วิถียุทธเหนือโลก: ข้ามีระบบสังเคราะห์ไร้พ่าย - บทที่ 85 สังหารหวังหลิน การสืบทอดมรดกเริ่มต้นขึ้น!
- Home
- วิถียุทธเหนือโลก: ข้ามีระบบสังเคราะห์ไร้พ่าย
- บทที่ 85 สังหารหวังหลิน การสืบทอดมรดกเริ่มต้นขึ้น!
ร่างของอวิ๋นฉี่ปลิวละลิ่วราวกับว่าวป่านขาด กระเด็นถอยกรูดไปในชั่วพริบตา ก่อนจะร่วงกระแทกลงบนพื้นปฐพีอย่างจังจนฝุ่นควันตลบอบอวลไปทั่วบริเวณ!
ชั่วขณะนั้น ทั่วทั้งสมรภูมิพลันตกอยู่ในความเงียบกริบดุจป่าช้า
ทางฝั่งมณฑลฉู่ เหล่าอัจฉริยะหลายคนต่างเบิกตากว้าง จ้องมองร่างของอวิ๋นฉี่ที่กระเด็นออกไปด้วยความตกตะลึงแทบไม่เชื่อสายตา
“เป็นไปไม่ได้! พี่อวิ๋นฉี่พ่ายแพ้ได้ยังไงกัน!” อัจฉริยะคนหนึ่งจากตระกูลอวิ๋นอุทานเสียงหลง
ในความทรงจำของพวกมัน อวิ๋นฉี่คือสุดยอดอัจฉริยะแห่งมณฑลฉู่ นอกเหนือจากพี่ชายคนโตผู้เป็นดั่งสัตว์ประหลาดแล้ว ไม่เคยมีใครหน้าไหนสามารถเอาชนะเขาได้เลยสักคน!
ทว่าวันนี้ สวะจากมณฑลเล็กๆ อย่างเจียงหนาน กลับสามารถสยบอวิ๋นฉี่ลงได้ ซ้ำยังเป็นการพ่ายแพ้ที่หมดรูปถึงขีดสุด… ถูกบดขยี้ในพริบตาด้วยกระบวนท่าเดียว!
บนพื้นดิน อวิ๋นฉี่กระอักเลือดสดๆ ออกมาคำโต กลิ่นอายพลังวิญญาณอ่อนโทรมลงจนถึงขีดสุด
เคล็ดวิชาเบิกฟ้าเมื่อครู่ สับทะลวงม่านพลังวิญญาณของมันจนแตกกระจุยโดยตรง อานุภาพของมันบดขยี้อวัยวะภายในจนบอบช้ำสาหัสในเสี้ยววินาที
มันตะเกียกตะกายพยายามหยัดกายลุกขึ้นอย่างทุลักทุเล แววตาที่จ้องมองซูอวี่ซึ่งยังคงยืนนิ่งตระหง่านอยู่ที่เดิม ปรากฏร่องรอยความหวาดผวาอย่างปิดไม่มิด
ทางด้านสยงจ้านและหยางฉี ทั้งสองต่างจ้องมองซูอวี่ด้วยสีหน้าตึงเครียดดำมืด
ต้องเข้าใจก่อนนะว่า อวิ๋นฉี่คือยอดฝีมือที่กระตุ้นเมล็ดพันธุ์พลังวิญญาณได้ถึงเก้าเม็ด เป็นตัวตนที่ก้าวขาข้างหนึ่งเข้าสู่ขั้นหลอมภายในระดับสมบูรณ์แบบไปแล้ว!
ผนวกกับพรสวรรค์ระดับอัจฉริยะแนวหน้า ต่อให้ต้องปะทะกับยอดฝีมือที่เพิ่งเหยียบเข้าสู่ขั้นกายาทองคำ มันก็ยังมีพลังมากพอที่จะงัดด้วยได้สบายๆ
แต่ทว่า… เมื่อต้องมาเผชิญหน้ากับซูอวี่ มันกลับถูกสยบราบคาบพ่ายแพ้ในกระบวนท่าเดียว!
ความแข็งแกร่งอันน่าสะพรึงกลัวนี้ ทำเอาพวกเขาทั้งสองถึงกับขวัญผวา ท้ายที่สุดแล้ว พลังรบที่ซูอวี่แสดงออกมานั้น มันหลุดโลกและน่าขนลุกเกินไปจริงๆ!
อีกด้านหนึ่ง หวังหลินที่กำลังพัวพันต่อสู้กับตู้เนี่ยนกวนและโอวหยางหนิงเสวี่ย ก็อดไม่ได้ที่จะหันขวับมามองเช่นกัน
โดยเฉพาะตอนที่เห็นลเข้ากับสภาพเละเทะของอวิ๋นฉี่ ความหวาดหวั่นพรั่นพรึงก็ลามเลียขึ้นมาบนใบหน้า ไม่ได้น้อยไปกว่าอวิ๋นฉี่เลยแม้แต่นิดเดียว
อย่าลืมว่าตอนนี้มันได้ฉีกหน้าแตกหักกับซูอวี่อย่างสมบูรณ์แบบแล้ว ในเมื่ออวิ๋นฉี่โดนเชือดคอไปแล้ว ศพรายต่อไป… จะเป็นใครไปได้อีกนอกจากมัน!
ซูอวี่ก้าวเดินเข้าหาอวิ๋นฉี่อย่างเชื่องช้า สีหน้าของอวิ๋นฉี่บิดเบี้ยวไปด้วยความหวาดผวาถึงขีดสุด มันตะเกียกตะกายถอยร่นไปด้านหลังอย่างทุลักทุเล ปากก็พ่นคำขู่ไม่หยุด
“ไอ้ซูอวี่! แกฆ่าฉันไม่ได้นะเว้ย! ฉันคืออัจฉริยะของตระกูลอวิ๋น! ถ้าแกกล้าแตะต้องฉันล่ะก็ ตระกูลอวิ๋นไม่มีทางปล่อยแกไว้แน่ แกจะต้องโดนตามล่าจนตายโหง!”
“ซูอวี่! แกห้ามฆ่าฉันเด็ดขาด!!”
อวิ๋นฉี่แผดเสียงแหกปากลั่น มันสัมผัสได้อย่างชัดเจนถึงจิตสังหารอำมหิตที่แผ่ซ่านออกมาจากร่างของซูอวี่!
มันไม่สงสัยเลยสักนิด ว่าซูอวี่มีความกล้าบ้าบิ่นและพลังมากพอที่จะเด็ดหัวมันทิ้งตรงนี้!
ทว่า ซูอวี่กลับทำหูทวนลมราวกับไม่ได้ยินเสียงหมาเห่าหอน เขายังคงก้าวเท้าเข้าหาอวิ๋นฉี่อย่างเนิบนาบ... ทีละก้าว… ทีละก้าว…
“ไอ้ซูอวี่ แกกล้าเรอะ! ตระกูลอวิ๋นของฉันมียอดฝีมือระดับปรมาจารย์คอยหนุนหลังอยู่นะโว้ย! ถ้าแกกล้าฆ่าฉัน ปรมาจารย์ของตระกูลจะต้องตามล่าแกไปจนสุดหล้าฟ้าเขียว ต่อให้เป็นปรมาจารย์ของมณฑลเจียงหนานหน้าไหน ก็คุ้มกะลาหัวแกไม่ได้หรอก!”
“มณฑลฉู่ของฉันยังมียอดฝีมือระดับโหวคอยคุ้มกะลาหัวอยู่ด้วย! ถึงเวลานั้นถ้าระดับโหวออกโรงล่ะก็ ต่อให้เป็นโหวทวนศักดิ์สิทธิ์โผล่หัวมาเอง ก็ใช่ว่าจะปกป้องสวะอย่างแกได้นะเว้ย!”
ใบหน้าของอวิ๋นฉี่บิดเบี้ยวไปด้วยความบ้าคลั่ง มันสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายมฤตยูที่คืบคลานเข้ามาใกล้ จึงเอาแต่เห่าหอนงัดเอาโคตรเหง้าศักราชและเบื้องหลังทั้งหมดออกมาข่มขู่ หวังเพียงให้ซูอวี่เกิดความหวาดกลัวจนหัวหด
แต่ทว่า คนอย่างซูอวี่… ใช่คนที่จะยอมถูกหมาจนตรอกข่มขู่เอาง่ายๆ งั้นหรือ?
ซูอวี่เดินมาหยุดยืนอยู่เบื้องหน้าอวิ๋นฉี่ ชายหนุ่มเอียงคอเล็กน้อย
“ทำไม? ปรมาจารย์… ระดับโหว… มันวิเศษวิโสหนักหนาหรือไง?”
เขาก้มมองอวิ๋นฉี่ด้วยแววตาเย็นเยียบดุจน้ำแข็ง
“ในเมื่อแกกล้าคิดจะฆ่าฉัน แกก็เตรียมใจโดนบั่นคอเอาไว้ได้เลย!”
สิ้นคำคู่ ซูอวี่ก็เงื้อแขนขวาขึ้นสูง มีดวายุคลั่งในมือส่องประกายแสงสีครามเรืองรองภายใต้การอัดฉีดพลังวิญญาณอย่างบ้าคลั่ง!
วินาทีต่อมา มีดวายุคลั่งก็ตวัดฟันลงมาอย่างโหดเหี้ยมไร้ปรานี!
ตู้มมม!!!
คลื่นพลังทำลายล้างอันเกรี้ยวกราด ทะลักออกมาราวกับมวลน้ำป่าหลาก ระเบิดกระแทกเข้าใส่ร่างของอวิ๋นฉี่เต็มเหนี่ยวในชั่วพริบตา!
ชั่วอึดใจต่อมา เมื่อพายุพลังค่อยๆ สลายตัวไป… สิ่งที่หลงเหลืออยู่บนพื้นดิน มีเพียงกองเลือดและเศษซากเถ้าธุลีที่ถูกบดขยี้จนแหลกละเอียดเป็นผุยผง!
สยงจ้านและหยางฉีที่ยืนดูอยู่ห่างๆ ถึงกับรูม่านตาหดเกร็งอย่างรุนแรง!
ต่อให้เป็นพวกเขาก็ยังนึกไม่ถึงเลยจริงๆ ว่าซูอวี่จะโหดเหี้ยมและใจเด็ดถึงขั้นกล้าบั่นคออวิ๋นฉี่ทิ้งแบบไม่ลังเล!
อวิ๋นฉี่ไม่ได้มีดีแค่ความแข็งแกร่ง แต่เบื้องหลังของมันยังใหญ่โตคับฟ้าและน่าสะพรึงกลัวแบบสุดๆ!
ต่อให้เอาไปเทียบกับพวกตระกูลขั้วอำนาจในสองเมืองยักษ์ใหญ่แห่งแคว้นต้าเซี่ยอย่างนครมัวตูและเมืองหลวงจิงตู ตระกูลอวิ๋นก็ยังนับเป็นตระกูลมหาอำนาจระดับต้นๆ ได้สบาย!
แต่ซูอวี่กลับไม่สนสี่สนแปดอะไรทั้งสิ้น และลงมือจบชีวิตอวิ๋นฉี่อย่างเลือดเย็น!
ทว่า ในจังหวะนั้นเอง!
เงามายาสายหนึ่งพลันพุ่งพรวดออกไปทางประตูทางออกตำหนักอย่างบ้าคลั่ง!
คนๆ นั้น… คือหวังหลิน!
วินาทีที่มันเห็นซูอวี่สับอวิ๋นฉี่เป็นผุยผงกับตา มันก็โกยหนีเอาชีวิตรอดทันที! แม้แต่เป้าหมายอย่างตู้เนี่ยนกวนและโอวหยางหนิงเสวี่ย มันก็ไม่คิดจะอยู่ฆ่าปิดปากอีกแล้ว!
เพราะมันรู้สันดานซูอวี่ดี! ในเมื่ออีกฝ่ายกล้าสับอวิ๋นฉี่ทิ้ง ก็ย่อมกล้าสับสวะอย่างมันทิ้งเช่นกัน!
ต่อให้มันจะเชิดหน้าชูตาว่าเป็นถึงอันดับหนึ่งแห่งมณฑลเจียงหนาน แต่ถ้าเอาไปเทียบกับลูกรักสวรรค์อย่างอวิ๋นฉี่แล้ว มันยังห่างชั้นกันอยู่หลายขุม!
มันไม่สงสัยในความอาฆาตที่ซูอวี่มีต่อตัวเองเลยแม้แต่นิด วีรกรรมระยำสารพัดที่มันก่อเอาไว้ก่อนหน้านี้ มากพอที่จะทำให้ซูอวี่สับมันเป็นหมูบะช่อได้ถึงสามรอบด้วยซ้ำ!
แต่ทว่า… สวะอย่างมัน คิดเหรอว่าจะหนีพ้นเงื้อมมือมัจจุราชไปได้?
ในจังหวะที่ร่างของหวังหลินเพิ่งพุ่งทะยานออกไปได้เพียงเสี้ยววินาที ซูอวี่… ก็ขยับตัว!
ร่างของเขาพุ่งพรวดทะลวงอากาศราวกับกระสุนปืนใหญ่ มีดวายุคลั่งในมือระเบิดอานุภาพดุดันบ้าคลั่งราวกับพายุทอร์นาโดพิโรธ!
“เบิกฟ้า!”
กระบวนท่าสังหารมฤตยูถูกงัดมาใช้อีกครา! ปราณดาบจันทร์เสี้ยวปะทุทะลักออกจากใบมีด ความเร็วของมันก้าวข้ามขีดจำกัดทะลวงกำแพงเสียงไปแล้ว!
ครืนนนน!!!
ปราณดาบจันทร์เสี้ยวหอบเอาพลังทำลายล้างล้างผลาญ ระเบิดออกในชั่วพริบตา! หวังหลินที่ยังวิ่งหัวซุกหัวซุนไปไม่ถึงประตูตำหนักด้วยซ้ำ ก็ถูกปราณดาบมฤตยูพุ่งทะลวงไล่กวดมาถึงแผ่นหลัง!
เปรี้ยง!!
ปราณดาบกระแทกเข้ากลางหลังของหวังหลินเต็มรัก! ก่อให้เกิดคลื่นพลังระเบิดสุดแกร่งกร้าว เสียงกัมปนาทดังกึกก้องกังวานจนเยื่อแก้วหูของทุกคนปวดแปลบ!
ชั่วอึดใจต่อมา เมื่อคลื่นระเบิดค่อยๆ จางหายไป…
ร่างทั้งร่างของหวังหลิน… ถูกพลังเบิกฟ้าบดขยี้จนแหลกละเอียดเป็นชิ้นเนื้อ ปลิวกระจายย้อมพื้นตำหนักเป็นสีเลือด!
ยอดฝีมือทุกคนที่ทอดสายตามองฉากนองเลือดตรงหน้า ต่างก็หนาวเหน็บเข้าไปถึงขั้วหัวใจ สายตาที่พวกเขามองไปยังแผ่นหลังของซูอวี่ ล้วนเต็มไปด้วยความหวาดผวาและยำเกรงสุดขีด!
โดยเฉพาะอัจฉริยะที่เหลือจากมณฑลฉู่ เดิมทียังแอบคิดจะหาทางรุมสับซูอวี่อยู่เลย แต่พอประจักษ์ถึงจุดจบศพไม่สวยของอวิ๋นฉี่และหวังหลินแบบติดๆ กัน พวกมันก็กลัวจนหดหัวเป็นเต่า แม้แต่ครึ่งคำก็ไม่กล้าปริปากหมาๆ ออกมา เพราะกลัวจับใจว่ามัจจุราชซูอวี่จะหันมาเชือดพวกมันทิ้งล้างบางไปด้วย!
เมื่อบดขยี้เสี้ยนหนามเสร็จสิ้น ซูอวี่ก็เก็บมีดวายุคลั่งอย่างใจเย็น ก่อนจะเดินทอดน่องเข้าไปหาตู้เนี่ยนกวนและโอวหยางหนิงเสวี่ย
“ไม่เป็นไรใช่ไหม?”
ทั้งสองลอบกลืนน้ำลาย มองซูอวี่ด้วยความตื่นตะลึงระคนหวาดหวั่น ก่อนจะรีบตอบกลับ
“ไม่เป็นไรๆ เพียงแต่… นายเล่นเชือดอวิ๋นฉี่ทิ้งแบบนี้ เกรงว่าหลังจากนี้คงมีเรื่องยุ่งยากตามมาเป็นพรวนแน่ๆ”
ซูอวี่ตอบกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบดุจผิวน้ำ
“งั้นก็ปล่อยให้พวกมันดาหน้ากันเข้ามาสิ!”
เจอความมั่นใจทะลุปรอทของซูอวี่เข้าไป ตู้เนี่ยนกวนก็ถึงกับใบ้กินไปชั่วขณะ ไม่รู้จะสรรหาคำไหนมาเถียงต่อ
ทว่า ในวินาทีนั้นเอง! น้ำเสียงโบราณอันแหบพร่า ก็พลันดังก้องกังวานทะลุโสตประสาทของทุกคน!
“บททดสอบสืบทอดมรดกปรมาจารย์… เริ่มต้นขึ้นอย่างเป็นทางการ!”
สิ้นสุดเสียงประกาศิต คลื่นพลังลึกล้ำซับซ้อนก็ค่อยๆ แผ่ซ่านออกมาจากบัลลังก์ศิลาที่ตั้งตระหง่านอยู่ลึกเข้าไปในตำหนัก
ร่างโครงกระดูกมนุษย์ปรากฏกายขึ้นบนบัลลังก์ศิลาอย่างเป็นปริศนา เปลวเพลิงสีครามลุกโชนสว่างไสวอยู่ในเบ้าตากลวงโบ๋ของมัน… จ้องมองลงมาอย่างน่าสะพรึงกลัว!