ศิษย์ข้าใครว่ากาก? ระบบศิษย์คืนกำไรหมื่นเท่า - บทที่ 116 ได้เวลาเก็บเกี่ยวผลผลิต!
- Home
- ศิษย์ข้าใครว่ากาก? ระบบศิษย์คืนกำไรหมื่นเท่า
- บทที่ 116 ได้เวลาเก็บเกี่ยวผลผลิต!
กู่หงเหวินถึงกับยืนแข็งค้างราวกับถูกสาปให้กลายเป็นหิน
อะไรนะ?
ผู้เข้ามาหมายเลข 39 คือ ‘ผู้อาวุโสเก้าแห่งสำนักหลิงเซียน’ คนนั้น… คนที่เคยต้มตุ๋นเติ้งอวี้เซวียนจนหมดเนื้อหมดตัวผู้นั้นงั้นรึ??
“ฟังจากน้ำเสียง ดูเหมือนหัวหน้ากู่จะรู้จักนามของจางผู้นี้? นับเป็นเกียรติจริงๆ!”
จางอวิ๋นเอ่ยกลั้วหัวเราะผ่านหินส่งเสียง น้ำเสียงยียวนกวนประสาทอย่างถึงที่สุด
อีกฝ่ายเป็นถึงหัวหน้ากลุ่มโจรสลัดหยกศิลา จะไม่รู้จักเขาได้ยังไง ในเมื่อเติ้งอวี้เซวียนโดนเขาหลอกจนล่อนจ้อน แถมล่าสุดเขายังซัดผู้อาวุโสใหญ่สำนักหนานไห่จนปางตาย เรื่องใหญ่ระดับสะเทือนวงการขนาดนี้ ลูกน้องต้องรายงานให้หัวหน้าทราบอยู่แล้ว
ปลายสาย กู่หงเหวินสูดลมหายใจเข้าลึก พยายามระงับอาการมือสั่น
ช็อก!
เขาช็อกมากจริงๆ!
แม้จะเคยได้รับรายงานว่าจางอวิ๋นมีฝีมือร้ายกาจ สามารถต่อกรและทำร้ายระดับหยวนอิงอย่างผู้อาวุโสใหญ่สำนักหนานไห่ได้ แต่ถึงขั้นฆ่าเจ้าสำนักหนานไห่ที่เป็นระดับหยวนอิงขั้นสูงเนี่ยนะ?
มันเหลือเชื่อเกินไปแล้ว!
แค่ระดับจินตาน... จะไปสังหารระดับหยวนอิงขั้นสูงได้อย่างไร? มันฝืนกฎเกณฑ์ของโลกใบนี้เกินไปแล้ว!
แต่หลักฐานก็คาตา ป้ายคำสั่งของเจ้าสำนักหนานไห่อยู่ในมืออีกฝ่ายชัดเจน
หรือว่าผู้อาวุโสเก้าแห่งสำนักหลิงเซียนคนนี้ แท้จริงแล้วคือ ‘สัตว์ประหลาดเฒ่า’ ที่แฝงตัวมาในคราบเด็กหนุ่ม?
เขาอดไม่ได้ที่จะเกิดความคิดอันน่าหวาดหวั่นนี้ขึ้นมาในหัว
“หัวหน้ากู่ ยังไม่รีบสาบานอีกเหรอ? ดูท่าการแลกเปลี่ยนคงต้องยกเลิกซะแล้วมั้ง!”
เสียงของจางอวิ๋นดังขัดจังหวะความคิด พร้อมกับเสียง กร๊อบ เหมือนกระดูกถูกบดขยี้ดังลอดเข้ามา
กู่หงเหวินสีหน้าเปลี่ยนไป รีบกล่าวละล่ำละลัก
“ผู้อาวุโสจาง! ใจเย็นก่อน! อย่างน้อยท่านต้องบอกมาก่อนว่าอีกสองเงื่อนไขคืออะไร?”
“ได้ งั้นว่ากันข้อแรกก่อน”
จางอวิ๋นร่ายยาวด้วยน้ำเสียงสบายๆ ราวกับกำลังสั่งอาหาร
“ข้อแรก ข้าต้องการให้เจ้าสั่งการลูกน้องทุกคนที่เข้ามาในนี้ ให้ช่วยกันหาทางออกของแดนลับ… นอกจากนี้ ต้องระบุพิกัดของผู้ที่ยังไม่ได้รับมรดก หรือคนที่ยังไม่ได้เชื่อมต่อป้ายคำสั่งมาให้ข้าอย่างน้อยสามคน เอาแบบตำแหน่งเป๊ะๆ หรือถ้าจะให้ดี ส่งมรดกโลหิตระดับแปลงเทพมาให้ข้าเลยสามชุดก็ไม่ว่ากัน!”
“เรื่องหาทางออกไม่มีปัญหา!”
กู่หงเหวินขมวดคิ้ว “แต่เรื่องหลัง…”
จางอวิ๋นพูดดักคอทันที “หัวหน้ากู่เข้าใจผิดแล้ว ทั้งหมดที่พูดมาคือเงื่อนไขข้อเดียว ไม่ใช่สองข้อ!”
“ข้อเดียว?”
กู่หงเหวินตาโตเท่าไข่ห่าน
นี่มันมัดมือชกชัดๆ!
“ถ้าหัวหน้ากู่คิดว่ามันยากเกินไป งั้นก็ยกเลิกการซื้อขาย!”
น้ำเสียงของจางอวิ๋นดูไม่ยี่หระ ราวกับชีวิตของตัวประกันในมือเป็นเพียงผักปลา
คำพูดนั้นทำเอากู่หงเหวินตัวสั่นเทิ้มด้วยความโกรธ เส้นเลือดบนขมับเต้นตุบๆ แต่สุดท้ายก็ต้องกัดฟันตอบรับ
“ตกลง! ข้อเดียวก็ข้อเดียว! แล้วเงื่อนไขที่สองล่ะ?”
“เงื่อนไขนี้ยังคิดไม่ออก เอาไว้ทีหลัง!”
“ผู้อาวุโสเก้า… ท่านอย่าให้มันมากเกินไปนัก!!”
กู่หงเหวินระเบิดอารมณ์ออกมาจนได้ นี่มันสัญญาขายวิญญาณชัดๆ!
“ไม่รับปากก็ไสหัวไป!”
จางอวิ๋นไม่มีทีท่าว่าจะอ่อนข้อให้เลยสักนิด น้ำเสียงแข็งกร้าวขึ้นมาทันที
“เจ้า!!”
กู่หงเหวินกำหมัดแน่นจนเล็บจิกเข้าเนื้อ แทบจะกระอักเลือดด้วยความแค้น แต่เมื่อนึกถึงชีวิตลูกชายหัวแก้วหัวแหวน เขาก็ต้องจำนนอย่างหมดรูป
“ก็ได้! แต่เงื่อนไขนั้นต้องเป็นเรื่องที่พวกข้าทำได้จริง!”
“นั่นมันแน่อยู่แล้ว!”
จางอวิ๋นยิ้มกริ่มอย่างผู้ชนะ “หัวหน้ากู่ เชิญสาบานได้เลย!”
กู่หงเหวินกัดฟันกรอด กล่าวเสียงต่ำลอดไรฟันด้วยความอัปยศ
“ข้ากู่หงเหวินขอสาบาน... หากลูก… เอ่อ หากลูกน้องของข้า ‘กู่ฉี่’ ปลอดภัยกลับมา ข้าจะทำตามเงื่อนไขของผู้อาวุโสเก้าจางอวิ๋นทุกประการ หากผิดคำสาบาน ขอให้จิตมารกัดกิน ด่านบำเพ็ญเพียรพังทลาย ชั่วชีวิตนี้ระดับพลังจะไม่ก้าวหน้าอีกต่อไป!!”
“หัวหน้ากู่ช่างใจกว้างดั่งมหาสมุทร!”
จางอวิ๋นหัวเราะร่า คลายเท้าที่เหยียบอกชายร่างกำยำ ‘กู่ฉี่’ ออก พร้อมกับกวาดสมบัติในแหวนมิติของอีกฝ่ายมาจนเกลี้ยงไม่เหลือแม้แต่ฝุ่น เช็กดูว่ามีเลือดมรดกอยู่ครบถ้วน แล้วหยิบหินส่งเสียงขึ้นมาพูดทิ้งท้าย
“เพื่อความสะดวกในการติดต่อ หินส่งเสียงก้อนนี้ข้าขอริบไว้ด้วยนะ เจอทางออกเมื่อไหร่ รีบแจ้งข้าทันทีล่ะ!”
พูดจบเขาก็ตัดสาย แล้วเหยียบกระบี่บินจากไปทันที ทิ้งให้เหยื่อผู้เคราะห์ร้ายนอนหมดสภาพอยู่เบื้องหลัง
มองดูแผ่นหลังที่จากไปของจางอวิ๋น กู่ฉี่กุมหน้าอกที่เจ็บร้าว มองดูร่างกายที่ว่างเปล่าไร้สมบัติด้วยความอยากจะร้องไห้แต่ร้องไม่ออก
เป็นโจรสลัดมาทั้งชีวิต เที่ยวไล่ปล้นชาวบ้านเขาไปทั่ว นี่เป็นครั้งแรกที่โดนปล้นจนหมดตูดแบบนี้!
แต่เอานะ… อย่างน้อยก็รักษาชีวิตไว้ได้
เขาเหลียวซ้ายแลขวา เมื่อแน่ใจว่าปลอดภัย ก็ล้วงเข้าไปในรักแร้ หยิบเอา ‘หินส่งเสียงขนาดจิ๋ว’ ที่ซ่อนไว้ออกมา กดเชื่อมต่อแล้วพูดเสียงอ่อย
“ท่านพ่อ… ข้าขอโทษ!”
“ไอ้ลูกโง่!!”
เสียงตวาดของกู่หงเหวินดังลั่นออกมาจากหินจนหูแทบดับ
“บอกแล้วใช่ไหมว่าอย่าฉายเดี่ยว! ทำไมถึงไม่ฟัง!?”
กู่ฉี่หดคอ ไม่กล้าเถียงสักคำ
ปลายสาย กู่หงเหวินแทบจะระเบิดลง
ถ้าไม่ใช่เพราะกู่ฉี่เป็นลูกชายหัวแก้วหัวแหวนเพียงคนเดียว เขาคงภาวนาให้จางอวิ๋นเชือดมันทิ้งไปซะให้รู้แล้วรู้รอด
แม่งเอ๊ย! ผู้เป็นพ่อเก่งกาจเกรียงไกร ไหงดันไข่ทิ้งไว้เป็นไอ้ลูกบื้อแบบนี้ได้วะ?
“รีบมาหาข้าเดี๋ยวนี้!”
“รับทราบครับท่านพ่อ!”
…
กลางอากาศ
“เก็บเกี่ยวได้เกินคุ้มจริงๆ!”
จางอวิ๋นตรวจสอบของในแหวนมิติของกู่ฉี่แล้วยิ้มแก้มปริจนตาหยี
เดิมทีแค่กะจะมาเอามรดกแปลงเทพ ไม่นึกว่าจะได้ลาภก้อนโตขนาดนี้ แถมยังได้ ‘แรงงานฟรี’ มาช่วยหาทางออกอีกต่างหาก
“ดูท่าจะจับได้ ‘ลูกชายแท้ๆ’ เข้าให้แล้วสินะ!”
จางอวิ๋นหัวเราะหึๆ
แซ่กู่เหมือนกัน แถมยอมทุ่มทุนไม่อั้นขนาดนี้ กู่ฉี่คนนี้ต้องเป็นลูกชายของกู่หงเหวินแน่นอนร้อยเปอร์เซ็นต์ ไม่อย่างนั้นหัวหน้าโจรที่ไหนจะยอมจ่ายหนักขนาดนี้เพื่อลูกน้องกระจอกๆ คนเดียว
เขาหยิบ ‘ลูกบอลวิญญาณอัสนี’ ออกมาจากแหวนมิติของกู่ฉี่ นับดูแล้วมีตั้งสิบกว่าลูก
“ของดีใช้ได้ เดี๋ยวออกไปต้องแบ่งให้พวกเจ้าหนูหมิงคนละลูกสองลูกไว้ป้องกันตัว!”
จางอวิ๋นพึมพำอย่างอารมณ์ดี
ตอนนี้เขายังคงสัมผัสถึงอวิ๋นหมายเลขหนึ่งได้ แสดงว่าสวีหมิงทั้งสามคนอาจจะเจอเรื่องยุ่งยาก แต่สถานการณ์น่าจะคลี่คลายไปแล้ว หรือไม่ก็อยู่ในที่ปลอดภัย
ความกังวลในใจจึงลดลงไปเปราะหนึ่ง
ฟู่ว!
สูดลมหายใจเข้าลึก จางอวิ๋นมุ่งหน้าไปยังรูปปั้นตัวต่อไปตามแรงดึงดูดของป้ายคำสั่ง
ตอนนี้เขายังมีป้ายคำสั่งที่ยึดมาจากผู้อาวุโสสามสำนักหนานซานอีกหนึ่งอัน ยังแลกมรดกได้อีกชุด!
รอบนี้ไกลหน่อย…
จางอวิ๋นใช้เวลาเกือบครึ่งชั่วยาม กว่าจะเจอรูปปั้นตัวที่ห้า
ในขณะที่เก็บเลือดมรดกไห่อูชุดที่ห้าเข้ากระเป๋า สายตาของเขาก็เหลือบมองลงไปที่เงาใต้เท้า
ได้เวลาเก็บเกี่ยวผลผลิตแล้ว!
ราวกับรู้ใจ เงาใต้เท้าของเขาพลันสั่นไหวอย่างรุนแรง แล้วยืดตัวขึ้นมาราวกับหนวดปลาหมึกยักษ์พันรัดรอบขาของเขาแน่น
“ทาสผู้หายากของข้าเอ๋ย… จงมอบร่างกายของเจ้ามาให้ข้าซะดีๆ!!”
เสียงแหบพร่าดูเก่าแก่ดังออกมาจากเงา พร้อมกับร่างวิญญาณที่มีหน้าตาเหมือนจางอวิ๋นเปี๊ยบ ลอยตัวขึ้นมาจ้องหน้าเขาในระยะประชิด ดวงตาที่ดูผ่านโลกมาเนิ่นนานคู่นั้น จ้องมองเขาด้วยความหิวกระหายราวกระหายน้ำกลางทะเลทราย
แต่ทว่า…
เมื่อเห็นสีหน้าของจางอวิ๋น วิญญาณมหาปุโรหิตก็ชะงักกึก
เจอสถานการณ์สยองขวัญแบบนี้ จางอวิ๋นไม่ควรจะตกใจกลัวจนขี้ขึ้นสมองหรอกหรือ? ไหงถึงทำหน้าตายด้านแบบนั้น?
แถมไอ้สายตานั่น…
เขาเห็นความกระหาย… ความคาดหวัง… ในแววตาของจางอวิ๋น ราวกับกำลังจ้องมอง ‘อาหารอันโอชะ’ จานโปรด!
“วิญญาณตัวน้อยที่น่ารักของข้า จงมอบร่างวิญญาณของเจ้า… มาเป็นอาหารบำรุงวิญญาณให้ข้าซะดีๆ!”
จางอวิ๋นฉีกยิ้มกว้างจนเห็นฟันขาว ล้อเลียนคำพูดอีกฝ่ายด้วยน้ำเสียงเหี้ยมเกรียม
วูบ!
จินตานในตันเถียนเปล่งแสงเจิดจ้า ร่างกายระเบิด ‘ปราณคืนกำไร’ สีทองจางๆ ออกมามหาศาลดุจเขื่อนแตก
“หึ! ดูเหมือนในฐานะทาส เจ้าจะรู้ตัวตนของข้ามานานแล้วสินะ!”
วิญญาณมหาปุโรหิตเห็นดังนั้นก็เข้าใจทันที แต่ใบหน้าหาได้มีความตื่นตระหนกไม่ กลับหัวเราะเยาะ
“แต่เจ้ายังอ่อนหัดนัก ที่ปล่อยให้ข้าเติบโตจนสมบูรณ์แบบ เจ้าคิดว่าพลังงานแค่นี้จะทำอะไรข้าได้?”
วิญญาณมหาปุโรหิตแสยะยิ้มเหยียดหยามบนใบหน้าที่เหมือนจางอวิ๋น
ในฐานะวิญญาณที่แฝงร่าง หากยังเป็นช่วงแรกเริ่ม พลังงานพิเศษทั่วไปอาจจะทำอันตรายเขาได้ แต่ตอนนี้เขาโตเต็มวัยแล้ว วิญญาณแกร่งกล้าขึ้นจนพลังงานกิ๊กก๊อกพวกนี้ทำอะไรไม่ได้อีกต่อไป
เขาเห็นพลังงานพิเศษของจางอวิ๋นมาตั้งแต่ตอนอยู่ในเงาแล้ว ไม่ได้ใส่ใจอะไรมาก
เด็กน้อยที่ยังไม่ถึงระดับหยวนอิง พลังงานพิเศษสีทองจางๆ นี่จะมีฤทธิ์เดชแค่ไหนกันเชียว?
อีกอย่าง พลังงานพิเศษยิ่งเข้มข้นยิ่งแข็งแกร่ง แต่ของจางอวิ๋นสีจางจนแทบจะมองไม่เห็น ชัดเจนว่าเป็นพลังงานเกรดต่ำสุด!
ด้วยประสบการณ์นับพันปีของมหาปุโรหิต พลังงานกระจอกงอกง่อยแบบนี้ ไร้ผลกับเขาโดยสิ้นเชิง!
ฉ่าาา!
แต่ทว่า ทันทีที่ปราณคืนกำไรสัมผัสโดนร่างวิญญาณ เสียงเหมือนเนื้อย่างบนกระทะร้อนๆ ก็ดังขึ้น พร้อมกับควันสีดำที่พวยพุ่ง
สีหน้าของมหาปุโรหิตที่กำลังยิ้มเยาะ พลันบิดเบี้ยวด้วยความเจ็บปวด
“นี่… นี่มัน…”
“มั่นใจในตัวเองสูงเหลือเกินนะ!”
จางอวิ๋นยิ้มเย็น นัยน์ตาวาวโรจน์ กำมือแน่น
พรึ่บ!
ปราณคืนกำไรม้วนตัวเข้าหากันดั่งตาข่ายฟ้า ห่อหุ้มร่างวิญญาณนั้นไว้ทั้งตัวทันที
“เป็นไปไม่ได้! เป็นไปไม่ได้!!”
วิญญาณมหาปุโรหิตกรีดร้องลั่นด้วยความทรมานแสนสาหัส ทันใดนั้นก็นึกบางอย่างขึ้นได้ ดวงตาเบิกโพลงด้วยความหวาดกลัวสุดขีด ตะโกนเสียงหลง
“ขีดสุด! นี่มันคือ ‘พลังงานขีดสุด’ จาก ‘ประตูแห่งพันธนาการ’ !!”
ในฐานะมหาปุโรหิตผู้รอบรู้ เขาเคยเห็นสิ่งนี้มาก่อน
พลังงานพิเศษที่สีเจือจางแต่ทรงอานุภาพทำลายล้างวิญญาณได้ขนาดนี้ มีเพียงอย่างเดียวในจักรวาล...
พลังงานขีดสุด!
พลังงานในตำนานที่มาจากประตูแห่งพันธนาการ!!