ลำนำยอดหญิงจอมพิษ - บทที่ 101 กู้ชิวเซียงหายตัวไป
ลำนำยอดหญิงจอมพิษ บทที่ 101 กู้ชิวเซียงหายตัวไป
รถม้าแล่นไปถึงหน้าประตูของจวนกู้โหว หลังจากที่กู้ชิวเหลิ่งลงมาจากรถม้าแล้ว ถึงตระหนักได้ว่าจวนกู้โหวที่กว้างใหญ่แห่งนี้ กลับไม่มีใครมาต้อนรับนางเลยสักคนเดียว แม้แต่กู้ชิวถางก็ไม่มาเช่นกัน
กู้ชิวเหลิ่งก็ไม่ได้สนใจ เพียงแต่นึกขึ้นมาได้กะทันหันว่าตัวเองเป็นกู้ชิวเหลิ่งมาหนึ่งเดือนแล้ว แต่ว่าไม่มีความทรงจำเกี่ยวกับประตูใหญ่ของจวนกู้โหวเลยแม้แต่น้อย เพราะแต่ไหนแต่ไรมานางล้วนแอบออกไปจากทางลานหลังตลอด ประตูแห่งนี้ไม่สอดคล้องกับฐานะลูกสาวอนุของกู้ชิวเหลิ่งอย่างมาก
อวี้ฉือจ้านเดินอยู่ข้างกายของกู้ชิวเหลิ่ง กล่าวว่า: “ข้าส่งเจ้าเข้าไป”
“เซ่อเจิ้งหวางรู้สึกว่าข้าน่าสงสารหรืออย่างไร?”
“เจ้าไม่ต้องความสงสารของผู้ใดทั้งนั้น แต่ว่าครั้งนี้ข้าลากเจ้าเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย แล้วเจ้าก็หายไปหนึ่งคืน อย่างไรก็จำเป็นต้องมีคนมายืนยันความบริสุทธิ์ของเจ้า”
ถึงแม้ธรรมเนียมประเพณีพื้นบ้านของต้าเยียนจะไม่เข้มงวดเท่าแคว้นฉี แต่ว่าความบริสุทธิ์ไร้ราคีของหญิงสาวก็ยังคงสำคัญที่สุด กู้ชิวเหลิ่งหายตัวไปหนึ่งคืน ข่าวแพร่ออกไปจะทำให้เกิดความเสื่อมเสียประเพณีอันดีงาม ยิ่งไปกว่านั้นฐานะของกู้ชิวเหลิ่งมีความพิเศษ ทั้งเป็นลูกสาวของอนุภรรยา และยังเป็นหนิงจวิ้นจู่ที่เพิ่งจะได้รับการแต่งตั้งขึ้นมาใหม่ ให้ชาวบ้านในเมืองหลวงรู้เข้า จะต้องกระพือข่าวผิดๆให้กว้างออกไปอย่างแน่นอน โดยเฉพาะจวนกู้โหวยังมีฮูหยินใหญ่ที่ไม่ทำให้คนหมดความกังวลได้อยู่อีกคน ตอนนี้ตระกูลฉินก็น่าจะเห็นกู้ชิวเหลิ่งเป็นหนามยอกอกไปแล้วเช่นกัน
กู้ชิวเหลิ่งกล่าวอย่างราบเรียบ: “แม้แต่เรื่องเหล่านี้เซ่อเจิ้งหวางก็ยังคิดพิจารณาแทนข้าแล้ว?”
“ไปเถิด ข้าส่งเจ้าเข้าไป”
กู้ชิวเหลิ่งไม่ได้ปฏิเสธอีก อวี้ฉือจ้านพูดถูก ถ้าหากนางหายตัวไปหนึ่งคืน แล้วก็กลับเข้าไปอย่างโดดเดี่ยวเดียวดาย ถึงแม้ว่าเมื่อคืนกู้ชิวถางจะอธิบายกับกู้หนานเฉิงกับฮูหยินใหญ่แทนนางไปแล้ว นั่นก็ไม่สามารถขจัดความสงสัยของกู้หนานเฉิงได้ มีเพียงอวี้ฉือจ้านส่งนางกลับไปด้วยตัวเอง ใช้ฐานะของเซ่อเจิ้งหวางสยบเอาไว้ กู้หนานเฉิงถึงจะรู้ว่าอะไรควรไม่ควร ฮูหยินใหญ่ก็ไม่สามารถใช้เรื่องนี้เป็นข้ออ้างทำเป็นเรื่องใหญ่ใตขึ้นมาได้
ยามรักษาการณ์ที่อยู่หน้าประตูของจวนกู้โหวขวางทางไปของกู้ชิวเหลิ่งกับอวี้ฉือจ้านเอาไว้ กล่าวถามอย่างเคารพนบนอบ: “ไม่ทราบว่าทั้งสองท่านเป็นใคร ข้าน้อยจะได้เข้าไปรายงาน”
จีเฟิงที่อยู่ด้านหลังของอวี้ฉือจ้านแสดงป้ายอาญาสิทธิ์ของจวนเซ่อเจิ้งหวางออกมา คนที่อยู่หน้าประตูรีบร้อนเปิดประตูใหญ่ออกอย่างรวดเร็ว หลีกทางให้กับกู้ชิวเหลิ่งกับอวี้ฉือจ้าน
หนึ่งคนในนั้นคิดจะเข้าไปรายงาน จีเฟิงกลับขวางทางไปของคนคนนั้นเอาไว้ อวี้ฉือจ้านกล่าวออกมาอย่างราบเรียบธรรมดา: “ข้าคุ้มกันคุณหนูรองกลับจวน ไม่จำเป็นต้องรายงาน”
กู้ชิวเหลิ่งเงยหน้ามองไปที่อวี้ฉือจ้าน เห็นเพียงใบหน้าด้านข้างของอวี้ฉือจ้านไร้อารมณ์ความรู้สึก สายตาแหลมคมราวกับนกอินทรี เค้าโครงที่แน่วแน่นั่นทำให้กู้ชิวเหลิ่งตกตะลึง
กู้ชิวเหลิ่งเบนสายตาออกไป กล่าวว่า: “เดิมทีท่านไม่มีความจำเป็นต้องพูด”
อวี้ฉือจ้านกล่าวเสียงเบา: “ทำเช่นนี้จะลดเรื่องยุ่งยากให้เจ้าไปไม่น้อย”
อวี้จือฉ้านจงใจจริงๆ ในฐานะที่เป็นเซ่อเจิ้งหวาง เดิมทีเขาไม่จำเป็นต้องอธิบายการกระทำของตัวเองกับใครทั้งนั้น ก็เหมือนกับที่เขาไม่ต้องอธิบายกับยามที่เฝ้าประตูว่าเขามาเพื่อส่งกู้ชิวเหลิ่ง แต่ว่าเขากลับพูดเช่นนี้
เซ่อเจิ้งหวางผู้สง่างามคุ้มครองลูกสาวอนุของตระกลูกู้กลับจวน เซ่อเจิ้งหวางผู้ซึ่งไม่เคยใกล้ชิดอิสตรีมาตลอดกลับเข้าหาลูกสาวอนุของตระกูลกู้ แถมยังส่งกลับมาด้วยตัวเอง ถึงเวลานั้นเขาก็ให้ฝู้จื่อโม่เตรียมแบบฉบับสำหรับแพร่กระจายออกไปฉบับหนึ่ง เช่นนั้นในเมืองหลวงก็จะมีคำอธิบายสำหรับข่าวลือที่ว่ากู้ชิวเหลิ่งไม่ได้กลับบ้านทั้งคืน ไม่ว่าใครก็ไม่กล้าพูดว่าเซ่อเจิ้งหวางกับลูกสาวอนุภรรยามีเรื่องบัดสีบัดเถลิง
กู้ชิวเหลิ่งกับอวี้ฉือจ้านเดินเคียงข้างกันไป จู่ๆในใจก็มีความรู้สึกมีที่พึ่งพิงขึ้นมาเล็กน้อย เพียงแต่ว่าความรู้สึกแบบนั้นนางไม่สามารถเข้าใจมันได้อย่างสมบูรณ์ แต่ก็รู้สึกว่ามันอบอุ่น
กู้หนานเฉิง ฮูหยินใหญ่แล้วก็กู้ชิวถาง หรือแม้กระทั่งอี๋เหนียงรองกับกู้ชิวเยว่ล้วนกำลังเดินไปมาอยู่ในห้องโถง บนใบหน้าเต็มไปด้วยความกังวล กู้ชิวเหลิ่งมองไปแค่แวบเดียว ก็รู้แล้วว่า ความกังวลบนใบหน้าของพวกเขา ไม่ได้มีความเกี่ยวข้องอะไรกับนาง
“เซียงเอ๋อร์……เซียงเอ๋อร์ของข้ากลับมาแล้วใช่หรือไม่!”
ฮูหยินใหญ่ดูเหมือนจะแก่ไปเป็นสิบปี ในตอนที่ทุกคนมองไปทางหน้าประตูอย่างตั้งใจ บนใบหน้าต่างก็มีสีหน้าท่าทางของความผิดหวังแวบผ่านไป คนที่กลับมาไม่ใช่กู้ชิวเซียง แต่เป็นกู้ชิวเหลิ่ง
และข้างกายของกู้ชิวเหลิ่ง คืออวี้ฉือจ้าน
กู้หนานเฉิงรีบร้อนเข้าไปต้อนรับ กำหมัดคารวะแล้วกล่าวว่า: “มิทราบว่าเซ่อเจิ้งหวางเสด็จมา กระหม่อมเสียมารยาทที่ไม่ได้ออกไปรอต้อนรับ! คนที่อยู่ข้างนอกทำไมมิมารายงานสักคำหนึ่ง ช่างเป็นการเสียมารยาทจริงๆ”
“ไม่เป็นไร ข้าก็แค่ส่งคุณหนูรองกลับมาเท่านั้น นางได้รับบาดเจ็บ จำเป็นต้องพักผ่อน”
กู้หนานเฉิงมองไปที่กู้ชิวเหลิ่ง ชุดกระโปรงสีเขียวอ่อนบนตัวยังมีรอยเลือดอยู่ เลือดที่อยู่บนไหล่ซ้ายเห็นแล้วก็ยิ่งทำให้คนตกใจ
“เหลิ่งเอ๋อร์ เจ้ารีบกลับไปพักผ่อน……”
“มิได้! นางจะกลับไปไม่ได้! เจ้าเอาเซียงเอ๋อร์ของข้าไปไว้ไหนแล้ว! จิตใจของเจ้าช่างโหดเหี้ยมอำมหิตนัก!”
ฮูหยินใหญ่ต้องการจะพุ่งตัวมาด้านหน้าของกู้ชิวเหลิ่งราวกับคลุ้มคลั่งไปแล้ว ดีที่มือข้างหนึ่งของอวี้ฉือจ้านปกป้องกู้ชิวเหลิ่งเอาไว้ด้านหลัง กล่าวด้วยเสียงเย็นชา: “กู้โหวเย๋! ดูแลฮูหยินของตัวเองให้ดี! ข้ายังอยู่ที่นี่อยู่เลยนะ!”
กู้หนานเฉิงรีบร้อนลากตัวฮูหยินใหญ่ไปด้านหลัง กล่าวตำหนิด้วยความโกรธ: “เจ้าทำอะไรของเจ้า! เหลิ่งเอ๋อร์กลับมาเจ้าไม่ดีใจก็แล้วไปเถอะ ทำไมยังกล้าพูดจาพร่ำพรื่อต่อหน้าเซ่อเจิ้งหวางอีก!”
ฮูหยินใหญ่สะบัดมือออกจากกู้หนานเฉิง ตะโกนกล่าวขึ้นมา: “นายท่าน! เซียงเอ๋อร์ของเราหายตัวไป! แต่กู้ชิวเหลิ่งดันกลับมา นี่มันหมายความว่าอย่างไร! เห็นได้ชัดว่านางเป็นคนทำให้เซียงเอ๋อร์ของข้าหายตัวไป! เจ้า……”
“หุบปาก!”
หนึ่งฝ่ามือของกู้หนานเฉิงตบไปบนใบหน้าของฮูหยินใหญ่ กู้ชิวถางรีบร้อนเข้าไปประคองตัวเอาไว้ ก็ได้ยินกู้ชิวเยว่กล่าวขึ้นมาว่า: “ท่านพ่อ ที่ท่านแม่พูดก็ถูกแล้วนี่นา ท่านดูสิพี่รองก็กลับมาแล้ว แต่ว่าพี่ใหญ่กลับไม่ได้กลับมา พี่ใหญ่ไม่เคยมีความโกรธแค้นกับใครมาก่อน นอกจากพี่รองแล้ว ยังจะเป็นใครได้อีกล่ะ? และพี่รองยังหายตัวไปหนึ่งคืนอย่างไร้เหตุผล ไม่แน่ว่าอาจจะไปทำอะไรบางอย่างก็ได้!”
อี๋เหนียงรองเข้าไปดึงตัวกู้ชิวเยว่เอาไว้ กล่าวว่า: “เป็นเด็กเป็นเล็ก จะไปรู้อะไร? ไม่เห็นหรือว่าพี่รองของเจ้าได้รับบาดเจ็บอยู่?”
สิ่งที่อี๋เหนียงรองไม่ชอบที่สุดก็คือฮูหยินใหญ่ ตอนนี้เห็นฮูหยินใหญ่เสียกู้ชิวเซียงไป รู้สึกมีความสุขในใจยังแทบจะไม่ทันการเลยด้วยซ้ำ แต่ลูกสาวของตนเองคนนี้ดันไม่รักดี เอาแต่คอยประจบสอพลอศัตรู
กู้ชิวเหลิ่งกล่าวเสียงเย็นชา: “ท่านแม่พูดเช่นนี้หมายความว่าอย่างไร? เมื่อวานในพื้นที่ล่าสัตว์ พี่ใหญ่ออกไปพร้อมกับท่านพี่ ท่านพี่จะต้องปกป้องความปลอดภัยของพี่ใหญ่อย่างแน่นอน แต่ว่าพี่ใหญ่เป็นคนหายตัวไปเอง แล้วมันเกี่ยวข้องอะไรกับข้าด้วยเจ้าคะ?”
ถึงแม้กู้ชิวเหลิ่งจะรู้สึกประหลาดใจที่กู้ชิวเซียงหายตัวไป แต่การหายตัวไปของกู้ชิวเซียงก็ถือว่าอยู่ในการคาดหมายอยู่แล้ว ตอนนั้นในตอนที่กู้ชิวเซียงตะเกียกตะกายจะเข้าไปในพื้นที่ล่าสัตว์ให้ได้ นางก็รู้แล้วว่ากู้ชิวเซียงจะเข้าไปเพราะอวี่เหวินเจี๋ย ต้องการจะใช้อุบายกลยุทธ์ทนทุกข์กาย แต่ว่าอุบายนี้จำเป็นต้องเลี่ยงกู้ชิวถางออกไป กู้ชิวเซียงเป็นคนสะบัดกู้ชิวถางทิ้งไปเอง จะเป็นหรือตายไม่ต้องพูดมาก
“เจ้า! เสื้อคลุมที่เจ้าให้เซียงเอ๋อร์ต้องมีบางอย่างผิดปกติแน่นอน!”
“ข้าก็แค่เห็นว่าพี่ใหญ่ใส่เสื้อผ้าบางเกินไป ดังนั้นถึงได้หวังดีจะให้พี่ใหญ่ใส่ ตามที่ท่านแม่พูดมา ถ้าหากพี่ใหญ่ไม่ใส่ เช่นนั้นแผนการของข้ามิต้องสูญเปล่าหรอกหรือเจ้าคะ? ยิ่งไปกว่านั้นก็แค่เสื้อคลุมเท่านั้น จะมีอะไรผิดปกติได้? ท่านพี่น่าจะอยู่ด้วยกันกับพี่ใหญ่ แล้วพี่ใหญ่จะหายตัวไปอย่างไร้เหตุผลได้อย่างไร?”
กู้ชิวถางกล่าวว่า: “เป็นความผิดของข้าเอง เมื่อวานจู่ๆเซียงเอ๋อร์ก็บอกว่านางปวดท้องขึ้นมากะทันหัน ให้ข้ารออยู่ที่เดิม แต่ว่าเวลานานเกินไป ข้าเรียกไปสองสามคำเซียงเอ๋อร์ก็ไม่ได้ตอบอะไร ในตอนที่ข้าเข้าไปตรวจดู นางก็หายตัวไปแล้ว”