ศิษย์ข้าใครว่ากาก? ระบบศิษย์คืนกำไรหมื่นเท่า - บทที่ 104: ตัวช่วยจากภายนอกของกลุ่มโจรสลัดหยกศิลา
- Home
- ศิษย์ข้าใครว่ากาก? ระบบศิษย์คืนกำไรหมื่นเท่า
- บทที่ 104: ตัวช่วยจากภายนอกของกลุ่มโจรสลัดหยกศิลา
ท่ามกลางความเงียบงันที่ปกคลุมท้องทะเล จางอวิ๋นเอ่ยปากทำลายความเงียบ
“สุ่ยเอ๋อร์! ช่วยอาจารย์แบกเจ้าสิ่งนี้หน่อย!”
อวี๋สุ่ยเอ๋อร์ได้สติกลับมา นางรีบโคจร ‘เคล็ดควบคุมวารีจำแลง’ ฝ่ามือเรียวงามวาดผ่านอากาศ
ซูม!
มวลน้ำทะเลเบื้องหน้าถูกดึงดูดเข้ามารวมตัวกัน ควบแน่นกลายเป็นรูปลักษณ์ของ ‘สิงโตทะเล’ ขนาดยักษ์ที่มีความยาวกว่ายี่สิบเมตร ร่างกายของมันโปร่งใสแต่แฝงด้วยพลังวารีอันหนาแน่น
นางหันมาอธิบายด้วยน้ำเสียงนอบน้อม “เรียนท่านอาจารย์… ศิษย์เกรงว่าพละกำลังของแม่งูวารีอาจจะไม่เพียงพอต่อการแบกรับน้ำหนักซากเจียวราชันย์… ให้เจ้านี่ทำหน้าที่แทนจะเหมาะสมกว่าเจ้าค่ะ!”
“โอ้?”
จางอวิ๋นมองดูสิงโตทะเลวารีอันวิจิตรตระการตาพลางเผยรอยยิ้มพึงพอใจ
“ยัยหนู… เจ้าแอบซุ่มฝึกฝนมาไม่เบานี่นา!”
ก่อนหน้านี้เขาถ่ายทอดรูปแบบสัตว์วารีให้นางเพียงสามชนิด ไม่คาดคิดว่านางจะสามารถประยุกต์และรังสรรค์รูปแบบใหม่ขึ้นมาได้ด้วยตนเอง เห็นได้ชัดว่านางมีความวิริยะอุตสาหะยิ่งนัก
อวี๋สุ่ยเอ๋อร์ยิ้มกว้างจนตาหยี รีบควบคุมสิงโตทะเลให้เข้าไปรองรับศพเจียวมังกรสมุทรไว้อย่างมั่นคง
ฝูงชนโดยรอบเห็นนางเสกน้ำทะเลเป็นสัตว์อสูรยักษ์และควบคุมได้อย่างดั่งใจนึก แววตาต่างฉายแววประหลาดใจระคนหวาดหวั่น
โดยเฉพาะเหล่าผู้นำขุมกำลังที่ลอยตัวอยู่ไกลๆ
ก่อนหน้านี้พวกเขาหารู้ไม่ว่า สำนักหลิงเซียนยังมีเพชรเม็ดงามเช่นนี้ซุกซ่อนอยู่อีกคน
จางอวิ๋นเรียกขานนางว่าศิษย์… แสดงว่าเด็กสาวผู้นี้ก็เป็นลูกศิษย์ของเขาด้วยงั้นหรือ?
เหล่าผู้นำขุมกำลังต่างลอบสูดลมหายใจหนาวเหน็บ
หนึ่งคนคือสวีหมิงผู้บ้าคลั่ง… อีกคนคือเจ้าอ้วนอู๋เสี่ยวพั่งผู้ลึกลับ… และบัดนี้ยังมีศิษย์คนที่สามที่สามารถบงการวารีจำแลงร่างสัตว์อสูรได้อีก?
เจ้าปีศาจแซ่จางผู้นี้… มันใช้วิธีวิปริตอันใดในการสั่งสอนลูกศิษย์กันแน่?
ยิ่งเมื่อหวนนึกถึงภาพที่จางอวิ๋นตวัดกระบี่เดียวสังหารราชันย์เจียวเมื่อครู่…
เหล่าผู้นำขุมกำลังต่างรู้สึกเสียวสันหลังวาบ ความคิดดูแคลนที่เคยมีต่อสำนักหลิงเซียนมลายหายไปสิ้น
สำนักหลิงเซียนชักจะอำมหิตเกินไปแล้ว… มีผู้อาวุโสเพียงคนเดียวแต่กลับแข็งแกร่งเหนือล้ำกว่าพวกเขาทั้งหมดรวมกัน…
ไหนข่าวลือบอกว่าเป็นสำนักรั้งท้ายในห้าขุมกำลังใหญ่แห่งแคว้นหนานอวิ๋น? สภาพเช่นนี้ดูอย่างไรก็คือพยัคฆ์ซ่อนเล็บชัดๆ!
จางอวิ๋นหาได้สนใจสายตาหวาดระแวงของผู้อื่น ยามนี้เขาหันมาให้ความสนใจ ‘ปลาตัวใหญ่’ ที่หิ้วอยู่ในมือซ้าย
เขาจ้องมองเติ้งอวี้เซวียนที่ถูกหิ้วคอห้อยต่องแต่งพลางเอ่ยถามด้วยรอยยิ้ม “สหายเต๋าเติ้ง… ไม่มีสิ่งใดอยากจะสารภาพต่อข้าหน่อยหรือ?”
เติ้งอวี้เซวียนปิดปากเงียบสนิท หลับตาลงหนีความจริง
แม้จะตกอยู่ในกำมือของจางอวิ๋น แต่เขาก็ยังไม่สิ้นหวัง
กองกำลังหลักของกลุ่มโจรสลัดหยกศิลายังคงทำศึกดุเดือดอยู่ใต้ทะเลลึก ตราบใดที่พวกเขาสามารถกำจัดเจ้าสำนักหนานไห่ เจ้าสำนักหลิงเซียน และยอดฝีมือคนอื่นๆ ได้ ผู้ชนะในสงครามครั้งนี้ย่อมเป็นฝ่ายเขา
ถึงเวลานั้น… ไอ้ผู้อาวุโสเก้าสำนักหลิงเซียนตรงหน้านี่…
ฮึ่ม!
เขาลอบแค่นเสียงในใจ วาดฝันถึงวิธีการทรมานจางอวิ๋นนับร้อยรูปแบบ คราวก่อนบังอาจต้มตุ๋นเขาไปถึงสามแสนหินวิญญาณ คราวนียังมาสังหารเจียวคู่ใจอันเป็นที่รัก หนี้แค้นบัญชีเลือดนี้ต้องชำระให้สาสม!
รอให้พรรคพวกของเขาขึ้นมาจากน้ำเมื่อไหร่ เขาจะ…
“อ๊ากกก!!”
ยังจินตนาการไม่ทันจบ ความเจ็บปวดแสนสาหัสที่ต้นขาก็แล่นพล่านขึ้นสมองจนเขาเผลอร้องลั่น ลืมตาโพลงขึ้นมาทันที
ภาพแรกที่ปรากฏแก่สายตา คือรอยยิ้มอำมหิตของจางอวิ๋นที่กำลังถือมีดสั้นปักคาต้นขาเขาอยู่มิดด้าม
“แก…”
เติ้งอวี้เซวียนกำลังจะอ้าปากก่นด่า
“อ๊ากกก!!”
ทว่าเพิ่งจะเปล่งเสียง ก็ต้องแหกปากร้องโหยหวนอีกคำรบ เมื่อจางอวิ๋นกระชากมีดออกอย่างแรง แล้ว…
ฉึก!
แทงซ้ำลงไปที่แผลเดิมเน้นๆ จนเลือดสาดกระเซ็น
ครั้งเดียวยังไม่หนำใจ… เอาไปสองครั้ง…
สองครั้งยังไม่สาแก่ใจ… เอาไปสามครั้ง!
“หยุด! หยุดเดี๋ยวนี้!!”
โดนแทงเข้าแทงออกย้ำแผลเดิมซ้ำๆ เติ้งอวี้เซวียนเจ็บปวดรวดร้าวเจียนขาดใจ ต้องตะโกนห้ามเสียงหลง น้ำตาเล็ดน้ำตาไหลพราก
จางอวิ๋นทำหูทวนลม ดึงมีดโชกเลือดออกมา แล้วเล็งปลายมีดไปที่ต้นขาเตรียมจะบรรจงแทงซ้ำอีกรอบ
เติ้งอวี้เซวียนหน้าซีดเผือดไร้สีเลือด รีบตะโกนลั่นด้วยความขวัญผวา “ข้ายอมแล้ว! อยากรู้อันใดข้าจะบอกให้หมดเปลือก!!”
มือของจางอวิ๋นชะงักกึกกลางอากาศ
“พูดง่ายแบบนี้ค่อยน่าเอ็นดูหน่อย!”
เขายิ้มหวานหยดย้อยมองเติ้งอวี้เซวียน “เริ่มจากสถานะที่แท้จริงของเจ้าก่อน!”
เติ้งอวี้เซวียนคอตกจำนนต่อหลักฐาน เอ่ยเสียงอ่อย “ข้าคือคนของหอหยกศิลา…”
“หือ?”
จางอวิ๋นเลิกคิ้วสูง ง้างมีดขึ้นมาทำท่าจะแทงอีกรอบ
เติ้งอวี้เซวียนสะดุ้งโหยงสุดตัว รีบเปลี่ยนคำพูดลิ้นพันกัน “ข้าคือหัวหน้าสามแห่งกลุ่มโจรสลัดหยกศิลา! รับผิดชอบดูแลหอหยกศิลาและธุรกิจเบื้องหน้า… ปกติแล้ว… อ๊ากกก!!”
พูดยังไม่ทันจบประโยค เขาก็ต้องแหกปากร้องลั่นอีกครั้ง เมื่อมีดสั้นเล่มเดิมปักฉึกเข้าที่ต้นขาเต็มรัก
เขาจ้องมองจางอวิ๋นด้วยสายตาอาฆาตแค้นปนตัดพ้อ “แก… แกแทงข้าทำไมอีก?”
“ข้าไม่อยากฟังน้ำลายเน่าๆ… เอาแต่เนื้อๆ!”
จางอวิ๋นกล่าวเสียงเรียบ ไม่แยแสเสียงกรีดร้องโหยหวน เขาค่อยๆ ดึงมีดออกมาเช็ดเลือดกับเสื้อของเหยื่อหน้าตาเฉย
โลหิตสีแดงฉานไหลทะลักไม่หยุด บาดแผลเหวอะหวะที่ต้นขาทำเอาเติ้งอวี้เซวียนเจ็บจนสติเริ่มเลือนราง เขาเองก็ปรารถนาจะสลบเหมือดไปให้รู้แล้วรู้รอด จะได้ไม่ต้องทนทรมานเช่นนี้…
แปะ!
ทว่าจู่ๆ กลางหน้าผากก็สั่นสะท้าน ร่างกายสะดุ้งเฮือกตื่นเต็มตา
นิ้วดัชนีของจางอวิ๋นจิ้มอยู่ที่หน้าผากเขา ส่งถ่ายปราณกระตุ้นสติให้ตื่นตัว
“ทำไม… ง่วงแล้วหรือ?”
จางอวิ๋นยิ้มเผล่ ควงมีดเล่นในมืออย่างคล่องแคล่ว แสงสะท้อนจากคมมีดวูบวาบจับตา “ดูท่าต้นขาเจ้าจะยังเจ็บไม่พอกระมัง?”
เติ้งอวี้เซวียนมองมีดที่หมุนควงไปมาจนตาลาย ความหวาดกลัวแล่นจับขั้วหัวใจ รีบตะโกนลั่น “ข้าเป็นสายลับ! สายลับที่สำนักหนานไห่ส่งไปแฝงตัวในกลุ่มโจรสลัดหยกศิลา!!”
“เล่าต่อสิ!”
จางอวิ๋นพยักเพยิดหน้าเป็นเชิงอนุญาต
เติ้งอวี้เซวียนมุมปากกระตุกริกๆ แต่เมื่อเห็นคมมีดที่พร้อมจะเสียบได้ทุกเมื่อ ก็จำใจต้องคายความจริงออกมาจนหมดเปลือก
เป็นไปตามที่จางอวิ๋นคาดการณ์ไว้ เติ้งอวี้เซวียนคือสายลับสองหน้า… แต่หากจะพูดให้ถูก เขาคือคนของกลุ่มโจรสลัดหยกศิลามาตั้งแต่กำเนิด
ย้อนกลับไปเมื่อครั้งอายุสามขวบ เขาถูกเจ้าสำนักหนานไห่พบเจอและรับไปเลี้ยงดูด้วยความเมตตา สำหรับเจ้าสำนักหนานไห่แล้ว เติ้งอวี้เซวียนเปรียบเสมือนบุตรบุญธรรมที่ตนฟูมฟักมากับมือ ย่อมมีความไว้เนื้อเชื่อใจและภักดีอย่างที่สุด
แต่ความจริงอันโหดร้ายคือ… เติ้งอวี้เซวียนถือกำเนิดในรังโจร และถูกปลูกฝังอุดมการณ์ของกลุ่มโจรสลัดหยกศิลามาตั้งแต่อายุสองขวบ
หัวหน้าใหญ่กลุ่มโจรสลัดหยกศิลา เป็นผู้วางแผนส่งเขาไปให้เจ้าสำนักหนานไห่พบเจอด้วยตนเอง วางหมากให้เขาเป็น ‘ตัวเบี้ย’ สำคัญที่ฝังรากหยั่งลึกในสำนักหนานไห่
ใครจะคาดคิดว่าเมื่อเติบใหญ่ เจ้าสำนักหนานไห่กลับส่งเขากลับมาทำภารกิจเป็นสายลับแฝงตัวในกลุ่มโจรสลัดหยกศิลาเสียอย่างนั้น
หัวหน้ากลุ่มโจรสลัดหยกศิลาจึงซ้อนแผน ให้เขาเล่นละครบท ‘สายลับผู้ภักดี’ นี้ต่อไป และเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือให้แก่เจ้าสำนักหนานไห่ หัวหน้ากลุ่มถึงกับยอมเชือดเนื้อเถือหนัง สละผลประโยชน์มหาศาลให้เจ้าสำนักหนานไห่กอบโกยกลับไปเป็นผลงาน
นั่นทำให้เจ้าสำนักหนานไห่เชื่อใจเติ้งอวี้เซวียนอย่างสนิทใจ โดยหารู้ไม่ว่ากำลังเลี้ยงงูพิษไว้ข้างกาย
กลุ่มโจรสลัดหยกศิลาเริ่มวางแผน เตรียมการอย่างเงียบเชียบมานานหลายปี จนกระทั่งมาถึงวันนี้…
เรื่องผู้บำเพ็ญพิษที่จงใจให้เจ้าสำนักหนานไห่ล่วงรู้ รวมถึงการทรยศของเจ้าหุบเขาเสวียนกวง ทั้งหมดนี้ล้วนเป็น ‘เหยื่อล่อ’ ชิ้นโตที่หัวหน้ากลุ่มโจรสลัดจงใจให้เติ้งอวี้เซวียนเป็นคนปล่อยข่าว
เพราะมีแต่เหยื่อล่อที่สมจริงและเดิมพันสูงขนาดนี้เท่านั้น ถึงจะทำให้จิ้งจอกเฒ่าอย่างเจ้าสำนักหนานไห่ตายใจ ยอมก้าวขาลงสู่กับดักมรณะ
และผลลัพธ์ก็พิสูจน์แล้วว่าแผนการนี้สำเร็จงดงามเพียงใด
หมากสำคัญระดับผู้อาวุโสที่กลุ่มโจรสลัดฝังตัวไว้ในสำนักหนานไห่ แสดงอิทธิฤทธิ์สูงสุดในชั่วพริบตาเดียว กวาดล้างผู้อาวุโสสำนักหนานไห่ไปจนเกือบสิ้นซาก เหลือรอดเพียงผู้อาวุโสใหญ่กับผู้อาวุโสห้าที่ไม่ได้มาร่วมงานเท่านั้น
ผู้อาวุโสระดับสูงของสำนักหนานไห่ตกตายเกลี้ยง… นี่คือก้าวแรกแห่งชัยชนะของกลุ่มโจรสลัดหยกศิลา
ก้าวที่สอง… คือการสร้างความโกลาหลวินาศสันตะโร ทำให้สนามประลองถล่มพินาศ ฝังกลบศิษย์สำนักหนานไห่และยอดฝีมือรุ่นเยาว์กว่าครึ่งค่อน
เนื่องจากเป็นงานใหญ่ในถิ่นตน ศิษย์สำนักหนานไห่จึงมาร่วมงานนี้ถึงแปดเก้าส่วน
หากคนเหล่านี้ตกตายหมดสิ้น และขอเพียงเด็ดหัวเจ้าสำนักหนานไห่ได้อีกคน… สำนักหนานไห่อันยิ่งใหญ่ก็จะเหลือเพียงแค่ชื่อในหน้าประวัติศาสตร์
แต่ความทะเยอทะยานของกลุ่มโจรสลัดหยกศิลาหาได้หยุดอยู่เพียงแค่นั้น พวกเขาต้องการใช้การสังหารหมู่ครั้งนี้ประกาศศักดา และทำลายรากฐานกำลังรบหลักของสำนักต่างๆ ในแคว้นหนานอวิ๋นไปพร้อมกัน
ขอเพียงฆ่าล้างเหล่าผู้นำขุมกำลังและศิษย์ระดับหัวกะทิเหล่านี้ได้หมด กลุ่มโจรสลัดหยกศิลาก็จะไม่ใช่เพียงจ้าวสมุทร แต่จะผงาดขึ้นเป็น ‘จ้าวแห่งแคว้นหนานอวิ๋น’ โดยสมบูรณ์
เพราะเมื่อหัวเรือใหญ่ล้มลง ขุมกำลังเหล่านั้นย่อมเกิดความวุ่นวายโกลาหลแย่งชิงอำนาจ
ถึงเวลานั้น กลุ่มโจรสลัดหยกศิลาก็สามารถกรีธาทัพบุกไปปล้นชิงและยึดครองสำนักเหล่านั้นได้สบายๆ ทีละราย
“สันดานโจรชั่วโดยแท้…”
จางอวิ๋นฟังความจริงแล้วได้แต่ส่ายหน้าด้วยความสมเพช ก่อนจะเอ่ยถามเสียงเย็น “เล่าขั้นตอนการลงมือมา!”
มาถึงขั้นนี้แล้ว เติ้งอวี้เซวียนก็ไม่คิดจะปิดบังสิ่งใดอีก พรั่งพรูแผนการออกมาจนหมดไส้หมดพุง
เริ่มตั้งแต่งานประลองห้าสำนักที่สำนักหนานไห่รับเป็นเจ้าภาพ…
ทันทีที่รู้ว่าจะจัดงานที่นี่ กลุ่มโจรสลัดหยกศิลาก็เริ่มวางหมากกระดานสำคัญที่สุด
ประการแรกคือสถานที่… การที่สำนักหนานไห่เลือกสร้างสนามประลองกลางทะเล ล้วนเป็นผลงานการผลักดันอย่างแนบเนียนของกลุ่มโจรสลัด
คนของสำนักหนานไห่ ตั้งแต่เจ้าสำนักยันลูกศิษย์ ต่างวางก้ามใหญ่โตโอหังในแคว้นหนานอวิ๋นจนชินชา ในเมื่อจะสร้างสนามประลอง ก็ต้องสร้างให้ยิ่งใหญ่เกรียงไกรไม่เหมือนใคร ข้อเสนอสร้างสนามกลางมหาสมุทรจึงถูกหยิบยกขึ้นมา
เพียงแค่เป่าหูยุยงผู้อาวุโสสำนักหนานไห่เล็กน้อย ก็สามารถผลักดันเรื่องนี้ให้ผ่านฉลุย!
เมื่อเรื่องสถานที่ลงตัว ก็เริ่มขั้นตอนการเตรียมการในสนาม
ตั้งแต่ส่งผู้บำเพ็ญพิษเข้าไปแทรกซึม ใช้วิธีควบคุมจิตใจผู้ฝึกตนระดับจินตานของสำนักหนานไห่ที่รับหน้าที่ดูแลความปลอดภัย ให้เติ้งอวี้เซวียนนำเจียวราชันย์อสูรพาฝูงฉลามคลั่งไปลอบโจมตีวาฬยักษ์และงูทะเลที่แบกรับสนาม จนถึงการใช้ค่ายกลพลังงานมิติพิเศษของกลุ่ม นำกองเรือโจรสลัดข้ามมิติมาลงจอดกลางสนามประลอง…
ทุกขั้นตอนผ่านการคำนวณมาอย่างแม่นยำไร้ที่ติ!
นอกจากนี้ เพื่อให้บรรลุเป้าหมายสูงสุด กลุ่มโจรสลัดหยกศิลาถึงกับยอมทุ่มเงินมหาศาลจ้าง ‘ตัวช่วยระดับพระกาฬ’ จากภายนอกมาร่วมศึกด้วย!
“ตัวช่วย?”
ได้ยินคำนี้ จางอวิ๋นเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย “พวกเจ้าจ้างผู้ใดมา?”
เขาก็ยังสงสัยอยู่ลึกๆ ว่าเหตุใดกลุ่มโจรสลัดหยกศิลาถึงกล้าหาญเปิดศึกรอบด้านกับทุกสำนักพร้อมกัน ต่อให้เก่งกาจเพียงใด ก็ไม่น่าจะต้านทานขุมกำลังพันธมิตรทั้งแคว้นหนานอวิ๋นได้ไหว
โดยเฉพาะเมื่อมีระดับหยวนอิง หลายคนอย่างเจ้าสำนักหลิงเซียน, เจ้าถ้ำจี๋หั่ว, เจ้าหอก่วนชิง และเจ้าสำนักหนานซาน อยู่ร่วมด้วย
“เราจ้างมาสองกลุ่ม… กลุ่มแรกคือยอดฝีมือจาก ‘เกาะเชียนไห่’ แห่งแคว้นหนานซิง… ส่วนอีกกลุ่มเป็นองค์กรนักฆ่า…”
เติ้งอวี้เซวียนกลืนน้ำลายเอือกใหญ่ ก่อนจะเอ่ยชื่อที่ทำให้ผู้ฟังต้องขนลุก
“พวกมันคือ… หอจี๋กวง!”
“หือ?”