านเสียเองในเร็ววัน”
เฉาเหมิ่งก็ได้ตกใจเมื่อมองตามนิ้วที่เถียนอิงชี้ไปแล้วเห็นร้านสามโลกซูเปอร์มาร์เก็ต เขาไม่รู้เลยว่ามีร้านใหม่มาเปิดตั้งแต่เมื่อไร?
เหมือนที่มีคนเคยกล่าวเอาไว้ว่าเอามือของเขามา ก็ต้องให้เขากินด้วย ในเมื่อเขายินดีกับการได้ผลประโยชน์จากเถียนอิงแล้ว แน่นอนว่าเขาก็ต้องช่วยเถียนอิงตอบแทนบ้างเช่นกัน ซึ่งมันก็เคยมีเรื่องเช่นนี้มาก่อน ซึ่งตราบเท่าที่มันเป็นเรื่องเล็กน้อยแล้วเขาก็ยินดีที่จะช่วย อย่างไรเสียเขาก็ได้ของตอบแทนจากเถียนอิงทุกครั้งเช่นกัน
และสำหรับเขาแล้ว นี่เป็นเรื่องจิ๊บจ๊อยสำหรับเขาที่จัดการเดี๋ยวเดียวก็เสร็จสำหรับการปิดร้านใครสักคน นี่ไม่ใช่ครั้งแรกของพวกเขาที่ทำเช่นนี้
“น้องเถียนเจ้าไม่ต้องกังวลไป เรื่องนี้พี่จะจัดการให้เจ้าเอง” เฉาเหมิ่งทุบอกของเขาแล้วตกลง แต่เท้าของเขาก็ยังไม่ได้ขยับเขยื้อนเลยสักนิด
เถียนอิงก็รู้ดีเช่นกัน ถ้าไม่เอากระต่ายมาล่อก็อย่าหวังจะได้เห็นอินทรี หนึ่งคืนในฮัวกุ้ยโหลวดูเหมือนว่าจะยังไม่พอ เขาจึงได้ลุกขึ้นยืนแล้วหยิบเอาถุงหนึ่งขึ้นมาแล้วส่งให้กับเฉาเหมิ่ง “พี่เฉา นี่คือเงิน 1,000 หินเซียน และยังมีอีก 1,000 หินเซียนให้อีกหลังจากที่เรียบร้อยแล้ว”
“นี่ เจ้าทำข้าเจ็บนะรู้ไหม พี่ไม่ใช่คนที่เห็นแก่เงินเสียหน่อย” ถึงเฉาเหมิ่งจะพูดเช่นนั้น แต่มือของเขากลับไม่ช้าเลยแม้แต่น้อย รีบความเอาถุงเงินไปเปิดดูแล้วรีบเอาใส่เข้าไปในแหวนเก็บของ แล้วพูดอย่างพึงพอใจ “เรื่องเล็กน้อยเช่นนี้ เดี๋ยวข้าจะจัดการให้ทันทีเลย” เขายกขาของเขาขึ้นมาได้แล้ว และเดินไปที่ร้านสามโลกซูเปอร์มาร์เก็ต
“เหอะ ข้าไม่ใช่คนที่เห็นแก่เงินเหรอ?” เถียนอิงพูดด่าเขาเบาๆ
ทางด้านของฉิงเทียน, จูกัดเหลียง และไป๋ฉี่ต่างก็กำลังเตรียมการตัดริบบิ้น
ในเมื่อเป็นการตัดริบบิ้น แน่นอนว่าฉิงเทียนนั้นทำเหมือนกับในโลกมนุษย์ ซึ่งผู้ที่จะมาตัดริบบิ้นเปิดร้านสามโลกซูเปอร์มาร์เก็ตนั้นจะต้องเป็นผู้ที่มีชื่อเสียงในยมโลก
ซึ่งมีแผ่นป้ายอยู่ที่พื้นเขียนเอาไว้ว่า “ขอยินดีต้อนรับท่านราชายมบาล สู่การตัดริบบิ้นของร้านของเรา”
“ติดป้ายนี้เอาไว้เหนือป้ายชื่อร้านเลย” ฉิงเทียนสั่ง
“รับทราบ!” แล้วไป๋ฉี่ก็ได้หยิบเอาแผ่นป้ายนั้นไปติด
รวมถึงดอกไม้และไม้ประดับ ซึ่งดูเผินๆแทบจะไม่มีอะไรแตกต่างไปจากบนโลกมนุษย์ ที่น่าจะแตกต่างก็น่าจะไม่มีของที่เป็นอันตรายอย่างประทัด
ทางด้านของราชายมบาลก็ได้นั่งอยู่ในเกี้ยว ในมือของท่านถือโน๊ตบุ๊คอยู่แล้วจู่ๆก็หัวเราะออกมา ส่วนตุลาการลู่ที่อยู่ข้างๆเขาก็ได้มองไปที่ราชายมบาลของเขาด้วยสีหน้าที่หดหู่
เฮ้อ ตั้งแต่เมื่อวานนี้เขาก็ถือโน๊ตบุ๊คเอาไว้ในมือตลอดและไม่เคยวางลงนานเกิดครึ่งนาทีเลย ตุลาการลู่เลยทำได้แค่รออย่างช่วยไม่ได้และพยายามชะโงกหัวของเขาไปมองดูเป็นช่วงๆ