วิถีกระบี่บรรลุเทพ : ตำนานยอดเซียนแห่งหอศาสตรา - บทที่ 223 อาตมาจะรับเจ้าเป็นศิษย์ ดีหรือไม่?
- Home
- วิถีกระบี่บรรลุเทพ : ตำนานยอดเซียนแห่งหอศาสตรา
- บทที่ 223 อาตมาจะรับเจ้าเป็นศิษย์ ดีหรือไม่?
บทที่ 223 อาตมาจะรับเจ้าเป็นศิษย์ ดีหรือไม่?
วิญญาณศักดิ์สิทธิ์ของเมิ่งฝานถือกระบี่หงชี่ไว้ในมือ น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความเผด็จการและเฉียบคม
ร่างเงาของหลวงจีนเฒ่าที่ปรากฏขึ้นในหัวของเขาตอนนี้ ดูอ่อนแอลงกว่าเดิมอย่างเห็นได้ชัด
ยิ่งไปกว่านั้นการปรากฏตัวของหลวงจีนเฒ่าในครั้งนี้ ต่างจากครั้งก่อนที่ลงมือชิงร่างเขาทันทีอย่างสิ้นเชิง แต่กลับเอาแต่เน้นย้ำเรื่องการแลกเปลี่ยนข้อตกลง นี่เป็นหลักฐานยืนยันว่า มีความเป็นไปได้สูงที่ตอนนี้หลวงจีนเฒ่าไม่มีปัญญาจะชิงร่างเขา และทำอะไรเขาไม่ได้เลย!
ในเมื่อเป็นเช่นนี้ ท่าทีของเมิ่งฝานจึงต้องแข็งกร้าวขึ้นมา
นี่คือการหยั่งเชิงเพื่อรอดูว่าปฏิกิริยาต่อไปของหลวงจีนเฒ่าจะเป็นอย่างไร
“โอหัง! เจ้ากำลังหาที่ตาย อาตมานึกเลื่อมใสในพรสวรรค์ของเจ้า ไม่อยากให้อัจฉริยะเช่นเจ้าต้องมาจบชีวิตลงก่อนวัยอันควร เจ้าอย่าได้ไม่รู้จักดีชั่ว!” หลวงจีนเฒ่ากล่าวกับเมิ่งฝานด้วยน้ำเสียงเย็นเยือก
“งั้นหรือ?” เมิ่งฝานหัวเราะเยาะ
วินาทีต่อมา กระบี่หงชี่ในมือของร่างวิญญาณก็กลายเป็นแสงสีแดง ฟาดฟันเข้าใส่ร่างเงาของหลวงจีนเฒ่าทันที
เมื่อครู่คือการหยั่งเชิงด้วยคำพูด ส่วนตอนนี้คือการหยั่งเชิงด้วยกำลัง
เขารู้สึกว่าหลวงจีนเฒ่าในตอนนี้อยู่ในสภาพตะเกียงขาดน้ำ ไม่น่าใช่คู่ต่อสู้ของเขา ไม่อย่างนั้นคงไม่มาทำเป็นพูดจาดีสอดประสานเพื่อเจรจากับเขาแบบนี้
“ทางสวรรค์มีให้เดินเจ้าไม่ไป นรกไร้ประตูกลับดั้นด้นมา! ในเมื่อเป็นเช่นนี้ อาตมาก็จะส่งเจ้าไปพบพระพุทธองค์…” ทั่วร่างของหลวงจีนเฒ่าพลันระเบิดแสงสีทองเจิดจ้า
กระบี่หงชี่ถูกขุมพลังนั้นบีบให้ถอยร่นกลับมา และคืนร่างเป็นเงาของหงชี่อีกครั้ง
“นายท่าน... หงชี่ไร้ความสามารถ โปรดลงโทษด้วยเจ้าค่ะ!” เงาของหงชี่กล่าวกับวิญญาณศักดิ์สิทธิ์ของเมิ่งฝานด้วยความละอายใจ
ในสถานการณ์เช่นนี้ นางดันเผลอเรียกเมิ่งฝานว่า ‘นายท่าน’ แทนที่จะเป็น ‘คุณชาย’ เพราะความเคยชินเสียอย่างนั้น
“แค่จิตวิญญาณกระบี่ตัวเล็ก ๆ ยังไม่ทันได้บ่มเพาะร่างวิญญาณแท้จริงด้วยซ้ำ กล้าดียังไงมาโจมตีอาตมา ช่างไม่เจียมตัว!” หลวงจีนเฒ่าเอ่ยเยาะเย้ย ยังคงรักษาท่าทีที่อยู่เหนือกว่าเอาไว้
ทว่าแม้เขาจะโวไว้ใหญ่โต แต่หลังจากบีบหงชี่ให้ถอยไปได้ เขาก็ยังไม่ลงมือกับเมิ่งฝาน และไม่มีทีท่าว่าจะชิงร่างเลยแม้แต่น้อย
เมิ่งฝานยิ้มออกมาทันที เขายิ่งมั่นใจว่าหลวงจีนเฒ่าคนนี้เป็นพวก ‘เสือกระดาษ’ ที่ไร้ความสามารถจะชิงร่างเขาจริง ๆ
“หลวงจีนเฒ่า ไหนเจ้าบอกว่าจะส่งข้าไปพบพระพุทธองค์ไง? ทำไมยังไม่ลงมืออีกล่ะ?”
เขาขยับปากยั่วโมโหหลวงจีนเฒ่าต่อไป
“ข้าเห็นว่าเจ้าเป็นคนที่มีแววรุ่ง เกิดความเสียดายอัจฉริยะ ไม่อยากให้เจ้าต้องตายกลางคัน เจ้าอย่าได้ไม่รู้คุณคน!” หลวงจีนเฒ่าตำหนิเมิ่งฝานอย่างรุนแรง
ถึงจุดนี้ เมิ่งฝานมั่นใจได้แล้วว่าหลวงจีนเฒ่านี่ทำได้แค่พ่นน้ำลายใส่เท่านั้น ไม่กล้าลงมือกับเขาจริง ๆ
ควรจะพูดว่า ไม่มีปัญญาจะลงมือมากกว่า!
“เลิกพูดจาไร้สาระเถอะ การทำแบบนี้เท่ากับเจ้าเปิดเผยสภาพตัวเองจนหมดเปลือกแล้ว ดังนั้นอย่ามาทำเป็นวางอำนาจบาตรใหญ่ที่นี่เลย ถ้าอยากจะร่วมมือกับข้า ก็หัดปรับทัศนคติให้มันดี ๆ หน่อย เจ้าเป็นฝ่ายมาขอร้องข้า ไม่ใช่ข้าไปขอร้องเจ้า คนมาขอร้อง… ก็ควรจะมีท่าทีแบบคนมาขอร้อง!”
วิญญาณศักดิ์สิทธิ์ของเมิ่งฝานจ้องร่างเงาของหลวงจีนเฒ่าด้วยรอยยิ้มเย็นชา
หลวงจีนเฒ่าระเบิดโทสะทันที “เตือนดี ๆ ไม่ฟัง กลับอยากจะกินยาพิษ! ก็ได้ วันนี้อาตมาจะสงเคราะห์เจ้า ส่งเจ้าไปสู่แดนสุขาวดี!”
พูดจบ ทั่วร่างของเขาก็ระเบิดแสงสีทองมหาศาลออกมา จากนั้นแสงสีทองอันรุ่งโรจน์สายหนึ่งก็พุ่งออกจากร่าง ตรงดิ่งเข้าหาเมิ่งฝาน
พูดกันตามตรง เมื่อเห็นแสงสีทองสายนี้ เมิ่งฝานก็แอบใจหายอยู่เหมือนกัน
แต่เขาข่มใจไว้ได้ ไม่แสดงความกลัวออกมา ร่างวิญญาณศักดิ์สิทธิ์ยืนนิ่งอยู่ที่เดิมอย่างเย็นชา ไม่ขยับเขยื้อน!
เมิ่งฝานกำลังเดิมพัน ส่วนหลวงจีนเฒ่าก็กำลังเสแสร้ง
เมิ่งฝานรอให้หลวงจีนเฒ่าหลุดพิรุธ
ส่วนหลวงจีนเฒ่าก็รอให้เมิ่งฝานถอดใจยอมแพ้และขอขมา!
มาดูกันว่าใครจะใจแข็งกว่ากัน
สุดท้าย เมิ่งฝานคือฝ่ายที่ชนะเดิมพัน
หนึ่งคือเขามีไพ่ในมือใหญ่กว่า สองคือเขาได้มองทะลุไพ่ตายของหลวงจีนเฒ่าไปก่อนหน้านี้แล้ว
งานนี้ชนะใส ๆ!
แสงสีทองที่พุ่งออกมาจากร่างหลวงจีนเฒ่า พริบตาก่อนที่จะสัมผัสวิญญาณศักดิ์สิทธิ์ของเมิ่งฝาน มันก็อันตรธานหายไปในทันที
“เจ้าหนู… จิตใจของเจ้านี่ทำให้ข้าต้องมองใหม่จริง ๆ หากคนอย่างเจ้าต้องมาจบชีวิตลง มันคงเป็นความสูญเสียของเผ่าพันธุ์มนุษย์โดยแท้ วางใจเถอะ อาตมาจะไม่ฆ่าเจ้า ไม่เพียงจะไม่ฆ่า แต่จะทุ่มเทอบรมสั่งสอนเจ้าด้วย! อาตมาเลื่อมใสในตัวเจ้าจริง ๆ เอาอย่างนี้ อาตมาจะรับเจ้าเป็นศิษย์ ดีหรือไม่?”
หลวงจีนเฒ่าคนนี้ยังคงแสดงละครต่อ แถมยังเปลี่ยนแผนการเข้าหาอีกด้วย
เมิ่งฝานหัวเราะเยาะ “ดูท่าเจ้าจะทำอะไรข้าไม่ได้จริง ๆ เลิกเสแสร้งเสียทีเถอะ! เจ้าเองก็นับว่าเป็นพระเถระผู้ทรงศีล มาทำตัวหลอกลวงแบบนี้ ไม่รู้สึกว่ามันปัญญาอ่อนบ้างหรือไง?”
“อะไรคือเสแสร้ง? หรือเจ้าคิดว่าอาตมาไม่มีความสามารถพอจะเป็นอาจารย์ของเจ้า? ส่วนปัญหาเรื่องวิญญาณศักดิ์สิทธิ์ของเจ้า อาตมาสามารถแก้ให้ได้อย่างง่ายดาย!” หลวงจีนเฒ่าพูดด้วยความไม่พอใจ
คราวนี้ความไม่พอใจเป็นของจริง ไม่ได้เสแสร้ง เขารู้สึกเหมือนถูกดูหมิ่น!
“อาจารย์ของข้าคือท่านผู้เฒ่าหลิน เจ้าเคยเจอมาแล้ว เจ้าคิดว่าเจ้าเทียบกับท่านได้งั้นหรือ?” เมิ่งฝานกล่าวอย่างไร้เยื่อใย
“หากอยู่ในช่วงรุ่งเรืองที่สุดของอาตมา แค่นิ้วเดียวก็บี้ตาแก่นั่นให้ตายคามือได้แล้ว!” หลวงจีนเฒ่าคำราม
“แต่ตอนนี้เจ้าเหลือแค่เศษวิญญาณที่ร่วงโรย ชาตินี้ก็ไม่มีวันกลับไปรุ่งเรืองได้อีก เจ้ามีคุณสมบัติอะไรจะไปเทียบกับท่านผู้เฒ่าหลิน?” เมิ่งฝานยังคงใช้ฝีปากพิษต่อไป
“เหลวไหล! ใครบอกว่าข้าจะกลับไปรุ่งเรืองเหมือนเดิมไม่ได้ ขอเพียงแค่…”
หลวงจีนเฒ่าถูกเมิ่งฝานยั่วโมโหจนขาดสติ พูดพล่ามจนลืมตัว เลิกแทนตัวเองว่าอาตมา แล้วเปลี่ยนมาใช้คำว่า ‘ข้า’ (ข้าที่ใช้แทนตัวเองอย่างโอหัง)
แต่ไม่นานเขาก็รู้ตัว รีบหุบปากทันควัน ไม่ได้หลุดความลับสำคัญออกมา
“ขอเพียงแค่อะไร?” เมิ่งฝานจับสังเกตได้อย่างรวดเร็วว่าสิ่งที่กำลังจะพูดต่อคือประเด็นสำคัญ
“ขอเพียงให้อาตมามีเวลา อาตมาต้องกลับสู่จุดสูงสุดได้แน่นอน!” หลวงจีนเฒ่าพยายามปรับน้ำเสียงให้สงบลง
เมิ่งฝานจ้องหลวงจีนเฒ่าเขม็ง เขารู้ดีว่าหลวงจีนเฒ่าคนนี้ต้องมีความลับซ่อนอยู่แน่ ๆ
ตัวเขาเองฝึกมาได้ไม่เท่าไหร่ยังมีความลับตั้งมากมาย
หลวงจีนที่อยู่มานานหลายปีขนาดนี้ ถ้าไม่มีความลับเลยสิถึงจะแปลก!
เขาไม่ได้สนใจความลับของหลวงจีนเฒ่า แต่เขาสนใจเรื่องวิญญาณศักดิ์สิทธิ์ของตัวเอง
ทว่าในเวลานี้ เขาจะแสดงท่าทีสนใจออกมาไม่ได้ ต้องนิ่งให้มากที่สุดถึงจะควบคุมหลวงจีนเฒ่าคนนี้ได้
“เลิกแสดงละครต่อหน้าข้าได้แล้ว ตอนนี้เราต่างก็รู้ดีว่าเจ้าทำอะไรข้าไม่ได้ เจ้าฆ่าข้าไม่ได้และชิงร่างข้าไม่ได้ ดังนั้นข้าแนะนำให้เจ้าปรับทัศนคติเสียใหม่ แสดงความจริงใจออกมา แล้วมานั่งคุยกับข้าดี ๆ! ไม่อย่างนั้นเศษวิญญาณที่ร่อแร่อยู่แบบนี้ของเจ้า อาจจะต้องดับสลายไปจริง ๆ เสียที”
เมิ่งฝานกล่าวกับหลวงจีนเฒ่าด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย
ในตอนนี้ เมิ่งฝานมั่นใจว่าหลวงจีนเฒ่าไม่มีภัยคุกคามต่อตนเอง จึงเริ่มสงบลงและไม่รีบร้อนที่จะจัดการ แต่อีกเหตุผลที่สำคัญกว่าคือ หลวงจีนเฒ่านี่มีวิธีเพิ่มพลังวิญญาณศักดิ์สิทธิ์ของเขาได้
ซึ่งเรื่องวิญญาณศักดิ์สิทธิ์นี้ เมิ่งฝานให้ความสำคัญที่สุดมาโดยตลอด!
“แล้วเจ้าต้องการจะคุยอะไรกับอาตมา?” หลวงจีนเฒ่าทำหน้าตึงถามกลับ
เขารู้สึกจนใจยิ่งนัก!
อุตส่าห์ข่มขู่หลอกล่อเจ้าหนูนี่ตั้งหลายรอบเพื่อจะกุมอำนาจเหนือกว่า
คิดไม่ถึงว่าสุดท้ายกลับกลายเป็นฝ่ายโดนเจ้าหนูนี่กุมอำนาจไว้เสียเอง!
พูดไปแล้วก็เหมือน ‘เสือตกถังข้าวสาร’ สถานะของเขาตอนนี้มันแย่เกินไปจริง ๆ
เพราะเมื่อขาดกำลังที่แท้จริง จะใช้เพียงการต้มตุ๋นเพื่อกดดันคนอื่นมันก็ไม่ง่ายเลย
แถมเมิ่งฝานก็ไม่ได้หลอกง่ายเหมือนอู๋เทียนเสียด้วย!