ศิษย์ข้าใครว่ากาก? ระบบศิษย์คืนกำไรหมื่นเท่า - บทที่ 124 เพิ่งเรียนมาหมาดๆ ขอเอามาลองของกับเจ้าหน่อยละกัน!
- Home
- ศิษย์ข้าใครว่ากาก? ระบบศิษย์คืนกำไรหมื่นเท่า
- บทที่ 124 เพิ่งเรียนมาหมาดๆ ขอเอามาลองของกับเจ้าหน่อยละกัน!
“ไร้ประโยชน์เสียแล้ว?”
ณ ส่วนลึกของป่าทึบ จางอวิ๋นก้มมองป้ายคำสั่งในมือที่ว่างเปล่าไร้ซึ่งข้อมูลใดๆ พลางขมวดคิ้วมุ่น
เขาหยิบป้ายคำสั่งทั้งสิบอันออกมาตรวจสอบทีละชิ้น
ผลลัพธ์คือพิกัดที่เคยแสดงเด่นหราอยู่บนป้ายคำสั่ง บัดนี้ได้อันตรธานหายไปจนเกลี้ยงเกลา!
“เป็นเพราะเข้าใกล้ลำแสงนั่นกระมัง?”
จางอวิ๋นเหลือบสายตามองลำแสงมหึมาที่พุ่งเสียดฟ้าอยู่ไม่ไกล เขาสัมผัสได้ชัดเจนว่ายิ่งเคลื่อนกายเข้าใกล้ คลื่นพลังงานรอบด้านก็ยิ่งหนาแน่นทวีคูณ
ทว่าพลังงานเหล่านี้มิใช่ไอวิญญาณฟ้าดินทั่วไป แต่มันคือ… พลังอู!
ความหนาแน่นของพลังอูในอาณาบริเวณนี้อยู่ในระดับที่น่าตื่นตะลึง
สำหรับผู้บำเพ็ญวิถีอูหรือจอมเวทย์อูแล้ว สถานที่แห่งนี้เปรียบเสมือนสรวงสวรรค์ที่หาได้ยากยิ่ง!
แต่น่าเสียดาย ที่ตัวเขาหามิใช่
“ช้าก่อน...”
เมื่อความคิดแล่นมาถึงตรงนี้ จางอวิ๋นก็ฉุกคิดบางสิ่งขึ้นมาได้
พลังอู… ตัวเขาจะสามารถฝึกฝนมันบ้างได้หรือไม่?
เขาลองชักนำพลังอูที่ลอยล่องอยู่รอบกายเข้าสู่จุดตันเถียนดูเล็กน้อย ปรากฏว่ามันไหลบ่าเข้าสู่ร่างกายได้อย่างราบรื่นไร้สิ่งกีดขวาง ทว่าเมื่อเข้าไปแล้ว เนื่องจากไร้ซึ่งเคล็ดวิชาที่รองรับ พลังอูเหล่านั้นจึงไม่อาจถูกหลอมรวม และถูกร่างกายของเขาขับออกมาเองโดยอัตโนมัติในเวลาต่อมา
แต่ปรากฏการณ์นั้นกลับทำให้ดวงตาของจางอวิ๋นทอประกายเจิดจ้า
แม้พลังอูจะถูกขับออกมา แต่ร่างกายของเขามิได้ต่อต้านการดูดซับมันเลยแม้แต่น้อย ยิ่งไปกว่านั้น วิญญาณของเขาในยามนี้ก็สามารถรองรับพลังอูรอบๆ ได้อย่างง่ายดาย
นี่หมายความว่าเขาสามารถฝึกฝนมันได้อย่างแน่นอน!
สิ่งที่ขาดไป มีเพียงเคล็ดวิชาสำหรับควบคุมและหลอมรวมพลังอูเท่านั้น
และเคล็ดวิชาที่ว่า…
จางอวิ๋นส่งจิตสัมผัสเข้าไปสำรวจขวดแก่นโลหิตสิบขวดที่นอนนิ่งอยู่ในแหวนมิติ
แก่นโลหิตมรดกความทรงจำของผู้บำเพ็ญวิถีอูระดับแปลงเทพเหล่านี้ นี่มิใช่เคล็ดวิชาสำเร็จรูปดอกหรือ?
“ดูทรงแล้วน่าจะได้ผล!”
เมื่อตัดสินใจได้ จางอวิ๋นก็ใช้จิตสัมผัสกวาดสำรวจพื้นที่โดยรอบทันที ไม่นานก็พบต้นไม้ใหญ่ที่มีขนาดกว้างขวางเพียงพอ เขาจึงเจาะโพรงไม้ชั่วคราวแล้วมุดร่างเข้าไป
หลังจากใช้ ‘ปราณคืนกำไร’ สร้างเปลือกไม้เทียมปิดปากโพรงจนมิดชิดเพื่ออำพรางสายตา เขาก็รีบหยิบขวดแก่นโลหิตทั้งสิบออกมาวางเรียงราย
พลังอู… เขาเล็งเห็นว่าจำเป็นต้องฝึกฝนติดตัวไว้
ในฐานะพลังงานรูปแบบพิเศษ ความเข้มข้นและอนุภาพของพลังอูนั้นมิใช่สิ่งที่ปราณทั่วไปจะเทียบเคียงได้ การฝึกฝนมันก็ประดุจการเพิ่มท่าไม้ตายก้นหีบให้ตนเองอีกหนึ่งขนาน
และที่สำคัญที่สุด ในเขตแดนที่พลังอูเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ เฉกเช่นนี้ พลังการต่อสู้ของผู้บำเพ็ญเพียรทั่วไปย่อมถูกกดดันจนลดทอนลง จางอวิ๋นประเมินว่าตัวเขาเองในยามนี้ อาจจะสำแดงพลังออกมาได้เพียงเจ็ดส่วนจากสิบส่วนเท่านั้น
แต่หากเขาสามารถผสานพลังอูเข้ากับตนเองได้ พลังการต่อสู้ในพื้นที่นี้ของเขาจะไม่เพียงไม่ลดลง แต่กลับจะพุ่งทะยานสูงขึ้นอย่างมหาศาล
ผู้อื่นอาจไม่ตระหนัก แต่เขารู้แจ้งแก่ใจว่าศัตรูที่ต้องเผชิญหน้าต่อไป มีโอกาสสูงลิ่วที่จะเป็นมหาปุโรหิตแห่งอาณาจักรเซียนไห่อูผู้นั้น
นั่นคือตัวตนระดับผู้บำเพ็ญวิถีอูระดับแปลงเทพเป็นอย่างต่ำ ต่อให้เหลือเพียงดวงวิญญาณ แต่พลังระดับนั้นก็มิใช่สิ่งที่สามัญชนจะต่อกรได้ โดยเฉพาะในถิ่นฐานที่อัดแน่นไปด้วยพลังอูเช่นนี้
“ไห่อู, จื่ออู, เฟิงอู…”
สายตากวาดมองขวดแก่นโลหิตทั้งสิบตรงหน้า จางอวิ๋นพิจารณาชั่วครู่
“เอาไห่อู นี่แหละ!”
เขาเก็บอีกเก้าขวดที่เหลือกลับลงไป
“ต้องดื่มสดเลยรึ?”
ถือขวดหยกขึ้นมาตรวจสอบข้อมูลวิธีใช้จากเนตรสวรรค์ จางอวิ๋นมุมปากกระตุกเล็กน้อยด้วยความรังเกียจ
แต่ท้ายที่สุดก็จำต้องกลั้นใจ กระดกแก่นโลหิตในขวดเข้าปากไปรวดเดียว
กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งไปทั่วโพรงปากจนแทบอยากจะสำรอกออกมา แต่เขาก็ฝืนกลืนลงไปจนหมดสิ้น
ทันทีที่ของเหลวนั้นไหลลงคอ กลิ่นคาวเลือดพลันจางหายไป เพราะโลหิตเหล่านั้นได้แตกตัวออกภายในร่างกาย กลายเป็นเส้นสายแห่งพลังวิญญาณนับพันหมื่น ไหลทะลักเข้าโจมตีดวงวิญญาณของเขา
ชั่วพริบตา ภาพเหตุการณ์มากมายก็ฉายชัดขึ้นในสมองราวกับม้วนภาพยนตร์ที่หมุนวนอย่างบ้าคลั่ง
ภาพแรกเริ่ม คือเด็กน้อยวัยหกขวบ กำลังใช้สองมือร่ายอินประสานมุทราเพื่อรวบรวมพลังอู ท่าทางนั้นยังดูเก้ๆ กังๆ แต่ก็ค่อยๆ ก่อร่างสร้างกลุ่มก้อนพลังอูขึ้นมาได้ทีละน้อย จนกระทั่งรวมเป็นรูปร่าง…
ภาพในหัวตัดสลับอย่างรวดเร็ว เด็กน้อยวัยหกขวบเติบใหญ่เป็นเด็กหนุ่มวัยสิบกว่าปี สวมชุดคลุมจอมเวทย์อูเต็มยศ สองมือรวบรวมพลังอูได้อย่างคล่องแคล่วเชี่ยวชาญ ท่วงท่าจากเชื่องช้าแปรเปลี่ยนเป็นรวดเร็ว จากรวดเร็วหวนคืนสู่ความเชื่องช้า ทุกขั้นตอนปรากฏชัดแจ้งในความทรงจำของจางอวิ๋น;
ภาพตัดสลับอย่างรวดเร็วอีกครา
เด็กหนุ่มกลายเป็นชายวัยกลางคน ท่วงท่าการร่ายเวทย์สุกงอมสมบูรณ์แบบ ผสานเข้ากับคทาคู่กาย เพียงแค่พริบตาเดียว ก็สามารถรวบรวมพลังอูเพื่อสร้างการโจมตีอันรุนแรงได้
ภาพยังคงฉายต่อไปไม่หยุดยั้ง
จอมเวทย์วัยกลางคนกลายเป็นชายชราผมขาวโพลน ยืนตระหง่านอยู่กลางมหาสมุทรคลั่ง ท่วงท่ารวดเร็วปานสายฟ้าแลบจนตาเปล่ามองตามไม่ทัน เพียงแค่สะบัดคทาเบาๆ ท้องทะเลรอบด้านก็ปั่นป่วนบ้าคลั่ง คลื่นยักษ์ถาโถมคำรามกึกก้องสะเทือนฟ้าดิน...
แต่ละช่วงวัย จากความไม่ประสีประสา สู่ความชำนาญ จนถึงขั้นบรรลุ และสุดท้ายคือการครอบครองพลังอย่างสมบูรณ์แบบ...
ทุกขั้นตอนในยามนี้ ราวกับเป็นความทรงจำที่จางอวิ๋นได้ผ่านพบและฝึกฝนมาด้วยตนเอง ประทับแน่นฝังลึกอยู่ในห้วงสมอง
“อึก!”
แต่ในจังหวะที่ต้องหลอมรวมกับข้อมูลทั้งหมดนี้ จางอวิ๋นก็เผลอส่งเสียงร้องอู้อี้ในลำคอ รู้สึกราวกับศีรษะขยายใหญ่ขึ้นหนึ่งเท่าตัว
ข้อมูลความทรงจำมหาศาลอัดแน่นจนสมองแทบระเบิด วิญญาณของเขาบวมเป่งจนถึงขีดสุด ราวกับลูกโป่งที่กำลังจะปริแตก
จางอวิ๋นกัดฟันแน่นจนกรามปูดโปน รวบรวมสมาธิเพื่อดูดซับมันอย่างสุดชีวิต
กินเวลาไปเกือบครึ่งก้านธูป จางอวิ๋นถึงจะค่อยๆ ย่อยข้อมูลทั้งหมดได้สำเร็จ ความรู้สึกทรมานราวกับหัวจะระเบิดนั้นจึงค่อยๆ จางหายไป
ทว่าใบหน้าของเขาก็ซีดเผือดลงเล็กน้อย หน้าผากมีเหงื่อกาฬเม็ดโป้งผุดพราย
ไม่ดูดซับไม่รู้ พอลองดูดซับดูถึงได้ตระหนักว่าเกือบทำเอาวิญญาณระเบิดดับสูญ!
บัดนี้เขาเข้าใจแจ่มแจ้งแล้วว่าเหตุใดเนตรสวรรค์ถึงเตือนว่าต้องมีความแข็งแกร่งของวิญญาณเพียงพอ โชคดีที่เขาเพิ่งกลืนกินร่างวิญญาณไปหลายตน ทำให้วิญญาณแข็งแกร่งและทนทานขึ้นกว่าเดิมมาก หากเป็นเมื่อก่อน ศีรษะคงระเบิดเละเป็นจุลไปแล้ว
ส่วนผู้อื่นน่ะรึ… ต่อให้เป็นระดับหยวนอิงมาฝืนดูดซับ จางอวิ๋นประเมินว่าวิญญาณคงแตกสลายกลายเป็นคนปัญญาอ่อนแน่นอน!
มรดกความทรงจำระดับแปลงเทพ มิใช่สิ่งที่สามัญชนจะแบกรับไหวจริงๆ
แต่หลังจากดูดซับสำเร็จ…
จางอวิ๋นก็ยื่นมือออกไปร่ายอินประสานมุทราทันที
ตูม!
พลังอูในฟ้าดินรอบด้าน พุ่งทะลักเข้ามาหาเขาอย่างบ้าคลั่งราวกับน้ำพุที่พวยพุ่ง
“เคล็ดรวมพลังไห่อู!”
จางอวิ๋นโคจรเคล็ดวิชาของผู้บำเพ็ญวิถีอูอย่างชำนิชำนาญ พลังอูมหาศาลจากทั่วสารทิศไหลบ่าเข้าสู่ร่างกาย และถูกเขาหลอมรวมอย่างรวดเร็ว ขั้นตอนทั้งหมดลื่นไหลจนน่าตกใจ
ตัวเขาในยามนี้ เปรียบเสมือนจอมเวทย์ไห่อูระดับแปลงเทพที่กลับชาติมาเกิด สามารถใช้วิชาต่างๆ ได้อย่างคล่องแคล่ว เพียงแต่บางวิชาพลังงานของเขายังไม่เพียงพอ ต้องรอให้ระดับพลังสูงกว่านี้ถึงจะสำแดงฤทธานุภาพได้เต็มที่
แต่วิชาส่วนใหญ่ สามารถใช้งานได้ทันที แทบไม่ต้องเสียเวลาฝึกฝนซ้ำ!
“มรดกความทรงจำ… ขอเพียงรับมันไหว นี่มันทางลัดสู่ยอดฝีมือชัดๆ!”
จางอวิ๋นสัมผัสถึงความเปลี่ยนแปลงของตนเอง พลางเดาะลิ้นในใจด้วยความพึงพอใจ
เมื่อมีความทรงจำนี้ ขอเพียงฝึกฝนตามแบบแผนที่ฝังอยู่ในหัว การจะก้าวไปถึงระดับแปลงเทพก็เป็นเพียงเรื่องของเวลา!
แม้แต่ตอนนี้ เขาก็สามารถแสดงวิชาบางอย่างที่เหนือกว่าระดับพลังปัจจุบันของตนเองได้
มันทำให้เขาคันไม้คันมือ อยากลองวิชาขึ้นมาตงิดๆ
เขาในตอนนี้ เหมือนเด็กที่เพิ่งได้ของเล่นใหม่มาชุดใหญ่ และกำลังกระหายที่จะทดลองเล่น
ปัง!
ขณะกำลังคิดเพลินๆ ต้นไม้ใหญ่ที่เขาอาศัยซ่อนตัวก็สั่นสะเทือนเลื่อนลั่น ท่อนบนของต้นไม้ถูกกระแทกจนหักสะบั้นกระเด็นหายไปในพริบตา
ทำให้โพรงไม้ของเขา กลายเป็นโพรงเปิดประทุนรับลมเต็มๆ
“พิกัดหายไปมันก็ดีเยี่ยงนี้แหละ ไม่คาดคิดเลยว่าจะมาเจอหนูสกปรกซ่อนตัวอยู่ที่นี่ตั้งสองตัว น่าเสียดายที่มรดกทั้งสามสิบหกสายดูเหมือนจะถูกช่วงชิงไปหมดแล้ว ป้ายคำสั่งของพวกเจ้าคงไร้ค่าเสียแล้ว!”
เสียงหนึ่งดังขึ้นข้างหู จางอวิ๋นลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เงยหน้ามองขึ้นไป ก็เห็นชายวัยกลางคนสวมชุดขาวกำลังเหยียบกระบี่ลอยตัวอยู่เฉียงๆ ด้านบนด้วยท่าทีหยิ่งผยอง
“หือ?”
ชายชุดขาวเองเมื่อเห็นจางอวิ๋นที่โผล่หัวออกมาจากโพรงไม้ ก็ชะงักไปเล็กน้อย
ส่วนผู้อาวุโสจากหอก่วนชิงสองคนที่ถูกซัดกระเด็นลงไปนอนกระอักเลือดกองกับพื้นด้านข้าง ก็ทำหน้าเหวอรับประทานเช่นกัน ในต้นไม้นี่มีคนอยู่ด้วยรึ?
“ระดับหยวนอิง?”
จางอวิ๋นมิได้ใส่ใจผู้อาวุโสหอก่วนชิงทั้งสอง แต่สัมผัสได้ถึงกลิ่นอายอันแข็งแกร่งของชายชุดขาว จึงเลิกคิ้วขึ้นพร้อมเปิดใช้งานเคล็ดวิชาเนตรเซียน——
【???】
ระดับพลัง: หยวนอิง ขั้นต้น (เสี่ยวเฉิง)
กายา: รากวิญญาณวายุระดับสูง
พรสวรรค์กายา: คมมีดพายุคู่ —— สามารถหมุนวนปราณวายุ สร้างคมมีดลมที่มีพลังทำลายล้างน่าสะพรึงกลัว
เคล็ดวิชา/ทักษะยุทธ์ที่ฝึกฝน: คมมีดวายุสิบชั้น…
จุดอ่อน: พละกำลังทางกายภาพค่อนข้างอ่อนแอ แพ้การปะทะด้วยพละกำลังซึ่งหน้า
…
ระดับหยวนอิงที่ไม่คุ้นหน้า!
ในหัวของจางอวิ๋นผุดคำตอบขึ้นมาทันที… ผู้บำเพ็ญเพียรอิสระระดับหยวนอิงที่กลุ่มโจรสลัดหยกศิลาเชิญมาเป็นแน่
ไม่นึกเลยว่าแค่มาหลบมุมดูดซับแก่นโลหิตในโพรงไม้ จะมาจ๊ะเอ๋กับยอดฝีมือระดับหยวนอิงเข้าให้
จางอวิ๋นแสยะยิ้มออกมา
“ไม่นึกว่าในโพรงไม้จะยังมีหนูซ่อนอยู่อีกตัว!”
ชายชุดขาวเห็นรอยยิ้มของเขาแล้วขมวดคิ้ว แค่นเสียงเย็นชา
“ก็ดี จะได้จัดการกวาดล้างไปพร้อมกันทีเดียว!”
สิ้นคำ เขาก็ซัดคมมีดวายุผ่าอากาศพุ่งตรงเข้าใส่จางอวิ๋นด้วยความเร็วสูง
จางอวิ๋นเห็นดังนั้น ก็เพียงแค่ยกมือขึ้นเบาๆ
ตูม!
พลังอูในฟ้าดินรอบด้าน พลันรวมตัวกันเป็นก้อนพลังงานหนาแน่น ห่อหุ้มคมมีดวายุนั้นไว้จนมิดชิด
“ระเบิด!”
สิ้นเสียงคำรามพร้อมกำมือของจางอวิ๋น พลังอูบีบอัดจนคมมีดวายุระเบิดตูมกลายเป็นเศษพลังงานกระจายหายไปในอากาศ
“นี่มัน… พลังอู?”
ชายชุดขาวเห็นฉากนี้ รูม่านตาก็หดวูบด้วยความตื่นตระหนก “เจ้าเป็นผู้บำเพ็ญวิถีอูงั้นรึ??”
“ถูกต้องแล้ว เพิ่งเรียนมาหมาดๆ เลย!”
จางอวิ๋นฉีกยิ้มกว้างจนเห็นฟันขาว
“กำลังอยากหาคนลองวิชาอยู่พอดี!”
สิ้นวาจา เขาก็สะบัดฝ่ามือเบาๆ
ครืนนน!
พลังอูในฟ้าดินรอบด้าน พลันเดือดพล่านราวกับคลื่นทะเลที่โหมกระหน่ำ ม้วนตัวถาโถมเข้าใส่ชายชุดขาวจนมืดฟ้ามัวดิน
“แย่แล้ว!”
ชายชุดขาวหน้าถอดสีซีดเผือด หันหลังเตรียมจะเหาะหนี
แต่ทันทีที่จางอวิ๋นสะบัดมืออีกครั้ง ด้านหลังของอีกฝ่ายก็ปรากฏกำแพงพลังอูถาโถมเข้ามาปิดกั้นเช่นกัน
ชั่วพริบตาเดียว ทั้งหน้าหลังซ้ายขวาบนล่าง พลังอูอัดแน่นไปทุกทิศทาง ขังชายชุดขาวไว้ในกรงขังแห่งพลังงานที่ไม่อาจเล็ดลอด
“หยุดมือ! ข้าไม่สู้กับเจ้าแล้ว!! ข้ายอม…”
ชายชุดขาวสีหน้าเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง รีบตะโกนลั่นด้วยความหวาดกลัว
เขาสัมผัสได้ถึงพลังอูอันน่าสะพรึงกลัวที่อัดแน่นอยู่รอบด้าน หากมันระเบิดขึ้นมา…
“วิชาไห่อู—สมุทรคลั่งกลืนกิน!”
จางอวิ๋นยิ้มมุมปาก นิ้วชี้และนิ้วโป้งสัมผัสกันแล้วดีด
เปาะ!
สิ้นเสียงดีดนิ้ว พลังอูทั่วฟ้าดินก็เกิดอาการคลุ้มคลั่ง กลืนกินร่างของชายชุดขาวหายไปท่ามกลางเสียงกรีดร้องโหยหวน
ตูมมมมม!!
เสียงระเบิดดังสนั่นหวั่นไหว คลื่นกระแทกอันน่าสยดสยองซัดสาดออกไปเป็นวงกว้าง บดขยี้ต้นไม้ในรัศมีหลายร้อยเมตรจนหักโค่นราบเป็นหน้ากลอง
ชายชุดขาวที่อยู่ใจกลางวงล้อม แม้แต่โอกาสจะต่อต้านก็ยังไม่มี ร่างถูกแรงอัดระเบิดจนกลายเป็นละอองเลือด ปลิวว่อนเป็นสายฝนโลหิตตกลงมาชุ่มโชก
ผู้อาวุโสหอก่วนชิงทั้งสองคนที่นอนกองอยู่กับพื้น เห็นภาพเหตุการณ์ตรงหน้า ต่างพากันอ้าปากค้าง ตัวแข็งทื่อราวกับรูปปั้นหินที่ลืมวิธีหายใจ!