ร้านค้าจากแดนสวรรค์ - บทที่ 52 ดื้อรั้น
บทที่ 52 ดื้อรั้น
ในเวลานี้ ฉิงเทียนได้พยายามหลีกเลี่ยงหมัดของบอดี้การ์ดเหล่านั้น และแอบคิดในใจ “ดูเหมือนว่าจะหลบแบบนี้ไปเรื่อยๆก็เปล่าประโยชน์แฮะ?” ในหัวของเขาคิดไม่หยุดว่าเขาจะแก้ปัญหาเหล่านี้ยังไงดี
เมื่อเขาเงยหน้าขึ้นมา เขาก็พบนายกเทศฯหูและชาวญี่ปุ่นที่กำลังคุยและหัวเราะกันอยู่ มุมปากของฉิงเทียนนั้นจึงได้ยกขึ้นมา “หึ หึ” ฉิงเทียนจึงได้ทำเป็นหลบแบบตั้งใจบ้างและไม่ตั้งใจบ้างแล้วค่อยๆขยับไปทางพวกเขา ที่ด้านหลังของชาวญี่ปุ่นนั้นเป็นลำธารเล็กๆทำให้ถอยไปไหนไม่ได้ แล้วพวกเขาก็พบว่ากลุ่มคนกำลังเคลื่อนที่มาทางเขา!
“อย่าคิดหนีนะ! คิดว่าฉันไม่รู้เหรอ!” เลขาคนนั้นพูดขู่ขึ้นมา!
“อ๊าก โดน!” ฉิงเทียนตะโกนขึ้นมาแล้วกระเด็นไปทางชาวญี่ปุ่นนั่น
คนประเทศญี่ปุ่นที่เรียกตัวเองว่ามุราคามินั้นมองดูฉิงเทียนที่กระเด็นมาทางเขาด้วยสีหน้าที่ขยะแขยง เขาจึงช่วยไม่ได้และเลือกที่จะหลบออกไป เมื่อเห็นอย่างนั้นฉิงเทียนจะปล่อยให้เขาหลบไปง่ายๆได้อย่างไร เขารีบลุกขึ้นมานั่งคุกเข่าทันที
“หึๆ ชาวญี่ปุ่นตาคุณต้องทุกข์ทรมานบ้างแล้ว!” ไม่รู้ว่าฉิงเทียนนั้นหยิบเอาเข็มเงินออกมาเมื่อไร แล้วได้เตรียมพร้อมที่จะฝังเข็มลงไปที่ขาของชาวญี่ปุ่น
การฝังเข็มนั้นคือศาสตร์ที่พูดถึงจุดต่างๆในร่างกาย และจุดฝังเข็มเหล่านี้ไม่ได้มีไว้แค่เพื่อช่วยเหลือคนเพียงอย่างเดียว แต่ยังสามารถทำร้ายผู้คนได้ด้วย ฉิงเทียนนั้นรู้ทุกจุดในร่างกายของมนุษย์ตั้งแต่ตอนที่เขาได้ตำราการฝังเข็มมา จุดที่ฉิงเทียนกำลังจะฝังเข็มลงไปก็เช่นกัน ถ้าเขาทำสำเร็จชาวญี่ปุ่นได้มีอาการขี้แตกแน่
ฉิงเทียนก้มหัวของเขาลงมาและเก็บมือของเขาแนบติดตัว แล้วแกล้งทำเป็นถูกทำร้ายและมองหาจุดที่ดีที่สุดในการฝังเข็ม!
“ตรงนี้แหละ!” ฉิงเทียนนั้นพร้อมที่จะฝังเข็มแล้วและยื่นมือของเขาออกไป! “ปุ่ก” ฉิงเทียนนั้นรู้สึกได้ว่าเข็มของเขานั้นไม่ได้จิ้มลงไปที่เนื้อนุ่มๆอย่างทำเขาคิด แต่กลับเหมือนโดนอะไรที่แข็งๆแทน
เมื่อเงยหน้าขึ้นไปก็พบว่าจากตำแหน่งที่ชาวญี่ปุ่นอยู่เมื่อครู่นั้นกลายเป็นนักรบชาวญี่ปุ่นที่ดูดุดันแทน เขาก้มหัวมามองฉิงเทียนด้วยสายตาที่ดูดุดันแทน! มองไปที่สายตาของเขา “เขาสามารถกินเราได้สบายๆเลยนะเนี่ยเพียงแค่จ้อง! ดูเหมือนเราจะพลาดซะแล้ว โดนต่อยฟรีเลยเรา” ฉิงเทียนคิดอย่างหัวเสีย ถึงแม้ว่าการที่คนเหล่านั้นทำร้ายเขานั้นจะไม่ได้ทำให้เขารู้สึกอะไรเลยแม้แต่น้อย แต่ฉิงเทียนนั้นได้หลบหรือปัดการโจมตีนั้นๆให้พวกเขาทำร้ายกันเอง
“*บากะ แกกล้าทำคิดร้ายกับท่านมุราคามิงั้นเรอะ! ฝ่าด่านข้าไปก่อนเถอะ!” ซามูไรคนนั้นตะโกนออกมา (*馬鹿baka แปลว่าโง่บ้า)
เมื่อได้ยินที่ซามูไรคนนั้นพูด ก็พบสายตาที่เย็นชาออกมาจากดวงตาของชาวญี่ปุ่นมุราคามิ ก่อนที่เขาจะกักเก็บกลับไปในตอนที่เขาได้เห็นคนอยู่รอบๆ!
เหล่าบอดี้การ์ดเมื่อได้ยินที่ซามูไรคนนั้นพูด พวกเขาก็สู้อย่างจริงจังกว่าเดิม! ส่วนเลขาที่อยู่ไม่ไกลก็ได้ชี้มาที่ฉิงเทียนแล้วพูดขึ้น “จริงจังกันหน่อยเซ่!”
ด้านหลังของต้นไม้ จากมุมมองของหลี่ฉิงแล้ว จะเห็นได้ว่าฉิงเทียนนั้นกำลังถูกรุมทำร้ายโดยคนกลุ่มนั้นอยู่ เสี่ยวหลี่พูดอย่างเป็นกังวล “เจ๊หลี่ครับ ผมว่าคนคนนั้นคงจะถูกทำร้ายจนตายไม่เร็วก็ช้าแน่เลยครับ!” หลี่ฉิงเองก็มองไปที่ฉิงเทียนอย่างเป็นกังวล “เสี่ยวหลี่ ออกไปกันเถอะ!”
“หยุดเดี๋ยวนี้นะ” หลี่ฉิงออกมาจากต้นไม้แล้วพูดกับนายกเทศฯหู!
เมื่อได้ยินเสียงของหลี่ฉิง คนเหล่านั้นก็ได้หยุดกันทันที ทันทีที่พวกเขาหันไปมองก็พบเสี่ยวหลี่ที่กำลังถือกล้อง และหลี่ฉิงที่ติดบัตรนักข่าว
แน่นอนว่า ฉิงเทียนนั้นไม่สามารถที่จะถูกพวกเขาทำร้ายได้อยู่แล้ว เมื่อเขาเห็นหลี่ฉิงออกมาแล้ว เขาก็รู้ได้ทันทีว่าแผนการของเขานั้นสำเร็จแล้ว!
เขาจึงได้แกล้งทำเป็นเหมือนเห็นพระมาโปรดด้วยสีหน้าที่หวาดกลัว แล้วรีบวิ่งไปหาหลี่ฉิงโดยไว “อ๊ะ! คุณนักข่าวช่วยด้วย พวกเขาต้องการกำลังบังคับให้ผมขายที่ให้พวกเขา พอผมปฏิเสธไม่ขาย พวกเขาก็ส่งคนมาทำร้ายผมเลย! พวกคุณช่วยผมด้วยนะ!”
มองไปที่ท่าทีของฉิงเทียน หลี่ฉิงก็ทนไม่ไหวแล้วโกรธขึ้นมาแล้วหันไปพูดกับชาวญี่ปุ่น “พวกคุณคิดว่าเป็นราชาของที่นี่รึยังไง?”
เฉิงเหวินมองไปที่สีหน้าของฉิงเทียนที่เปลี่ยนไปทันทีเช่น ทำให้เขารู้สึกทึ่งกับการเปลี่ยนสีหน้าของฉิงเทียนในใจของเขา!
เมื่อเห็นว่าหลี่ฉิงนั้นเป็นนักข่าวและอีกคนเป็นตากล้องแล้ว! ชาวญี่ปุ่นก็อดไม่ได้ที่จะหันหน้าไปหานายกเทศฯหู “ดูเหมือนว่าคนที่นี่จะไม่ยินดีต้อนรับการลงทุนของผมนะครับ ไปกันเถอะ!” เขาพูดแล้วก็ทำท่าเป็นเดินออกไป
นายกเทศฯหูก็ได้รีบดึงมือของชาวญี่ปุ่นและพูดด้วยรอยยิ้ม “คุณมุราคามิครับรอเดี๋ยวสิครับ ปล่อยให้เป็นหน้าที่ผมจัดการเรื่องนี้เองครับ ผมรับรองว่าคุณจะต้องได้ไร่ผลไม้ที่นี่อย่างแน่นอนครับ”
“สหายนักข่าวท่านนี้ ไม่ทราบว่ามาจากสถานีไหนครับ?” เขาถามหลี่ฉิง
“สถานีโทรทัศน์โม๋ตู!” หลี่ฉิงตอบ
“นี่มัน**น้ำท่วมเข้าตำหนักราชามังกรชัดๆ! ผมนั้นสนิทเป็นอย่างดีกับผู้อำนวยการสถานีของพวกคุณ ผมว่าสหายนักข่าวควรจะรีบลบภาพถ่ายออกไปเสียจะดีกว่า” นายกเทศฯหูพูดด้วยรอยยิ้ม (**แปลว่าการเข้าใจผิดกันเพราะว่าไม่รู้ว่าอีกฝ่ายเป็นใคร เหมือนกับการที่น้ำไปท่วมบ้านของผู้ปกครองทะเล)
มองไปที่รูปร่างที่อ้วนของนายกเทศฯหูที่กำลังพูดอยู่! หลี่ฉิงก็ยังไม่ได้ยอมแพ้แล้วพูดตอบกลับไปแบบไม่มีพิธีรีตอง “นายกเทศฯหู ถึงแม้ว่าคุณจะรู้จักกับผู้อำนวยการของพวกเรา แต่เรื่องของชาวญี่ปุ่นคนนี้มารังแกคนจีนของพวกเรานั้น ยังไงฉันก็ต้องรายงานข่าวออกไปค่ะ!” หลี่ฉิงเข้าเผชิญหน้ากับนายกเทศฯหู “แล้วคุณนายกฯหูคุณที่เป็นคนของทางรัฐแต่กลับทำเอาหูไปนาเอาตาไปไร่! ฉันหวังว่าคุณจะไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้นะคะ หรือว่าคุณเองที่เป็นผู้นำ!”
เมื่อเห็นว่าหลี่ฉิงยังไม่เข้าใจสถานการณ์ดีพอ นายกเทศฯหูก็ได้อธิบายอย่างรู้สึกรำคาญ “สหายนักข่าวเอ๋ย คุณคนนี้เป็นนักลงทุนจากต่างชาติ และเขาก็แค่มาเจรจาธุรกิจเท่านั้น! ไม่ได้มีการทำร้ายใดๆทั้งสิ้น!”
“ใช่ไหม?” เขาถามฉิงเทียนและจ้องมองไปที่ฉิงเทียนด้วยสายตาเตือน
แน่นอนว่า คราวนี้ฉิงเทียนนั้นไม่ยอมแพ้ที่จะเผชิญหน้ากับเขา เมื่อสักครู่กลุ่มคนได้มาล้อมและทำร้ายเขา ในฐานะที่เป็นคนของรัฐแทนที่จะปกป้องประชาชน แต่กลับทำไม่รู้ไม่เห็นเองซะนี่!
ฉิงเทียนจึงได้ส่ายหัวของเขาและแกล้งทำเป็นได้รับบาดเจ็บ “พวกเขาทำร้ายผม!”
“แก!” นายกเทศฯหูทำสีหน้าโกรธขึ้นมา! เขานั้นคิดว่าถ้าเขาสามารถดึงให้ซ่านเหลิงกรุ๊ปมาร่วมลงทุนได้ เขาก็จะได้เลื่อนขั้นไปไกลแน่แล้วทำไมเขายังจะต้องมาสนใจนักข่าวเพียงคนสองคนอีก! เมื่อคิดได้เช่นนี้นายกเทศฯหูก็ได้พูดขู่หลี่ฉิงด้วยสีหน้าที่เปลี่ยนไป “ผมจะให้โอกาสพวกคุณเป็นครั้งสุดท้ายลบภาพที่บันทึกไปเดี๋ยวนี้ ไม่อย่างนั้น พวกคุณได้ถูกผู้อำนวยการสถานีของพวกคุณไล่ออกแน่!”
เมื่อเห็นใบหน้าที่น่ากลัวของนายกเทศฯหูแล้ว เสี่ยวหลี่ที่อยู่ใกล้ๆเขาก็รู้สึกกลัวและพูดขึ้นมา “เจ๊หลี่ พวกเรายอมทำตามเขา! แล้วปล่อยเรื่องนี้กันเถอะ!”
“ฉันจะทำอย่างนั้นได้อย่างไร? ฉันเป็นถึงนักข่าวที่รายงานข่าวความไม่เป็นธรรมของโลกนี้ จะให้ฉันมายอมแพ้กับคำขู่ของเขาได้อย่างไร!” หลี่ฉิงส่ายหัวปฏิเสธ!
เมื่อเห็นว่าหลี่ฉิงนั้นไม่ยอมไม้อ่อนก็คงต้องใช้ไม้แข็ง นายกเทศฯหูจึงได้มองไปที่เลขาของเขา แล้วเลขาของเขาก็เข้าใจได้ทันทีจึงได้โบกมือเรียกบอดี้การ์ดที่อยู่ใกล้ๆ
แล้วเหล่าบอดี้การ์ดก็ได้รีบวิ่งไปหาหลี่ฉิงและแย่งกล้องมาจากมือของเสี่ยวหลี่ทันที!
พวกเขาเป็นเพียงคนธรรมดา ย่อมไม่สามารถคนหมู่มากได้อยู่แล้ว แถมคนพวกนี้ก็กำยำล่ำสันด้วย หลังจากนั้นสักพักหลี่ฉิงและเสี่ยวหลี่ก็ได้ถูกชิงกล้องไปโดยบอดี้การ์ดทันที!
“นี่มันผิดกฎหมายนะ!” หลี่ฉิงตะโกน มองไปที่นายกเทศฯหูด้วยความโกรธ! ผมของเธอที่เดิมทีสั้นเรียบก็ได้กลายเป็นยุ่งเหยิงขึ้นมาเพราะการยื้อแย่งกันเมื่อครู่ และก็มีเหงื่อที่ไหลออกมาจากใบหน้าของเธอ!
“ไม่ต้องกังวลไปหรอก ยังไงพวกคุณก็ไม่มีโอกาสได้กลับไปทำงานที่สถานีโทรทัศน์โม๋ตูอีกแล้ว!” นายกเทศฯหูพูดราวกับเป็นผู้ชนะ
แล้วกล้องก็ได้มาอยู่ในมือของเขา แล้วเขาก็เตรียมที่จะโยนลงไปในน้ำทันที! แล้วมองไปที่เสี่ยวหลี่ที่ร้องออกมาอย่างกระวนกระวาย! หลี่ฉิงก็มองมาที่นายกเทศฯหูด้วยความโกรธ! แต่เธอก็ไม่สามารถทำอะไรได้แล้ว เธอรู้ดีว่าเธอนั้นไม่สามารถที่จะเอากล้องกลับไปมาได้ด้วยกำลังของเธอในเวลานี้!
ฉิงเทียนที่มองดูอยู่เงียบๆมาสักพัก เขาไม่คิดว่าเพื่อที่จะเอาใจชาวญี่ปุ่นนี่ นายกเทศฯหูถึงกับได้แย่งกล้องมาจากนักข่าว ซึ่งถือเป็นการกระทำที่อุกอาจมาก! แต่นักข่าวนั้นถูกเรียกมาโดยเขาเอง ถ้ากล้องตัวนั้นถูกพวกเขาเขวี้ยงทิ้งไป ฉิงเทียนคงจะรู้สึกผิดต่อนักข่าวมาก!
ฉิงเทียนจึงได้กระโดดเตะไปที่มือของนายกเทศฯหู แล้วกล้องก็ได้บินลอยไปในอากาศแล้วก็ตกลงไปในน้ำ….