วิถียุทธเหนือโลก: ข้ามีระบบสังเคราะห์ไร้พ่าย - บทที่ 91 โทสะของอวิ๋นหรง
ขณะนี้ ณ ยอดเขาด้านนอกมิติเร้นลับปรมาจารย์
ยอดฝีมือขอบเขตเหินเวหาทั้งสี่คนยืนตระหง่านนิ่งเงียบ
เซี่ยจิ้นก้มมองเวลาพลางเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย
“คำนวณเวลาดูแล้ว มิติเร้นลับปรมาจารย์ใกล้จะเปิดเต็มที ไม่รู้เหมือนกันว่าหนนี้ใครจะเป็นผู้คว้ามรดกสืบทอดปรมาจารย์ไปครอง!”
สยงหมิงคลี่ยิ้มบาง เอ่ยตอบว่า
“มรดกสืบทอดปรมาจารย์ไม่ได้คว้ามาง่ายๆ หรอกนะ หลายปีมานี้ไม่เคยมีใครแตะต้องมันได้ แค่เข้าไปยกระดับพลังในมิติเร้นลับได้ก็ถือว่ายอดเยี่ยมมากแล้ว”
เทียบกับเซี่ยจิ้นแล้ว สยงหมิงดูจะปลงตกกว่ามาก
มิติเร้นลับปรมาจารย์ดำรงอยู่มาเนิ่นนาน ทว่ากลับไม่เคยมีผู้ใดชิงมรดกสืบทอดไปได้แม้แต่คนเดียว
ในสายตาของสยงหมิง ครั้งนี้ก็คงจบลงไม่ต่างจากอดีต
เจียงซ่างยืนสงบนิ่งอยู่ด้านข้างโดยไม่เอ่ยสิ่งใด
ส่วนอวิ๋นหรงแววตายังคงเรียบเฉย ทว่าเมื่อได้ยินคำพูดของสยงหมิง เขากลับแค่นเสียงเย็นชาอย่างหยิ่งผยอง
“ที่เอามรดกสืบทอดมาไม่ได้ ก็เพราะพวกนายมันอ่อนหัด! ครั้งนี้มรดกสืบทอดจะต้องตกเป็นของดินแดนฉู่ของเราอย่างแน่นอน”
อวิ๋นหรงประกาศกร้าว
ก่อนจะเบนสายตาไปจ้องเจียงซ่างที่เอาแต่เงียบมาตลอด
“จะว่าไป มณฑลเจียงหนานของนาย หนนี้คงริบหรี่ไร้ความหวังที่สุดแล้วมั้ง”
อวิ๋นหรงจ้องเจียงซ่างด้วยแววตายั่วยุ
สีหน้าของเจียงซ่างเคร่งขรึมลง ทว่าท้ายที่สุดก็ยังคงปิดปากเงียบ
ช่วยไม่ได้ เมื่อเทียบกับอีกสามมณฑล เจียงหนานนั้นอ่อนแอที่สุดจริงๆ
ชั่วขณะนั้นเจียงซ่างหาคำโต้แย้งไม่ได้ ทำได้เพียงปล่อยเลยตามเลย
ทว่าในพริบตานั้นเอง บนยอดเขาก็บังเกิดพายุพลังวิญญาณหมุนวนคลุ้มคลั่ง!
ประตูมิติที่เคยเลือนหาย บัดนี้ฉายชัดขึ้นมาอย่างกะทันหัน
สีหน้าของทุกคนแปรเปลี่ยนไปทันที
“ในที่สุดก็เปิดแล้ว!”
ชั่วอึดใจ บานประตูสีดำสนิทก็ค่อยๆ เปิดอ้าออก
ร่างเงาหลายสายถูกส่งตัวกระเด็นออกมา
แน่นอนว่า ล้วนเป็นกลุ่มคนที่ถูกคัดออกและไร้คุณสมบัติเข้าสู่ด่านทดสอบสุดท้าย
ทางฝั่งมณฑลเจียงหนาน หวงเส้าเทียนและพวกต่างมีสีหน้าย่ำแย่สุดขีด
การชวดโอกาสเข้าสู่ด่านสุดท้าย ทำให้พวกเขารู้สึกท้อแท้และพ่ายแพ้อย่างหนัก
โดยเฉพาะหวงเส้าเทียน เมื่อเขากวาดตามองฝูงชนแล้วไม่พบแม้แต่เงาของซูอวี่ สีหน้าก็ยิ่งทะมึนตึง
การที่ไอ้เด็กนั่นไม่ปรากฏตัวมีเพียงสองสาเหตุ
หนึ่ง… ซูอวี่ตายโหงไปแล้วในมิติเร้นลับ สอง… ซูอวี่ทะลวงเข้าสู่ด่านมรดกสืบทอดด่านสุดท้ายสำเร็จ!
หากเป็นข้อแรกก็แล้วไปเถอะ แต่หากเป็นข้อสอง หวงเส้าเทียนคงโดนตบหน้าฉาดใหญ่เข้าให้แล้ว!
เจียงซ่างมองกลุ่มคนที่ถูกส่งตัวออกมาพลางคลี่ยิ้มบาง
“กลับมาก็ดีแล้ว ว่าแต่… ซูอวี่ล่ะ?”
เจียงซ่างกวาดตามองหาสักพัก ทว่ากลับไร้ร่องรอยของซูอวี่ คิ้วของเขาเริ่มขมวดเข้าหากัน
เขาย่อมรู้อยู่แก่ใจว่า กลุ่มคนที่กลับมาลอตแรกคือพวกที่สอบตกด่านสุดท้ายอย่างไม่ต้องสงสัย
เจียงซ่างประเมินไว้แล้วว่า ซูอวี่ที่อยู่เพียงขอบเขตหลอมโลหิต คงไม่มีหวังฝ่าฟันเข้าไปได้ลึกนัก
ทว่าเมื่อไม่เห็นซูอวี่อยู่ในกลุ่มคนลอตแรก ลางสังหรณ์ใจคอไม่ดีก็ผุดขึ้นมาในอก
หวงเส้าเทียนลอบสบตากับพรรคพวก ก่อนจะก้าวออกมารายงานหน้าตาเฉย
“ครูฝึก ซูอวี่จะเป็นตายร้ายดียังไงพวกผมก็ไม่รู้ครับ พวกเราไม่ได้อยู่ด้วยกัน”
“ไม่ได้อยู่ด้วยกัน? หมายความว่ายังไง?” เจียงซ่างขมวดคิ้วแน่น
หวงเส้าเทียนรีบสวนกลับทันควัน
“ก็ซูอวี่น่ะสิครับ อวดดีทะลุฟ้า! ดึงดันจะแยกไปคนเดียวให้ได้ พวกผมก็หมดปัญญา ทำได้แค่ปล่อยให้มันไปตายเอาดาบหน้า”
เมื่อเห็นว่าซูอวี่ไม่อยู่ที่นี่ หวงเส้าเทียนจึงฉวยโอกาสสาดโคลนโยนความผิดทั้งหมดให้ซูอวี่รับจบแต่เพียงผู้เดียว
ยังไงซะก็ไม่มีใครโผล่มาเป็นพยานให้อยู่แล้ว!
เมื่อได้ฟังคำกล่าวอ้างของหวงเส้าเทียน หัวคิ้วของเจียงซ่างยิ่งขมวดเป็นปม
ตอนนี้ฝั่งมณฑลเจียงหนานเพิ่งจะรอดออกมาแค่ห้าคน
ขณะที่มณฑลอื่นรอดออกมากันถึงหกคน
แม้แต่ฝั่งดินแดนฉู่เองก็มีถึงหกคนที่หมดสิทธิ์เข้าสู่ด่านมรดกสืบทอด
ทุกสายตาต่างจับจ้องไปที่ประตู
รอคอยการปรากฏตัวของคนลอตสุดท้าย
ไม่นานนัก ประตูสีดำสนิทก็สั่นสะเทือนเลื่อนลั่นขึ้นมาอีกระลอก!
ร่างเงาหลายสายปรากฏตัวพุ่งทะยานออกมาสู่สายตาทุกคน
ตู้เนี่ยนกวน โอวหยางหนิงเสวี่ย อู่เจี้ย และคนอื่นๆ ล้วนรวมอยู่ในลอตนี้
พวกเขาคือกลุ่มคนที่ตกรอบจากการฝ่าเข้าสู่ระยะห้าเมตรสุดท้าย
เมื่อเห็นยอดอัจฉริยะเหล่านี้รอดกลับมา บรรดาครูฝึกจากมณฑลต่างๆ ต่างลอบถอนหายใจด้วยความโล่งอก
ท้ายที่สุดแล้ว คนลอตนี้คือยอดฝีมือระดับท็อปของแต่ละมณฑล หากตายไปคงสูญเสียครั้งใหญ่
หวงเส้าเทียนที่ปะปนอยู่ในฝูงชน เมื่อเห็นตู้เนี่ยนกวน สีหน้าก็พลันมืดครึ้มลง
ทว่าพอไร้เงาของซูอวี่ แววตาของเขากลับทอประกายลิงโลด!
ซูอวี่มันไปกับตู้เนี่ยนกวนนี่นา ตอนนี้ตู้เนี่ยนกวนรอดออกมาแล้ว แต่ซูอวี่กลับหายหัวไป หมายความว่ายังไง?
ก็หมายความว่าไอ้สวะซูอวี่มันตายห่าในมิติเร้นลับไปแล้วน่ะสิ!
ชั่วขณะนั้น หวงเส้าเทียนแทบจะกลั้นเสียงหัวเราะสะใจไว้ไม่อยู่
เจียงซ่างมองยอดอัจฉริยะของตนด้วยรอยยิ้ม เอ่ยปากชมไม่ขาดปาก
“กลับมาก็ดีแล้ว! รอดกลับมาก็ดีแล้ว!”
“จริงสิ แล้วหวังหลินกับซูอวี่ล่ะ?” เจียงซ่างหันไปถามตู้เนี่ยนกวนกับโอวหยางหนิงเสวี่ย
ตอนนี้เหลือเพียงหวังหลิน หลี่เสี่ยนจง และซูอวี่ที่ยังไร้วี่แวว
เมื่อตู้เนี่ยนกวนรอดกลับมา เขาจึงรีบเอ่ยถามสถานการณ์ทันที
“เอ่อ…”
ตู้เนี่ยนกวนและโอวหยางหนิงเสวี่ยหันมาสบตากัน อึกอักไม่รู้จะเริ่มอธิบายอย่างไรดี
จังหวะนั้นเอง เสียงแค่นหัวเราะถากถางของหวงเส้าเทียนก็ดังแทรกขึ้นมา
“หรือว่าซูอวี่มันตายโหงไปแล้ว พวกนายถึงได้อึกอักไม่อยากพูดล่ะ!”
สิ้นคำพูดประสงค์ร้ายของหวงเส้าเทียน สีหน้าของเจียงซ่างก็ทะมึนตึงทันที เขาหันขวับไปจ้องตู้เนี่ยนกวนเขม็งเพื่อเค้นเอาคำตอบ
ตู้เนี่ยนกวนกับโอวหยางหนิงเสวี่ยขมวดคิ้วแน่น วาจาพล่อยๆ ของหวงเส้าเทียนทำให้พวกเขารู้สึกเดือดดาลขึ้นมาจริงๆ
ตู้เนี่ยนกวนตวัดสายตาเย็นชาปรายมองหวงเส้าเทียนราวกับมองคนโง่ ก่อนจะเอ่ยปากเน้นทีละคำ
“หวังหลินและหลี่เสี่ยนจง สมคบคิดกับอวิ๋นฉี่แห่งดินแดนฉู่ หวังลอบสังหารพวกเรา… ทว่ากลับถูกซูอวี่จัดการตายไปหมดแล้ว!”
เจียงซ่างได้ฟังรูม่านตาก็หดเกร็งอย่างรุนแรง กลิ่นอายพลังน่าสะพรึงทะลักออกจากร่างเป็นระลอกคลื่น!
“เหอะ! ซูอวี่เนี่ยนะ? ไอ้ขยะนั่นมีค่าพอให้ลูกพี่หวังหลินต้องลดตัวไปลงมือด้วยงั้นเหรอ?”
หวงเส้าเทียนยังคงเชิดหน้าสวนกลับอย่างเหยียดหยาม
ในสายตาของเขา หวังหลินคืออัจฉริยะที่ไร้เทียมทาน จะถูกไอ้ขยะซูอวี่ฆ่าตายได้อย่างไร? แล้วอะไรคือสมคบคิดกับดินแดนฉู่? หากหวังหลินคิดจะบี้ซูอวี่ให้ตายคาตีน ยังต้องลดตัวไปจับมือกับดินแดนฉู่อีกหรือไง!
ทว่า ทันใดนั้นเสียงร้องโหยหวนจากฝั่งดินแดนฉู่ ก็ตบหน้าหวงเส้าเทียนเข้าอย่างจังจนอ้าปากค้าง ตกตะลึงจนพูดไม่ออกในทันที!
“ครูฝึก! ท่านต้องทวงความยุติธรรมให้พวกเรานะครับ!”
อัจฉริยะแห่งดินแดนฉู่ที่เพิ่งรอดออกมาจากประตูมิติ พอเห็นหน้าอวิ๋นหรงก็กลั้นความอัปยศไว้ไม่อยู่ แหกปากตะโกนฟ้องร้องเสียงสั่น
อวิ๋นหรงเมื่อได้ยินเสียงโวยวาย ลางสังหรณ์อัปมงคลก็พุ่งปรี๊ดขึ้นสมองทันที เขาขมวดคิ้วแน่น เอ่ยถามเสียงเหี้ยม
“เกิดเรื่องบ้าอะไรขึ้น?!”
อัจฉริยะดินแดนฉู่คนนั้นรีบฟ้องเรื่องราวการถูกสังหารหมู่ข้างในให้อวิ๋นหรงฟังจนหมดเปลือก
ยิ่งฟัง สีหน้าของอวิ๋นหรงก็ยิ่งบิดเบี้ยวอำมหิตขึ้นเรื่อยๆ เส้นเลือดปูดโปนบนขมับ!
“ไอ้เด็กบัดซบซูอวี่!!”
อวิ๋นหรงแผดเสียงคำรามลั่นสะท้านฟ้า ก่อนจะหันขวับไปจ้องเขม็งทางฝั่งมณฑลเจียงหนานด้วยจิตสังหารอันเดือดพล่าน
“เจียงซ่าง! แกต้องให้คำอธิบายกับฉันเดี๋ยวนี้!”
เดิมทีเรื่องที่หวังหลินกับหลี่เสี่ยนจงถูกซูอวี่ฆ่าตายก็ทำให้เจียงซ่างหัวเสียพออยู่แล้ว พอโดนอวิ๋นหรงมาชี้หน้าด่า เขาก็ไม่คิดจะไว้หน้าใครอีกต่อไป
เจียงซ่างตวัดสายตาดุดันจ้องกลับไปหาอวิ๋นหรงอย่างไม่ลดละ พลางแค่นเสียงเย็นเยียบ
“คำอธิบาย? ถ้าฉันไม่ให้ แล้วแกจะทำไม!”
พริบตานั้น กลิ่นอายพลังระดับเหินเวหาอันน่าสะพรึงกลัวสองสาย ก็ระเบิดพุ่งเข้าปะทะกันจนมวลอากาศบิดเบี้ยว!
ทว่าในเสี้ยววินาทีแห่งความเป็นความตายนั้นเอง… ประตูมิติสีดำสนิทก็พลันเกิดการสั่นสะเทือนอย่างรุนแรงขึ้นมาอีกระลอก!!