วิถียุทธเหนือโลก: ข้ามีระบบสังเคราะห์ไร้พ่าย - บทที่ 76 มนุษย์โครงกระดูก สระน้ำไอวิญญาณ!
- Home
- วิถียุทธเหนือโลก: ข้ามีระบบสังเคราะห์ไร้พ่าย
- บทที่ 76 มนุษย์โครงกระดูก สระน้ำไอวิญญาณ!
ภายในพระราชวังอันมืดมิด ไร้ซึ่งแสงสว่างใดเล็ดลอดเข้ามา มีเพียงความมืดมิดอันเป็นนิรันดร์ ราวกับแสงสว่างทั้งมวลถูกสถานที่แห่งนี้กลืนกินไปจนสิ้น ทว่าพริบตานั้นเอง ประกายแสงพลันสาดส่องสว่างวาบขึ้นกลางตำหนัก
แสงเทียนสว่างไสวลุกพรึบขึ้นทั่วทุกมุม เผยให้เห็นสภาพภายในอย่างชัดเจน ความวิจิตรตระการตาปรากฏแก่สายตา ราวกับพระราชวังของจักรพรรดิโบราณที่งดงามจับตาและเรืองรองสุกใส
เสาหินขนาดยักษ์สิบสองต้นค้ำยันโครงสร้างทั้งหมด ตั้งตระหง่านน่าเกรงขามอยู่ใจกลางโถงใหญ่ ณ จุดสูงสุดของพระราชวัง บัลลังก์หินโบราณตั้งตระหง่านปรากฏร่างของมนุษย์โครงกระดูกนั่งนิ่งไม่ไหวติง
ทันทีที่ทั่วทั้งพระราชวังอาบย้อมด้วยแสงสว่าง เปลวเพลิงสีน้ำเงินพลันลุกโชนขึ้นในเบ้าตากลวงโบ๋ของมนุษย์โครงกระดูก!
มันคล้ายดั่งดวงตาสีน้ำเงินคู่หนึ่ง เปลวเพลิงนั้นราวกับมีชีวิต วูบไหวไม่หยุดหย่อน
เปลวเพลิงในแววตาโครงกระดูกยิ่งมายิ่งลุกโชนบ้าคลั่ง กระทั่งคลื่นพลังอันแข็งแกร่งดุดันปะทุทะลักออกจากร่างกระดูกขาวโพลน
วินาทีนั้นเอง มนุษย์โครงกระดูกพลันขยับตัว!
คลื่นพลังน่าสะพรึงกลัวระเบิดตู้มในพริบตา! ทั่วพระราชวังบังเกิดพายุไอวิญญาณโหมกระหน่ำ กลิ่นอายดุร้ายสุดแสนทะลักทะลวงออกจากร่าง มันค่อยๆ หันขวับไปมองทางประตูพระราชวัง
สายตาคู่นั้นราวกับทะลวงผ่านมิติเวลา เปลวเพลิงในเบ้าตาลึกล้ำเกินหยั่งคาด
“พรสวรรค์…สีแดง!”
“ไม่ใช่!”
น้ำเสียงของมันดังก้องกังวาน จู่ๆ มันก็ยกมือทึ้งหัวกะโหลก ร่างสั่นสะท้านอย่างรุนแรงราวกับคลุ้มคลั่ง ผ่านไปครู่หนึ่ง ร่างกายนั้นจึงค่อยๆ ผ่อนคลายลง ประกายแสงเจิดจ้าปะทุวาบออกจากแววตา
“สีทอง!”
“มันคือพรสวรรค์สีทองในตำนาน!”
“ฮ่าๆๆๆๆ!!!”
มนุษย์โครงกระดูกระเบิดเสียงหัวเราะลั่น เสียงหัวเราะเต็มไปด้วยความโอหังกำเริบเสิบสาน
“คิดไม่ถึงเลยว่า ข้า ‘หลินอวี่’ จะยังสามารถหาผู้สืบทอดพรสวรรค์สีทองได้! ไอ้พวกสวะหมื่นเผ่าพันธุ์ เผ่าพันธุ์มนุษย์ของข้าจะไม่มีวันดับสูญ!”
เสียงหัวเราะก้องกังวานเขย่าพระราชวังจนสั่นสะเทือน ผ่านไปครู่ใหญ่ มันจึงค่อยๆ สงบสติอารมณ์ ทิ้งตัวลงนั่งบนบัลลังก์หินตามเดิม สายตาจ้องเขม็งไปทางประตูตำหนัก
“หลายสิบปีแล้ว… ในที่สุดข้าก็รอจนถึงวันนี้!”
สิ้นวาจาที่มันเปล่งออกมา ทั่วทั้งพระราชวังพลันกลับคืนสู่ความเงียบสงบ แสงเทียนที่จุดสว่างไสวเมื่อครู่ค่อยๆ ดับมอดลงทีละดวง ความมืดมิดและเงียบสงัดกลับคืนสู่สถานที่แห่งนี้อีกครั้ง ราวกับไม่เคยมีสิ่งใดเกิดขึ้นมาก่อน
……
ในเวลาเดียวกัน ณ ปากถ้ำอันมืดมิด
ซูอวี่และตู้เนี่ยนกวนเดินลัดเลาะลึกเข้าไปด้านใน ยิ่งเวลาผ่านไป ทัศนวิสัยเบื้องหน้าก็ยิ่งกว้างขวางขึ้นเรื่อยๆ
ตู้เนี่ยนกวนเดินไปพลางพูดจ้อด้วยความตื่นเต้น “ซูอวี่ นายมีพรสวรรค์สีแดงจริงๆ ด้วย! มิน่าล่ะพวกเราถึงไม่เคยรู้ผลทดสอบของนายเลย ที่แท้หัวหน้าครูฝึกก็ช่วยปกปิดเอาไว้นี่เอง ก็แน่ล่ะ ขืนฉันตรวจเจอพรสวรรค์สีแดงบ้าง ก็คงต้องปิดเงียบแบบนี้เหมือนกัน”
“ไม่อยากจะคิดเลยว่าถ้าพวกหวังหลินรู้เรื่องพรสวรรค์ของนายแล้วจะทำหน้ายังไง นั่นมันพรสวรรค์สีแดงเชียวนะ! ขอแค่อนาคตไม่เกิดเรื่องพลิกล็อก ซูอวี่ นายจะต้องก้าวไปถึงขอบเขตโหว ไม่ก็ขอบเขตราชัน ได้อย่างแน่นอน!”
ซูอวี่ทำเพียงยิ้มบางรับคำพูดนั้น
พรสวรรค์สีแดงงั้นเหรอ... เสียใจด้วยนะเพื่อน ถ้านายรู้ว่าที่ฉันซ่อนไว้คือพรสวรรค์ ‘สีทอง’ ล่ะก็ ถึงตอนนั้นไม่รู้ว่านายจะตกใจจนลูกตาหลุดออกจากเบ้าหรือเปล่า
ทว่าชายหนุ่มไม่ได้พูดอะไรออกไป เรื่องบางเรื่องก็รู้แค่ตัวเองก็พอ ไม่มีความจำเป็นต้องป่าวประกาศให้ใครรู้
ไม่อย่างนั้น… ฉันจะเอาอะไรไปโชว์เทพกันล่ะ!
ไม่นานนัก เบื้องหน้าของทั้งสองก็ปรากฏสระน้ำขนาดมหึมา ภายในสระเต็มไปด้วยผิวน้ำใสที่กระเพื่อมไหวเป็นระลอกคลื่นเบาๆ ทว่าวินาทีที่สายตามองไปที่ผิวน้ำ ม่านตาของพวกเขากลับหดเกร็งอย่างรุนแรง!
“นี่มัน… น้ำไอวิญญาณ!” ตู้เนี่ยนกวนตะโกนลั่นด้วยความตกตะลึง
ซูอวี่เลิกคิ้วถามทันที “น้ำไอวิญญาณ? มันคืออะไร?”
แม้ซูอวี่จะไม่รู้ที่มาที่ไปของสระน้ำเบื้องหน้า แต่เขาสัมผัสได้ถึงคลื่นพลังวิญญาณอัดแน่นที่แผ่ซ่านออกมา สถานที่ที่กักเก็บพลังวิญญาณมหาศาลขนาดนี้ได้ ย่อมต้องมีของวิเศษล้ำค่าซ่อนอยู่แน่นอน
ตู้เนี่ยนกวนลอบกลืนน้ำลายอึกใหญ่ แววตาฉายความโลภเร่าร้อนอย่างปิดไม่มิด
“นายก็น่าจะรู้นะ ว่าการจะทะลวงขอบเขตหลอมภายใน จำเป็นต้องกระตุ้นเมล็ดพันธุ์พลังวิญญาณในร่างกายให้ตื่นขึ้น เลยต้องการพลังวิญญาณมหาศาล แต่พลังวิญญาณฟ้าดินตามธรรมชาตินั้นมีจำกัด ดังนั้นสถานที่ที่พลังวิญญาณอัดแน่น จึงสามารถหล่อเลี้ยงของวิเศษล้ำค่าขึ้นมาได้”
“อย่างสระน้ำที่เราเห็นอยู่นี้ มันก่อตัวขึ้นจากพลังวิญญาณบริสุทธิ์ล้วนๆ! สร้างผลงานยิ่งใหญ่ขนาดนี้ เกรงว่าคงมีแค่ผู้อาวุโสระดับขอบเขตปรมาจารย์ท่านนั้นถึงจะทำได้!”
ตู้เนี่ยนกวนอดไม่ได้ที่จะทอดถอนใจด้วยความทึ่งจัด
นัยน์ตาซูอวี่ทอประกายวาบ จ้องผิวน้ำเบื้องหน้าเขม็ง “นั่นหมายความว่า… ถ้าพวกเราลงไปแช่ ระดับการบ่มเพาะของเราก็จะ…”
“แม่นแล้ว!” ตู้เนี่ยนกวนสวนกลับอย่างหนักแน่น “หรือว่าด่านที่สามคือให้ลงไปแช่เฉยๆ? แบบนี้มันจะหมูไปหน่อยมั้ง!”
สีหน้าของเขาเต็มไปด้วยความกังขา
ทว่าพริบตานั้นเอง น้ำเสียงแหบพร่าโบราณพลันดังขึ้นในหัวของพวกเขาทั้งสองราวกับเสียงประกาศประกาศิต!
[**ด่านที่สาม: ความมุ่งมั่น! จงยืนหยัดในสระน้ำไอวิญญาณให้ครบหนึ่งก้านธูป หากทำได้ถือว่าผ่านด่าน!**]
ซูอวี่และตู้เนี่ยนกวนหันขวับมาสบตากันทันที คิดไม่ถึงเลยว่าเจ้านี่จะเดาทางถูก แววตาของตู้เนี่ยนกวนระเบิดความตื่นเต้นถึงขีดสุด
“ซูอวี่ คราวนี้พวกเราแจ็คพอตแตกแล้วโว้ย! ถ้าทนอยู่ในนี้ได้หนึ่งก้านธูป ฉันรับรองเลยว่าจะต้องกระตุ้นเมล็ดพันธุ์พลังวิญญาณเม็ดที่ห้าออกมาได้แน่!”
เดิมทีตู้เนี่ยนกวนกระตุ้นเมล็ดพันธุ์พลังวิญญาณได้ถึงสี่เม็ดแล้ว หากได้แช่ตัวดูดซับพลังในสระต่ออีกหนึ่งก้านธูป โอกาสทะลวงเม็ดที่ห้าย่อมสูงมาก!
แววตาของซูอวี่เองก็ฉายประกายเร่าร้อนไม่แพ้กัน
ก่อนหน้านี้ฉันยังลังเลอยู่เลยว่าจะกลืนโอสถระดับห้ากับระดับหกตอนไหนดี เพื่อดันตัวเองทะลวงเข้าสู่ขอบเขตหลอมภายใน… แล้วตอนนี้โอกาสทองก็มาประเคนให้ถึงที่แล้วไม่ใช่หรือไง!
แต่ทว่า…
ซูอวี่หรี่ตาแคบ จ้องลึกเข้าไปในสระน้ำอีกครั้ง “ฉันแค่สังหรณ์ใจว่า สระนี้มันคงไม่ได้ลงไปแช่สบายๆ อย่างที่คิดน่ะสิ”
ตู้เนี่ยนกวนส่ายหน้าพรืด ความตื่นเต้นบดบังความกลัวไปจนหมดสิ้น “จะสบายหรือไม่ก็ช่างหัวมันเถอะ! ขอแค่ได้แช่สักแป๊บ ก็คุ้มกว่าฉันต้องไปนั่งขัดสมาธิหลังขดหลังแข็งบ่มเพาะเองตั้งหลายวันแล้ว!”
สิ้นประโยค ตู้เนี่ยนกวนก็ดีดตัวพุ่งพรวด กระโจนตูมลงไปในสระน้ำทันที!
ตู้ม!
น้ำใสสาดกระเซ็น ทว่าวินาทีต่อมา เสียงแผดร้องโหยหวนปานจะขาดใจของตู้เนี่ยนกวนกลับดังก้องกังวานสะท้านถ้ำ
“อ๊ากกก!!!”
เสียงร้องนั้นแหลมปรี๊ดไม่ต่างกับหมูที่กำลังถูกเชือดเลยซักนิด!
ซูอวี่ยกยิ้มมุมปาก เขารู้อยู่แล้วว่าไอ้สระนี่มันไม่ได้แช่สบายเหมือนบ่อน้ำร้อนแน่ สถานที่ล้ำค่าระดับนี้ มีหรือจะปล่อยให้ผ่านด่านง่ายๆ แค่ลงไปแช่น้ำเล่น ยิ่งดูจากชื่อบททดสอบก็เดาได้ไม่ยากเลย…
‘ความมุ่งมั่น!’
ชายหนุ่มส่ายหน้าอย่างระอา ก่อนจะก้าวเดินไปหยุดที่ริมสระ แล้วทิ้งตัวดำดิ่งลงไปสัมผัสความหฤหรรษ์เบื้องล่างทันที!