วิถียุทธเหนือโลก: ข้ามีระบบสังเคราะห์ไร้พ่าย - บทที่ 96 หยกปรากฏ ปรมาจารย์ร่วงหล่น!
- Home
- วิถียุทธเหนือโลก: ข้ามีระบบสังเคราะห์ไร้พ่าย
- บทที่ 96 หยกปรากฏ ปรมาจารย์ร่วงหล่น!
“ฉันคือซูอวี่ แกจะเอายังไง?”
ซูอวี่ทอดสายตามองปรมาจารย์ชุดเทาบนท้องฟ้าด้วยสีหน้าสงบนิ่งเยือกเย็น
อวิ๋นเฟิงหรี่จ้องเขม็งลงมาที่ชายหนุ่ม
แววตาของมันฉายจิตสังหารโหดเหี้ยม!
“ซูอวี่!!” อวิ๋นเฟิงคำรามเสียงดังกึกก้อง “วันนี้ ข้าต้องสับแกเป็นชิ้นๆ ให้ได้!”
ทันทีที่เห็นซูอวี่โผล่หัวออกมา กลิ่นอายรอบกายอวิ๋นเฟิงก็เดือดดาลบ้าคลั่งราวกับน้ำเดือดพล่าน
“ท่านผู้อาวุโสปรมาจารย์!” เจียงซ่างรีบเอ่ยปากเกลี้ยกล่อมด้วยความร้อนรน “ประวัติของซูอวี่ถูกบันทึกไว้ในสมาคมนักสู้แล้ว หากท่านลงมือกับเขา แล้ววันหน้าสมาคมนักสู้ออกโรง ท่านจะเดือดร้อนเอานะครับ!”
อวิ๋นเฟิงแค่นเสียงหยัน “ก็แค่โดนเนรเทศไปสนามรบหมื่นเผ่าพันธุ์สิบปี! ข้าเป็นปรมาจารย์ สมาคมนักสู้จะกล้าฆ่าข้าทิ้งเพียงเพราะข้าไปทำเด็กอัจฉริยะตายไปแค่คนเดียวงั้นรึ?”
เห็นได้ชัดว่าอวิ๋นเฟิงเตรียมใจมาพร้อมสรรพ ต่อให้ต้องรับบทลงโทษจากสมาคมนักสู้ จิตสังหารที่มันมีต่อซูอวี่ก็ไร้ความสั่นคลอนแม้แต่น้อย
เจียงซ่างชะงักไปชั่วครู่ “ตัวท่านน่ะอาจจะไม่มีปัญหา แต่ท่านอย่าลืมนะครับว่า ตระกูลอวิ๋นที่อยู่เบื้องหลังท่านก็ต้องโดนหางเลขไปด้วย!”
อวิ๋นเฟิงปรายตามองเจียงซ่างอย่างเย็นชา “ที่ข้ามาวันนี้ เป็นเรื่องส่วนตัวล้วนๆ ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับตระกูลอวิ๋นทั้งสิ้น!”
คราวนี้ เจียงซ่างถึงกับหน้าเจื่อน เขาคิดไม่ถึงเลยว่าตาเฒ่าอวิ๋นเฟิงคนนี้จะดื้อดึงไม่ยอมซักทาง
ปรมาจารย์ที่ไร้ซึ่งความกังวล ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนก็คือระเบิดเวลาเดินได้ดีๆ นี่เอง!
เมื่อไร้การควบคุม ย่อมไม่มีใครหยุดยั้งมันได้ เว้นเสียแต่จะมีปรมาจารย์ด้วยกันหรือยอดฝีมือขอบเขตโหวออกโรงเอง
แต่ในสถานการณ์หน้าสิ่วหน้าขวานเช่นนี้ เกรงว่าคงไม่มีปรมาจารย์หรือขอบเขตโหวคนไหนยอมโผล่หัวมาแน่ เจียงซ่างร้อนใจจนแทบบ้า
“หัวหน้าครูฝึก ปล่อยให้ผมจัดการเองเถอะ!”
เสียงของซูอวี่ดังก้องขึ้นข้างหูเจียงซ่าง
เจียงซ่างหันขวับไปมอง ก็พบซูอวี่ยืนยิ้มมุมปากอย่างเยือกเย็น
พอสบตากับชายหนุ่ม เจียงซ่างก็นึกขึ้นได้ถึงเส้นสายระหว่างซูอวี่กับ ‘ราชันพิฆาตมังกร’ เขาถอนหายใจยาวอย่างโล่งอก รอยยิ้มปรากฏขึ้นบนใบหน้าอีกครั้ง
เมื่อเห็นเจียงซ่างเงียบไป ซูอวี่ก็ตวัดสายตากลับไปจ้องอวิ๋นเฟิงเขม็ง
“พวกตระกูลอวิ๋นนี่… หน้าด้านหน้าทนกันหมดทุกตัวเลยสินะ!” ซูอวี่แค่นเสียงหยัน
คำด่าทอนี้ราวกับน้ำมันราดรดกองเพลิง จุดชนวนโทสะของอวิ๋นเฟิงให้ปะทุถึงขีดสุดในพริบตา!
“ไอ้เด็กจองหอง แกรนหาที่ตายแล้ว!!”
อวิ๋นเฟิงแผดเสียงคำราม แรงกดดันสุดสะพรึงระเบิดออกจากร่าง อานุภาพบ้าคลั่งแผ่ซ่านโถมทับทั่วทั้งค่ายอัจฉริยะในชั่วพริบตา!
เหล่าอัจฉริยะรอบด้านพากันหน้าซีดเผือด
ภายใต้แรงกดดันระดับปรมาจารย์ อย่าว่าแต่พวกกระจอกขอบเขตหลอมภายในหรือขอบเขตหลอมโลหิตเลย ต่อให้เป็นยอดฝีมือขอบเขตเหินเวหาอย่างเจียงซ่าง ก็ยังรู้สึกอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก
ซูอวี่เองก็ไม่ต่างกัน
แม้จะรีดเร้นพลังจากเมล็ดพันธุ์วิญญาณทั้งหกเม็ดจนสุดขีด แต่เมื่อต้องเผชิญกับแรงกดดันระดับปรมาจารย์ เขากลับรู้สึกเหมือนโดนภูเขายักษ์ทั้งลูกกดทับลงบนบ่าอย่างหนักหน่วง!
ซูอวี่กัดฟันกรอด ความกระหายพลังฝังรากลึกลงในจิตใจ
การตามรังควานซ้ำแล้วซ้ำเล่าของไอ้พวกตระกูลอวิ๋น ทำให้เส้นความอดทนของเขาขาดผึง!
“ไอ้แก่เอ๊ย! แกคิดว่าฉันไม่มีไพ่ตายจริงๆ หรือไงวะ!”
ซูอวี่ตวาดกร้าว พลางตวัดมือสะบัดหยกโบราณชิ้นหนึ่งออกมาจากแหวนมิติ!
มันคือหยกที่บรรจุพลังโจมตีสุดกำลังของผู้อาวุโสหลินอวี่เอาไว้! คลื่นพลังขอบเขตปรมาจารย์แผ่ซ่านออกจากตัวหยก เข้าต้านทานและหักล้างแรงกดดันของอวิ๋นเฟิงไปจนหมดสิ้น
อวิ๋นเฟิงเพ่งมองหยกชิ้นนั้นแล้วแค่นเสียงหัวเราะเย้ยหยัน
“ทำไม? คิดว่าหยกที่มีพลังโจมตีของยอดฝีมือปรมาจารย์แค่นี้ จะต่อชีวิตแกในวันนี้ได้งั้นรึ?”
“ข้าล่ะอยากจะเห็นนัก ว่าแค่เศษหยกชิ้นเดียวมันจะสร้างคลื่นลมอะไรได้!”
อวิ๋นเฟิงลอยตัวอยู่กลางอากาศอย่างโอหัง รอคอยดูไพ่ตายของชายหนุ่ม
ไม่ใช่ว่ามันประมาทศัตรู แต่ระดับปรมาจารย์ผู้ยิ่งใหญ่ที่ต้องมารับมือกับไอ้หนูขอบเขตหลอมภายในกระจอกๆ คนหนึ่ง จะให้มามัวระแวดระวังตัวเพื่ออะไร?
ซูอวี่แสยะยิ้ม จ้องมองหยกในมือ
ผู้อาวุโสหลินอวี่ หวังว่าท่านคงไม่หลอกฉันนะ!
ซูอวี่พึมพำในใจ ก่อนจะกัดฟันกรอด ออกแรงบีบหยกในมือจนแหลกละเอียดเป็นผุยผง!
พริบตาที่หยกแตกสลาย อานุภาพสุดแสนสะพรึงก็ระเบิดออกจากเศษผงเหล่านั้น
พลังของมันก้าวข้ามแรงกดดันของอวิ๋นเฟิงไปไกลลิบ!
อวิ๋นเฟิงหน้าเปลี่ยนสีเล็กน้อย แต่มันก็ดึงสติกลับมาได้อย่างรวดเร็ว
“หึ! ก็แค่เศษหยกสวะที่มีพลังระดับปรมาจารย์ มันจะไปเก่งกาจสักแค่ไหนเชียว!”
“คอยดูข้าใช้ดาบเดียวฟาดมันให้แหลกคาที่!”
ดาบยาวสีแดงฉานพลันปรากฏขึ้นในมือของอวิ๋นเฟิง ภายใต้แสงตะวัน ดาบเล่มนั้นส่องประกายแสงโลหิต แผ่กลิ่นอายอันตรายที่ชวนให้จิตใจสั่นผวา
“ตายซะ!”
อวิ๋นเฟิงแผดเสียงคำรามลั่น ตวัดดาบฟันฉับออกไปอย่างโหดเหี้ยม! ฟ้าดินรอบบริเวณคล้ายถูกอานุภาพดาบข่มขวัญจนสั่นสะเทือน
ปราณดาบรูปจันทร์เสี้ยวสีเลือดพุ่งทะลักออกจากคมดาบ!
ครืนนน!!!
เสียงกัมปนาทดังกึกก้องฟ้า ราวกับจะฉีกกระชากทุกสรรพสิ่งให้แหลกเป็นจุณ ปราณดาบพุ่งแหวกอากาศ มุ่งตรงดิ่งไปยังตำแหน่งของหยกชิ้นนั้นอย่างดุดัน!
ทว่า เสี้ยววินาทีนั้นเอง ความเปลี่ยนแปลงพลันบังเกิด!
ท่ามกลางละอองหยกที่แตกละเอียด ร่างเงาเลือนรางของคนผู้หนึ่งกลับค่อยๆ ก่อตัวขึ้นมากลางอากาศ
ร่างเงานั้นมีรูปลักษณ์เหมือนหลินอวี่ไม่ผิดเพี้ยน!
ขาดก็เพียงแววตาที่เลื่อนลอย ไร้ซึ่งจิตวิญญาณและชีวิตชีวา
ซูอวี่จ้องมองร่างเงาบนท้องฟ้าเขม็ง ฝ่ามือชื้นเหงื่อด้วยความตึงเครียด
นี่เป็นครั้งแรกในชีวิตที่เขาจะได้เห็นการปะทะกันของยอดฝีมือระดับปรมาจารย์ เขาเองก็เดาไม่ออกว่าไพ่ตายของหลินอวี่ กับตาเฒ่าอวิ๋นเฟิง ใครมันจะแน่กว่ากัน!
ทันทีที่ร่างเงาของหลินอวี่ปรากฏตัว พายุลูกใหญ่ก็กรรโชกบ้าคลั่งขึ้นเป็นระลอก
ทว่าเมื่อต้องเผชิญหน้ากับปราณดาบที่พุ่งเข้ามาหมายเอาชีวิต ร่างเงานั้นกลับยืนนิ่งสงบราวกับรูปปั้น ไร้ซึ่งการเคลื่อนไหวใดๆ
เมื่อเห็นภาพนั้น อวิ๋นเฟิงก็อดไม่ได้ที่จะระเบิดหัวเราะลั่น
“ซูอวี่! นี่น่ะเรอะไพ่ตายของแก?”
“คอยดูพ่อฟันมันให้แหลก แล้วค่อยไปเฉือนคอเด็กเมื่อวานซืนอย่างแก!”
อวิ๋นเฟิงหัวเราะร่าอย่างกำเริบเสิบสาน
ทว่า เสี้ยววินาทีที่ปราณดาบมฤตยูกำลังจะบดขยี้ร่างเงา ในที่สุดร่างเงาของหลินอวี่ก็ขยับ!
เขายกนิ้วมือขึ้นมาอย่างเชื่องช้า ก่อนจะคีบปราณดาบอันบ้าคลั่งนั้นเอาไว้ด้วยสองนิ้วอย่างดื้อๆ!
รูม่านตาของอวิ๋นเฟิงหดเกร็งอย่างรุนแรง มันเบิกตาค้างจ้องมองร่างเงาของหลินอวี่ราวกับเห็นผี
“เป็นไปได้ยังไงวะ!” เขาร้องอุทานเสียงหลง
วินาทีต่อมา สองนิ้วของร่างเงาหลินอวี่ก็ออกแรงบีบเบาๆ ปราณดาบอันร้ายกาจพลันแตกสลายกลายเป็นเถ้าถ่านในพริบตา ราวกับเศษกระจกเปราะบาง!
เพล้ง!
เสียงแตกร้าวดังกังวานก้องไปทั่วฟ้าดิน!
อวิ๋นเฟิงอ้าปากค้างกรามแทบหลุด มันมองดูเหตุการณ์ตรงหน้าด้วยสายตาที่ว่างเปล่า ไม่อยากเชื่อสายตาตัวเอง!
แต่ฝันร้ายยังไม่จบแค่นั้น!
วินาทีต่อมา ร่างเงาของหลินอวี่หันขวับมาล็อกเป้าที่อวิ๋นเฟิง แล้วซัดหมัดเปรี้ยงออกไป!
มันเป็นเพียงหมัดธรรมดาๆ ที่เรียบง่ายไร้กระบวนท่า ไร้ซึ่งคลื่นพลังอลังการ แต่อวิ๋นเฟิงกลับสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายมฤตยูที่เหนือล้ำเกินหยั่งถึง
ร่างกายของมันถูกล็อกเป้าหมาย ไม่ขยับเขยื้อนได้แม้แต่ปลายนิ้ว!
มันพยายามจะอ้าปากร้อง แต่ลำคอกลับตีบตันราวกับถูกปิดตาย ทำได้เพียงเบิกตาโพลง มองดูหมัดมัจจุราชพุ่งทะลวงเข้าใส่หน้าอกตัวเองอย่างสิ้นหวัง!
ตู้ม! ตู้ม! ตู้ม!!!
สิ้นเสียงปะทะกัมปนาท ฟ้าดินสั่นสะเทือนเลื่อนลั่นราวกับวันสิ้นโลก!
วินาทีถัดมา ร่างของปรมาจารย์อวิ๋นเฟิงก็ระเบิดตูม แหลกละเอียดกลายเป็นหมอกเลือดสาดกระเซ็นร่วงหล่นลงสู่ผืนดิน!
ยอดฝีมือขอบเขตปรมาจารย์… ร่วงหล่นในหมัดเดียว!