ร้านค้าจากแดนสวรรค์ - บทที่ 83 มีชื่อเสียง
บทที่ 83 มีชื่อเสียง
“รับทราบครับ ผู้กอง!” แล้วทุกคนก็ตะโกนออกมา
“ดี เริ่มลงมือได้!” ผู้กองหลงพูด ในขณะที่ในห้องนั้นฉิงเทียนมองดูฉิงหยูที่กำลังปิดหน้าของเขาและร้องไห้
“เสี่ยวหยู น้องจะต้องร่าเริงนะ น้องไม่อยากที่จะตามหาฆาตกรตัวจริงงั้นเหรอ? ล้างแค้นให้โจ้วป๋อไง”
ได้ยินที่ฉิงเทียนพูด ฉิงหยูก็เงยหน้าขึ้นมาและมองฉิงเทียนด้วยแววตาที่หนักแน่น “พี่ครับ ผมอยากจะแก้แค้นให้โจ้วป๋อครับ”
“แต่ตอนนี้ผมตกเป็นผู้ต้องสงสัยแล้ว ผมจะล้างแค้นให้เขาได้อย่างไรครับ?” เมื่อคิดว่าตัวเองต้องอยู่ในห้องขังเช่นนี้ ฉิงหยูก็รู้สึกหดหู่
มองไปที่ฉิงหยูที่รู้สึกหดหู่ ฉิงเทียนก็ทุบอกของเขาแล้วพูดขึ้น “ไม่ต้องกังวลไป น้องยังมีพี่ชายอยู่ทั้งคน”
ฉิงหยูมองไปที่ท่าทีที่ดูมั่นใจของฉิงเทียนก็อดไม่ได้ที่จะยิ้มขึ้น “ใช่แล้ว ผมยังมีพี่ชายอยู่”
“แต่พี่ครับ พี่เก่งเรื่องวิชาการแพทย์ขนาดนั้นได้ยังไงครับ?” ฉิงหยูที่เพิ่งนึกขึ้นมาได้ว่าฉิงเทียนนั้นเป็นคนที่ช่วยรักษาเขาจากอาการเมื่อสักครู่ เขาใช้เทคนิคการฝังเข็มอย่างเป็นธรรมชาติมาก
“ฮ่าๆ พี่ชายของน้องไม่เหมือนกับแต่ก่อนแล้ว!” ฉิงเทียนพูดอย่างลึกลับ แต่ทว่าในห้องนี้มีกล้องอยู่เต็มไปหมด ฉิงหยูจึงได้เข้าใจและไม่ถามเขาต่อ
จากนั้นฉิงเทียนก็นึกถึงเรื่องของนินจาที่เขาพบในหอพักวันนี้แล้วจึงได้ถามขึ้นมา “เสี่ยวหยู พวกน้องแบ่งเตียงนอนในห้องของน้องกันอย่างไร?”
“พี่จะถามเรื่องนี้ไปทำไมเหรอครับ?” ฉิงหยูถามอย่างสงสัย
“เอาน่า พี่ถามเจ้าก็ตอบมาเถอะ”
เมื่อเห็นฉิงเทียนถามฉิงหยูจึงได้ตอบไป “โจ้วป๋ออยู่ฝั่งเดียวกับผม ส่วนเฉียนจุนอยู่ข้ามผมและเยว่โหยวอยู่เตียงข้างๆเขาครับ”
“เฉียนจุน…” ฉิงเทียนเอ่ยชื่อนั้นขึ้นมา
“พี่ครับ มันมีปัญหาอะไรอย่างนั้นเหรอครับ?” ฉิงหยูถามอย่างสงสัย
ฉิงเทียนก็ได้รู้สึกสงสัยเฉียนจุนขึ้นมาในใจของเขา ดูเหมือนว่าเฉียนจุนนั้นอยากที่จะฆ่าน้องชายของเขา แต่ทว่าเขานั้นยังไม่มีหลักฐานที่จะใช้ยืนยันได้
เมื่อได้ยินว่าฉิงหยูถาม ฉิงเทียนก็ไม่ได้ตอบคำถามเขาแต่กลับถามต่อ “เสี่ยวหยู น้องได้ไปทำให้ใครในมหาลัยโกรธบ้างรึเปล่า? มีใครที่คิดอยากจะฆ่าน้องบ้างไหม?”
“ผมไปทำให้ใครในมหาลัยโกรธอย่างนั้นเหรอ?” ฉิงหยูคิดอย่างคิ้วขมวด
ในขณะที่ฉิงเทียนกำลังถามฉิงหยูอยู่นั้น ก็มีการวิเคราะห์เรื่องของฉิงเทียนขึ้นมาในโลกอินเทอร์เน็ต
ในเวลานี้กำลังคาดเดาที่อยู่ของฉิงเทียนกันอยู่
“มี*เทพเซียนคนไหนที่รู้บ้างว่าเทพบุตรที่อยู่ในคลิปนั้นอยู่ที่ไหน?” มีแฟนฉิงเทียนคนหนึ่งถามขึ้นมา (น่าจะหมายถึงคนที่เก่งในโลกอินเทอร์เน็ต)
ซึ่งมีแต่ห้องเปล่าๆไม่มีใครที่จะรู้ได้……
แล้วทุกคนก็เริ่มถกเถียงกัน
“สถานที่น่าจะเป็นในสถานีตำรวจจิงตูนะ” พลเมืองเครือข่ายคนหนึ่งตอบ
“อะไรนะ สถานีตำรวจจิงตูงั้นเหรอ? น่าเสียดายจังที่ฉันไม่ได้อยู่จิงตู ไม่อย่างนั้นจะต้องไปเช็กดูที่นั่นแน่นอน” แฟนสาวคนหนึ่งพูดอย่างผิดหวัง
“ฮ่าๆ ผมอยู่ที่นั่นพอดีพี่สาว เดี๋ยวผมไปเช็กให้นะ”
ในขณะที่ชาวพลเมืองเครือข่ายธรรมดากำลังถกเถียงกันอยู่
ในขณะนั้นเองเหล่านักข่าวต่างก็พากันมุ่งหน้าไปที่สถานีตำรวจจิงตูพร้อมด้วยกล้องและไมโครโฟนมาจากสถานีและสำนักพิมพ์ทุกหนแห่ง
เพราะพวกเขารู้ว่าฉิงหยูนั้นตกเป็นผู้ต้องสงสัยอยู่ในคดีวางยาพิษในมหาวิทยาลัยจิงตู และจะต้องเป็นข่าวใหญ่แน่หากพบว่าผู้ต้องสงสัยคนนี้มีความเกี่ยวข้องอะไรกันกับหมออัจฉริยะคนนั้น!
ซึ่งในบรรดานั้นมีหลี่ฉิงที่เป็นคนรู้จักของฉิงเทียนในโม๋ตูอยู่ด้วย เดิมทีนั้นหลี่ฉิงถูกส่งมาที่นี่เพื่อรายงานข่าวเรื่องของคดีวางยาพิษในมหาวิทยาลัยจิงตู แต่ทว่าหลังจากที่มาถึงที่จิงตูแล้ว เธอก็พบว่าสถานีตำรวจจิงตูนั้นปิดข่าวเงียบ และเธอก็ไม่ได้เงื่อนงำอะไรที่สำคัญมาเลย
และในขณะที่เธอกำลังคิดที่ว่าจะหาข้อมูลอย่างไรดีขณะที่อยู่ในโรงแรมนั้น เธอจึงได้รู้สึกปวดหัวขึ้นมา จึงได้เปิดเวยป๋อในโทรศัพท์ของเธอเพื่อหาอะไรดูผ่อนคลาย แล้วเธอก็พบคลิปที่กำลังเป็นประเด็นร้อน หลังจากที่เธอได้กดเข้าไปดูคลิป เธอก็ต้องตกใจมากขึ้นไปอีกเพราะผู้ชายที่อยู่ในคลิปนั้นคือคนที่เป็นเพื่อนบ้านของเธอเอง ฉิงเทียน
“นี่มันฉิงเทียนไม่ใช่เหรอ? เขามีความสามารถด้านการรักษาเช่นนี้ตั้งแต่เมื่อไร?” หลี่ฉิงก็อดที่จะตกใจไม่ได้ เธอนั้นรู้ว่าวรยุทธ์ของฉิงเทียนนั้นสุดยอดมาก แต่เธอไม่คาดคิดว่าวิชาการแพทย์ของเขาก็สุดยอดมากเช่นกัน! จึงทำให้เธอสงสัยมากว่าทำไมฉิงเทียนถึงได้มารักษาผู้ต้องสงสัยในคดีวางยาพิษด้วย ทำให้หลี่ฉิงสนใจขึ้นมาทันที
ดังนั้นหลี่ฉิงจึงได้รีบแต่งตัว แล้วเคาะไปที่ประตูห้องข้างๆอย่างตื่นเต้น “เสี่ยวหลี่ พวกเรารีบไปที่สถานีตำรวจจิงตูกันเถอะ”
ผู้กองหลังที่อยู่ในสถานีตำรวจกำลังยืนอยู่ที่หน้าจอและมองดูฉิงเทียนกับฉิงหยูอย่างครุ่นคิด
ก่อนที่ฉิงหยูจะเปิดปากพูดนั้น เขาได้สงสัยว่าฉิงหยูนั้นเป็นฆาตกรมากที่สุด เพราะมีเพียงโจ้วป๋อและฉิงหยูที่อยู่ในห้องในวันนั้น และอีกอย่างคือมีเพียงนักศึกษาปริญญาโทเท่านั้นที่สามารถหยิบจับสารเคมีที่มีพิษในมหาวิทยาลัยจิงตู และมีเพียงนักศึกษาหญิงคนหนึ่งกับฉิงหยูที่เป็นนักศึกษาปริญญาตรีที่อนุญาตให้ใช้ได้เช่นกัน แต่หอพักของนักศึกษาปริญญาโทกับหอพักหญิงนั้นอยู่ห่างจากหอพักที่โจ้วป๋อไกลมาก และพวกเขาเองก็ไม่มีแรงจูงใจอะไรในการฆ่า
และท้ายที่สุด เฉียงจุนและเยว่โหย่วนั้นต่างก็พูดเหมือนกันว่าโจ้วป๋อและฉิงหยูนั้นไม่ได้มีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันเหมือนอย่างที่เห็น แต่จริงๆแล้วโจ้วป๋อและฉิงหยูนั้นแอบกินแหนงแคลงใจกันอยู่
ในขณะที่กำลังสืบสวนกรณีเหล่านี้อยู่นั้น เขาก็ได้ให้ความสำคัญไปที่การสืบสวนฉิงหยู แต่เขาก็ไม่คิดว่าหลังจากที่ฉิงหยูฟื้นคืนขึ้นก็ได้เงื่อนงำใหม่ขึ้นมาบอกว่าโจ้วป๋อนั้นตายด้วยน้ำที่อยู่ในแก้วของเขา แต่ในตอนที่เขาไปสำรวจที่หอพักนั้น เขาพบว่าแก้วของฉิงหยูนั้นสะอาดปราศจากร่องรอยของยาใดๆ กลับกันแก้วของจ้าวป๋อนั้นกลับพบสารเคมีจำนวนมากอยู่ด้วย ทำให้เขารู้สึกแปลกใจมากขึ้นไปอีก แต่จากท่าทีของฉิงหยูที่มีต้องฉิงเทียนนั้น ผู้กองหลงรู้ว่าคำพูดของเขานั้นเชื่อได้อย่างแน่นอน มันเป็นไปไม่ได้เลยที่คนที่เพิ่งฟื้นขึ้นมาจะโกหกต่อหน้าคนที่เขาเชื่อใจมากที่สุดได้ เว้นแต่ว่าเขานั้นจะสามารถควบคุมอารมณ์ของเขาได้ ซึ่งคนที่สามารถทำแบบนั้นได้จะต้องเป็นคนที่น่ากลัวมากแน่ เขาจ้องไปที่สีหน้าของฉิงหยูในหน้าจอ
“ขอฉันดูหน่อยซิว่า นายเป็นฆาตกรตัวจริงรึเปล่า?” ผู้กองหลงคิดในใจของเขา ขณะที่เขากำลังคิดอยู่ก็มีเสียงดังขึ้นมาเข้าหูของเขา “ผู้กองครับ!”
แล้วพบว่าตำรวจที่ทำหน้าที่ดูแลคอมพิวเตอร์อยู่ได้หันหัวมาหาเขาแล้วพูดขึ้น “ผู้กองครับ ผมไม่รู้ว่าใครเป็นคนโพสต์คลิปฉิงเทียนกำลังรักษาน้องชายของเขาลงในเวยป๋อครับ ตอนนี้กำลังเป็นประเด็นร้อนในเวยป๋อเลยครับ มีคนมากมายที่คิดจะมาที่นี่เพื่อมาพบกับฉิงเทียนและบอกว่าเขาคือหมอชาวจีนที่มีชื่อเสียงครับ”
“อะไรนะ? ใครเป็นคนโพสต์?” ผู้กองหลงมองดูประเด็นร้อนในโลกอินเทอร์เน็ต ซึ่งเขายิ่งดูมากขึ้นเท่าไรสีหน้าของเขาก็ยิ่งดำมืดมากยิ่งขึ้นเท่านั้น “ใครกันที่เป็นโพสต์ ออกมาหาผมเดี๋ยวนี้!”
ตำรวจหญิงที่ได้โพสต์ขึ้นเวยป๋อไปนั้นก็ได้รู้ตัวว่าเธอนั้นได้ทำอะไรผิดไปเมื่อไม่กี่นาทีก่อนหน้านี้ เธอได้รีบลบคลิปของเธอออกจากเวยป๋ออย่างรวดเร็ว แต่ทว่าคลิปของเธอได้ถูกแชร์ออกไปหลายต่อหลายครั้งไปแล้ว เธอจึงได้เป็นกังวลอย่างมาก โดยเฉพาะตอนพบว่าคลิปของฉิงเทียนนั้นได้กลายเป็นประเด็นร้อนแรงในอินเทอร์เน็ตมากขึ้นเรื่อยๆ
“ฉันเป็นคนโพสต์เองค่ะ!” เธอลุกขึ้นยืนและพูดด้วยเสียงอ่อยๆ
“คุณถูกพักงานวันนี้กลับบ้านไปแล้วไปเขียนรายงานความผิดตัวเองมาส่งผม” ผู้กองหลงพูดอย่างเย็นชา
ตำรวจหญิงคนนั้นเมื่อได้ฟังที่ผู้กองหลงพูด น้ำตาของเธอก็ได้ไหลออกมาและสีหน้าของเธอก็เสียใจมาก และอยากที่จะอธิบาย “ผู้กองคะ คือฉัน….”
“ยังมามัวยืนทำอะไรอยู่ ไปได้แล้ว!” ผู้กองหลังพูดอย่างโกรธจัด
เหล่าตำรวจที่อยู่ใกล้ๆเธอก็คิดที่จะออกไปช่วยเธอขอร้อง แต่เมื่อพวกเขาเห็นผู้กองของพวกเขาที่กำลังโกรธจัด เท้าของพวกเขาที่กำลังจะขยับออกมาได้หดกลับไปทันที นี่เป็นครั้งแรกของพวกเขาที่เห็นหัวหน้าของพวกเขาโกรธเป็นฟืนไฟขนาดนี้
ตำรวจหญิงคนนั้นจึงได้วิ่งออกไปด้วยความเสียใจ และผู้กองหลงก็พูดขึ้นมา “จากนี้ไปถ้ามีใครที่เผยแพร่คลิปหรืออะไรก็ตามลงในโลกออนไลน์เช่นนี้อีก จะไม่จบอยู่แค่ถูกพักงานแน่”
“เสี่ยวฉวน ไปที่ประตูหน้าและเตรียมตั้งโต๊ะกับเก้าอี้ให้พร้อม” ผู้กองหลงไปออกคำสั่งไปหลังจากที่เตือนลูกน้องเสร็จ
แล้วเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ชื่อเสี่ยวฉวนก็ได้ถามกลับไป “ผู้กองหลงให้เตรียมโต๊ะทำไมเหรอครับ?”