ร้านค้าจากแดนสวรรค์ - บทที่ 89 ยันต์ล่องหน
บทที่ 89 ยันต์ล่องหน
“ดี งั้นพี่จะไปจัดการเรื่องของหลักฐานเอง” ฉิงเทียนพูดอย่างมั่นใจ
“ตกลงค่ะ!” หยูชูซินผงกหัว “นี่คือที่อยู่บ้านของเฉียนจุนค่ะ ฉันหวังว่ามันจะมีประโยชน์กับคุณนะคะ”
เธอหยิบเอากระดาษออกมาจากกระเป๋าแล้วเขียนลงไปในมือของฉิงเทียน ฉิงเทียนก็ได้รับกระดาษนั้นมาแล้วเก็บใส่กระเป๋าเสื้อของเขา
ด้วยที่อยู่นี้ ทำให้ฉิงเทียนไม่ต้องกังวลเรื่องที่จะตามหาหลักฐานความผิดของเฉียนจุน และยังไงเสียคนธรรมดาก็ไม่สามารถทำอะไรเขาได้อยู่แล้ว ฉิงเทียนคิดอย่างมั่นใจ
หลังจากที่คุยกันเรื่องของฉิงหยู ฉิงเทียนก็ได้รู้จักกับเธอบ้างแล้วและพูดขึ้น “ต่อไปพี่จะเรียกเธอว่าน้องสะใภ้ละกัน!”
“เอ่อ….” เมื่อได้ยินฉิงเทียนเรียกเธอว่าน้องสะใภ้ หยูชูซินก็ได้หน้าแดงขึ้นมา และเสียงที่ลากยาวของเธอก็เหมือนกับเสียงยุงยังไงอย่างงั้น
มองไปที่รูปร่างของหยูชูซินแล้ว ฉิงเทียนก็รู้สึกมีความสุขกับฉิงหยูขึ้นมาจากหัวใจ การที่มีหญิงสาวที่ทั้งสวยและจิตใจดีเช่นนี้มาชอบน้องชายของเขา ถึงเขาจะไม่เคยได้ยินเรื่องนี้มาจากเสี่ยวหยูก็เถอะ แต่ด้วยคุณลักษณะของหยูชูซินแล้วมันช่างอะไรที่ดีมากสำหรับเด็กหนุ่ม ไม่มีทางที่เสี่ยวหยูจะไม่หลงรัก”
ดังนั้นฉิงเทียนจึงได้ถามเธอ “ทำไมพี่ถึงไม่เคยได้ยินจากเสี่ยวหยูเลยว่าเขากำลังคบกับเธออยู่”
หยิบแก้วกาแฟจากบนโต๊ะขึ้นมาดื่ม หยูชูซินไม่ได้ตอบคำถามของฉิงเทียนทันทีและตอบกลับมา “จริงๆแล้ว ที่เฉียนจุนอยากฆ่าฉิงหยูนั้นเป็นเพราะฉันค่ะ”
“อ้อ!” ฉิงเทียนมองไปที่เธออย่างสงสัยเมื่อเธอพูดเช่นนี้ขึ้นมา จริงๆแล้วฉิงเทียนเองก็สงสัยในเรื่องนี้อย่างมาก เพราะตอนที่เขาถามเสี่ยวหยูว่ามีเรื่องบาดหมางอะไรกับเฉียนจุนไหม เสี่ยวหยูก็ตอบว่าไม่
“เป็นเพราะว่าเฉียนจุนนั้นเขาตามจีบฉันอยู่ค่ะ แต่ว่าฉันไม่ตกลงคบกับเขา และต่อมาฉันก็ได้ชอบรุ่นพี่หยูค่ะ” หยูชูซินอธิบาย
“ต่อมาไม่นานรุ่นพี่หยูก็ถูกจับ หลังจากที่ฉันได้ลองตรวจสอบดูก็พบว่าเป็นฝีมือของเฉียนจุนค่ะ” เมื่อพูดเช่นนี้ตาของหยูชูซินก็ได้ปรากฏแววตาที่น่ากลัวออกมา “ถ้าฉันสามารถหาหลักฐานมาได้ฉันจะทำให้เฉียนจุนต้องทรมานแน่นอนค่ะ”
มองดูที่ความแค้นของหยูชูซินแล้ว เขาสามารถเห็นได้เลยว่าความรักของหยูชูซินที่มีต่อฉิงหยูนั้นจริงจังมาก ซึ่งทำให้ฉิงเทียนนั้นพอใจมาก
“ไม่ต้องกังวลไปนะ ใครที่กล้ามาคิดร้ายน้องชายของพี่ พี่จะไม่ยอมให้พวกมันอยู่อย่างมีความสุขแน่!” ฉิงเทียนพูดอย่างมั่นใจ
“นี่คือเบอร์โทรศัพท์ของพี่เอง เธอสามารถโทรมาหาพี่ได้ตามต้องการเลยนะ” ฉิงเทียนได้ให้เบอร์โทรศัพท์กับหยูชูซินเอาไว้
……..
มองไปที่ฉิงเทียนที่เดินออกไปจากร้าน หยูชูซินก็ได้ดื่มกาแฟจนหมดแก้วก่อนที่จะออกจากร้านตามไป
ฉิงเทียนนั้นได้มุ่งหน้ามายังบ้านของเฉียนจุนตามที่อยู่ที่หยูชูซินได้ให้มา
เป็นหมู่บ้านขนาดใหญ่ที่มีรปภ.สามคนยืนอยู่ที่บริเวณทางเข้า และรปภ.ทั้งสามคนนี้ก็ดูไม่เหมือนรปภ.ธรรมดาๆเสียด้วย ฉิงเทียนสามารถรู้สึกได้เลยว่าล้วนแล้วแต่เป็นผู้ฝึกวิชา และตามถนนก็ยังมีกล้องติดอีกด้วย มีรถมากมายที่ยังไม่สามารถเข้ามาได้เพราะจะต้องผ่านการตรวจเช็กจากรปภ.เสียก่อนถึงจะเข้าได้
“เข้มงวดมาก สมแล้วที่เป็นที่ที่คนมีเงินอาศัยอยู่กัน” ฉิงเทียนพูดดูถูกในใจ “แต่ของแค่นี้หยุดเราไม่ได้หรอก”
หลังจากที่พูดจบฉิงเทียนก็มองหาที่ที่ไม่มีคน แล้วเมื่อมองดูรอบๆแล้วว่าไม่มีกล้องเขาก็ในท่องคาถาอย่างเงียบๆ
“หวี่….” ฉิงเทียนกลายร่างเป็นยุงโลหิตแล้วบินมุ่งหน้าไปที่ประตู
รปภ.ทั้งสามคนที่คอยเฝ้าหน้าประตูนั้นได้เดินตรวจตราพื้นที่รอบๆ โดยไม่มีแอบอู้เลยแม้แต่น้อย
สำหรับพวกเขาแล้ว ชีวิตของพวกเขาขึ้นอยู่กับคนรวยพวกนี้ โดยทั่วไปรปภ.จะได้เงินเดือนแค่ 3-4 พันหยวนต่อเดือน แต่พวกเขานั้นได้รับถึง 20000 หยวนต่อเดือนและมีโบนัสสิ้นปีอีกด้วย ดังนั้นพวกเขาจึงไม่กล้าที่จะอู้และสูญเสียงานที่นี่ไป
แต่ก็น่าเศร้าที่พวกเขาต้องมาเจอกับฉิงเทียน ผู้ซึ่งไม่สามารถจับได้ด้วยคนธรรมดา
จากที่อยู่ที่หยูชูซินให้มานั้น ฉิงเทียนได้ตามหาคฤหาสน์ที่ว่า
แต่เนื่องจากหมู่บ้านนี้มีขนาดกว้างใหญ่มาก และคฤหาสน์แต่ละหลังนั้นก็กินพื้นที่กว้างขวางมาก และยังมีลำธารและลานกว้างอยู่ด้านหลังอีกต่างหาก
“ดูเหมือนแบบนี้ไม่ดีแน่ เราหาบ้านหลังนั้นยังไม่พบ แต่พลังวิญญาณของเราคงจะหมดเสียก่อน” ฉิงเทียนคิด แล้วรีบมองหาที่เหมาะๆคืนร่างเสียก่อน
“ปุ้ง” ฉิงเทียนที่พบที่เหมาะๆที่ไม่มีคนอยู่แล้วก็กลับคืนร่างเดิม
“พลังวิญญาณของเรานั้นไม่พอใช้จริงๆ ทำอย่างไรเราถึงจะบรรลุขั้นเทียนเซียนไปได้สักทีนะ” ฉิงเทียนถอนหายใจ และมองดูคฤหาสน์ที่อยู่รอบๆ ฉิงก็อดไม่ได้ที่จะถอนหายใจออกมา “ทั้งกว้างใหญ่ขนาดนี้ และที่อยู่ก็ไม่ได้เรียงตามลำดับอีกต่างหาก” ฉิงเทียนอดไม่ได้ที่จะรู้สึกหดหู่ขึ้นมา
อย่างไรก็ตาม ฉิงเทียนก็ไม่ได้หดหู่นานมากนั้นเพราะเขาพบวิธีแล้ว “ถ้าเราสามารถหายตัวได้เป็นเวลานานๆแล้วล่ะก็ เราก็สามารถที่จะเดินดูที่นี่อย่างช้าๆได้” ฉิงเทียนคิดอย่างตื่นเต้น
จากนั้นเขาก็หยิบเอาโทรศัพท์มือถือออกมาจากกระเป๋าและเปิดเข้าไปดูที่ถาวเป่าสวรรค์
จากนั้นเขาก็ได้พิมพ์ลงไปที่ช่องค้นหาว่าล่องหน แล้วก็อย่างที่คิดมียันต์ล่องหนโผล่ออกมามากมาย
ยันต์ล่องหนระดับ 1
ยันต์ล่องหนระดับ 2
ยันต์ล่องหนระดับ 3
…………….
ยันต์ล่องหนระดับ 9
“บ้าจริง ราคามันแพงมากเลยนะเนี่ย!” ฉิงเทียนสบถขึ้นมา ฉิงเทียนเปิดเข้าไปดูที่ยันต์ล่องหนระดับ 1 นั้นราคา 500 หินเซียน
“นี่ขนาดยันต์ล่องหนระดับแรกๆราคายังแพงมาถึงขนาดนี้เลยเหรอเนี่ย?” ฉิงเทียนอดไม่ได้ที่จะบ่นออกมา จริงๆแล้วฉิงเทียนนั้นมีหินเซียนพอที่จะซื้อทันที แต่ที่ผ่านมาฉิงเทียนไม่เคยเสียหินเซียนไปเป็นจำนวนมากขนาดนั้น ยกเว้นแต่ตอนที่จ่ายเป็นจำนวนมากเพื่อเสี่ยงโชคลอตเตอรี่และได้วิชาแปลงกาย 36 ขุนพลสวรรค์มาเท่านั้น แล้วเขาก็ไม่เคยจ่ายหินเซียนเป็นจำนวนมากเท่าในตอนนั้นอีกเลย และที่ผ่านมาฉิงเทียนได้ซื้อแต่สิ่งของที่โตขึ้นตามธรรมชาติในโลกสวรรค์ ไม่เคยซื้อสินค้าสำเร็จรูปเช่นนี้
ยันต์ล่องหนระดับแรกนั้น เป็นยันต์สร้างขึ้นมาโดยสำนักเหมาซาน ซึ่งสามารถรับประกันคุณภาพได้ และยันต์อันนี้สามารถทำให้ล่องหนได้เป็นเวลา 2 ชั่วโมง อีกทั้งยังสามารถทนต่อการโจมตีของระดับซวนเซียนได้หนึ่งครั้งด้วย แต่หลังจากที่ต้านทานการโจมตีไปแล้ว ยันต์จะสลายไปในทันที ปล. ยันต์นี้เป็นสินค้าประเภทใช้แล้วหมดไป
“มันดีเยี่ยมมากก็จริง แต่มันออกจากมากเกินไปสำหรับเราไปหน่อย ขอเพียงแค่ทำให้เราล่องหนได้ก็พอแล้ว ไม่จำเป็นที่จะต้องไปรับการโจมตีในระดับนั้นเสียหน่อย” ฉิงเทียนตะโกนขึ้นมาในใจ
ดูเหมือนว่ายันต์ล่องหนนั้นจะไม่ได้ทำหน้าที่แค่ล่องหนอย่างเดียวเท่านั้นแต่ยังสามารถต้านการโจมตีในระดับซวนเซียนได้ด้วย แต่สำหรับฉิงเทียนในเวลานี้แล้ว ประโยชน์หลังนั้นมันไม่จำเป็นสำหรับเขาเลย
แล้วบนโลกนี้จะหาการโจมตีระดับซวนเซียนได้จากที่ไหน และที่สำคัญที่สุดคือใช้ได้ครั้งเดียวอีกด้วย
“ไหนลองดูหน่อยสิว่าจะมีอะไรที่อยู่ในระดับต่ำกว่ายันต์ล่องหนไหมนะ?” ฉิงเทียนจึงได้ทำการค้นหายันต์ล่องหนอีกครั้ง คราวนี้เขาลองมองหาจากร้านที่อยู่หลังๆ
แต่ผลที่ออกมาก็ทำให้ฉิงเทียนต้องผิดหวัง ในเวลานี้ยันต์ล่องหนระดับแรกทั้งหมดนั้นจำเป็นต้องใช้หินเซียนถึง 1000 หินเซียน
เมื่อเห็นราคาที่แสดงแล้ว ฉิงเทียนถึงกับต้องตาเหลือก
“ทำไมยันต์ที่สร้างขึ้นมาในโลกสวรรค์นั้นถึงต้องใส่การทำงานแบบนี้ไว้ด้วยนะ?” ฉิงเทียนพูดอย่างไม่พอใจ
ฉิงเทียนนั้นได้กล่าวโทษเหล่าผู้สร้างยันต์ในโลกสวรรค์อย่างผิดๆอยู่ เพราะพวกเขานั้นสร้างขึ้นมาเพื่อขายเซียนด้วยกัน และในเวลานี้ไม่มีตลาดสำหรับยันต์ที่ทำงานได้เพียงอย่างเดียวอีกแล้ว เพื่อที่จะรักษาลูกค้าเอาไว้ให้ได้ เหล่าสำนักและตระกูลต่างๆที่ผลิตยันต์ในโลกสวรรค์นั้น จึงได้ลองพยายามเพิ่มระบบการทำงานอื่นๆใส่เข้าไปทีละอย่าง แต่การที่ทำให้ฉิงเทียนพูดบ่นเช่นนี้ออกมา ถ้าสำนักและตระกูลเหล่านั้นรู้เข้า พวกเขาคงจะรู้สึกหดหู่ เพราะพวกเขาได้พยายามกันอย่างหนักมากเพื่อคิดค้นการเสริมระบบการทำงานอื่นๆลงไปเช่นนี้กลับโดนบ่นเสียได้
แต่ในขณะที่ฉิงเทียนนั้น กำลังอยู่ในโลกของตัวเองอยู่นั้น ก็ได้มีอันตรายที่กำลังคืบคลานมาหาเขาโดยไม่รู้ตัว
เดิมทีหมู่บ้านในระดับนี้ย่อมไม่มีเพียงแค่รปภ.เฝ้าประตูอยู่แล้ว แต่ยังมีรปภ.ที่คอยเดินตรวจตราในหมู่บ้านอีกด้วย
และมีรปภ.คนหนึ่งที่ถือกระบองในมือขวาของเขาและในมือซ้ายเดินจูงสุนัขตัวใหญ่สีดำอยู่ และกำลังมุ่งหน้ามาทางฉิงเทียน ซึ่งปกติฉิงเทียนนั้นจะสามารถรู้ได้โดยสัญชาตญาณ แต่ในเวลานี้เขากำลังหมกมุ่นอยู่กับการบ่นอยู่เขาจึงไม่รู้สึกตัวเลยในขณะนี้
ในขณะที่รปภ.ได้เดินเข้ามาใกล้เขามากขึ้นเรื่อยๆนั้น สุนัขตัวใหญ่สีดำก็ได้มองเห็นแสงที่ออกมาจากโทรศัพท์ของฉิงเทียน
“โฮ่งๆ..” มีเสียงเห่าดังขึ้นมาอย่างมีพลังไปทางฉิงเทียน ในเวลานี้รปภ.ได้พบแสงไฟกะพริบที่โผล่ขึ้นมาจากมุมหนึ่งของหมู่บ้านแล้ว