ร้านค้าจากแดนสวรรค์ - บทที่ 95 นั่งคุย
บทที่ 95 นั่งคุย
ทันทีที่ฉิงเทียนพูดขึ้นมา พ่อกับแม่ของโจ้วป๋อรวมถึงฉิงหยูก็ได้หันมามองฉิงเทียนด้วยสายตาแปลกๆ
มองดูที่สีหน้าของผู้คน ฉิงเทียนจึงรู้สึกตัวว่าเป็นความผิดของเขาเองที่ไปพูดขัดแบบนี้ขึ้นมา จึงได้รีบพูดอธิบาย “คุณลุงคุณป้าครับ ผมเป็นหมอครับ ผมสามารถตรวจอาการให้พวกคุณทั้งสองคนได้นะครับ”
หลังจากที่ได้ยินที่ฉิงเทียนอธิบาย พ่อของโจ้วป๋อก็พูดขึ้น “ขอบใจนะสำหรับความหวังดี แต่ฉันยังไม่มีอารมณ์ที่จะรักษาตอนนี้”
เมื่อได้ยินที่พ่อของโจ้วป๋อปฏิเสธ ฉิงเทียนจึงได้รู้ว่าพวกเขาคงไม่เชื่อที่เขาพูด เขาจึงได้ปฏิเสธ
แต่ก่อนที่จะจากไป ฉิงเทียนได้แอบเทน้ำวิญญาณใส่ลงในขวดน้ำของเขา ฉิงเทียนเชื่อว่าด้วยน้ำวิญญาณในขวดนั้น จะสามารถช่วยกำจัดของเสียและโรคร้ายต่างๆออกจากร่างกายของพวกเขาได้
และหลังจากที่ฉิงเทียนและฉิงหยูได้เดินออกมาจากสถานีตำรวจ ก็พบหยูชูซินที่ยืนรออยู่เงียบๆที่ด้านนอกเพื่อรอฉิงหยู
เมื่อเห็นฉิงหยูเดินออกมา เธอก็อดไม่ได้ที่จะยิ้มออกมา
ฉิงหยูเองก็เห็นเธอเช่นกัน เขารีบวิ่งไปหาและกอดหยูชูซิน
“ซินเอ๋อ ผมพ้นผิดแล้วนะ!” ฉิงหยูพูดอย่างตื่นเต้น
“พ้นผิดก็ดีแล้วค่ะ พ้นผิดก็ดีแล้วรุ่นพี่หยู” หยูชูซินพูดขณะที่อยู่ในอ้อมกอดของฉิงหยู
มองดูทั้งสองคนที่อยู่ในโลกของตัวเอง ฉิงเทียนก็หัวเราะเบาๆแล้วส่ายหัว และยืนมองดูทั้งสองคน
หลังจากนั้นสักพัก ทั้งสองคนก็นึกขึ้นได้ว่าฉิงเทียนก็อยู่ใกล้ๆพวกเขาด้วย
“รุ่นพี่หยูคะ ปล่อยฉันก่อนเถอะ พี่ชายของรุ่นพี่ก็อยู่ด้วยนะคะ” มองไปที่ฉิงเทียนที่กำลังมองดูพวกเขาด้วยรอยยิ้ม หยูชูซินก็หน้าแดงขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว
เมื่อเห็นฉิงหยูและหยูชูซินที่ยิ้มหน้าบานด้วยกันเช่นนี้ ฉิงเทียนก็รู้สึกยินดีกับฉิงหยู
“พี่ครับ เธอคนนี้คือแฟนของผมครับ” ฉิงหยูจูงมือของหยูชูซินแล้วเดินมาหาฉิงเทียนด้วยรอยยิ้ม “ซินเอ๋อ คนคนนี้คือพี่ชายของผมครับ”
“พวกเราเคยเจอกันแล้ว” ฉิงเทียนยิ้มตอบ “พี่รู้สึกยินดีมากที่ได้สาวสวยเช่นนี้มาเป็นน้องสะใภ้”
…………….
ในขณะที่ทั้งสามคนเดินไปและคุยไปอยู่นั้นเอง อธิการบดีเจียงของมหาวิทยาลัยจิงตูในประเทศจีนก็ได้ถูกจับ รวมถึงเฉียนเห่าเองก็ถูกจับตัวไปโดยสำนักงานตำรวจแห่งชาติด้วย ประเทศจีนเองยังได้ทำการเรียกทูตจากประเทศญี่ปุ่นในจีนมาเป็นการด่วนเพื่อทักท้วงอย่างจริงจังด้วย แน่นอนว่าคนธรรมดานั้นไม่ทราบเรื่องทั้งหมดนี้
ณ สถานทูตของประเทศญี่ปุ่น
“บากะ บากะ…” ชาวญี่ปุ่นในชุดสูทและรองเท้าหนังพูดสบถออกมา
ชายหนุ่มที่อยู่ใกล้เขาก็ได้พูดขึ้น “อาเบะซัง เกิดอะไรขึ้นทำไมคุณถึงได้หัวเสียขนาดนั้น?” ถ้าฉิงเทียนอยู่ที่นี่ด้วย เขาจะต้องรู้จักชายหนุ่มคนนี้แน่ เพราะเขาคือมุราคามิผู้ที่อยากจะซื้อไร่ผลไม้ของเขาและยังถูกเขาทำร้ายอีกด้วย
“มุราคามิซัง เอกามิซังถูกเผยตัวโดยคนจีนไปแล้ว” อาเบะ ซาบุโร่พูดอย่างโมโห
เมื่อได้ยินเรื่องนี้ มุราคามิที่นั่งอยู่ก็ตกใจขึ้นมา สีหน้าที่ดูเหยาะแหยะของเขาเมื่อครู่ได้เปลี่ยนไปเป็นตกใจในทันทีแล้วถามกลับ “เอกามิซังถูกเผยตัวอย่างนั้นเหรอ? เขาจะถูกเผยตัวได้อย่างไร? เขาแฝงตัวอยู่ในจีนมาได้นานกว่า 20 ปีเลยนะ”
“ผมก็ไม่ทราบเหมือนกัน ตอนนี้ที่ผมทราบคือเขาถูกจับไปแล้ว” อาเบะพูดด้วยสีหน้าจริงจัง “ตอนนี้ผมต้องไปรายงานให้เบื้องบนทราบก่อน ตอนนี้ผมคงยังช่วยอะไรคุณไม่ได้ขอโทษด้วย”
จากนั้นเขาก็ก้มหัวให้
“ไม่เป็นไร เอาเป็นผมจะไม่รบกวนคุณละกันอาเบะซัง” ว่าแล้วมุราคามิก็กล่าวบอกลาเขา
หลังจากที่ออกมาจากสถานทูต มุราคามิก็คิ้วขมวดขึ้นมาแล้วพูดขึ้น “ฉิงเทียน แกนี่มันช่างโชคดีจริงๆ แต่ต่อให้ไม่มีอาเบะซังช่วย ฉันก็จะไม่ปล่อยให้แกได้ตายสบายแน่นอน” หลังจากที่พูดจบ เขาก็ได้เผยยิ้มที่ชั่วร้ายออกมา
ปรากฏว่ามุราคามิ ฮารุกินั้นต้องติดคุกอยู่ในสถานีตำรวจตั้งแต่ตอนที่ฉิงเทียนยังอยู่ที่โม๋ตู ถึงแม้ว่าเขาจะไม่ได้รับบาดเจ็บอะไรมากมาย แต่สำหรับมุราคามิแล้วถือเป็นเรื่องที่ยกโทษให้ไม่ได้
ในตอนสมัยเด็ก เขาชอบแย่งของคนอื่นเสมอ และไม่ว่าเขาจะไปที่ไหน เขาก็เป็นที่ห้อมล้อมของผู้คนเสมอ แต่เขากลับต้องมาพบกับความพ่ายแพ้เช่นนี้
จากวันนั้นเป็นต้นมา เขาก็เกลียดฉิงเทียนอย่างมาก แต่เขาก็ยังหาโอกาสไม่ได้เสียที แต่ในตอนที่ฉิงเทียนได้ถูกเผยแพร่ทั้งทางอินเทอร์เน็ตและข่าวว่า ฉิงเทียนนั้นคือหมอเทวดา
เขาก็มีความคิดเข้ามาในหัวทันที อยากจะรู้จังว่าหมอเทวดาจะรักษาคนตายได้รึเปล่านะ เขาจึงได้เดินทางจากโม๋ตูมายังจิงตูเพื่อตามหาฉิงเทียนเพื่อแก้แค้น
แน่นอนว่าเขาจึงมาขอให้อาเบะช่วย แต่เขาไม่คิดว่าจะมาเจอเรื่องของสายลับถูกพบตัวเข้าเสียก่อน เขาจึงได้ต้องหาวิธีเอาเอง
ส่วนฉิงเทียน ฉิงหยูและหยูชูซินนั้นกำลังนั้นอยู่ที่ร้านกาแฟแห่งหนึ่ง
แล้วทั้งหมดก็ได้คุยกันถึงเรื่องที่เกิดขึ้นในช่วงที่ผ่านมานี้ ฉิงหยูก็ตกใจเมื่อรู้ว่าฉิงเทียนนั้นกลายเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการแพทย์จึงได้ถามขึ้น “พี่ครับ พี่ไปเรียนวิชาแพทย์มาตั้งแต่เมื่อไรครับ?” ฉิงหยูนั้นคิดว่าตัวเขานั้นรู้จักพี่ชายของเขาดีมากแล้วแท้ๆ แต่ในเวลานี้เมื่อเขาเห็นพี่ชายของเขาในจิงตูแล้วพบว่าเขานั้นได้เปลี่ยนไปมาก
“อ้อ พี่เรียนมาจากพ่อน่ะ น้องไม่รู้เหรอ” พูดจบฉิงเทียนก็ได้ส่งสายตามาให้ฉิงหยู
ฉิงหยูก็สงสัยขึ้นมา แต่เมื่อเห็นว่าฉิงเทียนนั้นไม่อยากที่จะพูดต่อหน้าหยูชูซิน เขาจึงได้ระงับความสงสัยของเขาเอาไว้ ส่วนหยูชูซินที่อยู่ใกล้ๆเขาก็ได้มองเห็นสีหน้าของพี่น้องคู่นี้แล้วก็รู้ว่าฉิงเทียนไม่ยอมที่จะบอกอะไรต่อหน้าเธอแน่ๆ
หลังจากที่ข้ามเรื่องนั้นไปทั้งสามคนก็ได้คุยกันต่อ ฉิงเทียนเองก็คุยและหัวเราะกับพวกเขา ทันใดนั้นเสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้นมาและฉิงเทียนก็ได้หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาไว้ในมือ แล้วมองดูก็พบว่าเป็นซูเสวี่ยโทรมา ฉิงเทียนก็จับหัวตัวเองขึ้นมาทันที “ตายละ ลืมไปซะเสียสนิทเลย” ตอนนี้เขามัวแต่กำลังมีความสุขเลยลืมเรื่องสำคัญไปเสียสนิทเลย
หลังจากที่กดรับสายโทรศัพท์ เสียงของซูเสวี่ยก็คำรามดังขึ้นมา “ฉิงเทียน ตอนนี้คุณอยู่ที่ไหน? ทำไมถึงยังไม่มาที่คลินิกเสียที”
เมื่อได้ยินที่ซูเสวี่ยบ่น ฉิงเทียนก็ได้ลูบจมูกแล้วตอบกลับไป “ผมลืมไปเลยน่ะเสวี่ยเอ๋อ แต่ผมจะรีบไปเดี๋ยวนี้แหละ”
“เร็วๆเข้าล่ะ”
“ได้ๆ ผมจะรีบไปเดี๋ยวนี้แหละ” ฉิงเทียนรีบตอบกลับไปทันที
ฉิงหยูและหยูชูซินเองก็ได้เห็นสีหน้าของฉิงเทียนหมดแล้ว โดยเฉพาะฉิงหยูที่ได้ถามขึ้นมา “ใครคือเสวี่ยเอ๋อครับ? พี่สารภาพมาเดี๋ยวนี้นะครับ”
“เสี่ยวหยู พี่มีธุระด่วนต้องรีบไปทำเดี๋ยวนี้ พี่ขอตัวไปที่คลินิกก่อน” พูดจบ ฉิงเทียนก็รีบวิ่งไปที่คลินิกทันที
มองดูท่าทีที่รีบร้อนของพี่ชาย ฉิงหยูก็อดไม่ได้ที่จะหัวเราะกับหยูชูซินแล้วพูดขึ้น “ซินเอ๋อ นี่เป็นครั้งแรกเลยนะที่ผมเห็นพี่ชายดูร้อนรนมากขนาดนี้ ชักอยากจะรู้แล้วสิว่าอาซ้อเสวี่ยเอ๋อนั้นจะเป็นคนแบบไหนกันนะ?”
ขณะที่ฉิงหยูกำลังพูดกับตัวเองอยู่นั้น ทันใดนั้นเขาก็รู้สึกเจ็บที่หูขึ้นมาทันที
“ทำไม รุ่นพี่สนใจคนที่ชื่อเสวี่ยเอ๋อมากรึยังไง?” หยูชูซินพูดด้วยน้ำเสียงหึงหวง
“ไม่ครับ ไม่!” ฉิงหยูพูดอย่างหนักแน่น เขานั้นลืมไปได้อย่างไรนะว่าไม่ควรที่จะพูดถึงเรื่องของผู้หญิงคนอื่นต่อหน้าผู้หญิง ฉิงหยูพูดว่าตัวเองในใจ
“ผมไม่กล้าไปสนใจคนอื่นหรอกครับ ผมสนใจแต่คุณเท่านั้นจริงๆ” เขาพูดแล้วยิ้มให้กับหยูชูซิน
“พูดอะไรน่ะ!” หยูชูซินพูดอย่างอายๆ ทั้งสองคนนั้นต่างก็แสดงความรักต่อกันอย่างเปิดเผย
หลังจากนั้นสักพักใหญ่
ฉิงเทียนกำลังรีบมุ่งหน้าไปที่คลินิก ในเวลานี้มีแถวยาวขนาดใหญ่ที่กำลังถือกล้องรออยู่ที่หน้าประตูร้านขายยาจีน
“ยังมาไม่ถึงอีกรึไง?”
“ใช่ ยังไม่เห็นหมอเทวดามาสักที”
……….
“บ้าจริง ทำไมคนมากมายขนาดนี้!” ฉิงเทียนอดไม่ได้ที่จะพูดสบถออกมา