วิถียุทธเหนือโลก: ข้ามีระบบสังเคราะห์ไร้พ่าย - บทที่ 104 หวังหลงสำแดงเดช วิกฤตคลี่คลายชั่วคราว!
- Home
- วิถียุทธเหนือโลก: ข้ามีระบบสังเคราะห์ไร้พ่าย
- บทที่ 104 หวังหลงสำแดงเดช วิกฤตคลี่คลายชั่วคราว!
“ปู่ของแกหละมั้ง ไอ้เวร!!”
ชายร่างใหญ่สบถกร้าว พริบตานั้น ร่างของเขาก็พุ่งทะยานเข้าบดขยี้ปรมาจารย์ลัทธิมารดุจดาวตก!
“แม่มันเถอะ! หน้าไม่อายรังแกได้กระทั่งเด็กรุ่นหลัง สมแล้วที่เป็นสุนัขรับใช้ลัทธิหมื่นเผ่าพันธุ์ สันดานหมาลอบกัดของพวกแกมันแก้ไม่หายจริงๆ!”
ชายผู้นั้นพุ่งทะลวงอากาศพลางสบถด่าสาดเสียเทเสียไม่ขาดคำ!
ปรมาจารย์ลัทธิมารโดนด่ากราดเข้าเต็มหน้าอย่างจัง มันโกรธจนหน้าดำหน้าแดง “หมาขี้เรื้อนที่ไหนมาเห่าหอน! รนหาที่ตายนักก็เข้ามา!”
มันคำรามลั่น ซัดลูกบอลพลังงานมรณะที่อัดแน่นด้วยพลังระดับปรมาจารย์เข้าใส่ชายร่างใหญ่เต็มแรง!
ตูมมม!
ขุมพลังวิปลาสระเบิดออกอย่างรุนแรง ก่อตัวเป็นกลุ่มเมฆดอกเห็ดขนาดย่อมลอยตลบอบอวลขึ้นสู่ชั้นฟ้า
ปรมาจารย์ลัทธิมารแสยะยิ้มอำมหิต “ต่อให้แกจะเป็นปรมาจารย์ โดนท่านี้ของข้าเข้าไป… ไม่ตายก็เลี้ยงไม่โต!”
ทว่าสิ้นคำโอ้อวด รอยยิ้มของมันพลันแข็งค้างคาใบหน้า!
ภาพที่สะท้อนในรูม่านตา คือประกายแสงสีเงินสว่างวาบ พุ่งทะลวงฉีกกระชากกลุ่มควันเพลิงดอกเห็ดออกมาในชั่วอึดใจ!
บัดซบ! ไหนบอกว่าเจียงหนานมีหวังหลงเป็นปรมาจารย์จันทราแค่คนเดียวไง แล้วไหงโผล่มาอีกคนได้วะ!
มันสบถด่าอย่างบ้าคลั่งในใจ! เพื่อสกัดกั้นปรมาจารย์จันทราอย่างหวังหลง พวกมันถึงกับต้องส่งปรมาจารย์ดาราออกไปรุมถึงสามคน จึงจะพอยันเอาไว้ได้อย่างยากลำบาก
แต่มาตอนนี้ กลับมียอดฝีมือระดับปรมาจารย์จันทราโผล่พรวดขึ้นมาอีกคน! ความจริงข้อนี้ทำเอาจิตใจของปรมาจารย์ลัทธิมารดิ่งวูบลงสู่ก้นเหวทันที
ชายวัยกลางคนผู้นั้นแผดเสียงหัวเราะคลุ้มคลั่ง “ข้าไม่ใช่ไอ้สวะหวังหลงนั่น ที่แม้แต่อัจฉริยะบ้านตัวเองยังคุ้มกะลาหัวไม่ได้! ไอ้พวกสุนัขรับใช้… คุกเข่าให้ปู่สยงผู้นี้ซะ!”
หมัดหนักหน่วงซัดกระแทกออกไป เบื้องหลังปรากฏเงาจันทรากระจ่างฉายชัด สาดแสงสว่างไสวอาบย้อมไปทั่วฟ้าดิน!
ชั่วพริบตา ทั่วทั้งบริเวณราวกับถูกห่มคลุมด้วยม่านแสงสีเงิน หมัดมฤตยูกระแทกลงมาดั่งทัณฑ์สวรรค์! ขุมพลังระดับจันทรากลืนกินร่างปรมาจารย์ลัทธิมารเข้าไปในพริบตา!
ปรมาจารย์ลัทธิมารไม่ทันได้หลุดเสียงร้องโหยหวน ร่างถูกบดขยี้กลายเป็นเถ้าถ่าน ปลิวสลายหายไปจากฟ้าดินอย่างไร้ร่องรอย!
ซูอวี่มองดูฉากตรงหน้าจนตาค้าง ร่างทั้งร่างยืนนิ่งไปชั่วขณะ เขาจ้องชายวัยกลางคนอย่างเหม่อลอย ความสับสนปะทุขึ้นในใจ
ไอ้ลุงนี่มันโผล่มาจากไหนวะเนี่ย?
ชายวัยกลางคนคล้ายสัมผัสได้ถึงสายตาของซูอวี่ เขาฉีกยิ้มกว้าง เดินเข้ามาตบไหล่ชายหนุ่มดังป้าบ
“ไอ้หนู! แกคือซูอวี่คนที่อัดหลานชายข้าซะจนหมดสภาพสินะ? วางใจเถอะ เรื่องช่องทางมิติเนี่ย… ตาเฒ่าเจ้าเล่ห์อย่างหวังหลงมันส่งข่าวไปศูนย์บัญชาการแดนใต้ตั้งนานแล้ว!”
“ถึงกำลังเสริมจากศูนย์ใหญ่จะยังมาไม่ถึง แต่มณฑลข้างเคียงเริ่มเคลื่อนไหวกันหมดแล้ว มณฑลตงของพวกเราก็ไม่พลาดงานนี้หรอกเว้ย!”
เมื่อได้ฟังคำอธิบาย ซูอวี่ก็กระจ่างแจ้งในทันที อดไม่ได้ที่จะส่งสายตาซาบซึ้งกลับไปให้
แม้เขาจะมีไพ่ตายคุ้มกะลาหัว แต่ของพรรค์นี้เก็บไว้ใช้ยามคับขันจริงๆ ย่อมดีที่สุด ใครจะไปรู้ว่าอนาคตต้องเจอวิกฤตเฉียดตายแบบนี้อีกเมื่อไหร่!
จังหวะนั้นเอง ปรมาจารย์อีกคนที่เอาแต่ปิดปากเงียบมาตลอดเบือนหน้าไปมองหวังหลงกลางเวหา เอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
“ตาเฒ่า… ต้องการให้ช่วยไหม?”
หวังหลงหันขวับ เมื่อเห็นการปรากฏตัวของพวกเขาทั้งสอง ร่องรอยความปีติยินดีก็วาบผ่านใบหน้าอย่างไม่อาจปิดบัง การมีสองปรมาจารย์มาเสริมทัพ วิกฤตการณ์นี้ก็นับว่าต้านทานเอาไว้ได้เปลาะหนึ่งแล้ว
ทว่าด้วยความที่ต้องรักษาฟอร์มต่อหน้าสหายเก่า เขาจึงแค่นเสียงหัวเราะเย็นชา “ไร้สาระ! กะอีแค่ปรมาจารย์ดาราสามคน จะมาหยุดข้าได้ยังไง!”
พูดจบแล้ว ดาบยาวเล่มหนึ่งพลันปรากฏในมือ ใบดาบอาบไล้ด้วยแสงจันทราส่องประกายวูบวาบ!
“สะบั้น!!”
หวังหลงตวาดลั่นจนหน้าแดงก่ำ เส้นเลือดดำปูดโปนทั่วร่างราวกับจะระเบิดออก! ชั่วพริบตานั้น ร่างของเขาราวกับขยายใหญ่ขึ้นหลายส่วน ขุมพลังมหาศาลทะลักจากท่อนแขนอัดแน่นเข้าสู่ใบดาบ!
ครืนนนน!!!
เสียงกัมปนาทสะท้านฟ้า แฝงอานุภาพทำลายล้างขั้นสุด!
ข่าถู รวมถึงสองปรมาจารย์ลัทธิเทพและเซียนหน้าถอดสี เตรียมพุ่งถอยร่นหนีตาย!
ทว่าหวังหลงกลับแผดเสียงหัวเราะเย้ยหยัน “ไอ้พวกสวะ! ตาเฒ่าผู้นี้ทนพวกแกมานานแล้ว! คิดจริงๆ หรือว่าข้าจะยอมให้พวกแกรุมกินโต๊ะอยู่ใ่ายเดียว?”
“วันนี้ ข้าจะให้พวกแกได้เปิดหูเปิดตาเอง… ว่าความห่างชั้นระหว่างดารากับจันทรา มันกว้างใหญ่ขนาดไหน! ตายซะเถอะ!!”
ดาบยาวขยายขนาดพุ่งทะลวงความยาวหลายเมตรในพริบตา! ราวกับจันทร์เสี้ยวที่ร่วงหล่นจากฟากฟ้า สับกระแทกลงมาอย่างหนักหน่วง! ขุมพลังระดับจันทรากลืนกินร่างทั้งสามเข้าไปในชั่วอึดใจ!
วินาทีนั้น ร่างกายของข่าถูพลันขยายใหญ่บ้าคลั่ง ลวดลายสีแดงอาบย้อมทั่วร่างสาดประกายชั่วร้าย!
“เทพอสูรจำแลง!”
มันคำรามลั่น ร่างกายพองขยายกลายเป็นเทพอสูรสูงกว่าสิบเมตร ซัดหมัดกระแทกต้านทานคมดาบที่ฟาดฟันลงมา! พลังเฮือกสุดท้ายเบี่ยงเบนวิถีดาบออกไปได้ไม่กี่เซนติเมตรอย่างดื้อๆ!
แต่อย่าได้ดูแคลนระยะห่างเพียงแค่นี้ เพราะมันช่วยดึงชีวิตข่าถูให้รอดพ้นจากจุดตายได้อย่างหวุดหวิด!
ทว่า สองปรมาจารย์ลัทธิเทพและลัทธิเซียนกลับไม่มีโชคและฝีมือระดับนั้น! ภายใต้คมดาบสังหารปลิดชีพ ร่างของพวกมันถูกบดขยี้แหลกสลาย ปลิวหายไปจากฟ้าดินโดยตรง!
สองปรมาจารย์ดารา… ตายตกลง ไปแล้ว!
แม้รอดตายมาได้ แต่ข่าถูที่รับการโจมตีระดับจันทราเข้าไปเต็มๆ ร่างเทพอสูรพลันหดแฟบราวกับลูกโป่งถูกเจาะแตก กลับคืนสู่สภาพเดิม! กลิ่นอายพลังของมันดิ่งวูบอ่อนแอปวกเปียกถึงขีดสุด ลวดลายอัปมงคลบนร่างหมองคล้ำลงอย่างสิ้นเชิง
นัยน์ตาของข่าถูอัดแน่นด้วยความหวาดผวาขีดสุด มันพลิกตัวดีดทะยานหนีกลับไปทางช่องทางมิติโดยไม่คิดแม้แต่จะหันกลับมามอง! ตอนนี้ในหัวมันมีเพียงคำเดียว… คือหนีไปให้ไว! รั้งอยู่ต่อก็มีแต่ตายสถานเดียว!
เมื่อขุนพลหลักหนีเตลิด กองทัพหมื่นเผ่าพันธุ์ที่เคยได้เปรียบกลับถูกบีบให้ตกเป็นรองอย่างสมบูรณ์แบบ! การมาถึงของสองปรมาจารย์ทัพหนุน ทำเอาขวัญกำลังใจทหารต้าเซี่ยพุ่งสูงขึ้นอยากมาก! พวกเขาแผดเสียงกู่ร้อง ไล่กวาดล้างยอดฝีมือหมื่นเผ่าพันธุ์จนแตกพ่ายจนต้องถอยร่นซ้ำแล้วซ้ำเล่า!
บนผืนฟ้า หวังหลงหยัดยืนทะนงองอาจค้ำฟ้า ใบดาบในมือค่อยๆ สลายไป เลือดฝาดปรากฏขึ้นบนใบหน้าชราภาพเบาบาง
ให้ตายสิ เกือบปล่อยไก่ให้ไอ้ตาเฒ่าสองคนนั้นดูเรื่องตลกซะแล้ว…
ในใจของเขาลอบปาดเหงื่อเย็นเยียบ สำหรับหวังหลง หน้าตาและศักดิ์ศรีสำคัญเหนือสิ่งอื่นใด โดยเฉพาะต่อหน้าสหายเก่า เขาจะยอมเสียฟอร์มไม่ได้เด็ดขาด! พูดกันตามตรง ความแข็งแกร่งของข่าถูและพวกนับว่าดุดันเอาเรื่อง ไม่ใช่ปรมาจารย์ดาราดาดๆ ลำพังเขาที่เพิ่งก้าวสู่ขอบเขตจันทรา การจะเก็บกวาดทั้งสามคนพร้อมกันย่อมไม่ใช่เรื่องง่าย
ปรมาจารย์มณฑลตงและซีเห็นภาพนั้น ลอบแค่นเสียงหัวเราะเยาะในใจ เป็นเพื่อนเก่าที่รู้ไส้รู้พุงกันดี หวังหลงฝืนปั้นหน้าแค่ไหนพวกเขาย่อมมองทะลุปรุโปร่ง แต่ก็ไม่ได้แฉให้อับอาย เพียงเหาะเข้ามาหยุดยืนเคียงข้าง
“ระลอกแรกต้านเอาไว้ได้แล้ว กองกำลังหลักของมณฑลตงและซีกำลังตามมาสมทบในอีกไม่ช้า ขอแค่ยันระลอกต่อไปไหว กำลังเสริมจากศูนย์บัญชาการแดนใต้ก็จะมาถึง พอถึงตอนนั้น วิกฤตนี้ก็ถือว่าคลี่คลายสมบูรณ์” จ้าวชิง ปรมาจารย์มณฑลซีเอ่ยเสียงเรียบ
หวังหลงและสยงหวน ปรมาจารย์มณฑลตงพยักหน้ารับคำ
ทว่า หวังหลงกลับอดไม่ได้ที่จะเบนสายตากลับไปยังช่องทางเชื่อมมิติหมื่นเผ่าพันธุ์ที่ดำมืด… ณ ใจกลางรอยแยกนั้น คลื่นพลังวิปลาสขุมหนึ่งที่รุนแรงจนทำเอาแม้แต่ปรมาจารย์อย่างเขาต้องใจสั่นสะท้าน กำลังบ่มเพาะและขยายตัวขึ้นอย่างบ้าคลั่ง!
พวกเขา… จะสามารถต้านทานการนองเลือดระลอกต่อไป เอาไว้ได้จริงๆ น่ะหรือ?!