ศิษย์ข้าใครว่ากาก? ระบบศิษย์คืนกำไรหมื่นเท่า - บทที่ 158 สังหารจอมมาร
จางอวิ๋นเร่งเร้าพลังปราณจนถึงขีดสุด!
‘ปราณคืนกำไร’ อันบริสุทธิ์ภายในจินตานขนาดเท่า
กำปั้นที่จุดตันเถียน ทะลักทลายออกมาอย่างบ้าคลั่งราวกับ
เขื่อนแตก มันไหลบ่าผ่านแขนเข้าสู่ตัวกระบี่เมฆาเวหา แล้ว
พุ่งทะลวงเข้าไปบดขยี้ทำลายอวัยวะภายในร่างของจอมมาร
เงาจนแหลกเหลว
ครั้งนี้แหละ… แทงโดนร่างต้นกำเนิดของมันเต็มๆ!
“อึก!”
จนกระทั่งสัมผัสได้ว่าสัญญาณชีพของจอมมารเงาดับ
วูบลง จางอวิ๋นถึงได้ตัดสินใจระเบิดปราณคืนกำไรระลอก
สุดท้ายอัดเข้าไป แล้วกระชากกระบี่ออกมาอย่างแรง
ผัวะ!
เสียงเนื้อฉีกขาดดังสนั่น ร่างท่อนบนของจอมมาร
เงาระเบิดกระจายเป็นหมอกเลือดและเศษเนื้อทันที! ส่วนร่าง
ท่อนล่างที่เหลือร่วงหล่นลงสู่พื้นดินเบื้องล่างอย่างไร้ค่า
จางอวิ๋นยืนหอบหายใจกลางเวหา มองดูกระบี่เมฆา
เวหาที่ชุ่มโชกไปด้วยโลหิตมารในมือ แล้วก็อดไม่ได้ที่จะ
ระบายลมหายใจยาวเหยียดออกมา
มุมปากของเขายกยิ้มขึ้น… เป็นรอยยิ้มแห่งผู้ชนะที่สะใจ
ถึงขีดสุด
ฆ่าได้แล้ว!
เขาฆ่าระดับแปลงเทพได้แล้วเว้ย!!
ด้านล่าง… สวีหมิง, เถากู่หลาน และพยัคฆ์วิญญาณ
ลายพาดกลอน ต่างพากันแหงนหน้ามองฉากนองเลือดนี้ด้วย
ความตกตะลึงจนวิญญาณแทบหลุดออกจากร่าง
ไม่ว่ากระบวนการต่อสู้จะพลิกแพลงแค่ไหน แต่ผลลัพธ์
ที่ประจักษ์แก่สายตาก็คือ… จางอวิ๋นสังหารยอดฝีมือระดับ
แปลงเทพตัวเป็นๆ!
ระดับจินตาน สังหาร ระดับแปลงเทพ…
เรื่องราวปาฏิหาริย์เช่นนี้ ไม่เคยมีบันทึกมาก่อนในหน้า
ประวัติศาสตร์ยุทธภพ!
ท่านอาจารย์… เทพเกินไปแล้ว!
แววตาของสวีหมิงเปี่ยมไปด้วยความเทิดทูนบูชาจน
แทบจะก้มลงกราบกราน
ดวงตาคู่งามของเถากู่หลานทอประกายระยิบระยับ
เดิมทีนางคิดว่าจางอวิ๋นใช้พลังระดับจินตานล้มระดับหยวนอิง
ได้ก็นับว่าสัตว์ประหลาดแล้ว แต่นี่… ถึงขั้นล้มระดับแปลงเทพ
ได้เลยงั้นรึ!
มองไปทั่วแดนใต้ ไม่สิ… ต่อให้พลิกหาทั่วทั้งแดนกลาง
ก็คงยากที่จะหาสัตว์ประหลาดที่ข้ามรุ่นได้บ้าคลั่งขนาดนี้!
พยัคฆ์วิญญาณลายพาดกลอนตัวสั่นเทิ้มด้วยความ
หวาดเกรงจับใจ
ก่อนหน้านี้ก็จัดการอสูรมารเงา คราวนี้ก็เชือด
ผู้บำเพ็ญเพียรระดับแปลงเทพ…
คุณชายท่านนี้ที่เป็นคนกำหนดชะตาชีวิตของมัน แท้จริง
แล้วเป็นเทพเจ้าองค์ไหนจุติลงมาเกิดกันแน่?
กลางเวหา
จางอวิ๋นปรับลมหายใจให้คงที่ เตรียมจะเหาะลงไปเก็บ
แหวนมิติของจอมมารเงาที่ร่วงอยู่ข้างล่าง แต่ฉับพลันนั้น
สายตาของเขาก็เหลือบไปเห็นเงารูปทรงจานบินประหลาดที่
ยังลอยค้างอยู่
จอมมารเงาตายไปแล้ว… ทำไมไอ้สิ่งนี้ยังไม่สลายไป?
แย่ล่ะ!
สัมผัสถึงลางร้ายได้ในเสี้ยววินาที แต่จะถอยตอนนี้ก็
สายไปเสียแล้ว
ตู้ม!
เงาจานบินเล็กๆ นั่นระเบิดม่านเงามืดมหาศาลออกมา
ในพริบตา ราวกับหลุมดำที่ขยายตัวอย่างฉับพลัน
จางอวิ๋นรู้สึกเพียงทัศนียภาพรอบกายมืดสนิท ถูกกลืน
กินเข้าไปขังไว้ในมิติแห่งเงาโดยสมบูรณ์!
“ทำลายกายเนื้อของข้า… งั้นก็เอาตัวเจ้ามาชดใช้ซะ!”
เสียงอันเย็นยะเยือกและเคียดแค้นของวิญญาณจอม
มารเงาดังสะท้อนกึกก้อง เงารูปทรงจานบินบิดเบี้ยวเปลี่ยน
รูปร่าง กลายเป็นอสูรเงาทมิฬที่มีกลุ่มก้อนพลังงานมารอัด
แน่น
สิ้นเสียงคำราม อสูรเงาทมิฬนั้นก็พุ่งเข้าใส่เขาทันที
หมายจะยึดร่าง!
“ดัชนีเฉียนหยวน!”
“คมเขี้ยวคำรามมังกรทอง!”
เวลานั้นเอง เสียงตะโกนสองสายดังขึ้นจากด้านล่างเพื่อ
ช่วยเหลือ
ลำแสงดัชนีสีขาวบริสุทธิ์และคลื่นดาบที่มีมังกรทองพัน
รอบ พุ่งทะยานแหวกอากาศขึ้นมาโจมตีใส่เงาทมิฬพร้อมกัน
“หึ! มดปลวก!”
จอมมารเงาแค่นเสียงเยาะเย้ย เพียงแค่สะบัดพลังงาน
เงาวูบหนึ่ง การโจมตีทั้งสองก็แตกสลายกลายเป็นผุยผง
เพล้ง! เพล้ง!
พร้อมกันนั้น ดวงตาปีศาจของเขาก็เบิกโพลงจ้องเขม็ง
ลงไปเบื้องล่าง
“อั่ก! อั่ก!”
แรงกดดันอันน่าสะพรึงกลัวกดทับลงมาทันที สวีหมิง
และเถากู่หลานกระอักเลือดออกมาพร้อมกัน ร่างกายแทบจะ
แหลกเหลว
ฟุ่บ! ฟุ่บ!
ยังไม่ทันได้พักหายใจ มือยักษ์ที่สร้างจากเงาสองข้างก็
โผล่มาจากความว่างเปล่า คว้าจับร่างของพวกเขาไว้แน่น
“หยุดนะ!”
จางอวิ๋นหน้าเปลี่ยนสี ตะโกนลั่น
จอมมารเงาแสยะยิ้มเย็นยะเยือก มือเงายักษ์เริ่มบีบแรง
ขึ้น เสียงกระดูกลั่นกรอบแกรบดังระงม
ร่างของสวีหมิงและเถากู่หลานเริ่มปริแตก โลหิต
สีแดงฉานไหลซึมออกมาตามผิวหนัง
ตู้ม!
ในวินาทีวิกฤตที่ทั้งสองกำลังจะถูกบีบจนเละเป็น
เศษเนื้อ พลังอูอันน่าสะพรึงกลัวก็ระเบิดตูมออกมาจาก
ใจกลางม่านเงา กระแทกพลังงานเงารอบด้านจนแตกกระเจิง!
จอมมารเงาตั้งตัวไม่ทัน ถูกแรงระเบิดของคลื่นพลังอูซัด
กระเด็นไปไกลหลายสิบเมตร
“นี่มัน…”
เมื่อเงยหน้ามองดูจางอวิ๋นที่เดินก้าวออกมาจากม่านเงา
พร้อมคทาเซียนอูในมือ แววตาของจอมมารเงาก็เต็มไปด้วย
ความไม่อยากจะเชื่อ
ภายใต้เขตแดนเงาของเขา… เจ้าเด็กนี่หลุดออกมาได้
ยังไง?
“เคล็ดวิชาไห่อู… คลื่นคลั่งกลืนกิน!”
จางอวิ๋นกำคทาแน่น เอ่ยเสียงเย็นยะเยือกดุจมัจจุราช
ทะเลพลังอูอันเกรี้ยวกราดทะลักออกมาจากหัวคทา เปลี่ยน
ท้องฟ้าให้กลายเป็นมหาสมุทรสีคราม
“บ้าเอ๊ย!”
จอมมารเงาหน้าถอดสี สัญชาตญาณร้องเตือน
ถึงอันตรายถึงชีวิต เขาหันหลังเตรียมหนีทันที
แต่วิ่งไปได้ไม่กี่เมตร ก็รู้สึกว่าเหนือหัวมืดครึ้มลง
คลื่นพลังอูยักษ์ได้โถมซัดลงมาปกคลุมฟ้าดินไว้หมดสิ้น
แล้ว ปิดตายทุกทางหนี!
“กลืน!”
จางอวิ๋นตวัดคทาชี้สั่งตาย ทะเลพลังอูม้วนตัวเข้าห่อหุ้ม
ร่างเงาวิญญาณของจอมมารเงาไว้ภายในกรงขังวารี
“หยุดเดี๋ยวนี้! ข้าบอกให้หยุด!!”
เมื่อเห็นจางอวิ๋นยกมือขึ้นทำท่าจะดีดนิ้ว แรง
สั่นสะเทือนของอนุภาคพลังอูรอบด้านทำให้จอมมาร
เงาหวาดกลัวจนสติแตก ตะโกนลั่นด้วยความสิ้นหวัง
เขาระเบิดปราณมารทั้งหมดที่มีออกมาดิ้นรน แต่ก็
ไม่อาจแหวกว่ายออกจากทะเลพลังอูที่โถมซัดเข้ามาบดขยี้
ไม่หยุดหย่อนได้เลย
แปะ!
จางอวิ๋นดีดนิ้วเบาๆ
ทันใดนั้น ฟ้าดินเปลี่ยนสี ทะเลพลังอูที่ไร้ที่สิ้นสุดพลัน
บ้าคลั่งขึ้นมา บดขยี้ทุกสิ่งภายในอาณาเขต!
“ม่ายยยยย——!!”
ท่ามกลางเสียงกรีดร้องโหยหวน ร่างเงาที่เกิดจากการ
รวมตัวของเศษเสี้ยววิญญาณจอมมารเงาถูกแรงบีบอัด
มหาศาลบดขยี้จนแหลกละเอียด
ราวดอกไม้แห่งความมืดที่เบ่งบานแล้วร่วงโรยใน
ชั่วพริบตา สลายกลายเป็นควันดำจางหายไปในอากาศ
ไม่เหลือแม้แต่เศษเสี้ยววิญญาณ!
ฟู่ว!
เห็นฉากนี้ จางอวิ๋นก็ถอนหายใจโล่งอก
“อึก!”
แต่แล้วเขาก็ส่งเสียงในลำคอ ใบหน้าซีดเผือดลงทันตา
ความอ่อนล้าสะสมถาโถมเข้ามาทั่วร่างจนแขนขาอ่อนแรง
“คุณชาย!”
พยัคฆ์วิญญาณลายพาดกลอนรีบบินโฉบเข้ามารับร่าง
เขาไว้ได้ทันท่วงที
จางอวิ๋นทิ้งตัวลงบนหลังเสืออย่างหมดสภาพ รีบตรวจดู
อาการของสวีหมิงและเถากู่หลานที่สลบไสลอยู่ข้างๆ เห็นว่า
แค่ผิวหนังฉีกขาด ไม่กระทบกระเทือนอวัยวะภายในสำคัญ ก็
เบาใจลง
เขามองดูคทาเซียนอูในมือแล้วก็นึกขอบคุณตัวเองในใจ
โชคดีที่กันไว้ดีกว่าแก้… ก่อนหน้านี้ตอนอุ้มอู๋ไห่ไห่ เขา
แอบจิ๊กคทาเซียนอูติดตัวมาด้วยถึงสองด้าม เพื่อใช้ระเบิด
พลังอูในจังหวะฉุกเฉิน ไม่อย่างนั้นคงแย่แน่…
จางอวิ๋นส่ายหัวไล่ความคิด
มองดูปราณมารที่สลายไปจนหมดสิ้นในอากาศ แล้วสูด
หายใจลึก
จอมมารระดับแปลงเทพที่มีค่าหัวติดท็อปร้อยของทวี
ป… ฆ่ายากชิบหาย! ตายแล้วยังไม่ยอมไปผุดไปเกิด!
วันหลังถ้าต้องเจอตัวตนระดับนี้อีก ต้องเตรียมตัวให้
พร้อมกว่านี้ร้อยเท่า…
เขาหันไปมองต้นไม้ด้านล่าง ที่ซึ่ง ‘อินทรีขาว’ แอบ
ไปเกาะสั่นงันงกตั้งแต่เริ่มสู้
“อินทรีขาว ไปเก็บของมา!”
ไม่ได้โกรธเคืองมันแต่อย่างใด การต่อสู้ระดับแปลงเทพ
สัตว์อสูรระดับสร้างรากฐานอย่างมันไม่ไปหลบไกลๆ มีหวัง
โดนลูกหลงตายฟรีเป็นผีเฝ้าป่า
ก๊าซ!
อินทรีขาวรีบขานรับเสียงใส บินโฉบลงไปคาบแหวนมิติ
จากศพของหลินฉินและซากจอมมารเงาขึ้นมามอบให้เจ้านาย
อย่างรู้ความ
จางอวิ๋นยังไม่มีอารมณ์จะตรวจดูของรางวัล เขาหยิบยา
ฟื้นฟูขึ้นมากิน แล้วเดินลมปราณสักพัก ให้ร่างกายพอขยับ
ไหว
จากนั้น… ก็ลากตัว ‘อูเฉิง’ ออกมาจากเมืองเซียนอู
ชี้มือไปข้างล่าง จางอวิ๋นถามเสียงเรียบแต่เย็นชา “รู้จัก
ไหม?”
อูเฉิงชะงักกึก มองดูซากศพสองร่างด้านล่าง สัมผัสได้
ถึงกลิ่นอายมารที่ตกค้างจางๆ ก็ขมวดคิ้ว แต่แววตายัง
เต็มไปด้วยความงุนงง
ศพหนึ่งหัวขาดกระเด็น อีกศพเละเป็นโจ๊กกองอยู่กับพื้น
นอกจากกลิ่นอายมารแล้ว ดูไม่ออกเลยว่าเป็นใคร
“ดูไม่ออกสินะ?”
จางอวิ๋นแค่นเสียงเย็น “งั้นข้าจะบอกให้… นั่นคือหลินฉิน
กับจอมมารเงา!”
“จะ… จอมมาร??”
ได้ยินคำนี้ อูเฉิงตาถลนแทบหลุดจากเบ้า รีบเพ่งมองลง
ไปอีกครั้ง
เศษผ้าคลุมสีดำที่คุ้นตา… กลิ่นอายมารเอกลักษณ์ที่ยัง
หลงเหลือ…
จอมมาร!
นี่มันกลิ่นอายของท่านจอมมารจริงๆ!!
แต่ทำไม… ทำไมถึงมีสภาพน่าอนาถเช่นนี้?
เขาอ้าปากค้างจนขากรรไกรแทบค้าง
ผัวะ!
จางอวิ๋นเหยียบเท้าลงบนหัวของมัน แล้วเอ่ยเสียงเย็น
“ทำให้พวกเขาตามมาเจอข้าได้แบบนี้ ฝีมือการแกะรอยไม่เบา
นี่หว่า!”
อูเฉิงตัวสั่นเทิ้ม แววตาเต็มไปด้วยความหวาดกลัว
สุดขีด
ไอ้หมอนี่… ฆ่าท่านจอมมารงั้นเหรอ?
เป็นไปไม่ได้?
ของปลอม!
ต้องเป็นของปลอมแน่ๆ!!
ตาฝาด… ข้าต้องตาฝาดไปเอง!!
เขากรีดร้องในใจ ปฏิเสธความจริงตรงหน้า
ผัวะ!
จางอวิ๋นไม่เปิดโอกาสให้มันได้คิดเพ้อเจ้ออีกต่อไป
กระทืบเท้าลงไปเต็มแรงจนศีรษะระเบิดเป็นหมอกเลือด ดับ
ดิ้นในทันที!
จากนั้นเขาก็เตะร่างไร้หัวร่วงลงไปในทะเลสาบด้านล่าง
ซูม!
ทันใดนั้น ปากขนาดมหึมาก็โผล่พ้นน้ำขึ้นมางับศพกลืน
ลงท้องไปในคำเดียว
มันคือจระเข้วิญญาณระดับจินตานตัวหนึ่งที่เฝ้ารอ
อาหารอันโอชะ
จางอวิ๋นปรายตามองลงไปจากฟากฟ้า
จระเข้วิญญาณเงยหน้าขึ้นสบตากับเขาพอดี
ในเสี้ยววินาทีนั้น จิตสังหารปะทะกัน
“!!!”
แววตาของจระเข้วิญญาณระดับจินตานฉายแวว
หวาดกลัวอย่างเห็นได้ชัด สัญชาตญาณบอกมันว่าบุรุษผู้นี้
อันตรายยิ่งกว่าจอมมาร มันรีบมุดหัวหนีกลับลงไปกบดานใต้
น้ำทันที ไม่กล้าโผล่ขึ้นมาอีก
จางอวิ๋นไม่ใส่ใจ หันไปสั่งพยัคฆ์วิญญาณ
ลายพาดกลอน
“ไป!”
“ขอรับ คุณชาย!”
พยัคฆ์วิญญาณลายพาดกลอนขานรับอย่างนอบน้อม
ยิ่งกว่าครั้งไหนๆ แล้วพุ่งทะยานออกไปในทิศทางหนึ่งทันที ทิ้ง
ไว้เพียงตำนานการสังหารเทพที่เพิ่งจบลง
……