ลูกเขยมังกร Royal Dragon Husband - บทที่ 645 แกเป็นใคร
บทที่ 645 แกเป็นใคร
“ถูกต้อง ถ้าหากว่าเขาจะรับคำท้า ก็มาตั้งนานแล้ว ไม่รอจนถึงตอนนี้หรอก”
“ดูท่าที่บอกว่าเก็บตัวถือศีลฝึกวรยุทธ์เป็นแค่ข้ออ้างเท่านั้น ถึงแม้เขาจะแข็งแกร่ง แต่เผชิญหน้ากับจิ่งเถิงผู้สืบทอดตระกูลจิ่ง สุดท้ายก็หดหัวเข้าไปในกระดอง!”
“เฮ้อ……เดิมทีตอนแรกคิดว่าจะได้ดูการต่อสู้ที่ดุเดือด สุดท้ายกลับมาเสียเที่ยว เฉินเฟิงยอมแพ้ เซ็งจริงๆ!”
บนเรือลำแรก ศิษย์แต่ละสำนักพากันพูดคุยไปต่างๆนานา แทบจะทุกคนต่างก็คิดว่าเฉินเฟิงยอมแพ้ ไม่กล้าประลองวรยุทธ์กับจิ่งเถิง
ไม่เพียงแต่พวกเขา บนเรือลำที่สาม ผู้อาวุโสในยุทธภพของโลกใต้ดินหวาเซี่ย นักธุรกิจใหญ่และข้าราชการระดับสูงต่างพูดต่างๆนานา
“พี่ใหญ่เจี่ย ไม่จริงใช่ไหมที่เฉินเฟิงจะไม่มาจริงๆ?” หนานอ้าวแห่งตระกูลเหอซึ่งเป็นผู้นำครอบครัวเหอหรงอดไม่ได้ที่จะพูดขึ้นมา เขากับลู๋เจิ้งเฟิงเหมือนกัน ต่างก็คิดว่าเจี่ยหวั้นเหามาถึงทะเลสาบตะวันตกล่วงหน้าเป็นเพราะมีข่าวภายใน เพียงแต่ไม่ได้ถามลู๋เจิ้งเฟิงส่วนตัวเหมือนกับเจี่ยหวั้นเหา
เวลานี้ ดูท่าแล้วเฉินเฟิงไม่ยอมปรากฏตัว เขาจึงอดใจไม่ไหวแล้ว
ฉึบๆๆ……
ลู๋เจิ้งเฟิงและเหล่าผู้อาวุโสในยุทธภพได้ยินคำพูดของเหอหรง ต่างหันไปมองเจี่ยหวั้นเหาพร้อมกันโดยไม่ได้นัดหมาย รอคำตอบจากเจี่ยหวั้นเหาด้วยความคาดหวัง
ในครั้งนี้พวกเขามาทะเลสาบตะวันตกล่วงหน้า การดูเฉินเฟิงและจิ่งเถิงสู้กันอย่างเอาเป็นเอาตายเป็นแค่เรื่องรอง เรื่องสำคัญคือผลการประลอง
นี่……เกี่ยวข้องกับผลประโยชน์ของทุกคน ทำให้พวกเขาต้องให้ความสำคัญ!
“เดิมที ฉันคิดว่าเฉินเฟิงจะต้องรับคำท้าอย่างแน่นอน แต่เรื่องมาถึงตอนนี้แล้ว ฉันเองก็ไม่แน่ใจ” เผชิญหน้ากับคำถามของเหอหรงและสายตาที่จับจ้องของทุกคน เจี่ยหวั้นเหายังคงเชื่อว่าเฉินเฟิงจะรับคำท้า แต่ไม่กล้าพูดอย่างเต็มปากเต็มคำ เพียงแค่พูดครุมเครือเท่านั้น
เวลานี้ เหอหรงหันไปมองหวู่เหวินเฉิงยิง
ในฐานะผู้อาวุโสด้านอสังหาริมทรัพย์ที่มีมูลค่ากว่าหนึ่งแสนล้านบาทในเมืองจงไห่ ตำแหน่งของหวู่เหวินเฉิงยิงไม่ได้ด้อยกว่าใครที่นี่
อีกทั้ง สิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือ ลูกชายของหวู่เหวินเฉิงยิงรู้จักเฉินเฟิง
“คุณหวู่เหวิน ได้ยินว่าลูกชายของคุณเป็นเพื่อนกับเฉินเฟิง คุณสามารถโทรหาลูกชายของคุณหน่อยได้ไหม ให้เขาถามเฉินเฟิง วันนี้จะมาหรือไม่มากันแน่?”
“ผมคิดว่าผมไม่มีความจำเป็นต้องทำ สิ่งที่ควรมาย่อมต้องมา ถ้าเฉินเฟิงรับคำท้า ไม่ต้องโทรศัพท์ไปเขาก็ปรากฏตัว ถ้าเฉินเฟิงไม่รับคำท้า ผมโทรหาจนแบตหมดก็เปล่าประโยชน์” คำพูดของหวู่เหวินเฉิงยิง ภายในใจของเขารู้สึกไม่พอใจกับคำขอร้องของเหอหรง
เวลานี้ คนใหญ่คนโตของบูโดหวาเซี่ยมากันหมดแล้ว อีกทั้งบนเรือลำนี้ของพวกเขายังมีผู้อาวุโสที่สูงศักดิ์กว่าจำนวนไม่น้อย เป็นหน้าที่ของเขาในการโทรหาเฉินเฟิงที่ไหน?
“พี่หวู่เหวิน พี่พูดถูก สมองของผมมันร้อน คิดไม่รอบคอบ หวังว่าพี่อย่าเก็บไปใส่ใจ” เหอหรงได้ฟัง รู้ถึงปัญหาของตนเอง จึงแอบด่าตนเองอ้อมๆ ในเวลาเดียวกันก็พูดขอโทษหวู่เหวินเฉิงยิง
หวู่เหวินเฉิงยิงส่ายหน้า เพื่อสื่อว่าไม่เป็นไร
ชั่วขณะหนึ่ง เรือใหญ่ลำที่สามเงียบลงอีกครั้ง ทว่าเรือใหญ่ลำที่สองกลับเสวนากันขึ้นมา
“เฉินเฟิงจะไม่มาจริงๆหรอ?”
“เวลานี้ยังไม่ปรากฏตัวออกมา ฉันว่าไม่มาแล้ว”
“ถ้าหากว่าเขาไม่มา พวกเราทุกคนก็ถูกทิ้งเอาไว้ที่นี่แล้ว เรียกว่าเป็นเรื่องแปลกกว่าพันปีของบูโดหวาเซี่ย!”
เหล่าปรมาจารย์ศิลปะการต่อสู้ที่มาจากที่ต่างๆเริ่มพูดคุยกัน ในเวลาเดียวกันก็มองไปทางก่วนหนานเทียนอย่างมีเลศนัย คาดหวังให้ก่วนหนานเทียนสามารถให้คำตอบที่ชัดเจนกับพวกเขา
“พวกนายไม่ต้องมองมาที่ฉัน เหมือนอย่างที่ฉันพูดก่อนหน้านี้ ฉันเองก็เป็นเหมือนพวกนาย ที่มาที่นี่ เป็นเพราะคิดว่าเจ้าเด็กเฉินเฟิงต้องรับคำท้า สำหรับเรื่องที่วันนี้เจ้าเด็กนั่นจะปรากฏตัวหรือไม่นั้น มีแค่ตัวเขาเท่านั้นที่รู้” ฟังคำพูดต่างๆนานของปรมาจารย์ศิลปะการต่อสู้ที่อยู่ข้างๆ มองดูใบหน้าที่เต็มไปด้วยความคาดหวัง ก่วนหนานเทียนผายมือขึ้น ยิ้มเศร้า
เดิมทีปรมาจารย์ศิลปะการต่อสู้หลายคนรวมถึงปรมาจารย์เฉียวอู่โต่อดใจไม่ไหวอยากจะถามก่วนหนานเทียนแล้ว เวลานี้ได้ยินคำพูดของก่วนหนานเทียน ทำให้พวกเขาต่างกลืนคำพูดลงคอ
ทางด้านจิ่งหยุนเฟิง จิ่งเซ่อเหมิงสองพ่อลูกที่ยืนอยู่ไม่ไหลพากันขมวดคิ้วเป็นปมขึ้นมา
สำหรับตระกูลจิ่ง การต่อสู้ในครั้งนี้ไม่เพียงแต่ช่วยตระกูลเฉินกำจัดเฉินเฟิง พวกเขาจะใช้การต่อสู้ในครั้งนี้ประกาศการออกมาของตระกูลจิ่ง ทำให้บูโดหวาเซี่ยสั่นสะเทือน
ในสถานการณ์แบบนี้ ถ้าเฉินเฟิงเลือกที่จะถอยหนี ถ้าอย่างนั้นเป้าหมายของพวกเขาก็ไม่สามารถเป็นจริงได้
“นายเข้าไปในเรือแล้วถามเสี่ยวเถิง มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่” จิ่งหยุนเฟิงจัดเตรียม เขาไม่เพียงแต่รู้ว่าจิ่งเถิงและจิ่งหรินทั้งสองคนเตรียมแผนการอะไรไว้ อีกทั้งเขายังอนุญาตเงียบๆไปแล้ว
“ครับ!”
จิ่งเซ่อเหมิงรับคำสั่งทันที จากนั้นหมุนตัวหันหลังเดินไป เดินผ่านฝูงชน เดินเข้าไปในเรือ
จากแผนการ การประลองวรยุทธ์ระหว่างเฉินเฟิงและจิ่งเถิงจัดขึ้นบนเรือใหญ่ลำนี้ เรือลำนี้มีขนาดใหญ่กว่าเรืออีกสองลำ มีทั้งหมดห้าชั้น มีห้องโถงขนาดใหญ่ และยังมีห้องหรูหราอีกด้วย
จิ่งเซ่อเหมิงเจอตัวจิ่งเถิงในห้องหรูหรา พูดออกไปตามตรง:“เถิงเอ๋อ นายสั่งให้มู่หยางลงมือรึยัง?”
“ก่อนหน้านี้ผมโทรไปบอกแล้ว” จิ่งเถิงพยักหน้า
“ตอนนี้สถานการณ์เป็นยังไงบ้าง?” จิ่งเซ่อเหมิงถาม
“พวกเขายังไม่ตอบ”
จิ่งเถิงพูด รู้สึกว่ามีบางอย่างแปลกๆ นี่ผ่านไปสามชั่วโมงแล้ว จิ่งหรินและมู่หยางทั้งสองคนควรจะตอบแล้ว จึงพูดขึ้นอีก:“ผมโทรไปถามพวกเขาตอนนี้อีกครั้ง”
สิ้นเสียง
จิ่งเถิงหยิบโทรศัพท์ออกมา โทรหาจิ่งหริน
ในเวลาเดียวกัน
รถหลายคันเคลื่อนตัวอยู่บนท้องถนนบริเวณจุดชมวิว กำลังจะถึงสถานที่ปิดล้อมแล้ว
ภายในรถคันแรก เฉินจื๋อหลี่ขับรถ เฉินเฟิงนั่งอยู่ตรงที่นั่งข้างคนขับ จิ่งหรินนั่งขดตัวอยู่ด้านหลัง ข้างๆคือศพของมู่หยาง ในรถคลุ้งไปด้วยกลิ่นคาวเลือด
กลิ่นคาวเลือดที่ดมจนฉุนจมูก มองดูศพของมู่หยางที่อยู่ใกล้ รู้สึกได้ถึงความเจ็บปวดบริเวณหัวเข่าที่แล่นขึ้นมา จิ่งหรินหน้าซีดขาว ตัวสั่นเทา ภายในใจเต็มไปด้วยความหวาดกลัว ไม่กล้ามองหน้าเฉินเฟิง
“ตืด~”
ในเวลานี้เอง เสียงโทรศัพท์สั่นดังขึ้น
เสียงสั่นที่ดังขึ้นกะทันหัน ทำให้จิ่งหรินตัวสั่นอย่างแรง จากนั้นรู้สึกได้ถึงโทรศัพท์ในกระเป๋าที่กำลังสั่นอย่างชัดเจน
การค้นพบนี้ ทำให้สีหน้าเขาเปลี่ยนไปทันที ยื่นมือออกไปหยิบโทรศัพท์ แต่หลังจากที่มองไปทางเฉินเฟิง ก็หยุดการกระทำของตนเอง
“เป็นคนตระกูลจิ่งของพวกแกโทรมาหรอ?” เฉินเฟิงเอียงคอแล้วเอ่ยถาม
จิ่งหรินไม่กล้าตอบ หยิบโทรศัพท์ด้วยความสั่นเทา เห็นว่าคนที่โทรมาคือจิ่งเถิง:“ใช่……น้องเถิงของฉันเอง”
“เอาโทรศัพท์มาให้ฉัน” เฉินเฟิงได้ฟัง ครุ่นคิดแล้วพูด
จิ่งหรินไม่พูดอะไร รีบยื่นโทรศัพท์ให้เฉินเฟิงด้วยความสั่นเทา เฉินเฟิงรับสาย
“พี่หริน สถานการณ์ของพวกพี่เป็นยังไง? ทำไมถึงไม่โทรกลับ?”
วินาทีถัดมา เสียงของจิ่งเถิงดังขึ้นที่ลำโพง น้ำเสียงเต็มไปด้วยความไม่พอใจ
“พวกเขาคนหนึ่งตายแล้ว คนหนึ่งพิการ” เฉินเฟิงพูดด้วยน้ำเสียงนิ่งสงบ คล้ายกับว่ากำลังพูดเรื่องเล็กน้อย
“เอ่อ……”
ปลายสาย จิ่งเถิงที่อยู่บนเรือ ได้ยินเสียงที่น่าตกตะลึงของเฉินเฟิง เขาตกใจก่อน จากนั้นถามขึ้น:“แกเป็นใคร?”