วิถียุทธเหนือโลก: ข้ามีระบบสังเคราะห์ไร้พ่าย - บทที่ 115 ปรมาจารย์สุริยันแห่งเผ่ามนุษย์ หลี่หงเทียน!
- Home
- วิถียุทธเหนือโลก: ข้ามีระบบสังเคราะห์ไร้พ่าย
- บทที่ 115 ปรมาจารย์สุริยันแห่งเผ่ามนุษย์ หลี่หงเทียน!
คลื่นการโจมตีระลอกที่สามเปิดฉากขึ้นแล้ว!
สีหน้าของปรมาจารย์ทั้งสามพลันมืดครึ้มลงอย่างเห็นได้ชัด
นับจากคลื่นระลอกที่สองจบลงจนถึงตอนนี้ เพิ่งผ่านไปเพียงไม่กี่ชั่วโมงเท่านั้น แม้แต่พวกเขาทั้งสามยังคาดไม่ถึงว่า การโจมตีระลอกที่สามจะมาเยือนรวดเร็วถึงเพียงนี้!
ทั้งสามสบตากัน ก่อนร่างจะหายวับไปจากห้องทำงานในพริบตา และไปปรากฏตัวอยู่บนกำแพงเมืองในเสี้ยววินาทีถัดมา
หวังหลงหน้าดำคร่ำเครียด ทอดสายตามองไปยังช่องทางเชื่อมิติหมื่นเผ่าพันธุ์เบื้องหน้า แสงสีดำทมิฬที่สาดส่องออกมาบิดเลื้อยราวกับหนวดปีศาจร้ายวนเวียนอยู่เหนือประตูมิติ ปลดปล่อยกลิ่นอายกดดันจนแทบหายใจไม่ออก
เมื่อเพ่งมองทะลุม่านมิติอันมืดมิด ยังพอสัมผัสได้ถึงคลื่นพลังสุดแสนรุนแรงที่แผ่ซ่านออกมาระลอกแล้วระลอกเล่า
คลื่นพลังนั่น… คือต้นเหตุที่ทำให้ปรมาจารย์ทั้งสามต้องหน้าถอดสี
ขอบเขตสุริยัน!
ขอบเขตปรมาจารย์ถูกแบ่งออกเป็นสามระดับ ดารา จันทรา และสุริยัน ปรมาจารย์สุริยันคือจุดสูงสุดของขอบเขตนี้ ยอดฝีมือระดับนี้ทุกคนล้วนมีศักยภาพพอจะก้าวทะลวงสู่ขอบเขต ‘โหว’ ได้ในอนาคต
นี่คือเครื่องการันตีถึงความน่าสะพรึงกลัวของปรมาจารย์สุริยัน!
เนื่องจากทั่วทั้งแคว้นต้าเซี่ย ยอดฝีมือที่เหยียบย่างถึงระดับปรมาจารย์สุริยันได้ มีจำนวนไม่ถึงหลักร้อยคนด้วยซ้ำ!
ทว่าวันนี้ ภายในช่องทางเชื่อมิติหมื่นเผ่าพันธุ์ กลับปรากฏกลิ่นอายของปรมาจารย์สุริยัน!
ต่อให้เป็นในลานสนามรบหมื่นเผ่าพันธุ์ ปรมาจารย์สุริยันเพียงคนเดียวก็แกร่งพอจะบดขยี้กองทัพนับหมื่นได้สบายๆ!
“ถึงขนาดยอมส่งปรมาจารย์สุริยันมา… ดูเหมือนพวกหมื่นเผ่าพันธุ์จะตีราคาซูอวี่ไว้สูงลิบเลยสินะ” สยงเหิงแค่นเสียงราบเรียบ แววตาหม่นแสงลงเล็กน้อย พูดตามตรง ตอนนี้ในใจเขามองไม่เห็นหนทางชนะเลยแม้แต่น้อย
การเปิดออกของช่องทางมิติครั้งนี้มันกะทันหันเกินไป ไม่มีใครคาดคิดว่ามันจะมาโผล่ที่เมืองเหิงเฉิง เมืองบ้านนอกกันดารแบบนี้
และยิ่งไม่มีใครคิดฝันว่า พวกหมื่นเผ่าพันธุ์ถึงขั้นยอมทุ่มทุนเปิดประตูมิติ เพียงเพื่อเด็ดหัวซูอวี่แค่คนเดียว!
“กำลังเสริมจากศูนย์ใหญ่ต้องใช้เวลาอีกนานแค่ไหน?” จ้าวชิงหันไปถามหวังหลงเสียงเครียด
หวังหลงส่ายหน้าช้าๆ “ยอดฝีมือจากศูนย์ใหญ่กำลังเร่งรุดมาอย่างสุดความสามารถแล้ว แต่ไม่มีใครบอกได้ชัดเจนว่าจะถึงเมื่อไหร่”
“หมายความว่าตอนนี้… พวกเราต้องพึ่งตัวเองสินะ” จ้าวชิงสูดลมหายใจเข้าลึก แววตาแปรเปลี่ยนเป็นเด็ดเดี่ยวและแน่วแน่
ณ บริเวณช่องทางเชื่อมิติ
ยอดฝีมือสุดแกร่งจากเผ่าพันธุ์ต่างๆ ทยอยก้าวข้ามมิติ ร่อนลงมาเหยียบย่ำดินแดนเผ่ามนุษย์ทีละคนๆ ในหมู่พวกมันถึงขั้นมียอดฝีมือระดับปรมาจารย์ดารารวมอยู่ด้วย!
ปรมาจารย์จันทราจากเผ่าเซียนและเผ่าเทพรีบพุ่งไปที่หน้าประตูมิติ เมื่อสัมผัสได้ถึงคลื่นพลังน่าสะพรึงกลัวที่อัดแน่นอยู่ภายใน ใบหน้าของพวกมันพลันฉายแววปีติยินดีสุดขีด
“ขอน้อมรับการจุติของผู้อาวุโส!” ทั้งสองค้อมเอวคารวะประตูมิติอย่างนอบน้อม
แม้พวกมันจะไม่รู้ว่าปรมาจารย์สุริยันที่กำลังจะจุติมาจากเผ่าพันธุ์ใด แต่ต่อให้มาจากเผ่าพันธุ์เล็กๆ ระดับปรมาจารย์สุริยันก็มีค่ามากพอให้พวกมันต้องก้มหัวเคารพ ใครจะกล้าการันตีว่าปรมาจารย์ท่านนี้จะไม่ก้าวทะลวงสู่ระดับ ‘โหว’ ในอนาคต?
หากถึงเวลานั้น ต่อให้เป็นสามเผ่าพันธุ์ใหญ่ก็ยังต้องไว้หน้าอีกฝ่ายถึงสามส่วน!
ครืน…
ช่องทางมิติทั้งบานเริ่มสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง ราวกับมีตัวตนระดับหายนะกำลังจะฉีกทึ้งมิติเพื่อจุติลงมา!
โฮก!!!
เสียงคำรามกึกก้องกัมปนาทสะท้านทะลุมิติ ผืนดินเบื้องล่างสั่นไหวราวกับเกิดแผ่นดินไหวรุนแรง สิ่งที่ทะลวงพ้นกรอบประตูมิติออกมา คือท่อนแขนมหึมาที่เต็มไปด้วยขนสีน้ำตาลหยาบกระด้าง!
เพียงแค่ท่อนแขนปรากฏ มิติห้วงอากาศโดยรอบถึงกับบิดเบี้ยวสั่นสะท้าน!
“เผ่าหมี? หรือว่าเผ่าวานร?” บนกำแพงเมืองเหิงเฉิง แววตาของหวังหลงและพรรคพวกวูบไหว ลางสังหรณ์มรณะผุดพลุ่งขึ้นในใจทันที
ทั้งเผ่าหมีและเผ่าวานรล้วนเป็นเผ่าพันธุ์ชั้นแนวหน้า และมีจุดเด่นที่เหมือนกันนั่นคือ ‘พลังทำลายล้างอันป่าเถื่อนและบ้าคลั่ง!’
ในระดับพลังที่เท่ากัน เผ่าพันธุ์ที่จะงัดข้อกับพวกมันได้ มีเพียงจ้าวแห่งสรรพสัตว์อย่างเผ่ามังกรและเผ่าหงส์เท่านั้น!
ต่อให้เป็นสามเผ่าใหญ่อย่าง เทพ มาร หรือเซียน ก็ยังยากที่จะชิงความได้เปรียบด้านพลังโจมตีเพียวๆ จากพวกมัน!
ตู้ม!
ระหว่างที่ทั้งสามกำลังหน้าซีด ท่อนแขนยักษ์นั้นก็ทุบเปรี้ยงลงบนผืนดินอย่างแรง คล้ายกำลังออกแรงงัดดึงร่างตัวเองให้พ้นจากกรอบประตู ช่องทางมิติสั่นสะเทือนเกรี้ยวกราด ห้วงอากาศรอบด้านปริร้าวและบิดเบี้ยว!
ครืนนน!!!
เสียงระเบิดดังกึกก้องต่อเนื่องรอบช่องทางมิติราวกับถูกปูพรมด้วยลูกปืนใหญ่ ผืนดินสั่นสะท้านอย่างบ้าคลั่ง วินาทีต่อมา ร่างกายอันใหญ่โตมโหฬารก็ก้าวตึงตังออกมาจากรอยแยกมิตินั้น!
ยอดฝีมือจากเผ่าวานร!
ร่างกายของมันสูงตระหง่านดุจหอคอยถึงแปดเก้าเมตร ในมือตะปบยึดกระบองเหล็กดำทองที่เปล่งประกายวาววับสะท้อนแสงแดด ทันทีที่มันก้าวข้ามมิติมาสำเร็จ มันก็แสยะยิ้มเหี้ยมเกรียมโชว์เขี้ยวแหลมคม นัยน์ตาดุดันทรงอำนาจกวาดมองไปรอบทิศ
มันฉีกยิ้มกว้าง ก่อนฟาดกระบองในมือกระแทกผืนดินเสียงดังสนั่น
“ดินแดนเผ่ามนุษย์งั้นรึ?”
“กลิ่นอายคาวเลือดที่น่าคิดถึงซะจริง!” มันสูดอากาศเข้าปอดลึกๆ แล้วพึมพำกับตัวเอง
เห็นดังนั้น ปรมาจารย์จันทราจากเผ่าเทพและเซียนก็รีบประสานมือเอ่ยประจบ “ผู้อาวุโสเผ่าวานร ศึกนี้คงต้องพึ่งพาบารมีของท่านแล้ว”
ยอดฝีมือเผ่าวานรปรายหางตามองพวกมัน ก่อนจะแคะหูอย่างไม่แยแส
“ไหนได้ยินว่ามีไอ้ลูกเจี๊ยบจากเผ่ามารอยู่ด้วยไม่ใช่รึไง? ตายห่าไปแล้วเรอะ? สวะจริงๆ!”
“ถ้าให้ข้าพูดนะ ไอ้สามเผ่าใหญ่ของพวกเจ้า ก็ไม่ได้มีน้ำยาไปกว่าเผ่าวานรของข้าหรอกเว้ย!”
เผชิญหน้ากับวาจาโอหังจองหอง ปรมาจารย์ทั้งสองได้แต่กัดฟันกรอดโกรธแค้นอยู่ลึกๆ แต่ไม่กล้าปริปากเถียง
แม้เผ่าวานรจะไร้ซึ่งตัวตนระดับสูงสุดคอยค้ำชู แต่หากวัดกันที่ขุมกำลังยอดฝีมือระดับ ‘โหว’ และ ‘ราชัน’ แล้ว พวกมันไม่ได้ด้อยไปกว่าเผ่าพันธุ์ใดในสามเผ่าใหญ่เลย! ไม่อย่างนั้นคงไม่มีสิทธิ์ผงาดขึ้นเป็นเผ่าพันธุ์ชั้นแนวหน้าได้หรอก!
อันที่จริง เผ่าพันธุ์ชั้นแนวหน้าของหมื่นเผ่าพันธุ์นั้นแข็งแกร่งดุดันมาก จุดอ่อนเดียวคือการขาดแคลนยอดฝีมือระดับเพดานสูงสุดเท่านั้น ยิ่งเผ่าวานรมีพลังรบดิบเถื่อนและเหี้ยมโหดสุดขีด ต่อให้เป็นตัวตนจากเผ่าเทพ มาร หรือเซียนมาเยือน ก็ยังต้องยอมไว้หน้าพวกมัน
ยอดฝีมือเผ่าวานรยกกระบองเหล็กดำทองพาดบ่า ทอดสายตามองเมืองเหิงเฉิงที่ตั้งตระหง่านอยู่ไม่ไกล
“ก็แค่เมืองซอมซ่อกระจอกๆ บุกตั้งสองครั้งสองครายังยึดไม่ได้ เป็นไอ้พวกสวะไม่ได้เรื่องจริงๆ!”
มันแค่นเสียงเย็นชา ร่างมโหฬารดีดตัวเหินทะยานขึ้นสู่นภา ก่อนจะตวัดกระบองเหล็กดำทองในมือ ง้างสุดวงแขนแล้วฟาดเปรี้ยงลงมายังเมืองเหิงเฉิงเบื้องล่างอย่างเกรี้ยวกราด!
“แหลกไปซะ!!”
ยอดฝีมือเผ่าวานรแผดเสียงคำรามก้องฟ้า กระบองเหล็กดำทองในมือขยายขนาดใหญ่ขึ้นในพริบตา จนท้ายที่สุดมันก็มีขนาดมหึมาเทียบเท่าครึ่งหนึ่งของตัวเมือง!
พลังงานขอบเขตสุริยันอันบ้าคลั่งควบแน่นรวมกันที่ปลายกระบอง ส่องสว่างเจิดจ้าราวกับดวงอาทิตย์ทั้งดวงที่กำลังจะร่วงหล่นลงมาบดขยี้เมืองเหิงเฉิงให้แหลกเป็นผุยผง!
บนกำแพงเมือง สีหน้าของหวังหลงและพรรคพวกแปรเปลี่ยนเป็นขาวซีด ความรู้สึกสิ้นหวังถาโถมเกาะกุมหัวใจทันที ไม่ใช่แค่พวกเขา แต่ชาวเมืองเหิงเฉิงทุกคนต่างจมดิ่งลงสู่ก้นบึ้งแห่งความสิ้นหวัง
ปรมาจารย์สุริยัน… นั่นไม่ใช่ระดับที่ปรมาจารย์จันทราจะอาจหาญรับมือได้เลยแม้แต่น้อย!
ทว่าในเสี้ยววินาทีแห่งความเป็นความตายนั้นเอง เสียงแค่นหัวเราะแผ่วเบากลับดังก้องกังวานสะท้านฟ้าดิน!
“หึหึ สหายจากเผ่าวานร... ที่นี่คืออาณาเขตเผ่ามนุษย์ ยังไม่ถึงคิวให้แกมากำเริบเสิบสานหรอกนะ!”
น้ำเสียงที่เรียบง่ายและไร้กังวล กลับพัดโลมเลียจิตใจของผู้คนทั่วทั้งเมืองเหิงเฉิงราวกับสายลมวสันต์ฤดู ในพริบตา ความหวาดผวาในจิตใจของทุกคนก็มลายหายไปจนสิ้น!
และสิ่งที่ปรากฏแก่สายตาทุกคู่ คือร่างของชายวัยกลางคนในชุดคลุมสีน้ำเงิน ที่ลอยตระหง่านอยู่กลางนภาตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่อาจทราบได้
เขายื่นปลายนิ้วชี้ออกไปเพียงนิ้วเดียว… ก่อนจะแตะต้านกระบองเหล็กดำทองอันมหึมานั่นไว้!
กึก!
กระบองเหล็กยักษ์หยุดชะงักนิ่งสนิทกลางอากาศราวกับเวลาถูกแช่แข็ง ไม่ขยับเขยื้อนลงมาแม้แต่มิลลิเมตรเดียว! แม้กระทั่งพลังสุริยันอันคลุ้มคลั่งที่อัดแน่นอยู่ ก็พลันแตกซ่านสลายหายไปในชั่วพริบตา!
ชายวัยกลางคนยกยิ้มมุมปากบางเบา เผชิญหน้ากับยอดฝีมือเผ่าวานรที่บัดนี้ใบหน้าดุร้ายเหี้ยมเกรียมกำลังเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง!
“หลี่หงเทียน แห่ง ภูมิภาคตอนใต้… ขอคารวะสหายเผ่าวานร!”