ร้านค้าจากแดนสวรรค์ - บทที่ 92 4 ตระกูลใหญ่
บทที่ 92 4 ตระกูลใหญ่
ในตอนเช้าตรู่ ฉิงเทียนก็ได้ลุกขึ้นมาจากเตียง หากเขานำวิดีโอนี้ไปให้ตำรวจในวันนี้ ฉิงเทียนเชื่อว่าน้องชายของเขาก็น่าจะพ้นผิด!
แต่ข้อมูลที่มีในวิดีโอนี้มันมากเกินไป “ผู้กองหลงจะสามารถจัดการได้ไหมนะ?” ฉิงเทียนก็อดไม่ได้ที่จะสงสัย
และในตอนนั้นเองก็ได้มีใครบางคนเคาะประตู ฉิงเทียนจึงได้เดินไปเปิดประตูอย่างสงสัย
“เธอรู้ได้ยังไงว่าพี่อยู่ที่นี่?” ฉิงเทียนถามอย่างประหลาดใจ เมื่อพบว่าคนที่อยู่ที่ประตูนั้นคือหยูชูซิน
แทนที่เธอจะตอบคำถามของฉิงเทียน เธอกลับพูดกับเขาด้วยเสียงเบาๆ “ฉันมาที่นี่เพราะต้องการบอกคุณเรื่องตัวตนที่แท้จริงของตระกูลเฉียนค่ะ”
จริงๆแล้ว หลังจากที่หยูชูซินนั้นกลับบ้านไปเมื่อวานนี้ เธอนั้นก็นอนไม่หลับ เพราะว่าเธอยังไม่ได้บอกฉิงเทียนเรื่องของอิทธิพลที่แท้จริงของตระกูลเฉียน เธอนั้นกลัวว่าถ้าเธอพูดออกไปล่ะ ฉิงเทียนอาจจะไม่กล้าที่จะช่วยฉิงหยู
แต่ถ้าฉิงเทียนเกิดเป็นอะไรไปขึ้นมา หยูชูซินเชื่อว่าฉิงหยูคงไม่ยอมยกโทษให้เธอแน่ ดังนั้นในตอนเช้าวันนี้เธอจึงได้ออกมาพบกับฉิงเทียน ซึ่งแน่นอนว่าเธอไม่รู้ว่าฉิงเทียนนั้นได้ลักลอบเข้าไปที่บ้านของเฉียนเห่าเมื่อวานนี้แล้ว
“เธอมาหาพี่ทำไม?” ฉิงเทียนถามและนั่งลงที่โซฟา แล้วหยูชูซินก็ตอบ “ฉันมาที่นี่เพราะต้องการจะบอกกับคุณเรื่องของอิทธิพลของตระกูลเฉียนค่ะ”
“โอ้” ฉิงเทียนก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกสนใจขึ้นมาเมื่อเธอพูดออกมาเช่นนี้ จากการสนทนาของเจียงชูและเฉียนเห่าเมื่อคืนนี้ เขาก็รู้สึกได้ว่าตระกูลเฉียนนั้นมีอะไรที่ไม่ธรรมดา เดิมทีเขาเองก็คิดว่าจะถามใครสักคนเรื่องนี้อยู่แล้ว แต่เขาไม่คิดว่าหยูชูซินนั้นจะมาบอกกับเขาเองในวันนี้
ฉิงเทียนจึงได้ทำท่าตั้งใจฟัง แต่แทนที่จะพูดอะไรต่อหยูชูซินกลับถามเขา “คุณรู้ไหมคะว่าใครที่มีอำนาจมากที่สุดในประเทศจีน?”
“แน่นอนก็รัฐบาลน่ะสิ” ฉิงเทียนตอบแบบไม่ต้องคิด ไม่ว่าจะอยู่ในประเทศไหนๆรัฐบาลก็จะต้องมีอำนาจมากที่สุด เพราะว่าควบคุมทั้งกองทัพ เศรษฐกิจ และอื่นๆในประเทศ
“ใช่ค่ะ รัฐบาลนั้นมีอำนาจมากที่สุด แต่ทุกๆประเทศนั้นย่อมที่จะมีตระกูลใหญ่ๆอยู่ และตระกูลเหล่านี้ก็มีอิทธิพลสูงมากด้วย!” หยูชูซินกล่าว
แน่นอนว่าฉิงเทียนเองก็รู้ดีว่าไม่ว่าจะประเทศไหนๆ ก็ย่อมที่จะมีตระกูลพิเศษเหล่านี้อยู่
“และประเทศจีนของเราเองก็มีสี่ตระกูลที่ว่าอยู่ และตระกูลเฉียนเองก็เป็นหนึ่งในนั้นค่ะ” เธอกล่าวต่อ
“แล้วเฉียนเห่าก็เป็นลูกของผู้นำตระกูลเฉียนคนปัจจุบันอย่างนั้นสินะ?” ฉิงเทียนพูดแบบไม่คิดอะไร
เมื่อได้ยินที่ฉิงเทียนพูด หยูชูซินก็มองมาที่ฉิงเทียนด้วยความประหลาดใจ เธอไม่คิดว่าฉิงเทียนนั้นจะรู้เรื่องนี้ ถึงแม้ว่าเรื่องนี้จะไม่ใช่เรื่องลับอะไรสำหรับเธอ แต่เป็นไปไม่ได้ที่ฉิงเทียนนั้นจะรู้เรื่องนี้ เธอคิดว่าเขาเป็นเพียงแค่คนธรรมดาเท่านั้น”
มองไปที่ท่าทีที่ประหลาดใจของหยูชูซิน ฉิงเทียนก็ยิ้มออกมาแล้วพูด “ไม่ต้องมามองพี่ด้วยสีหน้าประหลาดใจหรอก ไม่เพียงแต่พี่จะรู้ว่าเฉียนเห่านั้นเป็นลูกชายของผู้นำตระกูลเฉียนแล้ว พี่ยังรู้ด้วยว่าผู้นำตระกูลเฉียนนั้นไม่ได้มีลูกชายแค่คนเดียว และยังดูเหมือนว่าเฉียนเห่านั้นจะไม่ใช่คนโปรดของเขาเท่าไรด้วย”
ฉิงเทียนพูดออกมาโดยที่ไม่มีติดขัด “พี่คิดว่าถ้าพี่สามารถหาหลักฐานมายืนยันความผิดของเฉียนจุนได้ คนอย่างพวกเขาที่คิดว่าตัวเองอยู่เหนือผู้อื่น คงไม่ยอมที่จะลงมาช่วยเฉียนจุนแน่” จริงๆแล้วฉิงเทียนยังมีคำพูดเก็บเอาไว้ในใจ อย่าง เรารีบไปช่วยฉิงหยูกันเถอะ พี่เป็นผู้ฝึกตนซะอย่างไม่กลัวพวกเขาอยู่แล้ว
ส่วนหยูชูซินที่พบว่าเธอนั้นไม่สามารถมองพี่ชายของฉิงหยูออกมากขึ้นเรื่อยๆ แต่ว่ามันก็เป็นเรื่องดีของฉิงหยูเหมือนกัน ถ้าพี่ชายของเขาสุดยอดมากเช่นนี้ ก็จะสามารถปกป้องเขาได้แม้ในตอนที่เธอไม่ได้อยู่เคียงข้างเขา เธอนั้นได้สัญญากับอาจารย์ของเธอไว้ว่า เธอนั้นจะยอมเข้ารับการฝึกตนหลังจากนี้ บางทีเธออาจจะไม่ได้พบกับรุ่นพี่หยูอีก
เธอได้เก็บความรู้สึกของเธอเอาไว้ในใจ แล้วหยูชูซินก็พูดขึ้น “ฉันไม่คิดเลยว่าคุณจะรู้เยอะขนาดนี้ ถ้าเป็นเช่นนี้คุณก็น่าจะรู้ด้วยว่าเฉียนจุนนั้นไม่ง่ายที่จะจัดการด้วย ฉันหวังว่าจะไม่มีอะไรเกิดขึ้นในตอนที่ไปตามสืบคดี”
“พี่มีคลิปวิดีโอที่สุดยอดอยากจะให้เธอดูแน่ะ” ว่าแล้วฉิงเทียนก็เปิดคลิปวิดีโอจากในโทรศัพท์มือถือของเขาให้เธอดู
มองดูที่หน้าของหยูชูซิน ก็พบว่าเธอมีสีหน้าที่ประหลาดใจมากขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะตอนที่เจียงชูได้เปิดเผยตัวว่าเขานั้นเป็นสายลับจากประเทศญี่ปุ่น ทำให้เธอถึงกับตกใจ!
“คุณไปได้วิดีโอนี้มาจากที่ไหน?” หยูชูซินถาม
ไม่ต้องกังวลไปหรอก วิดีโอนี้น่ะไม่เพียงแต่จะใช้ยืนยันได้ว่าเฉียนจุนเป็นคนฆ่าแล้ว แต่ยังมีเรื่องของสายลับประเทศญี่ปุ่นได้ด้วย” ฉิงเทียนกล่าว
“คุณพอจะสามารถยืนยันได้ไหมว่าคลิปวิดีโอนี้เป็นของจริงน่ะค่ะ?” หยูชูซินถามเขาอย่างจริงจัง ถ้าวิดีโอนี้เป็นของจริง ฉิงหยูก็จะรอดพ้นจากความผิดทันที และเธอยังสามารถใช้มันต่อรองกับตระกูลของเธอด้วยวิดีโอนี้ได้อีกด้วย
“วิดีโอนี้เป็นของจริงแน่นอน ไม่ต้องห่วง” ฉิงเทียนกล่าว
“สิ่งนี้จะสามารถช่วยจัดการเรื่องของฉิงหยูได้แน่” หยูชูซินพูดอย่างมั่นใจ
หลังจากที่ฉิงเทียนส่งวิดีโอนี้ให้กับเธอไป หยูชูซินก็รีบกลับไปอย่างรีบร้อน!
ฉิงเทียนก็ได้เตรียมที่จะออกไปข้างนอกบ้างหลังจากที่เธอออกไปแล้ว ถึงแม้ว่าเขาจะเชื่อว่าหยูชูซินนั้นจะสามารถช่วยเสี่ยวหยูได้ แต่ฉิงเทียนนั้นไม่ใช่คนที่จะฝากความหวังไว้กับคนอื่น ซึ่งเขาได้ตั้งปณิธานไว้ในใจว่า นอกจากคนที่ใกล้ชิดกับเขา เขาจะไม่เชื่อคนอื่นอีก
“ก่อนอื่นก็ไปหาเสี่ยวหยูก่อนก็แล้วกัน” ฉิงเทียนหยิบเอาเสื้อผ้าขึ้นมาและออกไปข้างนอก
ในขณะนั้นเองเขาก็เดินชนคนดัง “ปึก” เมื่อหันไปมองดูก็พบว่าเป็นหลี่ฉิง
หลี่ฉิงเองก็หันมามองฉิงเทียนเช่นกัน เดิมทีหลี่ฉิงได้ให้เบอร์โทรศัพท์ของเธอกับฉิงเทียนไป เธอก็ได้กังวลว่าเมื่อไรฉิงเทียนจะโทรมา ซึ่งเธอคาดหวังให้ฉิงเทียนโทรมาหาอยู่
แต่หลังจากนั้น ฉิงเทียนกลับไม่ได้โทรมาหาเธอเลย เธอจึงอดไม่ได้ที่อยากจะต่อว่าฉิงเทียน หลังจากที่เธอเก็บเอกสารบนพื้นเสร็จ เธอก็ได้รีบเดินออกไปโดยไม่สนใจฉิงเทียน
“คุณนักข่าวหลี่ คุณไม่เป็นอะไรใช่ไหม?” ฉิงเทียนถาม
แต่มองดูหลี่ฉิงที่เดินหนีไปโดยไม่สนใจเขา เขาก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกเสียใจและไม่รู้ว่าเขาได้ไปทำให้เธอโกรธตอนไหน และฉิงเทียนก็ไม่ได้ตามเธอไป อย่างไรก็ตามถ้าอยู่ในโรงแรมเดียวกันก็ยังมีโอกาสที่จะได้เจอกันอีก เมื่อถึงตอนนั้นค่อยถามเธอ
ดังนั้นฉิงเทียนจึงได้มุ่งหน้าไปที่สถานีตำรวจต่อ ถึงแม้ว่าหลี่ฉิงจะทำเป็นไม่สนใจฉิงเทียน และเธอก็ได้แอบมองดูฉิงเทียนอยู่ และเมื่อเห็นว่าฉิงเทียนไม่ได้ไล่ตามเธอมา เธอก็อดไม่ได้ที่จะบ่นเขาในใจ: ทำไมถึงได้โง่แบบนี้นะ! แต่พอเธอคิดแบบนั้นเธอก็หน้าแดงขึ้นมา เธอนั้นช่างเป็นคนที่มีเอกลักษณ์เป็นของตัวเองจริงๆ
ณ สถานีตำรวจจิงตู ตอนนี้กำลังวุ่นวายกันมากๆ ตั้งแต่ตอนที่ฉิงเทียนมาให้สัมภาษณ์ที่นี่ และพวกสื่อได้เผยแพร่ออกไป ผู้คนจากทั่วทั้งสารทิศก็ได้มาที่สถานีตำรวจจิงตูเพื่อมารอพบกับฉิงเทียน
สถานีตำรวจจิงตูในเวลานี้จึงได้ทำการปิดกั้นผู้คน ซึ่งทำให้ผู้กองหลงนั้นไขคดีได้อย่างยากมากขึ้นไปอีก
แล้วยิ่งเวลาผ่านไปมากเท่าไร เขาก็ยิ่งรู้สึกกดดันมากขึ้นเรื่อยๆ
“ผู้กองครับ ตอนนี้คนเต็มไปหมดเลยครับ แถมยังมีคนอีกมากมายที่รออยู่ด้านนอก”
“เสี่ยวฉวน คุณออกไปบอกพวกเขาถ้าอยากจะเจอหมอก็ให้ไปที่โรงพยาบาล มากันทำไมเรื่อยๆไม่หยุดแบบนี้เห็นสถานีตำรวจเป็นอะไรกัน?” ผู้กองหลงพูดอย่างช่วยไม่ได้
เสี่ยวฉวนเองก็รู้สึกหดหู่แล้วพูดขึ้นมา “ผู้กองครับ คนพวกนี้ยังเป็นแค่คนในจิงตูนะครับ ผมได้ยินมาว่าจะมีคนจากที่อื่นๆอีกซึ่งเตรียมที่จะบุกเข้ามาที่นี่ครับ”
“อะไรนะ จะมีคนมาอีก?” ผู้กองหลงพูดอย่างโมโห “สถานีตำรวจมีเอาไว้จัดการกับคดีนะโว้ย ไม่ใช่โรงพยาบาล พวกเขากำลังคิดอะไรอยู่เนี่ย ให้คนไปเฝ้าประตูอย่าให้ใครเข้ามาได้อีก”
“ส่วนคนที่อยู่ข้างในก็ให้ออกไปให้หมดในวันนี้ ไม่อย่างนั้นจะถือว่าเป็นการขัดขวางการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่!”
เมื่อเห็นว่าผู้กองกำลังโกรธอยู่เสี่ยวฉวนก็พูดด้วยเสียงอ่อยๆ “ผู้กองครับแบบนั้นก็เกินไปนะครับ
“แล้วคุณจะให้ผมทำยังไง?” เขาตอบ
ฉิงเทียนนั้นไม่รู้เลยว่าเขาได้นำพาปัญหามาให้สถานีตำรวจจิงตูมากขนาดไหน ขณะที่เขากำลังเดินทางมาที่นี่