วิถียุทธเหนือโลก: ข้ามีระบบสังเคราะห์ไร้พ่าย - บทที่ 102 มหาสงครามเปิดฉาก ปรมาจารย์ผละจากสนามรบ!
- Home
- วิถียุทธเหนือโลก: ข้ามีระบบสังเคราะห์ไร้พ่าย
- บทที่ 102 มหาสงครามเปิดฉาก ปรมาจารย์ผละจากสนามรบ!
“ฆ่ามัน!”
ซูอวี่คำรามต่ำในลำคอ พริบตานั้น พลังวิญญาณอันบ้าคลั่งระเบิดออกจากร่าง ซัดกระหน่ำกลายเป็นพายุมรณะกวาดล้างไปทั่วสารทิศในชั่วอึดใจ!
ดาบผ่าวิญญาณในมือสาดประกายแสงสีม่วงเรืองรอง ตอบรับการกระตุ้นจากพลังวิญญาณ
ซูอวี่กลายสภาพเป็นเงาติดตา พุ่งทะยานเข้าประชิดตัวยอดฝีมือเผ่าต่างดาวตนหนึ่งในทันที!
มันคืออมนุษย์ที่มีรูปลักษณ์คล้ายละมั่ง ส่วนหัวเป็นสัตว์เดียรัจฉาน ทว่าช่วงล่างกลับเป็นร่างกายมนุษย์
นัยน์ตาของซูอวี่สั่นไหวเล็กน้อย ข้อมูลจากหอสมุดค่ายอัจฉริยะผุดขึ้นมาในหัว… เผ่าแกะ!
แม้พลังโจมตีของพวกมันจะรั้งท้ายในบรรดาหมื่นเผ่าพันธุ์ ทว่าหากวัดกันที่ความเร็ว พวกมันติดท็อปสิบอย่างไม่ต้องสงสัย
ต่อให้เป็นยอดฝีมือเผ่ามารในขอบเขตเดียวกัน ก็ยังยากจะเทียบชั้นความเร็วกับเผ่าแกะได้ บนสมรภูมิรบ พวกมันมักรับบทบาทเป็นหน่วยสอดแนมเสมอ
และวินาทีนี้ ณ นอกกำแพงเมืองเหิงเฉิง เมื่อยอดฝีมือเผ่าแกะขอบเขตหลอมภายในขั้นสูงสุดเผชิญหน้ากับการลอบสังหารของซูอวี่ ใบหน้าของมันไร้ซึ่งความตื่นตระหนก ซ้ำยังแสยะยิ้มเย้ยหยันอย่างหาที่สุดไม่ได้
“หลอมภายในขั้นปลายกระจอกๆ ยังกล้ามาหาเรื่องข้า รนหาที่ตาย!”
ยอดฝีมือเผ่าแกะตวาดกร้าว ซัดหมัดสวนกลับจนเกิดคลื่นโซนิคบูมระเบิดกระจุย!
สีหน้าของซูอวี่เรียบเฉย ดาบผ่าวิญญาณในมือระเบิดพลังออกไปอย่างเงียบงัน
เบิกนภา!
เจตจำนงแห่งหยินหยางหมุนวนควบแน่นบนใบดาบอย่างเกรี้ยวกราด
วินาทีต่อมา ขุมพลังทำลายล้างไร้เปรียบพลันปะทุทะลัก! ในสายตาของยอดฝีมือเผ่าแกะ ราวกับว่าฟ้าดินกำลังถูกผ่าแยกออกจากกัน!
แววตาของยอดฝีมือเผ่าแกะฉายแววหวาดผวา มันลุกลนลาน พยายามกระชากหมัดกลับหมายจะหลีกเลี่ยงการปะทะ ทว่า… สายเกินไปเสียแล้ว!
ตูม!
ดาบผ่าวิญญาณฟาดสับลงบนหมัดของเผ่าแกะด้วยความเร็วเหนือสามัญสำนึก!
ฉัวะ! คมดาบกรีดทะลวงผ่านผิวหนังหยาบกร้านดุจหั่นเต้าหู้ ก่อนจะสับกระดูกแหลกละเอียดไม่เหลือชิ้นดี!
รูม่านตาของเผ่าแกะหดเกร็ง มันแผดเสียงร้องโหยหวนปานจะขาดใจ
“บัดซบ! ทำไมถึงเป็นอุปกรณ์วิญญาณระดับสองได้วะ!”
อุปกรณ์วิญญาณระดับสอง สามารถฉีกกระชากได้แม้กระทั่งกายาทองคำของยอดฝีมือขอบเขตกายาทองคำ! นับประสาอะไรกับเผ่าแกะขอบเขตหลอมภายในขั้นสูงสุด ทั้งตัวมันยังไม่สันทัดการปะทะตรงๆ!
เพียงปะทะกันแค่กระบวนท่าเดียว ท่อนแขนของมันก็แหลกสลายกลายเป็นหมอกเลือด! ทว่าซูอวี่ไม่เปิดโอกาสให้พักหายใจ เขาพลิกฝ่ามือ ดึงดาบผ่าวิญญาณกลับมาอย่างดุดัน ก่อนจะตวัดฟันลงไปอีกระลอก!
ทลายนภา!
เพลงดาบเบิกนภากระบวนท่าที่สาม!
ครืนนนน!!!
ขุมพลังมหาศาลทะลักผ่านร่างของซูอวี่ อัดแน่นเข้าสู่ดาบผ่าวิญญาณ คมดาบสาดประกายแสงเจิดจ้า ราวกับอสูรร้ายที่จ้องจะกลืนกินเป้าหมายทั้งเป็น!
“ไม่!!”
เผ่าแกะแผดเสียงหวีดร้องด้วยความหวาดผวา ทว่าเสียงร้องโหยหวนกลับถูกเสียงกัมปนาทกลืนกินจนหมดสิ้น
วินาทีต่อมา แสงสีม่วงสาดประกายเจิดจ้าดั่งดวงตะวัน! ท่ามกลางเสียงระเบิดตูมสนั่น ร่างของยอดฝีมือเผ่าแกะถูกบดขยี้แหลกเหลวเป็นจุลในชั่วพริบตา!
แก่นพลังสีขาวบริสุทธิ์เม็ดหนึ่งลอยเคว้งอยู่กลางอากาศ ซูอวี่คว้ามันไว้ในมือทันที นี่คือแหล่งรวมตบะบารมีทั้งร่างของมัน ต่อให้ร่างแหลกสลาย แต่แก่นพลังยังคงอยู่
แก่นพลังหมื่นเผ่าพันธุ์เหล่านี้ คือของบำรุงชั้นเลิศสำหรับเผ่ามนุษย์! หากดูดซับแก่นแท้ภายใน ย่อมสามารถยกระดับความแข็งแกร่งได้อย่างมหาศาล
นี่คือหนึ่งในเหตุผลที่แคว้นต้าเซี่ยยอมทุ่มเทกำลังทหารและยอดฝีมือจำนวนมากไปประจำการที่สนามรบหมื่นเผ่าพันธุ์ หนึ่งคือเพื่อต้านทานการรุกราน และสอง… คือเพื่อช่วงชิงทรัพยากร!
สำหรับเผ่ามนุษย์ แก่นพลังที่หลงเหลือถือเป็นสุดยอดทรัพยากรที่หาใดเปรียบ ซูอวี่ไม่ลังเลแม้แต่น้อย เขาโยนแก่นพลังขอบเขตหลอมภายในขั้นสูงสุดเม็ดนั้นเข้าปากทันที!
ทันทีที่แก่นพลังถูกย่อยสลาย พลังวิญญาณบ้าคลั่งพลันพวยพุ่งไปทั่วร่าง หล่อเลี้ยงเมล็ดพันธุ์พลังวิญญาณเม็ดที่เจ็ดของเขาให้เติบโตแข็งแกร่งขึ้นอย่างรวดเร็ว!
ขณะที่ซูอวี่เด็ดหัวเผ่าแกะไปหนึ่งตน มหาสงครามระหว่างนักสู้มณฑลเจียงหนานและกองทัพหมื่นเผ่าพันธุ์ก็เปิดฉากขึ้นอย่างเป็นทางการ!
บนผืนนภา หวังหลงเปรียบดั่งจันทรากระจ่างที่สาดแสงสีเงินเรืองรอง แม้ต้องเผชิญหน้ากับสี่ปรมาจารย์ดาราที่ล้อมกรอบอยู่ เขาก็ไร้ซึ่งความหวาดหวั่น ซ้ำยังแผ่กลิ่นอายกดดันจนแทบจะสะกดข่มทั้งสี่เอาไว้ได้!
ทว่าความได้เปรียบนั้นกลับถูกบั่นทอนลงอย่างรวดเร็วเมื่อเวลาผ่านไป ต่อให้ปรมาจารย์จันทราจะเหนือกว่าปรมาจารย์ดาราหนึ่งขั้น แต่การรับมือศัตรูระดับนี้พร้อมกันถึงสี่คน ย่อมทำให้เขาเริ่มตึงมือหนักขึ้นทุกที
ข่าถูแสยะยิ้มเหี้ยม จ้องมองหวังหลงพลางแลบลิ้นเลียริมฝีปาก
“ข้ายังไม่เคยลิ้มรสเนื้อสดๆ ของมนุษย์ระดับปรมาจารย์จันทรามาก่อน วันนี้ต้องขอสับมาชิมให้หนำใจสักหน่อยแล้ว!”
แววตาของมันฉายชัดถึงความโลภโมโทสัน การที่หมื่นเผ่าพันธุ์จะเปิดรอยแยกช่องทางข้ามมิติได้สักครั้ง จำเป็นต้องผลาญทรัพยากรมหาศาล เทียบเท่ากับทรัพย์สินทั้งหมดของเผ่าพันธุ์ขนาดเล็กเลยทีเดียว!
มิหนำซ้ำ นั่นคือราคาที่ต้องจ่ายของช่องทางระดับต่ำสุด! ทว่าช่องทางที่ทะลวงมายังเมืองเหิงเฉิงครั้งนี้ไม่ใช่ระดับต่ำ เผ่ามารต้องทุ่มเทสละทรัพยากรไปมหาศาลเพื่อแลกมันมา
พวกมันย่อมต้องการบดขยี้เผ่ามนุษย์ให้ราบเป็นหน้ากลอง เพื่อสร้างความได้เปรียบบนสนามรบหมื่นเผ่าพันธุ์ให้ถึงขีดสุด ยิ่งไม่ต้องพูดถึง… การเด็ดหัวพวกอัจฉริยะของเผ่ามนุษย์ทิ้งให้สิ้นซาก!
จู่ๆ บนผืนนภา ปรมาจารย์ลัทธิมารผู้หนึ่งลอบสบตากับปรมาจารย์ลัทธิอื่นอีกสองคน ก่อนจะหักเหทิศทางดิ่งพสุธา พุ่งทะยานลงสู่สมรภูมิรบเบื้องล่างทันที!
หวังหลงเบิกตากว้าง รูม่านตาหดเกร็งอย่างรุนแรง
“ไสหัวกลับมาเดี๋ยวนี้!”
เขากระแทกฝ่ามือออกไป ปลดปล่อยพลังวิญญาณบ้าคลั่งหมายจะคว้าตัวปรมาจารย์มารตนนั้นกลับมา
ทว่าอีกฝ่ายเตรียมการไว้ล่วงหน้าแล้ว ปรมาจารย์ลัทธิเทพและลัทธิเซียนพุ่งเข้ามาขวางทาง แค่นเสียงหัวเราะเย้ยหยัน
“ตาเฒ่า! คู่ต่อสู้ของแกคือพวกข้าต่างหาก!”
“เอาชีวิตตัวเองให้รอดก่อนเถอะ!”
สิ้นเสียงคำราม ทั้งสองก็ผนึกกำลังกับข่าถู พุ่งเข้าสะกดข่มหวังหลงอีกระลอก!
หวังหลงเดือดดาลถึงขีดสุด! การที่ปรมาจารย์ผละตัวหลุดรอดไปได้เพียงหนึ่งคน สามารถพลิกกระดานสถานการณ์รบเบื้องล่างให้พังพินาศได้เลย!
เนื่องจากมณฑลเจียงหนานในยามนี้ ไม่มีปรมาจารย์หลงเหลืออยู่อีกแล้ว! หากหวังเหว่ยยังอยู่ก็คงพอรับมือไหว แต่หลังจากที่เขาเดินทางไปสนามรบหมื่นเผ่าพันธุ์ ขุมกำลังของเจียงหนานในการรับมือรอยแยกมิติแห่งนี้ก็นับว่าวิกฤตขั้นสุด
แม้จะร้อนรุ่มว้าวุ่นใจเพียงใด ทว่าเมื่อเผชิญหน้ากับการรุมกินโต๊ะของสามยอดฝีมือ หวังหลงก็จำต้องกัดฟันปะทะกับพวกมันต่อไปอย่างเลี่ยงไม่ได้
ณ มุมหนึ่งของสนามรบเบื้องล่าง ปรมาจารย์ลัทธิมารที่โดนหางเลขจากฝ่ามือของหวังหลงกระแทกใส่ กระอักเลือดสีดำทะมื่นคำโต สีหน้าซีดลงอย่างเห็นได้ชัด
ความเหี้ยมเกรียมเห็นได้ชัดจากแววตา มันทอดสายตามองหวังหลงบนผืนนภาด้วยแววตามืดครึ้ม ก่อนจะแค่นเสียงเย็นชา
“สมแล้วที่เป็นถึงปรมาจารย์จันทรา ฝ่ามือนี้… ถ้าไม่พักสักครึ่งเดือน คงยากจะหายดีแฮะ!”
มันยกมือเช็ดคราบเลือดมุมปาก ก่อนจะเบือนหน้าล็อคเป้าสายตาไปยังจุดหนึ่งกลางสมรภูมิเดือด
ซึ่งตำแหน่งนั้น… คือจุดที่ซูอวี่ยืนอยู่นั่นเอง!
มันแสยะยิ้มอำมหิตสุดขั้ว แผ่จิตสังหารกระหายเลือดออกมาเต็มสูบ
“ไอ้หนู! เพื่อเด็ดหัวแก ข้าถึงกับยอมทุ่มจ่ายทรัพยากรมหาศาลขนาดนี้… ตอนตายแกก็จงภูมิใจเอาไว้ซะเถอะ เจี๋ย เจี๋ย เจี๋ย!!”