วิถีกระบี่บรรลุเทพ : ตำนานยอดเซียนแห่งหอศาสตรา - บทที่ 224 เริ่มจากหงชี่ เพิ่มค่าตอบแทน
- Home
- วิถีกระบี่บรรลุเทพ : ตำนานยอดเซียนแห่งหอศาสตรา
- บทที่ 224 เริ่มจากหงชี่ เพิ่มค่าตอบแทน
บทที่ 224 เริ่มจากหงชี่ เพิ่มค่าตอบแทน
“ก่อนหน้านี้เจ้าเป็นคนปลิดชีพตัวเองจนวิญญาณแตกสลายไปแล้วชัด ๆ ทำไมถึงมาปรากฏตัวในทะเลสติปัญญาของข้าได้อีก?” วิญญาณศักดิ์สิทธิ์ของเมิ่งฝานเอ่ยถามหลวงจีนเฒ่า
“เรื่องนี้… อาตมาดันทุรังใช้ชีวิตมานานหลายปี ย่อมต้องมีวิชาเอาตัวรอดอยู่บ้าง” หลวงจีนเฒ่ากล่าวอย่างจนใจ
เมื่อถูกจี้เรื่องการปลิดชีพตัวเอง เขารู้สึกเจ็บปวดลึก ๆ ในใจจริง ๆ!
การปลิดชีพตัวเองครั้งก่อนทำให้เขาบาดเจ็บสาหัส พลังวิญญาณเดิมที่มีอยู่น้อยนิดอยู่แล้วตอนนี้แทบไม่เหลือถึงหนึ่งในสิบ
แต่ตอนนั้นผู้เฒ่าหลินทรงอำนาจเกินไป เขาไม่กล้าขัดขืนเลยแม้แต่น้อย
หากไม่ยอมปลิดชีพตัวเอง แล้วรอให้ผู้เฒ่าหลินลงมือเอง เขาคงถูกกวาดล้างจนหมดจดและแตกสลายไปอย่างถาวรจริง ๆ
การฆ่าตัวตายในตอนนั้น เขาจึงแอบใช้เล่ห์เหลี่ยมเล็กน้อยเพื่อให้ไม่ตายสนิท
“ในเมื่อเจ้าหนีตายมาได้แล้ว ทำไมถึงมาปรากฏตัวต่อหน้าข้าอีก? ไม่กลัวว่าจะกลายเป็นทำคุณบูชาโทษ จนเศษวิญญาณสุดท้ายนี้ต้องดับสูญไปงั้นหรือ?” เมิ่งฝานถามต่อ
“เพราะเจ้าต้องการอาตมา และอาตมาก็ต้องการเจ้า เราสามารถร่วมมือกันได้ นี่คือทางเลือกที่ได้ประโยชน์ทั้งสองฝ่าย” หลวงจีนเฒ่ากล่าวด้วยสีหน้าจริงจัง
เมิ่งฝานพอจะเข้าใจความหมายของหลวงจีนเฒ่าคนนี้
เขาต้องการให้หลวงจีนเฒ่าช่วยยกระดับวิญญาณศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งเรื่องนี้หลวงจีนเฒ่าเคยเกริ่นมาแล้วหลายครั้ง
ประกอบกับอู๋เทียนเองก็บ่มเพาะวิญญาณศักดิ์สิทธิ์ผ่านพระธาตุเช่นกัน แต่กลับมีวิญญาณที่แข็งแกร่ง นั่นพิสูจน์ได้ว่าสิ่งที่หลวงจีนพูดไม่ใช่เรื่องโกหก
เพียงแต่ว่า หลวงจีนเฒ่าต้องการอะไรจากเขากันแน่?
เมิ่งฝานขมวดคิ้วแล้วถามว่า “เจ้าต้องการข้า? ต้องการอะไรกันแน่?”
หลวงจีนเฒ่ารีบตอบทันที “ที่จริงมันง่ายมาก อาตมาต้องการเพียงหินวิญญาณ เรื่องนี้สำหรับเจ้าแล้วเป็นเรื่องที่ทำได้ง่ายดายยิ่งนัก!”
เมิ่งฝานนึกขึ้นได้ว่า ตอนที่หลวงจีนนี่ปรากฏตัวครั้งแรกดูเหมือนจะพูดถึงหินวิญญาณไปแล้วรอบหนึ่ง เพียงแต่เขาเผลอมองข้ามไปเอง
แค่เศษวิญญาณจะเอาหินวิญญาณไปทำอะไร?
“หินวิญญาณคือทรัพยากรที่ผู้ฝึกตนใช้บ่มเพาะพลัง เศษวิญญาณอย่างเจ้าจะเอาหินวิญญาณไปทำอะไร?” เมิ่งฝานถาม
“ในเมื่ออาตมาเอ่ยถึงหินวิญญาณ มันย่อมต้องมีประโยชน์ต่ออาตมาแน่นอน อีกทั้งหากเจ้าต้องการยกระดับวิญญาณศักดิ์สิทธิ์ อาตมาก็จำเป็นต้องใช้หินวิญญาณเพื่อช่วยเจ้าด้วย!” หลวงจีนเฒ่ากล่าวอย่างจริงจัง
เมิ่งฝานพยักหน้า “เหอะ ๆ ข้าเชื่อว่าคราวนี้เจ้าไม่ได้โกหกข้า แต่ถึงอย่างนั้น ข้าก็ยังไม่คิดจะตกลงแลกเปลี่ยนกับเจ้าอยู่ดี!”
“ทำไมล่ะ?” แสงสีทองบนร่างของหลวงจีนเฒ่าสั่นไหวทันที บ่งบอกว่าอารมณ์ของเขาในตอนนี้ตื่นตระหนกอย่างเห็นได้ชัด
“ไม่มีเหตุผล แค่ไม่อยาก” เมิ่งฝานกล่าวด้วยใบหน้าเรียบเฉย
“เจ้า… เจ้าเด็กเมื่อวานซืน…” หลวงจีนเฒ่าโกรธจนพูดไม่ออก
ครู่ต่อมา หลวงจีนเฒ่าก็ตะโกนด้วยความโมโห “นี่คือโอกาสที่หาได้ยากยิ่งในรอบพันปี พลาดโอกาสนี้ไปจะหาที่ไหนไม่ได้อีกแล้วนะ! เจ้าอาศัยพระธาตุของอาตมาบ่มเพาะวิญญาณศักดิ์สิทธิ์ หากไม่มีอาตมาคอยช่วย วิญญาณของเจ้าจะอ่อนแอกว่าคนอื่นไปชั่วชีวิต แล้วเจ้าจะเสียใจ!”
แน่นอนว่าเมิ่งฝานย่อมไม่ต้องการให้วิญญาณศักดิ์สิทธิ์ของตนอ่อนแอกว่าผู้อื่นไปตลอดกาล
แต่เขาไม่มีทางตกลงรับคำหลวงจีนเฒ่าคนนี้ง่าย ๆ ต้องดัดหลังและขัดเกลาเสียก่อน
เหมือนกับการฝึกเหยี่ยว
การร่วมมือกันต้องมีฝ่ายรุกฝ่ายรับ
ขนาดลงนามสัญญายังมีฝ่ายผู้จ้างและผู้รับจ้างเลย!
เมิ่งฝานต้องการเป็น ‘นาย’ ดังนั้นเขาจึงเตรียมที่จะขัดเกลาหลวงจีนเฒ่าคนนี้ให้เชื่องเสียก่อน
เมื่อครู่เขามองออกแล้วว่า หลวงจีนเฒ่านี่ต่างหากที่เป็นฝ่ายต้องการเขา ไม่ใช่เขาต้องการหลวงจีนเฒ่า
“ข้าจะเสียใจหรือไม่ ไม่ใช่เรื่องที่เจ้าต้องมาใส่ใจ”
วิญญาณศักดิ์สิทธิ์ของเมิ่งฝานมองหลวงจีนเฒ่าด้วยสายตาเย็นชา พลางกล่าวเสียงเข้ม “ตอนนี้ ไสหัวออกไปจากร่างกายของข้าได้แล้ว!”
“ไปก็ไป!” หลวงจีนเฒ่าระเบิดโทสะโพล่งออกมา
วินาทีต่อมา ร่างเงาของเขาก็สลายตัวหายวับไป
ทว่าร่างเงาของหงชี่ที่อยู่ข้าง ๆ กลับพูดกับเมิ่งฝานว่า “นายท่าน หลวงจีนเฒ่านั่นยังอยู่ในทะเลสติปัญญาของท่านเจ้าค่ะ แค่ซ่อนตัวอยู่ ไม่ได้จากไปไหน”
หงชี่เป็นจิตวิญญาณ และกำลังจะก้าวเข้าสู่ระดับร่างวิญญาณในไม่ช้า ดังนั้นนางจึงมีความรู้สึกไวต่อร่างวิญญาณอย่างหลวงจีนเฒ่าเป็นพิเศษ
เมื่อเมิ่งฝานได้ยินดังนั้นจึงโพล่งขึ้นมา “หลวงจีนเฒ่าช่างไม่รักษาคำพูด บอกให้ไสหัวไปแต่กลับยังอยู่ หน้าด้านจริง ๆ นะ ถ้าเจ้ายังไม่ซื่อสัตย์อีกล่ะก็ ดูท่าข้าต้องไปเชิญท่านอาจารย์มาจัดการแล้วล่ะ”
จังหวะนี้เอง เมิ่งฝานจึงหยิบยกชื่อของผู้เฒ่าหลินขึ้นมาเพื่อข่มขู่หลวงจีนเฒ่า
วินาทีต่อมา ร่างเงาของหลวงจีนเฒ่าก็ปรากฏตัวออกมาอีกครั้ง บนใบหน้าแฝงไปด้วยความกระดากอาย คิดไม่ถึงว่าจะถูกจับได้คาหนังคาเขาแบบนี้!
“บอกให้ไสหัวไปแล้วทำไมยังอยู่ที่นี่อีก? ข้าขอเตือนว่าอย่าได้คิดตุกติก ไม่อย่างนั้นจะกลายเป็นขุดหลุมฝังตัวเอง!” เมิ่งฝานมองหลวงจีนเฒ่าแล้วกล่าว
สีหน้าของหลวงจีนเฒ่ายิ่งดูอึดอัดขึ้นไปอีก เขาพูดอย่างจนใจว่า “อาตมาในตอนนี้ร่างวิญญาณอ่อนแอเหลือเกิน จนไม่อาจออกจากทะเลสติปัญญาของเจ้าได้แล้ว หากออกไปตอนนี้ ย่อมไม่อาจทนต่อแรงกดดันของฟ้าดินภายนอกได้ และมีโอกาสสูงที่จะต้องดับสูญไป ประสกบนสวรรค์ยังมีเมตตาต่อสรรพชีวิต ตอนนี้อาตมาไม่มีเจตนาร้ายต่อเจ้าแล้ว หวังว่าประสกจะทิ้งความแค้นในอดีต และให้อาตมาได้มีโอกาสทำความดีไถ่โทษเถิด!”
ใบหน้าของเมิ่งฝานปรากฏรอยยิ้มขึ้นมาเล็กน้อย
“เหอะ ๆ หลวงจีนเฒ่า ถ้าเจ้าทำตัวแบบนี้ตั้งแต่แรก เรื่องมันก็ไม่บานปลายมาถึงจุดนี้หรอก”
“ประสกกล่าวถูกต้องแล้ว ทั้งหมดเป็นเพราะอาตมาไม่จริงใจ จิตใจมีมารบังตา จึงไม่ได้ปฏิบัติต่อประสกอย่างเปิดเผย อาตมาต้องขออภัยประสกด้วย” หลวงจีนเฒ่าหลังจากโดนเมิ่งฝานปั่นหัวไปหลายตลบก็เริ่มเรียนรู้ที่จะสงบเสงี่ยมขึ้น
ตอนนี้ความลับของเขาถูกแฉจนหมดเปลือก ต่อให้ไม่อยากจริงใจก็ทำไม่ได้แล้ว
สถานการณ์ในตอนนี้คือ ‘อยู่ใต้ชายคาผู้อื่น มิอาจไม่ก้มหัว’
เขาสูญเสียแม้กระทั่งความสามารถในการหนีออกจากร่างกายของเมิ่งฝานไปแล้ว!
“จิตวิญญาณกระบี่ที่อยู่ข้างกายประสกนี้มีสายตาเฉียบแหลมนัก สามารถมองทะลุการซ่อนตัวของอาตมาได้ ไม่ธรรมดาเลยจริง ๆ หากอาตมาดูไม่ผิด จิตวิญญาณกระบี่ตนนี้ไม่ได้เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ แต่มีใครบางคนใช้ ‘วิญญาณมนุษย์’ มาหลอมกระบี่ จนทำให้วิญญาณมนุษย์กลายเป็นจิตวิญญาณกระบี่ อาตมาแม้จะไร้ความสามารถ แต่ไม่เพียงแต่จะช่วยประสกยกระดับวิญญาณศักดิ์สิทธิ์ได้เท่านั้น ยังมีวิธีช่วยให้จิตวิญญาณกระบี่ตนนี้ฝึกฝนเพื่อยกระดับต้นกำเนิดได้อีกด้วย!”
หลวงจีนเฒ่าเริ่มเพิ่มข้อเสนอโดยเริ่มจากหงชี่ เพื่อพิสูจน์ให้เมิ่งฝานเห็นว่าตัวเขายังมีประโยชน์
เขานึกถึงตัวเองที่เป็นถึงพระเถระผู้ยิ่งใหญ่ในอดีต เกือบจะผ่านทัณฑ์สวรรค์บรรลุเป็นเซียนได้อยู่แล้ว
ตอนนี้กลับตกอับจนต้องลดตัวลงมาถึงระดับที่น่าเวทนาเช่นนี้
ยิ่งคิด หลวงจีนเฒ่าก็ยิ่งรู้สึกเศร้าโศกเสียใจขึ้นมา
ช่างน่าสังเวชแท้!
แต่การเพิ่มข้อเสนอของเขาได้ผลจริง ๆ เมื่อได้ยินว่าสามารถช่วยหงชี่ฝึกฝนได้ เมิ่งฝานก็เริ่มเกิดความสนใจขึ้นมาทันที
หลวงจีนเฒ่าคนนี้ดำรงอยู่มานานนับพันปีในรูปแบบของร่างวิญญาณ ย่อมต้องมีความรู้ความเข้าใจในด้านการฝึกฝนวิญญาณและจิตวิญญาณอย่างลึกซึ้ง หรือเรียกได้ว่าเชี่ยวชาญเลยทีเดียว
“นี่สิถึงจะพอมีประโยชน์บ้าง” เมิ่งฝานพยักหน้า
ในความเป็นจริง แม้เขาจะให้ความสำคัญกับวิญญาณศักดิ์สิทธิ์ของตน แต่ก็ไม่ได้กังวลใจมากนัก เพราะเขาเชื่อว่าต่อให้ไม่มีหลวงจีนเฒ่าช่วย ไม่ช้าก็เร็วเขาย่อมหาทางแก้ไขได้ด้วยตัวเอง
แต่สำหรับหงชี่นั้นต่างออกไป!
การฝึกฝนของจิตวิญญาณพิเศษแบบนี้หาข้อมูลอ้างอิงได้ยากมาก และไม่มีหนทางที่ชัดเจน
การที่หลวงจีนเฒ่าหยิบยกประเด็นนี้ขึ้นมา จึงถือว่าจี้ถูกจุดที่เมิ่งฝานต้องการพอดี
สำหรับหงชี่แล้ว เมิ่งฝานให้ความสำคัญอย่างยิ่งยวดมาโดยตลอด
เพราะนี่คือกะบี่บินประจำตัวของเขา ยิ่งหงชี่แข็งแกร่ง เขาก็ยิ่งแข็งแกร่ง!
ยิ่งไปกว่านั้น หงชี่เคยช่วยเมิ่งฝานมาแล้วนับครั้งไม่ถ้วน ในใจของเมิ่งฝาน นางจึงเป็นคนที่มีความสำคัญอย่างมาก