วิถียุทธเหนือโลก: ข้ามีระบบสังเคราะห์ไร้พ่าย - บทที่ 134 ปฏิกิริยาของเหล่าอัจฉริยะ!
- Home
- วิถียุทธเหนือโลก: ข้ามีระบบสังเคราะห์ไร้พ่าย
- บทที่ 134 ปฏิกิริยาของเหล่าอัจฉริยะ!
เวลานี้ แทบทุกซอกทุกมุมของเมืองเจิ้นหนานล้วนอัดแน่นไปด้วยกระแสวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับซูอวี่!
“ให้ตายสิ ซูอวี่คนนี้มันสัตว์ประหลาดชัดๆ!”
“รู้มั้ย? วันนี้ซูอวี่จากมณฑลเจียงหนานกู้หน้าให้คนภูมิภาคใต้ของเราเลยนะเว้ย!”
“ซูอวี่โคตรเทพ!”
เสียงเซ็งแซ่ดังกึกก้องไปทั่วทั้งเมืองเจิ้นหนาน ชั่วพริบตา ชื่อเสียงของซูอวี่ก็พุ่งทะยานขึ้นสู่จุดสูงสุดอย่างไม่อาจหยุดยั้ง!
ภายในห้องพักของมณฑลเจียงหนาน
เจียงซ่างแหงนหน้าหัวเราะร่วนอย่างอารมณ์ดี “ฮ่าๆๆๆ! มณฑลเจียงหนานของเรามีอัจฉริยะระดับนี้ถือกำเนิดขึ้นมา โคตรจะน่ายินดีเลยโว้ย!”
กลุ่มครูฝึกของค่ายอัจฉริยะที่อยู่รอบๆ ต่างพากันยิ้มกว้างและหัวเราะร่วน
อันดับหนึ่งเชียวนะ! มณฑลเจียงหนานไม่เคยคว้าอันดับหนึ่งในการสอบจำลองมาก่อนเลยในหน้าประวัติศาสตร์!
สถิติที่ดีที่สุดคือตอนที่ ‘โหวหอกศักดิ์สิทธิ์’ คว้าอันดับสอง แล้วได้สิทธิ์เข้าเรียนที่โรงเรียนทหารที่หนึ่ง จนสุดท้ายก้าวขึ้นสู่จุดสูงสุดบรรลุขอบเขตโหวได้สำเร็จ
ทว่าบัดนี้ ซูอวี่ได้ทุบทำลายสถิติของมณฑลเจียงหนานลงอย่างราบคาบ ด้วยการผงาดคว้าอันดับหนึ่งมาครอง!
วามยิ่งใหญ่ของการสอบจำลองปีนี้ ไม่ได้ด้อยไปกว่ายุคของโหวหอกศักดิ์สิทธิ์เลยแม้แต่น้อย! ปีนี้… ลำพังแค่ผู้ครอบครอง ‘กายาทองคำไร้มลทิน’ ก็ปาเข้าไปถึงสี่คนแล้ว! ในขณะที่ยุคของโหวหอกศักดิ์สิทธิ์ มีอัจฉริยะกายาทองคำไร้มลทินเพียงแค่คนเดียวเท่านั้น และคนคนนั้นก็คือผู้ที่กลายมาเป็น ‘ราชันแดนใต้ หนานหวัง’ ในปัจจุบัน!
จะเห็นได้ชัดเลยว่า การที่ซูอวี่ฝ่าดงสัตว์ประหลาดจนคว้าอันดับหนึ่งมาได้ในสถานการณ์สุดหฤโหดเช่นนี้ มันมีความหมายยิ่งใหญ่ขนาดไหน!
ตราบใดที่ซูอวี่ไม่ตายไปกลางคันเสียก่อน อนาคตย่อมก้าวขึ้นเป็นยอดฝีมือขอบเขตราชันได้อย่างแน่นอน!
ชั่วขณะนั้น เจียงซ่างก็อดไม่ได้ที่จะตื่นเต้น นั่นมันขอบเขตราชันเลยนะเว้ย! มณฑลเจียงหนานยังไม่เคยให้กำเนิดขอบเขตราชันมาก่อนเลย ในอดีต ‘หลินอวี่’ อาจจะพอมีโอกาสอยู่บ้าง แต่สุดท้ายเขากลับเลือกแลกชีวิต ยอมตายตกไปพร้อมกับยอดฝีมือขอบเขตโหวของเผ่ามาร นับเป็นเรื่องที่น่าเสียดายและสะเทือนใจยิ่งนัก
ทว่าตอนนี้ มณฑลเจียงหนานได้ให้กำเนิดซูอวี่ขึ้นมาแล้ว! ความหวังที่จะได้เห็นขอบเขตราชัน… อยู่แค่เอื้อมแล้ว!
เมื่อคะแนนของซูอวี่ถูกประกาศออกไป การทดสอบระยะที่สองก็เดินทางมาถึงช่วงโค้งสุดท้าย แม้หลังจากนั้นจะมีผู้เข้าสอบอีกสองสามคนทยอยเข้ารับการประเมิน แต่ก็ไม่มีใครสามารถงัดผลลัพธ์ที่โดดเด่นออกมาสะกดสายตาฝูงชนได้อีก
คนที่ทำคะแนนได้สูงสุดในกลุ่มหลัง ได้ไปแค่ราวๆ หนึ่งร้อยสี่สิบคะแนนเท่านั้น เมื่อนำไปเทียบกับคะแนนทะลุปรอทอย่างหนึ่งร้อยเก้าสิบสี่ของซูอวี่ มันช่างจืดชืดจนดูหมองไปถนัดตา ผู้ชมต่างพากันหมดความสนใจ ไม่มีใครจับจ้องหน้าจออีกต่อไป
ไม่นานนัก การทดสอบระยะที่สองก็ปิดฉากลงอย่างสมบูรณ์
ซูอวี่ผงาดครองอันดับหนึ่งอย่างสมศักดิ์ศรีไร้ข้อกังขา!
อู๋หลิงเอ๋อร์และทังเนี่ยนปิงรั้งตำแหน่งอันดับสองร่วมกัน
ส่วนหนานโส่วเหริน แม้จะครอบครองกายาทองคำไร้มลทินระดับสองเทียบเท่าซูอวี่ แต่ในหมวดพรสวรรค์กลับโดนทิ้งห่างไม่เห็นฝุ่น ด้วยคะแนนหนึ่งร้อยเจ็ดสิบกว่าคะแนน ทำให้เขาร่วงหล่นไปอยู่อันดับที่สาม
อันดับที่สี่คืออวิ๋นซิ่ว ผู้ครอบครองกายาทองคำขั้นสุดยอดระดับห้า พลังระดับนี้ต่อให้ต้องปะทะกับยอดฝีมือกายาทองคำระดับเจ็ดทั่วไป ก็ยังงัดข้อรับมือได้อย่างสูสี!
สิ่งนี้แสดงให้เห็นเลยว่าสี่อันดับแรกของการสอบปีนี้… บ้าคลั่งกันแค่ไหน!
เหล่าอัจฉริยะทยอยตัดการเชื่อมต่อจากมิติโลกเสมือนจริง กลับคืนสู่โลกความเป็นจริงทีละคน
อู๋หลิงเอ๋อร์ถอดหมวกจำลองมิติออก หล่อนปรายตามองตารางจัดอันดับ นัยน์ตากลมโตสุกใสพลันปรากฏรอยยิ้มหวานหยดย้อย
“สมกับเป็นคุณสามีจริงๆ สุดยอดไปเลย!” ภายในดวงตาฉ่ำน้ำคู่นั้น ทอประกายความหลงใหลคลั่งไคล้ออกมาอย่างปิดไม่มิด
อีกด้านหนึ่ง ทังเนี่ยนปิงก็ถอดหมวกออกเช่นกัน บนใบหน้าที่เย็นชาดุจน้ำแข็ง ไม่ปรากฏร่องรอยอารมณ์ใดๆ ให้เห็นแม้แต่น้อย
สำหรับเธอ เดิมทีเธอก็คืออัจฉริยะอันดับหนึ่งแห่งภูมิภาคเหนือ เป้าหมายของเธอจับจ้องทะลุไปถึงเวทีสอบระดับประเทศต่างหาก ส่วนการลงมาเยือนภูมิภาคใต้ครั้งนี้ เป็นเพียงคำสั่งของอาจารย์ เธอจึงถือโอกาสเข้าร่วมสอบจำลองเพื่อหยั่งเชิงดูว่าสถิติของตัวเองจะอยู่ในระดับไหนก็เท่านั้น
ตอนเห็นคะแนนของตัวเอง ทังเนี่ยนปิงก็ค่อนข้างพึงพอใจ ด้วยระดับพลังของเธอ คงไม่มีคนในภูมิภาคใต้หน้าไหนโผล่มาลูบคมเธอได้หรอกมั้ง?
ทว่าวินาทีที่เธอเงยหน้าขึ้นมองตารางจัดอันดับ สีหน้าอันเยือกเย็นของเธอก็พลันแข็งค้าง!
“ซูอวี่… หนึ่งร้อยเก้าสิบสี่คะแนน! จะเป็นไปได้ยังไง!”
หัวใจของทังเนี่ยนปิงหล่นวูบ! เธอครอบครองกายาทองคำไร้มลทินถึงระดับสี่! แค่คะแนนหมวดพลังบ่มเพาะเธอก็กวาดไปตั้งเก้าสิบแปดแต้มแล้ว! แต่ถึงอย่างนั้น คะแนนรวมของเธอก็ยังไปไม่ถึงหลักหนึ่งร้อยเก้าสิบอยู่ดี
แต่ซูอวี่… คนที่ระดับบ่มเพาะอ่อนด้อยกว่าเธอ กลับปั่นคะแนนพุ่งทะลุหนึ่งร้อยเก้าสิบไปได้อย่างหน้าตาเฉย!
นี่มันหมายความว่ายังไง?
หมายความว่า ‘พรสวรรค์’ ของอีกฝ่าย เหนือล้ำกว่าเธออย่างเทียบไม่ติด!
ชั่วขณะนั้น ลมหายใจของทังเนี่ยนปิงเริ่มหอบกระชั้น เธอจ้องเขม็งไปยังชื่อซูอวี่บนบอร์ดจัดอันดับ ริมฝีปากอวบอิ่มสีสดขยับเอื้อนเอ่ยแผ่วเบา
“ดีมาก... ในที่สุดก็มีตัวละครที่ทำให้ฉันรู้สึกสนใจโผล่มาสักที อาจารย์เคยบอกว่าวาสนาของฉันอยู่ในตัวนาย ตอนแรกฉันยังไม่อยากจะเชื่อ แต่ดูจากผลลัพธ์ตอนนี้แล้ว มันก็พอจะมีความน่าเชื่อถืออยู่บ้าง”
แววตาของเธอฉายแววเป็นคมกริบ “ทว่า ลำพังแค่คนที่มีกายาทองคำไร้มลทินระดับสองอย่างนาย… ในการทดสอบระยะที่สาม จะเอาอะไรมาต่อกรกับฉันได้!”
ทังเนี่ยนปิงปรายตามองชื่อซูอวี่อย่างล้ำลึกอีกครั้ง ก่อนจะตวัดเรียวขายาวขาวผ่อง ก้าวเดินออกจากสนามสอบด้วยท่วงท่าสง่างาม
ตัดมาอีกด้านหนึ่ง ชายหนุ่มในชุดสีฟ้าท่าทางสุภาพอ่อนโยนราวกับบัณฑิต ยืนนิ่งงันอยู่กับที่ สายตาจับจ้องไปยังตารางจัดอันดับเบื้องบน บนใบหน้าที่ดูเรียบง่าย ประกายแสงคมปลาบวาบผ่านภายใต้กรอบแว่นตา
“น่าสนใจจริงๆ จะลูกศิษย์ของเป่ยหวังกับเม่ยหวังก็แล้วไปเถอะ แต่ไอ้ซูอวี่คนนี้…” หนานโส่วเหรินแสยะยิ้มบางๆ “ตามข้อมูลที่ท่านพ่อบอกมา มันไม่น่าจะเคยได้รับการฝึกฝนจากราชันพิฆาตมังกรเลยด้วยซ้ำ เป็นแค่ศิษย์ที่ถูกยอมรับเพียงลมปากเท่านั้น แล้วมันจะเอาชนะฉันได้ยังไง?”
“แถมยังคว้าอันดับหนึ่งไปครองอีก... พรสวรรค์สีทองงั้นเหรอ!”
หนานโส่วเหรินใช้นิ้วชี้ดันแว่นตาเบาๆ แสงสะท้อนจากเลนส์ทอประกายแหลมคมดุจใบมีด “หวังว่าในการทดสอบระยะที่สาม ฉันคงจะได้เจอกับแกนะ… ฉันล่ะอยากจะเห็นเป็นบุญตาจริงๆ ว่าศิษย์ของราชันพิฆาตมังกร มันจะมีดีสักแค่ไหนกันเชียว!”
พูดจบ หนานโส่วเหรินก็กระตุกยิ้มมุมปาก หมุนตัวก้าวเดินออกจากลานสอบไป
ภายในห้องสอบของอวิ๋นซิ่ว
ใบหน้าของอวิ๋นซิ่วบัดนี้กลับบิดเบี้ยวอัปลักษณ์อย่างรุนแรง! อวิ๋นซิ่วกำหมัดแน่นจนข้อปูดโปน จิตสังหารอำมหิตพุ่งพล่านทะยานขึ้นอย่างบ้าคลั่ง!
“ซูอวี่….”
อวิ๋นซิ่วคำรามเสียงต่ำทะลุไรฟัน กลิ่นอายอันตรายระเบิดพวยพุ่งออกจากร่าง ลำแสงสีทองเข้มสาดประกายวาบพาดผ่านนัยน์ตา! “กล้าสังหารน้องชายของข้า… แกก็จงล้างคอรอรับความตายได้เลย!”
……
ซูอวี่ดึงสติออกจากมิติโลกเสมือนจริง เขามองชื่อตัวเองบนตำแหน่งสูงสุดของตารางจัดอันดับพร้อมรอยยิ้มบาง ก่อนจะก้าวเท้าออกจากสนามสอบเพื่อกลับไปยังห้องพัก
ทันทีที่ผลักประตูเข้าไป เสียงโห่ร้องต้อนรับก็ดังกึกก้องราวกับพายุ!
“เชี่ยเอ๊ย! ซูอวี่ สมเป็นนายจริงๆ ถึงกับผงาดคว้าอันดับหนึ่งมาครองได้! หนึ่งร้อยเก้าสิบสี่คะแนน… เป็นสถิติที่ชาตินี้ฉันไม่กล้าแม้แต่จะฝันถึงเลยด้วยซ้ำ!”
“ใช่มั้ยล่ะ! ฉันเพิ่งจะหืดขึ้นคอกวาดมาได้ร้อยสี่สิบคะแนนเอง กะอีแค่หมวดนี้หมวดเดียว นายก็ทิ้งห่างฉันไปตั้งห้าสิบแต้มแล้ว โคตรจะสัตว์ประหลาดเลยเว้ย!”
ตู้เนี่ยนกวนโผเข้ามาโห่ร้องด้วยความตื่นเต้น ท่าทางดี๊ด๊าของเขาราวกับว่าตัวเองเป็นคนคว้าอันดับหนึ่งมาได้ก็ไม่ปาน
ซูอวี่ยิ้มรับ น้อมรับเสียงแสดงความยินดีจากทุกคนอย่างถ่อมตัว
พูดกันตามตรง แม้ซูอวี่จะพอคาดเดาคะแนนของตัวเองไว้คร่าวๆ แล้ว แต่การที่สามารถคว้าอันดับหนึ่งมาครองได้จริงๆ มันก็ทำให้เขารู้สึกเลือดลมสูบฉีดเบิกบานใจอยู่ไม่น้อย
หลังจากทักทายเสร็จ ซูอวี่ก็เดินกลับไปทิ้งตัวลงนั่งที่เก้าอี้ของตัวเอง
เขาหลับตาลงอย่างสงบ ปรับลมหายใจพักผ่อนร่างกาย…
รอคอยให้การทดสอบนองเลือดในระยะที่สาม… เริ่มต้นขึ้น!