วิถีกระบี่บรรลุเทพ : ตำนานยอดเซียนแห่งหอศาสตรา - บทที่ 109 ปริศนาแห่งขัตติยนารี และเบื้องหลังของท่านผู้เฒ่า
- Home
- วิถีกระบี่บรรลุเทพ : ตำนานยอดเซียนแห่งหอศาสตรา
- บทที่ 109 ปริศนาแห่งขัตติยนารี และเบื้องหลังของท่านผู้เฒ่า
บทที่ 109 ปริศนาแห่งขัตติยนารี และเบื้องหลังของท่านผู้เฒ่า
“ท่านอาจารย์เองก็สนใจในตัวเจ้าหญิงอวี่ฉีด้วยหรือขอรับ?” เมิ่งฝานเอ่ยถามด้วยความเคลือบแคลง
ตามครรลองแล้ว ด้วยวัยและตบะบารมีระดับท่านผู้เฒ่าหลิน ไม่น่าจะมีเรื่องใดในตัวเจ้าหญิงอวี่ฉีที่ดึงดูดความสนใจของท่านได้เลย แต่ก็นั่นแหละ จิตใจมนุษย์ยากแท้หยั่งถึง บุรุษนั้นมักถูกกล่าวขานว่ามีหัวใจที่หยุดไว้เพียงวัยเยาว์จนวันตาย และไม่ว่าเวลาจะผ่านไปเนิ่นนานเพียงใด สายตาของบุรุษมักจะทอดมองไปยังความงดงามที่อ่อนเยาว์อยู่เสมอ
“แม่นางผู้นั้นมีฐานะเป็นถึงองค์หญิงแห่งราชวงศ์ การที่นางมาเยือนสำนักกระบี่ซู่ซัน ข้าจะให้ความสนใจบ้างย่อมมิใช่เรื่องแปลก” ท่านผู้เฒ่าหลินกล่าวด้วยสีหน้าเรียบเฉยประดุจผิวน้ำที่ไร้ระลอกคลื่น
เมิ่งฝานจึงรุกถามต่อ “แล้วที่ท่านอาจารย์หยิบยกเรื่องเจ้าหญิงผู้นี้ขึ้นมา ไม่ทราบว่ามีประสงค์สิ่งใดหรือขอรับ?”
เขาสัมผัสได้ว่าท่านผู้เฒ่าหลินมิใช่คนที่จะเอ่ยนามผู้ใดขึ้นมาลอย ๆ โดยไร้ซึ่งเจตนาแอบแฝง และถ้อยคำต่อมาของท่านผู้เฒ่าก็พิสูจน์แล้วว่าข้อสันนิษฐานของเมิ่งฝานนั้นมิผิดเพี้ยนไปแม้แต่น้อย
“เจ้าหญิงอวี่ฉีผู้นี้ แม้จะมีฐานันดรสูงส่งในโลกฆราวาส ทว่ายามก้าวเข้าสู่เขตคามซู่ซัน กลับวางตัวตามอำเภอใจและโอ้อวดบารมีจนเกินพิกัดไปเสียหน่อย” ท่านผู้เฒ่าหลินเอ่ย
เมิ่งฝานขมวดคิ้วมุ่นด้วยความฉงน ทิศทางบทสนทนาของอาจารย์เริ่มต้นมาในรูปแบบที่เขาไม่คาดคิด เพราะหากสดับรับฟังต่อไป ความหมายมันก็แทบจะถอดแบบมาจากสิ่งที่หลิวเยียนผิงเคยคร่ำครวญไว้ก่อนหน้านี้
หรือท่านอาจารย์ปรารถนาจะให้เขาออกโรงสั่งสอนนางด้วยตนเอง
แต่นั่นมันช่างย้อนแย้งยิ่งนัก! ด้วยสถานะอันสูงส่งของท่านผู้เฒ่าหลิน เหตุใดจึงต้องลดตัวลงมาแยแสพฤติกรรมเด็กอมมืออย่างเจ้าหญิงอวี่ฉีด้วยเล่า
เมื่อมีข้อสงสัย เมิ่งฝานก็มิคิดจะเก็บงำไว้ เขาจึงตัดสินใจถามออกไปตรง ๆ “ท่านอาจารย์ คงมิได้ต้องการให้ศิษย์ไปสั่งสอนนาง เพื่อลดทิฐิอันหยิ่งยโสลงหรอกนะขอรับ?”
ต่อหน้าท่านผู้เฒ่าหลิน เมิ่งฝานมิเคยรู้สึกถึงแรงกดดันหรือความยำเกรงที่ต้องระแวดระวังคำพูด เขาจึงสามารถเปิดอกถามได้ทุกสรรพสิ่งตามที่ใจคิด
“หากมีโอกาส เจ้าก็ลองไปลับฝีมือกับนางดูสักคราก็มิเสียหาย” ท่านผู้เฒ่าหลินกล่าวพลางปั้นหน้าสงบนิ่ง
แม้จะเป็นถ้อยคำที่ฟังดูอ้อมค้อม ทว่าเจตนาที่ซ่อนอยู่กลับชัดแจ้งแจ้งใจ ท่านผู้เฒ่าต้องการให้เขามุ่งหน้าไปกำราบเจ้าหญิงผู้นั้นอย่างไม่ต้องสงสัย!
เมิ่งฝานขมวดคิ้วหนักกว่าเก่า เขาลังเลอยู่ชั่วอึดใจก่อนจะหยั่งเชิงต่อ “ท่านอาจารย์ ด้วยบารมีของท่าน ไม่น่าจะต้องลงมาใส่ใจเรื่องราวจิปาถะของเด็กสาวนางหนึ่งถึงเพียงนี้มิใช่หรือ?”
นี่มิใช่การตั้งข้อสงสัยในตัวครูบาอาจารย์ หากแต่เมิ่งฝานสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายบางอย่าง… ดูเหมือนว่าระหว่างท่านผู้เฒ่าหลินและเจ้าหญิงอวี่ฉีผู้นี้ จะมีปมปริศนาบางประการที่คนนอกมิอาจล่วงรู้!
เพราะเท่าที่เขารู้จักตัวตนของอาจารย์ ท่านผู้เฒ่าหลินย่อมไม่มีวันส่งศิษย์ก้นกุฏิออกไป ‘ฝึกมือ’ กับใครเพียงเพราะความวุ่นวายเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่เกิดขึ้นในหอตรัสรู้กระบี่เป็นแน่!
“เจ้าหนู นี่เจ้าคิดจะไล่บี้ถามข้าให้จนมุมเลยหรืออย่างไร?” ท่านผู้เฒ่าหลินกลอกตาพลางทำเสียงฮึดฮัดด้วยความรำคาญใจ
เมิ่งฝานยกยิ้มแห้ง ๆ ก่อนจะเอ่ยด้วยท่าทีจริงจัง “ศิษย์มิได้มีเจตนาเช่นนั้นขอรับ ทว่าตามวิสัยเดิมของศิษย์ ข้าย่อมมิคิดจะเอาตัวไปเกลือกกลั้วกับความวุ่นวายของเจ้าหญิงผู้นั้นแม้แต่น้อย แต่หากนางบังอาจล่วงเกินท่านอาจารย์ ศิษย์ย่อมมิอาจนิ่งดูดาย ต้องออกหน้าทวงคืนความยุติธรรมให้ท่านอย่างแน่นอน!”
เขายังคงรุกต่อด้วยดวงตาเป็นประกาย “แต่ท่านอาจารย์ก็ควรบอกแจ้งแก่ศิษย์สักนิด ว่าท่านกับดรุณีนางนี้มีเรื่องบาดหมางอันใดกันแน่?”
ท่านผู้เฒ่าหลินจ้องมองเมิ่งฝานอย่างจนปัญญา “เจ้าหนู ตัวแค่นี้แต่ความคิดความอ่านกลับซับซ้อนนักนะ”
เมิ่งฝานแสร้งหัวเราะแห้ง ๆ อย่างซื่อบริสุทธิ์ “ศิษย์เพียงแต่เป็นคนเถรตรงเท่านั้นขอรับ!”
ท่านผู้เฒ่าหลินทอดถอนใจหนักหน่วงก่อนจะยอมปริปาก
“ความจริงก็มิใช่เรื่องใหญ่โตอันใด เพียงแต่บิดาของนางยามที่ยังเยาว์วัยเคย ‘รังแก’ ข้าไว้ไม่น้อย ข้าจึงจดจำฝังใจมาจนถึงทุกวันนี้ บัดนี้บุตรสาวของเขากลับมาวางท่าโอหังถึงในซู่ซัน ข้าในฐานะผู้อาวุโสย่อมมิอาจลดตัวลงไปรังแกเด็ก แต่เจ้าที่อยู่ในวัยไล่เลี่ยกับนาง หากจะออกไปสั่งสอนนางสักบทเรียน คงมิใช่เรื่องเหนือบ่ากว่าแรงใช่หรือไม่?”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น เมิ่งฝานก็จ้องมองอาจารย์ด้วยความอัศจรรย์ใจ
เท่าที่เขาสัมผัสมา ท่านผู้เฒ่าหลินมิใช่คนใจแคบ ทว่ากลับเป็นผู้ที่มีอัธยาศัยกว้างขวางปานมหาสมุทร แล้วจักรพรรดิแห่งต้าหลงพระองค์นั้นรังแกอาจารย์ในรูปแบบใดกัน ถึงขั้นทำให้ยอดคนผู้สันโดษยังคงผูกใจเจ็บมาจนถึงป่านนี้?
ยิ่งไปกว่านั้น บัญชีแค้นนี้ถึงกับต้องส่งศิษย์รักออกไปชำระความแทน เมิ่งฝานมิอาจจินตนาการได้เลยว่ามันเป็นเรื่องร้ายแรงเพียงใด แต่ในเมื่อเป็นประสงค์ของอาจารย์ ในฐานะศิษย์ย่อมต้องสนองตอบอย่างสุดความสามารถ
ทว่า… ข้าก็อดสงสัยมิได้จริง ๆ ว่าองค์จักรพรรดิพระองค์นั้นทำสิ่งใดไว้กับท่านอาจารย์กันแน่!
“ท่านอาจารย์ขอรับ บิดาของนางรังแกท่านด้วยวิธีใดหรือ?”
เมิ่งฝานยังคงเป็นคนเถรตรงเสมอต้นเสมอปลาย เขาโพล่งถามออกไปทันทีโดยมิได้คำนึงถึง ‘บาดแผล’ ในใจของอีกฝ่ายแม้แต่น้อย
ท่านผู้เฒ่าหลินส่งสายตาเย็นเยียบมายังศิษย์ตัวดี “เจ้าอยากฟังเรื่องน่าอับอายของอาจารย์ถึงเพียงนั้นเชียวหรือ?”
อยากฟังยิ่งนัก! เมิ่งฝานตะโกนตอบในใจ
ทว่าสัญชาตญาณเอาตัวรอดเตือนเขาว่า หากยังขืน ‘สะกิด’ ต่อไปเช่นนี้ ท่านผู้เฒ่าอาจจะระเบิดโทสะจนเขาต้องเดือดร้อนเป็นแน่
เมิ่งฝานครุ่นคิดครู่หนึ่ง ก่อนจะแสร้งเอ่ยอ้อมค้อม “ท่านอาจารย์ขอรับ อย่างไรเสียเจ้าหญิงอวี่ฉีก็เป็นเพียงสตรีเพศ ศิษย์เองก็ยังหาเหตุผลดี ๆ มาโน้มน้าวใจตนเองให้ลงมือรังแกสตรีมิได้เลย”
“นี่เจ้ากล้าต่อรองกับข้าเชียวหรือ?” ระหว่างหัวคิ้วของท่านผู้เฒ่าหลินพลันปรากฏริ้วโทสะพาดผ่านอย่างเห็นได้ชัด
เห็นได้ชัดว่าบทสนทนาเมื่อครู่ไปสะกิดเอาความทรงจำอันเลวร้ายในอดีต ยามที่จักรพรรดิแห่งต้าหลงเคย ‘กลั่นแกล้ง’ ท่านไว้จนแสบทรวง เมื่อแผลเก่าถูกเปิด อารมณ์ของท่านย่อมขุ่นมัวเป็นธรรมดา
เมิ่งฝานเห็นท่าไม่ดี สัญชาตญาณเอาตัวรอดก็ทำงานทันที เขารีบประสานมือคำนับอย่างลนลาน
“ท่านอาจารย์โปรดวางใจ! เจ้าหญิงอวี่ฉีผู้นี้หยิ่งยโสโอหัง มิเห็นผู้ใดอยู่ในสายตา ทั้งยังบังอาจดูแคลนว่าซู่ซันไร้ผู้กล้า ศิษย์จะมุ่งหน้าไปสั่งสอนนางเดี๋ยวนี้ ให้นางล่วงรู้ว่าเหนือฟ้ายังมีฟ้า นอกกำแพงวังยังมีขุนเขาที่ยิ่งใหญ่!”
สิ้นคำ เมิ่งฝานก็รีบเผ่นแน่บลงจากชั้นสองของหอศาสตราแทบจะในทันที เพราะสัมผัสอันแหลมคมเตือนเขาว่า หากชักช้าอยู่เพียงอึดใจเดียว มีหวังได้โดนไม้เรียวของอาจารย์ฟาดจนหลังลายเป็นแน่
ท่านผู้เฒ่าหลินมองตามเงาหลังที่หายวับไปของลูกศิษย์พลางลอบยิ้มขื่น ‘ไอ้หนูคนนี้ ช่างเจ้าเล่ห์ปลิ้นปล้อนนัก’ เมื่อครู่ท่านเกือบจะยั้งใจไม่อยู่ อยากจะสั่งสอนเจ้าเด็กแสบนี้สักยกจริง ๆ แม้ท่านจะกระดากใจเกินกว่าจะไปรังแกเจ้าหญิงผู้นั้น ทว่าการสั่งสอนลูกศิษย์ของตนเองย่อมมิใช่เรื่องผิดธรรมเนียม
ในขณะนั้นเอง ภาพความทรงจำครั้งเยาว์วัยก็หวนกลับมา ตอนนั้นท่านเพิ่งจะมีอายุเพียงสิบห้าปีเท่านั้น
องค์จักรพรรดิในปัจจุบันแอบไปแอบดู ‘แม่หม้ายหวาง’ อาบน้ำ ทว่าท่านกลับเดินดุ่มเข้าไปหาเขาพอดีในจังหวะที่ความแตก เมื่อถูกจับได้ ไอ้เจ้าคนอัปมงคลนั่นกลับผลักท่านเข้าไปรับหน้าแทน ส่วนตัวเองกลับใช้ท่าร่างหลบหนีไปอย่างรวดเร็ว!
ท่านผู้บริสุทธิ์ที่ถูกผลักเข้าไปในวงล้อมนั้น สิ่งที่เกิดขึ้นตามมากลายเป็นเงาหลาทมิฬที่ตามหลอกหลอนท่านไปชั่วชีวิต นับแต่นั้นมา ท่านเห็นผู้หญิงเป็นต้องขยาด จนกลายเป็นโรคประหลาดที่รักษาอย่างไรก็มิหาย
คิดมาถึงตรงนี้ ท่านผู้เฒ่าหลินพลันกำหมัดแน่นด้วยความแค้นเคืองที่สุมทรวง!
หากเมิ่งฝานได้รับรู้ความจริงเบื้องหลังนี้ เขาคงได้แต่ทำหน้าฉงนฉงายแค่นั้นเองหรือ? นี่เรียกว่าแกล้งกันหรือไร? นี่มันคือวาสนาที่สหายมอบให้ชัด ๆ! สุขล้นจนไม่รู้จักคุณค่าเสียจริง!
ทางด้านเมิ่งฝานเมื่อลงมาถึงชั้นหนึ่งเขาก็ต้องชะงัก เพราะมีอาคันตุกะยืนตระหง่านอยู่หน้าประตูใหญ่ โดยมีศิษย์พี่หลัวกำลังให้การต้อนรับอย่างพินอบพิเทา
เจ้าหญิงอวี่ฉี!
ช่างประจวบเหมาะเสียจริง กล่าวถึงโจโฉ โจโฉก็มาถึง ทว่าเมิ่งฝานมิได้แปลกใจนัก เพราะจุดประสงค์หลักที่นางมาเยือนซู่ซันก็เพื่อขอกระบี่จากหอศาสตราอยู่แล้ว การที่นางปรากฏตัวที่นี่จึงสมเหตุสมผลทุกประการ
อันที่จริง… นางมาช้ากว่าที่เขาประเมินไว้เสียด้วยซ้ำ!