วิถียุทธเหนือโลก: ข้ามีระบบสังเคราะห์ไร้พ่าย - บทที่ 72 อันดับหนึ่ง! ความตกตะลึงของอัจฉริยะมณฑลซี!
- Home
- วิถียุทธเหนือโลก: ข้ามีระบบสังเคราะห์ไร้พ่าย
- บทที่ 72 อันดับหนึ่ง! ความตกตะลึงของอัจฉริยะมณฑลซี!
ภาพที่ปรากฏแก่สายตาคือชายหนุ่มในชุดสีขาวบริสุทธิ์ กำลังก้าวเท้าเดินพ้นด่านป่าหินออกมาอย่างเชื่องช้าทว่ามั่นคง
เขาก้าวเดินเข้ามาพร้อมรอยยิ้มประดับมุมปากที่ดูราวกับไม่มีวันจางหาย
เขาไม่ใช่ใครอื่นนอกจากซูอวี่!
กลิ่นอายพลังจางๆ แผ่ซ่านออกจากร่างของเขาอย่างต่อเนื่อง
วินาทีแรกที่เห็นซูอวี่ นัยน์ตาของตู้เนี่ยนกวนก็ทอประกายวาบ
“ซูอวี่ นายทะลวงเข้าสู่ขอบเขตหลอมโลหิตขั้นสมบูรณ์แล้วงั้นเหรอ!?”
ซูอวี่ยิ้มบางพลางตอบกลับ “พอดีได้รางวัลมานิดหน่อยน่ะ ก็เลยโชคดีทะลวงระดับได้สำเร็จ!”
สิ้นประโยคนั้น สีหน้าของกลุ่มอัจฉริยะมณฑลซีก็บิดเบี้ยวไปอย่างประหลาด
อันที่จริง พวกเขาก็ได้รับรางวัลเช่นกัน ทว่าโอสถควบแน่นโลหิตขั้นหนึ่งสำหรับพวกเขามีประโยชน์แค่เอาไปแลกเป็นคะแนนเท่านั้น ท้ายที่สุด ขอบเขตหลอมภายในเน้นการบ่มเพาะพลังวิญญาณ ค่าปราณโลหิตของพวกเขาบรรลุถึงจุดสูงสุดไปนานแล้ว พยายามยกระดับไปก็สูญเปล่า
รางวัลด่านแรกจึงแทบไร้ค่าสำหรับพวกเขา แต่สำหรับซูอวี่ที่อยู่ในขอบเขตหลอมโลหิต มันกลับกลายเป็นไอเทมล้ำค่าดั่งปลาได้น้ำ!
ทว่า ต่อให้มีโอสถชั้นยอดอยู่ในมือ การดูดซับให้เสร็จสิ้นภายในเวลาอันสั้นก็ไม่ใช่เรื่องง่าย
นับตั้งแต่ก้าวเข้าสู่ป่าหินจนกระทั่งเดินออกมา เวลาผ่านไปไม่ถึงสองชั่วโมงด้วยซ้ำ! แต่ซูอวี่กลับดูดซับโอสถปริมาณมหาศาล และทะลวงจากขั้นปลายสู่ขั้นสมบูรณ์ได้สำเร็จ! ความเร็วระดับนี้ ต่อให้เป็นพวกเขาเองก็ยังอดตกตะลึงไม่ได้
“เหอะ! ทะลวงระดับได้แล้วมันจะยังไงวะ? ขอบเขตหลอมโลหิตสวะๆ ท้ายที่สุดก็มีปัญญาเป็นได้แค่ตัวรั้งท้ายเท่านั้นแหละ!” ซ่งอวิ๋นแค่นเสียงเย้ยหยันด้วยความหมั่นไส้สุดขีด
นับตั้งแต่ประมือกันคราวก่อนแล้วพลาดท่าตกเป็นรอง มันก็เก็บความแค้นฝังใจมาตลอด ตอนนี้พอเห็นซูอวี่ได้หน้า มันจึงไม่ลังเลที่จะสาดคำถากถางเหยียบย่ำทันที
“มา! ขอพ่อดูเป็นบุญตาหน่อยซิ ว่าไอ้คนที่เขาอวยนักอวยหนาว่าเหนือกว่าท่านโหวหอกศักดิ์สิทธิ์น่ะ มันจะได้คะแนนสักแค่ไหนกันเชียว! ฮ่าฮ่าฮ่า!!”
ซ่งอวิ๋นระเบิดเสียงหัวเราะลั่น ทำเอาพรรคพวกรอบข้างระเบิดเสียงหัวเราะเยาะตามกันเป็นพรวน ออกมาได้แล้วมันจะยังไง? ขอบเขตหลอมโลหิตกระจอกๆ จะมีปัญญาทำผลงานอะไรได้!
ซ่งอวิ๋นหันขวับไปมองศิลาจารึก ทว่า… วินาทีที่สายตาปะทะเข้ากับผลคะแนนบรรทัดใหม่ รูม่านตาของมันก็หดเกร็งเบิกกว้างอย่างฉับพลัน!
ร่างของมันแข็งทื่อราวกับถูกสาป ตะลึงงันอ้าปากค้าง ยืนใบ้แดกพูดไม่ออกแม้แต่ครึ่งคำ!
เพื่อนร่วมทีมด้านข้างยังไม่รู้ชะตากรรม จึงเอ่ยกลั้วหัวเราะ “ซ่งอวิ๋น! อ่านออกเสียงดังๆ หน่อยสิวะ ให้พวกเราฟังสถิติของอัจฉริยะในรอบร้อยปีแห่งมณฑลเจียงหนานหน่อยเถอะ!”
ได้ยินดังนั้น สีหน้าของซ่งอวิ๋นก็ยิ่งบิดเบี้ยวปั้นยาก ขมขื่นกลืนไม่เข้าคายไม่ออก
“ซ่งอวิ๋น แกเป็นเหี้ยอะไรไปวะ?”
สหายร่วมทีมสังเกตเห็นความผิดปกติจึงชะโงกหน้าเข้าไปดู ทว่าทันทีที่เห็นผลคะแนนเต็มสองตา… ร่างของมันก็แข็งทื่อกลายสภาพเป็นหิน ยืนช็อกตาตั้งอ้าปากค้างไปอีกคน!
หยางฉีขมวดคิ้วมุ่น ก่อนจะเบือนหน้ามองตาม และวินาทีนั้นเอง สีหน้าของเขาก็แปรเปลี่ยนไปอย่างรุนแรง!
บนศิลาจารึกเรืองแสง สลักบรรทัดตัวอักษรเอาไว้อย่างชัดเจนว่า…
[**อันดับที่ 1: ซูอวี่ | บททดสอบด่านที่ 1: ระดับเหนือชั้น! | ผลงาน: 40 ตัว!**]
หยางฉีเบิกตากว้าง จ้องมองตัวอักษรเหล่านั้นด้วยสายตาที่แทบไม่อยากจะเชื่อ!
ต้องเข้าใจก่อนว่า ตอนที่เขาบดขยี้ฝูงมนุษย์หินสามสิบตัว จ่าฝูงของพวกมันก็มีพลังเทียบเท่าเมล็ดพันธุ์พลังวิญญาณเจ็ดเมล็ดเข้าไปแล้ว… แล้วฝูงมนุษย์หินสี่สิบตัวล่ะ!?
จ่าฝูงของพวกมัน อย่างน้อยที่สุดพลังต้องอยู่เหนือระดับเจ็ดเมล็ดพันธุ์พลังวิญญาณขึ้นไปอย่างแน่นอน!
สัตว์ประหลาดระดับนั้น อย่าว่าแต่ขอบเขตหลอมโลหิตเลย ต่อให้เป็นเขาที่ได้ชื่อว่าอันดับหนึ่งแห่งมณฑลซี ก็ยังไม่ใช่คู่มือของมันด้วยซ้ำ! แต่ทว่า… ซูอวี่กลับบดขยี้พวกมันได้สำเร็จ!
“จะเป็นไปได้ยังไงวะ!?”
ชั่วขณะนั้น ต่อให้เป็นคนที่เยือกเย็นดั่งน้ำแข็งอย่างหยางฉี ก็ยังเผลอหลุดอุทานเสียงหลง สี่สิบตัวเลยนะโว้ย!
ขนาดเขาที่เป็นถึงอัจฉริยะอันดับหนึ่ง ยังไม่มีปัญญาทำได้ แต่สถิตินี้กลับถูกทำลายโดยเด็กขอบเขตหลอมโลหิตขั้นสมบูรณ์คนนึงเนี่ยนะ!
ซูอวี่ยืนเอามือไพล่หลังพร้อมรอยยิ้มประดับมุมปาก ข้างกายเขา ตู้เนี่ยนกวนเบิกตาโพลงด้วยความตื่นตะลึง จ้องมองชายหนุ่มราวกับเห็นผี
ตู้เนี่ยนกวนลอบกลืนน้ำลายอึกใหญ่ เอ่ยถามเสียงสั่นเครือ “ซูอวี่… นี่นายไม่ได้ซ่อนพลังที่แท้จริงเอาไว้ใช่ไหม!”
ซูอวี่ยิ้มรับบางๆ โดยไม่ตอบอะไร พูดตามตรง มนุษย์หินพวกนั้นแม้ระดับพลังจะสูงลิ่ว แต่ทักษะการต่อสู้กลับทื่อมะลื่อไม่มีชั้นเชิง
ในขณะที่เขามีไอเทมระดับบั๊กอย่าง ‘เกราะไหมทองคำ’ คุ้มกะลาหัว! ต่อให้เป็นการโจมตีสุดกำลังของยอดฝีมือหลอมภายในขั้นสูงสุด เขาก็ยืนรับดาเมจได้สบายๆ ชิลๆ!
แม้ช่วงท้ายมหกรรมการสังหารจะทุลักทุเลไปบ้าง แต่ด้วยไอเทมโกงความตายชิ้นนี้ การไล่บดขยี้มนุษย์หินสี่สิบตัวย่อมไม่ใช่เรื่องเป็นไปไม่ได้
ยิ่งไปกว่านั้น รางวัลที่ดรอปก็ยิ่งอู้ฟู่มหาศาล ถึงขั้นมีโอสถควบแน่นโลหิตขั้นสี่ร่วงหล่นลงมา!
ซูอวี่ไม่รอช้า โยนไอเทมทั้งหมดลง ‘ช่องสังเคราะห์’ ของระบบ และท้ายที่สุด… เขาก็คราฟต์โอสถควบแน่นโลหิตขั้นห้าออกมาได้สำเร็จ!
โอสถควบแน่นโลหิตขั้นห้า! แม้จะยังมีคำว่า ‘ควบแน่นโลหิต’ แต่มันถูกจัดอยู่ในหมวดหมู่ไอเทมสำหรับนักสู้ขอบเขตหลอมภายในโดยเฉพาะ! นั่นเพราะสรรพคุณของมัน… สามารถกระตุ้นเมล็ดพันธุ์พลังวิญญาณได้!
อย่างไรก็ตาม ซูอวี่ยังไม่คิดจะกลืนมันลงไปตอนนี้ การดูดซับโอสถขั้นห้าต้องใช้เวลาพอสมควร เขาจำเป็นต้องหาสถานที่เงียบสงบกว่านี้เพื่อย่อยสลายพลัง
ผ่านไปพักใหญ่ กลุ่มอัจฉริยะมณฑลซีเพิ่งจะได้สติหลุดจากภวังค์ ซ่งอวิ๋นเป็นคนแรกที่แหกปากโวยวายลั่น
“เป็นไปไม่ได้! ต้องเป็นเรื่องแหกตาแน่ๆ! ไอ้ซูอวี่มึงโกง! มึงต้องโกงแน่ๆ!”
ซ่งอวิ๋นแผดเสียงคลุ้มคลั่งรับความจริงไม่ได้ ทว่าคราวนี้กลับไม่มีใครเอ่ยปากผสมโรงด้วยเลยสักคน โกงในสถานที่แบบนี้น่ะเหรอ? พูดตามตรง... มันเป็นไปไม่ได้
นี่คือบททดสอบที่ตั้งค่าโดยยอดฝีมือระดับปรมาจารย์! หากคิดจะแฮ็กระบบ เว้นเสียแต่ว่าคนคนนั้นจะมีพลังน่าสะพรึงกลัวเหนือกว่าปรมาจารย์ผู้สร้าง! ซูอวี่ที่มีพลังแค่ขอบเขตหลอมโลหิต ย่อมไม่มีปัญญาทำเรื่องพรรค์นั้นแน่
และนั่นก็หมายความว่า… พลังรบที่แท้จริงของซูอวี่… บรรลุถึงขอบเขตหลอมภายในขั้นปลายไปแล้ว!
วินาทีนั้น ต่อให้เป็นหยางฉีก็ยังต้องตื่นตัวระแวดระวังซูอวี่อย่างเสียไม่ได้! คนที่มีระดับแค่ขอบเขตหลอมโลหิต แต่กลับระเบิดพลังรบเทียบเท่าขอบเขตหลอมภายในขั้นปลายได้… สัตว์ประหลาดแบบนี้มันจะไม่น่าสะพรึงกลัวเกินไปหน่อยหรือไง!
หยางฉีจ้องมองซูอวี่ด้วยแววตาลึกล้ำ ก่อนจะแค่นเสียงสั่ง “ไป!”
พูดจบ เขาก็สะบัดหน้าพาเหล่าอัจฉริยะจากมณฑลซีเดินพ้นป่าหิน มุ่งหน้าสู่บททดสอบด่านที่สองทันที
คล้อยหลังกลุ่มมณฑลซีจากไปจนลับตา ตู้เนี่ยนกวนก็รีบพุ่งเข้ามาคว้าแขนซูอวี่ด้วยความตื่นเต้นเต้นระทึก
“ซูอวี่! นึกไม่ถึงเลยว่านายจะซ่อนเขี้ยวเล็บไว้ลึกขนาดนี้! นี่นายกดระดับพลังที่แท้จริงเอาไว้ใช่ไหม!? ไม่งั้นนายจะบดขยี้มนุษย์หินสี่สิบตัวได้ยังไงวะ!”
ซูอวี่ส่ายหน้าปฏิเสธ “ฉันมีระดับแค่ขอบเขตหลอมโลหิตจริงๆ”
คราวนี้กลายเป็นตู้เนี่ยนกวนที่ยืนงงเป็นไก่ตาแตก เขาปักใจเชื่อไปแล้วว่าอีกฝ่ายซ่อนพลัง แต่เมื่อเจ้าตัวยืนยันเสียงแข็งขนาดนี้ มันก็ยากที่จะทำใจเชื่อลง
“นายไม่ได้อำฉันเล่นใช่ไหมเนี่ย? ขอบเขตหลอมโลหิตจะมีพลังรบก้าวกระโดดไปถึงหลอมภายในขั้นปลายได้ยังไง! ต่อให้เป็นพวกสัตว์ประหลาดจากนครหลวงจิงตู ก็ยังทำไม่ได้เลยนะ!”
เผชิญหน้ากับคำถามรัวเป็นปืนกล ซูอวี่ไม่ได้อธิบายอะไรให้มากความ เพียงแค่หัวเราะเบาๆ “เอาเถอะน่า ไปกันได้แล้ว รีบไปด่านที่สองกันเถอะ!”
พูดจบ เขาก็ตบไหล่ตู้เนี่ยนกวนเบาๆ ก่อนจะก้าวเท้าเดินลึกเข้าไปด่านถัดไปอย่างไม่ยี่หระ
มีเพียงซูอวี่เท่านั้นที่รู้ดีแก่ใจ… ที่เขาเคลียร์ด่านมาได้โหดเหี้ยมขนาดนี้ มันก็แค่การป้องกันของไอเทมโกงอย่าง ‘เกราะไหมทองคำ’ ล้วนๆ!
หากต้องงัดกันด้วยพลังเพียวๆ ทันทีที่เจอหน้ายอดฝีมือขอบเขตหลอมภายในขั้นปลายตัวเป็นๆ เขาคงต้องหนีตายไปไกลถึงสามโยชน์!
เว้นเสียแต่ว่า… เขาจะทะลวงเข้าสู่ขอบเขตหลอมภายในได้เสียก่อน!
และเมื่อวินาทีนั้นมาถึง การประทับตรา ‘เกราะไหมทองคำ’ ลงบนร่าง… นั่นแหละถึงจะเรียกว่าจุดสูงสุดแห่งคำว่า ‘ไร้เทียมทานภายใต้ขอบเขตกายาทองคำ’ อย่างแท้จริง!
ตู้เนี่ยนกวนมองแผ่นหลังซูอวี่ที่เดินนำลิ่วไปพลางเกาหัวแกรกๆ สมองยังคงประมวลผลตามไม่ทัน
“ช่างเถอะ! บางที… นี่แหละมั้งคือเหตุผลที่ทำให้เขาก้าวข้ามจุดสูงสุดของท่านโหวหอกศักดิ์สิทธิ์ได้!”
ตู้เนี่ยนกวนหัวเราะเบาๆ ก่อนจะรีบสับเท้ากวดตามหลังชายหนุ่มผู้สร้างปาฏิหาริย์คนนั้นไปติดๆ สู่บททดสอบที่อันตรายยิ่งกว่าเดิม!