ศิษย์ข้าใครว่ากาก? ระบบศิษย์คืนกำไรหมื่นเท่า - บทที่ 169 การหลอมรวมพลังเซียนเหี่ยวเฉา
จางอวิ๋นไม่ได้ให้ค่ากับมดปลวกเหล่านั้นอีก เขาหันไป
พยักหน้าให้หญิงสาวข้างกาย “กู่หลาน เราเข้าไปในถ้ำ กัน
เถอะ”
“เจ้าค่ะ!”
เถากู่หลานรับคำหนักแน่น
ทั้ง
สองไม่รอช้า ก้าวเท้าพุ่งเข้าสู่ปากถ้ำ ‘จวนวาสนา
เซียน’ ที่มืดมิดทันที
วูบ!
วินาทีที่ร่างกายก้าวล่วงผ่านธรณีประตูถ้ำ สัมผัส
แปลกประหลาดก็แล่นปราดไปทั่วร่าง ราวกับเดินทะลุผ่าน
ม่านน้ำที่มองไม่เห็น
ภาพทิวทัศน์เบื้องหน้าบิดเบี้ยวไปชั่วขณะ… เมื่อจางอวิ๋น
ตั้ง
สติได้อีกครั้ง เบื้องหน้าก็แปรเปลี่ยนเป็นทางเดินในถ้ำ หิน
ยาวเหยียดที่ไร้ซึ่งทางออกทว่า… เถากู่หลานที่เคยยืนเคียงข้าง กลับอันตรธานหาย
ไปไร้ร่องรอย!
รูม่านตาของจางอวิ๋นหดเล็กลงเล็กน้อยด้วย
ความระแวดระวัง
แต่เมื่อก้มลงมองเจ้าตัวเล็ก ‘อู๋ไห่ไห่’ ที่ยังคงนอนหลับ
ปุ๋ย น้ำลายยืดอยู่ในอ้อมอก เขาก็ลอบถอนหายใจด้วยความ
โล่งอก
หันกลับไปมองด้านหลัง… ปากถ้ำ ที่เพิ่งก้าวเข้ามาเมื่อ
ครู่ได้หายไปแล้ว แทนที่ด้วยผนังถ้ำ ทึบตันอันเย็นเยียบ
“ค่ายกลเคลื่อนย้าย? หรือภาพมายา?”
จางอวิ๋นพึมพำกับตัวเอง
ปากถ้ำ จวนวาสนาเซียนแห่งนี้น่าจะมีการลงอักขระค่าย
กลลึกลับเอาไว้ เพื่อแยกผู้บุกรุกออกจากกัน
ป่านนี้เถากู่หลานคงถูกส่งไปตกหล่นอยู่ที่ไหนสักแห่งใน
เขาวงกตแห่งนี้
เขาไม่รอช้า หยิบหินส่งเสียงรุ่นพิเศษออกมาพยายาม
ติดต่อ แต่น่าเสียดาย… สัญญาณเงียบกริบ”ถูกตัดขาดงั้นรึ…”
จางอวิ๋นเก็บหินส่งเสียงลง กวาดตามองรอบกายด้วย
แววตาคมกริบ สัมผัสได้ถึงมวลพลังงานลึกลับที่ปิดกั้น
การสื่อสารทุกชนิด
ดูเหมือนงานนี้ต้องลุยเดี่ยวเสียแล้ว…
คิดได้ดังนั้นเขาก็เริ่มออกเดินสำ รวจเส้นทางข้างหน้า
ทางเดินถ้ำ ทอดยาวไปเพียงสิบกว่าเมตร ก็พบกับทางแยก
สามแพร่ง… ตรงไป ซ้าย และขวา
เขาหยุดยืนที่ทางแยก พิจารณาทั้งสามเส้นทางที่ดู
ว่างเปล่าและเหมือนกันราวกับแกะ
วิ้งงง!
ขณะที่กำลังลังเลว่าจะไปทางไหน แหวนมิติที่นิ้วมือก็
พลันเกิดการสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง
“หือ?”
จางอวิ๋นชะงัก รีบตรวจสอบต้นตอของความผิดปกติ พบ
ว่าเป็นขวดหยกจำ นวนมากที่บรรจุ ‘พลังเหี่ยวเฉา’ เอาไว้ในเวลานี้ พลังเหี่ยวเฉาเหล่านั้นกำลังดิ้นรนกระแทก
ผนังขวดอย่างบ้าคลั่ง ราวกับถูกแรงดึงดูดมหาศาลจากบาง
สิ่งบางอย่างเรียกหา
จางอวิ๋นหรี่ตาลงครุ่นคิดครู่หนึ่ง ก่อนจะตัดสินใจเปิดจุก
ขวด ปลดปล่อยพลังเหี่ยวเฉาออกมาหนึ่งเส้นเพื่อทดสอบ
ฟุ่บ!
ทันทีที่เป็นอิสระ พลังเหี่ยวเฉาเส้นนั้นก็พุ่งทะยานออก
ไปราวกับลูกธนูหลุดจากแหล่ง เลี้ยวขวับเข้าสู่ทางแยกฝั่งซ้าย
โดยไม่ลังเล!
มุมปากของจางอวิ๋นยกขึ้นเล็กน้อย
ตอนที่เห็นคำอธิบายระบบเรื่อง ‘พลังเซียนเหี่ยวเฉา’ เขา
ก็พอจะคาดเดาอะไรบางอย่างได้
พลังเซียนย่อมเป็นของเซียน… อสูรซากเหี่ยวเฉาในที่
แห่งนี้เกิดจากการรวมตัวของเศษเสี้ยวพลังงานที่แตกตัว
มาจากพลังเซียนเหี่ยวเฉา นั่นหมายความว่าพวกมันคือ
ผลผลิตจากพลังที่เซียนโบราณทิ้งไว้พลังเหี่ยวเฉาที่เขารวบรวมมาได้ ย่อมต้องมีความผูกพัน
ลึกซึ้งกับต้นกำเนิดของมัน
ในเมื่อตอนนี้มันเกิดปฏิกิริยาดึงดูดรุนแรง แสดงว่าลึก
เข้าไปในเส้นทางนี้… ต้องมี ‘ของดูต่างหน้า’ ของเซียนผู้นั้น
หลงเหลืออยู่แน่!
และถ้าตามรอยมันไป… ไม่แน่ว่าอาจจะเจอขุมทรัพย์!
คิดได้ดังนั้น เขาก็ไม่รอช้า รีบใช้วิชาตัวเบาพุ่งทะยาน
ตามไปติดๆ
แฮร่!
หลังจากวิ่งไล่ตามพลังเหี่ยวเฉาที่เลี้ยวซ้ายป่ายขวาใน
อุโมงค์ถ้ำ มาไม่กี่นาที ทันใดนั้น เงาร่างทะมึนรูปร่างคล้าย
กิ้งก่ายักษ์ก็ปรากฏตัวขึ้นขวางทาง
เจ้า ‘กิ้งก่าซากเหี่ยวเฉา’ พอสัมผัสได้ถึงพลังเหี่ยวเฉาที่
ลอยมา มันก็อ้าปากกว้างเตรียมจะงับกลืนลงท้องเป็นอาหาร
อันโอชะ
แต่มีหรือที่จางอวิ๋นจะยอมให้ใครมาชุบมือเปิบ?
“ฝันไปเถอะ!”ร่างของเขาพุ่งวาบด้วยความเร็วเหนือแสง ตัดหน้าพลัง
เหี่ยวเฉาไปในเสี้ยววินาที ฝ่ามือที่อัดแน่นด้วยพลังอูสีน้ำเงิน
เข้มฟาดเปรี้ยงเข้าใส่กบาลเจ้ากิ้งก่าเต็มรัก
ปัง!
ร่างของกิ้งก่ายักษ์ปลิวว่อนไปกระแทกผนังถ้ำ
แต่สิ่งที่ทำให้จางอวิ๋นแปลกใจคือ… มันไม่ระเบิดร่าง
สลายไปเหมือนตัวอื่นๆ!
เขาเปิดใช้งาน ‘เนตรสวรรค์’ ตรวจสอบทันที—
【อสูรซากเหี่ยวเฉากิ้งก่า】
คำอธิบาย: อสูรซากเหี่ยวเฉาที่วิวัฒนาการจากการ
ดูดซับพลังเหี่ยวเฉาเข้มข้น
ระดับพลัง: หยวนอิง ขั้นต้น
จุดอ่อน: บริเวณหน้าท้องมีการควบแน่นของ ‘ผลึกแก่น
พลังเหี่ยวเฉา’ หากทำลายหรือนำออกมา จะสามารถสังหาร
มันได้
ข้อแนะนำ: ผลึกแก่นพลังเหี่ยวเฉาสามารถเก็บรักษาได้
ภายในบรรจุพลังเหี่ยวเฉาจำ นวนมาก……
“อสูรซากเหี่ยวเฉาระดับพิเศษงั้นรึ?”
จางอวิ๋นเลิกคิ้วด้วยความสนใจ ก่อนจะพุ่งตัวเข้าประชิด
ร่างมันอีกครั้ง
แฮร่!
เจ้ากิ้งก่าซากเหี่ยวเฉาลุกขึ้นมาได้อย่างทุลักทุเล มัน
แยกเขี้ยวคำรามพุ่งเข้ากัดที่ลำคอของเขาหมายจะปลิดชีพ
จางอวิ๋นเพียงแค่เอี้ยวตัวหลบวูบ พร้อมกับซัดหมัดสวน
เข้าที่หน้าท้องของมันอย่างแม่นยำ
ฉ่าาา…
ทว่าวินาทีที่กำปั้นสัมผัสกับผิวหนังขรุขระ เขากลับรู้สึก
แสบร้อนราวกับเอามือเปล่าไปนาบกับถ่านแดงๆ
จางอวิ๋นรีบชักมือกลับมาดู พบว่าผิวหนังบริเวณกำปั้น
เกิดรอยเหี่ยวย่นและแห้งกร้านขึ้นมาทันตาเห็น
“พลังกัดกร่อนรุนแรงขนาดนี้เชียว?”
เขาอุทานในใจคราวนี้เขาไม่ประมาทอีกต่อไป รีบโคจรพลังอูสีน้ำเงิน
เข้มห่อหุ้มกำปั้นเอาไว้หนาแน่น แล้วชกเปรี้ยงเข้าที่จุดเดิมบน
หน้าท้องกิ้งก่าซากเหี่ยวเฉาอีกครั้ง!
กร๊อบ!
เสียงกระดูกแตกดังลั่น!
คราวนี้แรงหมัดเจาะทะลุเกราะผิวหนังของมัน หน้าท้อง
แตกกระจาย เผยให้เห็นผลึกแก่นพลังสีเทาหม่นที่เริ่มแตกร้าว
หมับ!
จางอวิ๋นคว้าหมับ กระชากผลึกนั้นออกมาสดๆ
แฮร่—!!
ทันทีที่แก่นพลังหลุดจากร่าง เจ้ากิ้งก่าซากเหี่ยวเฉาก็ส่ง
เสียงร้องโหยหวนเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนร่างจะสลายกลายเป็น
ฝุ่นผง ฟุ่บ หายไปในอากาศ โดยไม่มีพลังงานหลงเหลือ
ออกมาให้เก็บเกี่ยวเหมือนตัวปกติ
แต่กลับเป็น ‘ผลึก’ ในมือของเขา ที่มีพลังเหี่ยวเฉาไหล
ซึมออกมาตามรอยแตกอย่างต่อเนื่องจางอวิ๋นรีบใช้พลังอูห่อหุ้มมันไว้ ลองตรวจสอบคร่าวๆ
พบว่าในผลึกก้อนนี้มีพลังเหี่ยวเฉาอัดแน่นอยู่หลายร้อยเส้น!
ดวงตาของเขาเป็นประกายวาววับราวกับเจอเหมืองทอง
ถ้าไม่นับพวกที่เก็บได้หน้าปากถ้ำ … ตลอดสองวันที่
เดินทางมา เขาไล่ล่าแทบตายได้มาแค่พันกว่าเส้น แต่นี่แค่
ฆ่ากิ้งก่าในจวนวาสนาเซียนตัวเดียวก็ได้มาหลายร้อยเส้นแล้ว
?
“ดูท่าข้างในถ้ำ นี่แหละ คือแหล่งขุมทรัพย์ชั้นดี!”
จางอวิ๋นลูบคางอย่างพึงพอใจ
“หวังว่ากู่หลานจะไม่เจอมันนะ…”
พอคิดถึงเถากู่หลาน ความกังวลก็ผุดขึ้นมาใน
ใจเล็กน้อย
ถ้าอีกฝ่ายมาเจออสูรซากเหี่ยวเฉาระดับหยวนอิงที่
มีพลังกัดกร่อนแบบนี้เข้า คงรับมือลำบากน่าดู!
แต่ตอนนี้ติดต่อไม่ได้ ก็ได้แต่ภาวนาขอให้นางโชคดี
ไม่เดินไปจ๊ะเอ๋กับพวกมันเข้า…
เขาตัดสินใจเดินตามพลังเหี่ยวเฉาที่นำทางต่อไปแฮร่!
เดินเลี้ยวไปเลี้ยวมาตามเขาวงกตอีกไม่กี่นาที ก็เจอกับ
อสูรซากเหี่ยวเฉาลักษณะคล้ายกันอีกตัว
จางอวิ๋นไม่พูดพร่ำทำเพลง ลงมือจัดการคว่ำมันลง แล้ว
ควักเอาผลึกแก่นพลังออกมาอย่างชำ นาญ
เขากะว่าจะให้พลังเหี่ยวเฉานำทางต่อ แต่ปรากฏว่า
คราวนี้… มันกลับหยุดนิ่งลอยค้างอยู่กลางอากาศ
ไม่ขยับเขยื้อนไปไหนเสียดื้อๆ
เขาชะงักไปเล็กน้อย
เกิดอะไรขึ้น?
หรือว่าพลังเหี่ยวเฉานี่แค่นำทางเขามาหาพวกอสูรซาก
เหี่ยวเฉาสองตัวนี้? หรือว่าพลังดึงดูดมันหายไปแล้ว?
เขาลองเปิดขวดปล่อยพลังเหี่ยวเฉาออกมาเพิ่มอีกห
ลายเส้น แต่ผลลัพธ์ก็เหมือนเดิม พวกมันลอยนิ่งสนิทไร้
ปฏิกิริยา
จางอวิ๋นขมวดคิ้ว ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะตัดสินใจ
เด็ดขาด”งั้นลองหลอมรวมเป็น ‘พลังเซียนเหี่ยวเฉา’ ดูดีไหม?”
ผลึกแก่นพลังสองก้อน บวกกับที่เก็บสะสมได้ตลอดสอง
วัน และพลังงานมหาศาลที่ได้จากการกวาดล้างทั้งเทือกเขา
เมื่อครู่… รวมๆ กันแล้วน่าจะเกินหมื่นเส้นแล้ว!
คิดแล้วก็ลงมือทำทันที
เขาดึงพลังงานซากเหี่ยวเฉาจากในมิติคทาเซียนอู
ออกมา แล้วเริ่มทำการหลอมรวมทีละชุดอย่างใจเย็น
เป็นไปตามคาด… หลังจากใช้พลังงานไปเพียงครึ่งเดียว
จากคลังแสง เขาก็รวบรวมพลังเหี่ยวเฉาได้ครบหนึ่งหมื่นเส้น
พอดีเป๊ะ!
ฟู่วว…
จางอวิ๋นมองดูกองทัพพลังเหี่ยวเฉาสีเทาเข้มตรงหน้า
แล้วสูดหายใจเข้าลึกๆ เพื่อตั้งสมาธิ
เพื่อความไม่ประมาท เขากางม่านพลังอูขึ้นมาคลุมกาย
ชั้นหนึ่ง แล้วซ้อนทับด้วยม่านพลัง ‘ปราณคืนกำไร’ อีกชั้น จน
มั่นใจว่าปลอดภัยจากนั้นจึงเริ่มทำการบีบอัด… สั่งให้พลังเหี่ยวเฉาทั้งหมื่น
เส้นหลอมรวมเข้าด้วยกัน!
ตูม!!
ทันทีที่พลังเหี่ยวเฉานับหมื่นเส้นปะทะกัน มิติเบื้องหน้าก็
เกิดการบิดเบี้ยวสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง แรงกดดันมหาศาล
แผ่พุ่งออกมาจนถ้ำ แทบถล่ม
ในขณะที่จางอวิ๋นคิดว่าทุกอย่างจะราบรื่น…
วิ้งงงง—!!
ใจกลางของกลุ่มก้อนพลังที่กำลังหลอมรวม พลันระเบิด
แสงสีเทาเจิดจ้าออกมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย!
แสงนั้นทรงพลังอำนาจจนน่าสะพรึงกลัว มันทะลุทะลวง
ม่านพลังป้องกันทั้งสองชั้นที่เขาเตรียมไว้อย่างง่ายดายราวกับ
ฉีกกระดาษ!
ยังไม่ทันได้ตั้งตัว จางอวิ๋นก็ถูกแสงสีเทานั้นกลืนกิน
เข้าไปทั้งร่าง!
ครืนนนนน—!!ในขณะเดียวกัน ลำแสงสีเทาขนาดมหึมาก็พุ่งทะลุ
เพดานถ้ำ พุ่งเสียดแทงขึ้นสู่ท้องนภาเหนือเทือกเขาไม้แห้ง!
ลำแสงนั้นย้อมผืนฟ้าให้กลายเป็นสีเทาหม่นหมอง
บรรยากาศแห่งความตายและความเสื่อมสลายแผ่ปกคลุม
ไปทั่วทั้งแดนลับเซียนในพริบตา!
ผู้คนทั้งหมดที่อยู่ในแดนลับ ต่างตกตะลึงจนตัวแข็งทื่อ
เงยหน้ามองปรากฏการณ์สีเทาที่เกิดขึ้น ณ เส้นขอบฟ้า
ไกลลิบ
“ทางทิศเหนือ… นั่นมันตำแหน่งของจวนวาสนาเซียน!”
“เกิดนิมิตฟ้าดินวิปริตแบบนี้… หรือว่ามีสมบัติระดับ
ตำนานปรากฏขึ้นที่จวนวาสนาเซียน?”
“เร็วเข้า! รีบไปดู! ช้าหมดอดแน่!”
……
เมื่อเห็นปรากฏการณ์นี้ ผู้บำเพ็ญเพียรจำ นวนมากที่อยู่
ไม่ไกลนัก ต่างก็ทิ้งภารกิจตรงหน้า เร่งความเร็วพุ่งตรงไปยัง
ทิศทางของจวนวาสนาเซียนทันทีราวกับฝูงแมลงเม่าบินเข้า
กองไฟณ บริเวณไม่ไกลจากเทือกเขาไม้แห้ง
กลุ่มคนของหอฝูเซียนที่เพิ่งหนีตายออกมาได้ไม่ไกล ก็
หยุดฝีเท้าลงพร้อมกัน
“บ้าเอ๊ย! นั่นมันควรจะเป็นของพวกเราแท้ๆ!!”
สตรีผมยาวจ้องมองลำแสงสีเทานั้นด้วย
ความเคียดแค้น นัยน์ตาแดงก่ำด้วยความริษยา กัดฟันกรอด
จนแทบแตกละเอียด
“นายน้อย… แล้วพวกเราจะกลับไปไหมขอรับ?”
เหล่าศิษย์หอฝูเซียนหันมาถามนางด้วยความลังเล
สตรีผมยาวใช้จิตตรวจสอบของวิเศษชิ้นหนึ่งในแหวน
มิติ เมื่อมั่นใจในไพ่ตายที่มี นางก็กัดฟันแน่นแล้วเอ่ยเสียง
เหี้ยม
“ไป! กลับไปเดี๋ยวนี้! ข้าจะปล่อยให้สองคนนั้นฮุบสมบัติ
ระดับตำนานไปคนเดียวไม่ได้เด็ดขาด!”
……