ศิษย์ข้าใครว่ากาก? ระบบศิษย์คืนกำไรหมื่นเท่า - บทที่ 171 ข้าสนที่ไหนว่าเจ้าเป็นใคร!
“กุญแจสามดอก... ไขเปิดวังเซียน…”
หลังจากกวาดล้างกล่องคริสตัลจนเกลี้ยง จางอวิ๋นก็ยืน
นิ่ง ทบทวนตัวอักษรสีทองแปดคำที่ผุดขึ้นมาในห้วงความคิด
ยามสัมผัสกุญแจ
กุญแจสามดอก... เห็นได้ชัดว่าหมายถึงกุญแจลักษณะ
เดียวกันนี้ นั่นแปลว่ายังมีอีกสองดอกกระจัดกระจายอยู่ที่ไหน
สักแห่ง?
ภาพฉายโฮโลแกรมแสดงโครงสร้างภายในทั้งหมดของ
จวนวาสนาเซียนให้เห็นแล้ว และกุญแจอีกสองดอกย่อมไม่ได้
ซ่อนอยู่ในที่แห่งนี้แน่นอน
“จวนวาสนาเซียนคือหนึ่งในสามแดนสมบัติแห่งแดนลับ
เซียน… กุญแจสามดอก หรือว่าจะสอดคล้องกับตำแหน่งของ
สามแดนสมบัติ?”
จางอวิ๋นยกมือขึ้นลูบคาง ดวงตาฉายแววครุ่นคิด
สมมติฐานนี้มีความเป็นไปได้สูงมาก! อีกสองดอกน่าจะ
ซุกซ่อนอยู่ในแดนสมบัติอีกสองแห่งที่เหลือ!
ส่วน ‘วังเซียน’ ที่ว่า… ในเมื่อมีคำว่า ‘เซียน’ นำหน้า ก็
น่าจะเกี่ยวข้องกับตัวตนระดับเซียนที่เป็นเจ้าของสถานที่แห่งนี้
ข่าวลือที่ว่าในแดนลับมี ‘มรดกเซียน’ หลับใหลอยู่ ไม่แน่ว่า
อาจจะซ่อนอยู่ในวังเซียนนั่นแหละ
“ต้องไปแดนสมบัติอีกสองแห่ง!”
เมื่อปะติดปะต่อเรื่องราวได้ เป้าหมายของจางอวิ๋นก็
ชัดเจนขึ้นทันที
ไม่ว่าในวังเซียนจะมีมรดกจริงหรือไม่ แต่แค่สมบัติใน
จวนวาสนาเซียนแห่งเดียวที่กวาดมาได้ ก็คุ้มค่ามหาศาล
พอที่จะทำให้เขาตั้งตารอคอยการปล้น… เอ้ย การสำรวจแดน
สมบัติอีกสองแห่งแทบไม่ไหวแล้ว
คิดได้ดังนั้น เขาก็ส่งกระแสจิตผ่านกุญแจในมือวูบหนึ่ง
วูบ!
ร่างของเขาเลือนหายไปจากห้องโถงกลาง และ
ไปปรากฏกายขึ้นเงียบๆ ที่ข้างกายของเถากู่หลานในอีก
มุมหนึ่งของถ้ำ
“ใคร?!”
สัญชาตญาณระวังภัยของเถากู่หลานทำงานทันที
ทันทีที่สัมผัสได้ถึงความเคลื่อนไหว นางก็ระเบิดพลังปราณ
หมุนตัวเตรียมพร้อมต่อสู้
จางอวิ๋นรีบยกมือขึ้น “กู่หลาน ข้าเอง!”
เมื่อได้ยินน้ำเสียงที่คุ้นเคย และเห็นใบหน้าเปื้อนยิ้มของ
จางอวิ๋น ดวงตาที่ตื่นตระหนกของเถากู่หลานก็แปรเปลี่ยน
เป็นประกายยินดี “ผู้อาวุโสเก้า!!”
จางอวิ๋นพยักหน้ายิ้มๆ “เราออกไปกันเถอะ”
“ออกไป? แต่ว่า…”
เถากู่หลานชะงัก นางยังสำรวจไม่ถึงไหนเลยนะ?
ทว่ายังไม่ทันที่นางจะได้เอ่ยถาม ภาพเบื้องหน้าก็
บิดเบี้ยววูบไหว… พอกลับมามองเห็นชัดเจนอีกครั้ง ผนังถ้ำ
มืดทึบก็หายไป แทนที่ด้วยบรรยากาศโล่งกว้างของเทือกเขา
ไม้แห้งภายนอกจวนวาสนาเซียน!
“นี่…”
นางอ้าปากค้างด้วยความตกตะลึง มองซ้ายมองขวา
อย่างไม่เชื่อสายตา ไม่รู้ว่าจางอวิ๋นพาออกมาได้อย่างไรใน
พริบตาเดียว
“ที่นั่นไม่ได้ลึกลับซับซ้อนอย่างที่คิดหรอก”
จางอวิ๋นกล่าวด้วยน้ำเสียงสบายๆ ราวกับเพิ่งไปเดินเล่น
ในสวนหลังบ้าน
“……”
ได้ยินแบบนี้ เถากู่หลานมีหรือจะไม่เข้าใจ… นี่จางอวิ๋น
สำรวจที่นั่นจบแล้วงั้นรึ?!
แต่นี่มันเพิ่งผ่านไปแค่ชั่วกาน้ำเดือดเองนะ?!
นอกจากความตกใจแล้ว เถากู่หลานก็ได้แต่ยิ้มแห้งๆ ให้
กับตัวเอง
ท่านผู้อาวุโสเก้านับวันยิ่งทำตัวเหนือสามัญสำนึกเข้าไป
ทุกที!
ต้องรู้ก่อนว่า แดนลับเซียนเปิดมาเป็นร้อยปี จนป่านนี้ยัง
ไม่เคยมีขุมกำลังไหนสำรวจสามแดนสมบัติได้จนทะลุปรุโปร่ง
เลยสักแห่ง แต่จางอวิ๋นกลับใช้เวลาแค่ชั่วอึดใจเดียว เคลียร์
แดนสมบัติไปแล้วหนึ่งแห่ง…
ทันใดนั้น นางก็นึกถึงสมบัติล้ำค่าชิ้นหนึ่งที่จู่ๆ ก็โผล่
มาตรงหน้าเมื่อครู่ก่อนที่จะถูกพาตัวออกมา… เถากู่หลาน
เข้าใจอะไรบางอย่าง หัวใจพลันรู้สึกอบอุ่นวาบขึ้นมา แก้ม
เนียนใสซับสีเลือดจางๆ ขณะลอบมองเสี้ยวหน้าของจางอวิ๋น
ฟุ่บ! ฟุ่บ! ฟุ่บ!
ในตอนนั้นเอง เสียงแหวกอากาศอันรุนแรงก็ดังแว่ว
มาจากขอบฟ้าไกล ทำลายบรรยากาศอันเงียบสงบ
กลุ่มของชิงหยวนและฉิงเฟิงพุ่งทะยานเข้ามาในลาน
กว้างหน้าปากถ้ำ เมื่อเห็นจางอวิ๋นและเถากู่หลานยืนอยู่ คิ้ว
เรียวของชิงหยวนก็เลิกขึ้นทันที ก่อนจะรีบปรับสีหน้า หันไป
ร้องบอกชายหนุ่มข้างกายด้วยน้ำเสียงออดอ้อนระคนเจ็บปวด
“พี่ฉิงเฟิง… สองคนนี้แหละเจ้าค่ะ!”
ฉิงเฟิงสีหน้าเคร่งขรึมขึ้นทันตา สายตาอันแหลมคมดุจ
เหยี่ยวตวัดมองมาที่จางอวิ๋นทั้งสองทันที
จางอวิ๋นเห็นดังนั้นก็ขมวดคิ้วมุ่นด้วยความรำคาญ
“ผู้อาวุโสเก้า… คนผู้นี้คือนายน้อย ‘ป้อมจิตปฏิพัทธ์’
แห่งแคว้นฝูเซียนเจ้าค่ะ!”
เถากู่หลานจำหน้าฉิงเฟิงได้ จึงรีบกระซิบเตือนเสียง
เครียด “เขาคือยอดฝีมือระดับจินตานอันดับหนึ่งของแคว้นฝู
เซียน และเป็นหนึ่งในผู้แข็งแกร่งที่สุดในระดับจินตานของแดน
ใต้!”
“แข็งแกร่งที่สุด?”
จางอวิ๋นหันมามองนาง เลิกคิ้วเล็กน้อย
เถากู่หลานได้สติ รีบเม้มปากแน่น ก่อนจะแก้คำพูดเสียง
อ่อย “เอ่อ… ก่อนที่จะเจอผู้อาวุโสเก้า เขาก็พอได้อยู่เจ้าค่ะ
แต่เทียบกับท่านตอนนี้…”
จางอวิ๋นส่ายหัวขำๆ
“เป็นพวกเจ้าสองคนสินะ… ที่รังแกน้องชิงหยวนของข้า
?”
ฉิงเฟิงก้าวออกมาข้างหน้า เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเย็นชา
และวางอำนาจ แรงกดดันระดับจินตานขั้นสูงสุดแผ่ออกมา
กดดัน
รอยยิ้มบนใบหน้าจางอวิ๋นจางหายไป เขาไม่แม้แต่
จะมองหน้าฉิงเฟิง สายตามองข้ามไหล่ไปจับจ้องที่กลุ่มของ
ชิงหยวนด้านหลังอย่างเย็นชา
“ข้าจำได้ว่า… ข้าเคยบอกให้พวกเจ้าหายไปให้พ้น
สายตาแล้วไม่ใช่รึ?”
เมื่อได้ยินน้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงจิตสังหาร สีหน้าของ
ชิงหยวนและพรรคพวกก็เปลี่ยนไปทันที ความหวาดกลัวเริ่ม
กัดกินจิตใจ
“สามหาว! รนหาที่ตาย!”
เห็นจางอวิ๋นกล้าเมินเฉยต่อตนเองอย่างสิ้นเชิง ฉิงเฟิงก็
บันดาลโทสะจนหน้าแดงก่ำ เขาคำรามลั่น กระชับกระบี่ยาว
ในมือแล้วฟาดฟันคลื่นดาบสีเงินยวตพุ่งเข้าใส่จางอวิ๋นทันที!
ตูม!
คลื่นดาบแหวกอากาศมาด้วยความเร็วสูง หมายจะผ่า
ร่างจางอวิ๋นเป็นสองซีก
จางอวิ๋นไม่ชายตามองแม้แต่น้อย เพียงแค่สะบัดหลัง
มือเบาๆ ราวกับปัดแมลงวัน
วูบ!
คลื่นพลังอูสีน้ำเงินเข้มก่อตัวขึ้นและกวาดออกไปปะทะ
ปังงง!!!
เสียงระเบิดดังสนั่นหวั่นไหว! คลื่นดาบของฉิงเฟิงแตก
กระจายกลายเป็นเศษแสง!
แรงกระแทกจากพลังอูซัดร่างของฉิงเฟิงพร้อมกระบี่คู่
กายจนปลิวละลิ่วเป็นเส้นโค้งสวยงาม กระเด็นหายวับ
ไปไกลลิบราวกับว่าวสายป่านขาด!
“นะ… นายน้อย!!”
เหล่าผู้บำเพ็ญเพียรระดับจินตานของป้อมจิตปฏิพัทธ์ที่
เตรียมจะโห่ร้องเชียร์ถึงกับหน้าถอดสี รีบพุ่งตัวบินตามไปรับ
ร่างนายน้อยของตนที่กลายเป็นจุดเล็กๆ บนท้องฟ้าทันที
“นี่มัน…”
กลุ่มของชิงหยวนอ้าปากค้าง ตกตะลึงจนตาแทบถลน
ออกจากเบ้า
เป็นไปได้ยังไง?
จินตานอันดับหนึ่งแห่งแคว้นฝูเซียน… ความภาคภูมิใจ
ของพวกนาง… ถูกตบปลิวด้วยการโจมตีเพียงครั้งเดียวเนี่ยนะ
?!
“หนี! เร็วเข้า!!”
เมื่อสัมผัสได้ว่าสายตาเย็นยะเยือกของจางอวิ๋นเบน
กลับมามอง ชิงหยวนหน้าซีดเผือดไร้สีเลือด ตะโกนลั่นแล้วพา
กลุ่มหอฝูเซียนหันหลังกลับเตรียมโกยแน่บ
“หนี?”
จางอวิ๋นเอ่ยเสียงเรียบ “ในเมื่อโผล่หัวมาให้เห็นอีกรอบ.
.. งั้นก็ไม่ต้องไปไหนแล้ว!”
ฝ่ามือขวาพลิกคว่ำลงช้าๆ
ครืนนนน!
คลื่นพลังอูสีน้ำเงินเข้มม้วนตัวก่อตัวขึ้นกลางอากาศ
ถาโถมออกไปราวกับเกลียวคลื่นยักษ์สึนามิที่พร้อมจะกลืนกิน
ทุกสรรพสิ่ง!
ชิงหยวนและพรรคพวกหน้าถอดสี ต่างระเบิดพลัง
ปราณออกมาหวังจะต้านทานสุดชีวิต แต่พลังปราณของพวก
นางเมื่ออยู่ต่อหน้าพลังอูระดับ ‘ปุโรหิต’ ของจางอวิ๋น ก็
เปราะบางราวกับกระดาษทิชชู่!
ถูกบดขยี้จนแหลกเหลวในพริบตา!
อั่ก! อั่ก! อั่ก!!
ชิงหยวนและศิษย์หอฝูเซียนกว่ายี่สิบคนกระอักเลือด
ออกมาพร้อมกัน ร่างกายถูกแรงกดดันมหาศาลบีบอัดจนแทบ
แหลกเหลว
จางอวิ๋นกดฝ่ามือลงต่ำ
พลังอูสีน้ำเงินเข้มกดทับร่างของพวกนาง ร่วงหล่นจาก
ท้องฟ้ากระแทกลงไปกองกับพื้นเทือกเขาไม้แห้งเบื้องล่าง
อย่างแรง
ตูม!!
ฝุ่นควันตลบอบอวล พื้นดินยุบตัวลงเป็นหลุมลึก
แต่ทันใดนั้น… ท่ามกลางหลุมลึก ร่างของชิงหยวนกลับ
ระเบิดพลังงานสีแดงฉานบางอย่างออกมา จนสามารถดิ้น
หลุดจากการพันธนาการของพลังอูได้เฮือกหนึ่ง!
“ไอ้สารเลว!! เจ้าบีบข้าเองนะ!!”
ผมเผ้าของชิงหยวนหลุดลุ่ย กระเซอะกระเซิงราวกับ
คนบ้า เลือดไหลอาบมุมปาก นางแผดเสียงคำรามด้วย
ความโกรธแค้นและสิ้นหวัง พร้อมกับควัก ‘ยันต์สีทอง’ แผ่น
หนึ่งออกมาแล้วโยนขึ้นฟ้าสุดแรง
จางอวิ๋นหรี่ตาลง สัมผัสได้ถึงอันตราย เขารีบยื่นมือออก
ไปกางม่านพลังปกป้องอู๋ไห่ไห่ในอ้อมอกและเถากู่หลานที่อยู่
ข้างกายทันที
วูบ!
แรงกดดันระดับ ‘แปลงเทพ’ แผ่พุ่งออกมาปะทะใบหน้า
จนเส้นผมและชุดคลุมสีขาวของจางอวิ๋นปลิวไสวไปตาม
แรงลม
แต่สองเท้าของเขายังคงยืนหยัดมั่นคง ไม่ถอยแม้แต่ครึ่ง
ก้าว!
สายตาจับจ้องไปที่ยันต์ซึ่งชิงหยวนโยนออกมา บนยันต์
นั้นปรากฏเงามายารูปร่างมนุษย์ค่อยๆ ก่อตัวขึ้นจากแสงสว่าง
“ท่านอาจารย์!! ช่วยศิษย์ด้วยเจ้าค่ะ!!”
ชิงหยวนกรีดร้องขอความช่วยเหลือทั้งน้ำตา
“ใครบังอาจทำร้ายศิษย์ข้า!!”
เสียงตวาดเกรี้ยวกราดดังสนั่นก้องฟ้าดิน เงามายานั้น
เผยให้เห็นรูปลักษณ์ชัดเจน เป็นหญิงงามวัยกลางคนผู้
มีใบหน้าเปี่ยมด้วยอำนาจบารมี ผมยาวสยาย สวมชุดคลุม
หรูหรา
“นั่น… เจ้าหอฝูเซียน!”
เถากู่หลานหน้าเปลี่ยนสี ตัวสั่นเทิ้มด้วยความหวาดกลัว
ต่อแรงกดดันระดับเจ้าสำนัก
“ไห่อู—”
จางอวิ๋นไม่พูดพร่ำทำเพลง ไม่รอให้ฝ่ายตรงข้ามได้
ตั้งท่า ยกมือขึ้นทันที
“คลื่นคลั่งม้วนกวาด!”
ตูมมม!!
มวลพลังอูสีน้ำเงินเข้มมหาศาลพวยพุ่งออกจากร่าง ถา
โถมเข้าใส่เงามายาของเจ้าหอฝูเซียนดุจคลื่นสึนามิถล่มเมือง!
“สามหาว!”
เมื่อเห็นว่าเด็กเมื่อวานซืนกล้าลงมือโจมตีตนเอง เจ้าหอ
ฝูเซียนก็เดือดดาล ในมือปรากฏเครื่องดนตรี ‘ผีผา’ ขึ้นมา
เคร้ง!
ทันทีที่นิ้วเรียวดีดสาย เสียงดนตรีไพเราะเสนาะหูก็ดัง
ระรัว คลื่นเสียงกังวานพาเอาพลังงานโปร่งแสงชนิดพิเศษแผ่
กระจายออกมา ก่อตัวเป็นม่านแสงทรงกลมต้านทานพลังอู
เอาไว้
“พลังเสียง?”
จางอวิ๋นเลิกคิ้วเล็กน้อย นี่เป็นครั้งแรกที่เขาเห็นพลังงาน
รูปแบบนี้ในโลกผู้บำเพ็ญเพียร
แต่เขาก็ไม่ได้ใส่ใจ พลิกฝ่ามืออัดพลังอูสีน้ำเงินเข้มเพิ่ม
เข้าไปอีกระลอก!
เปรี๊ยะ! เปรี๊ยะ!
ม่านแสงที่เกิดจากพลังเสียงเริ่มสั่นไหวอย่างรุนแรง และ
ปรากฏรอยร้าวปริแตก!
“บังอาจ! เจ้าเดรัจฉาน รู้หรือไม่ว่าตัวข้าเป็นใคร!?”
เงามายาเจ้าหอฝูเซียนเห็นท่าไม่ดีก็ทั้งโกรธทั้งตกใจ
นางนึกไม่ถึงว่าพลังของเด็กจินตานตรงหน้าจะหนาแน่น
และน่าสะพรึงกลัวขนาดนี้ และที่สำคัญคือ… มันกล้าลงมือกับ
นางโดยไม่ลังเล!
“ข้าสนที่ไหนว่าเจ้าเป็นใคร!”
จางอวิ๋นสวนกลับเสียงเรียบเย็นชา พร้อมกับเร่งพลังอู
สีน้ำเงินเข้มกดดันเข้าไปอีกขั้น
“ไอ้ชาติชั่ว!!”
เงามายาเจ้าหอฝูเซียนโกรธจนเลือดขึ้นหน้า นิ้วมือดีดผี
ผารัวเร็วเป็นระวิง พยายามปลดปล่อยพลังเสียงเพื่อซ่อมแซม
ม่านป้องกัน แต่ก็ไม่อาจต้านทานพลังอูที่บดขยี้เข้ามาจนแตก
ละเอียดทีละชั้น
นางจึงตะโกนลั่นด้วยความอาฆาต “ตัวข้าคือเจ้าหอฝู
เซียน! ไม่ว่าเจ้าจะเป็นใคร หากกล้าลงมืออีกครั้ง เจ้าจะเป็น
ศัตรูคู่อาฆาตกับหอฝูเซียนของข้าตลอดไป! ทั่วทั้งแดนใต้จะ
ไม่มีที่ให้เจ้ายืน!!”
“ไห่อู… กลืนกิน!”
จางอวิ๋นไม่สนใจคำขู่แม้แต่น้อย เขาเร่งพลังอูสีน้ำเงิน
เข้มจนถึงขีดสุด กระแทกม่านพลังเสียงจนแตกกระจาย แล้ว
ม้วนกลืนร่างเงามายานั้นเข้าไปในก้อนพลังอูทันที!
“ไอ้สารเลว!! ตัวข้า…”
เจ้าหอฝูเซียนคำรามลั่นด้วยความเจ็บใจ
“เลิกอ้าง ‘ตัวข้า’ ได้แล้ว! น่ารำคาญ!”
จางอวิ๋นเบ้ปากขัดจังหวะ “ต่อให้ร่างจริงเจ้ามาอยู่ที่นี่ ข้า
ยังไม่กลัวเลยประสาอะไรกับแค่เงามายากระจอกๆ… จงหาย
ไปซะ!”
พูดจบเขาก็กำมือแน่น
ตู้มมม!!!
พลังไห่อูบีบอัดอย่างรุนแรง ร่างเงามายาของเจ้าหอฝู
เซียนระเบิดกระจายกลายเป็นละอองพลังงานสีทองปลิวว่อน
ไปในอากาศทันที!
ชิงหยวนและเหล่าศิษย์หอฝูเซียนที่เห็นเหตุการณ์ ต่าง
พากันอ้าปากค้าง ตัวแข็งทื่อราวกับรูปปั้นหิน สิ้นเสียงคำพูด
ใดๆ…