ศิษย์ข้าใครว่ากาก? ระบบศิษย์คืนกำไรหมื่นเท่า - บทที่ 180 กับดักหน้าตำหนักเซียน
เบื้องหน้าของทุกคน ปรากฏเป็นพระราชวังขนาดมหึมา
ที่วิจิตรตระการตาราวกับเทพนิมิต ตั้งตระหง่านอย่างยิ่งใหญ่
ที่ปลายสุดของหุบเขา แสงสว่างเจิดจ้าที่ปลดปล่อยออกมานั้น
ส่องสว่างวาบไปทั่วครึ่งค่อนแดนลับเซียน ขับไล่ความมืดมิด
ให้มลายหายไปสิ้น
“ตำหนักเซียน! นั่นมันตำหนักเซียน!!”
ผู้อาวุโสสองแห่งสำนักหลิงเซียนตะโกนก้อง เสียงของ
เขาสั่นเครือด้วยความตื่นเต้นระคนปิติ
“ตำหนักเซียน… หนึ่งในสามแดนสมบัติงั้นหรือ?”
เหล่าอาวุโสคนอื่นๆ เมื่อได้ยินนามนั้น ต่างก็มีสีหน้าตื่น
ตะลึง ดวงตาเบิกโพลงด้วยความคาดไม่ถึง
แม้ว่าพวกเขาจะเพิ่งเคยย่างกรายเข้ามาในแดนลับเซียน
เป็นครั้งแรก แต่ก่อนหน้านี้ก็ได้ศึกษาตำราและรวบรวมข้อมูล
เกี่ยวกับแดนลับมาเป็นพิเศษ จึงพอจะล่วงรู้ถึงตำนาน
การดำรงอยู่ของ ‘สามแดนสมบัติ’ อันเลื่องชื่อ
“ตำหนักเซียนคืออะไร?”
มีเพียงสวีหมิงเท่านั้นที่เอ่ยถามด้วยความสงสัย คิ้วเข้ม
ขมวดเข้าหากันเล็กน้อย
ผู้อาวุโสสองจึงรีบอธิบายด้วยน้ำเสียงกระตือรือร้น “ใน
แดนลับเซียนจะมีแดนสมบัติซ่อนอยู่สามแห่ง ทุกครั้งที่แดน
ลับเปิดออก ภายในแดนสมบัติทั้งสามแห่งนี้จะมีสมบัติวิเศษ
ระดับตำนานปรากฏขึ้น และตำหนักเซียนแห่งนี้… ก็คือหนึ่งใน
นั้น!”
สวีหมิงเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย แววตาฉายประกาย
ความสนใจ
“ดูเหมือนพวกเราจะเป็นกลุ่มแรกที่ค้นพบนะ ข้างในนั่น
ต้อง…”
ผู้อาวุโสสองกำลังเอ่ยปากด้วยความฮึกเหิม
ฟุ่บ! ฟุ่บ!
ทว่าวาจายังไม่ทันสิ้นความ เสียงฝ่าสายลมหวีดหวิว
สองสายก็ดังแทรกขึ้นมา เห็นเพียงเงาร่างสองร่างพุ่งทะยาน
ออกไปด้านข้างด้วยความเร็วปานสายฟ้าแลบ
“ผู้อาวุโสสิบสอง! ผู้อาวุโสสิบสาม! พวกเจ้าจะทำอะไร!?”
ผู้อาวุโสสองตะโกนเรียกสุดเสียง
แต่ผู้อาวุโสทั้งสองของสำนักหลิงเซียนที่พุ่งออกไปกลับ
ไม่แยแสเสียงทักท้วงใดๆ ดวงตาของพวกเขาในยามนี้ลุกวาว
โรจน์ไปด้วยไฟแห่งความโลภ มุ่งหน้าตรงไปยังประตูใหญ่ของ
ตำหนักเซียนอย่างบ้าคลั่งราวกับคนเสียสติ
ต่อให้เป็นพี่น้องร่วมสำนัก แต่เมื่อสมบัติกองอยู่ตรงหน้า
… ใครดีใครได้ก็ต้องชิงลงมือก่อน!
“ไอ้สารเลวเห็นแก่ตัวสองตัวนั่น!”
ผู้อาวุโสสองเห็นดังนั้น สีหน้าก็พลันเคร่งขรึมลง กัดฟัน
กรอดด้วยความโมโห
ฟุ่บ ฟุ่บ ฟุ่บ!!
ทว่าในตอนนั้นเอง จิตใจของเหล่าผู้อาวุโสสำนักหลิง
เซียนคนอื่นๆ ที่อยู่รอบข้างก็เริ่มสั่นคลอน ความโลภเข้า
ครอบงำสติสัมปชัญญะ ต่างพากันระเบิดพลังพุ่งทะยานตาม
ออกไปราวกับฝูงผึ้งแตกรัง
“บัดซบ! พวกเจ้าทำบ้าอะไรกัน!?”
ผู้อาวุโสสองตวาดลั่นด้วยความเดือดดาล
แต่เหล่าผู้อาวุโสส่วนใหญ่ไม่สนใจฟังคำเตือนแล้ว แดน
สมบัติอยู่ตรงหน้าเพียงแค่เอื้อม จะให้พวกเขาทนไหวได้
อย่างไร?
เหลือเพียงผู้อาวุโสเจ็ดและคนอื่นๆ อีกไม่กี่คนที่มีสติ
มั่นคง รั้งรออยู่กับที่ สีหน้าของพวกเขาดูย่ำแย่เต็มที
ก่อนหน้านี้ตอนเผชิญหน้ากับอสูรซากเหี่ยวเฉา ไม่เห็น
พวกตาแก่พวกนี้จะกระตือรือร้นกันขนาดนี้ พอเจอสมบัติเข้า
หน่อย ดันแย่งกันวิ่งไปตายเอาดาบหน้าซะงั้น!
สวีหมิงมองภาพความโกลาหลตรงหน้าด้วยสายตา
เย็นชา แต่ทันใดนั้น สัมผัสอันเฉียบคมของเขาก็ตรวจจับ
ถึงความผิดปกติบางอย่างได้ สีหน้าพลันเปลี่ยนไปทันที เขา
รีบตะโกนเตือนก้องฟ้า
“ท่านผู้อาวุโส! รีบกลับมา!!”
แต่เหล่าอาวุโสที่พุ่งออกไปแล้วกลับทำหูทวนลม
มองเห็นเพียงประตูตำหนักเซียนที่อยู่เบื้องหน้าเท่านั้น
“สวีหมิง เปล่าประโยชน์… พวกเขาไม่กลับมาหรอก!”
ผู้อาวุโสสอง ผู้อาวุโสเจ็ด และคนข้างกายส่ายหน้าเบาๆ
อย่างระอาใจ มองสวีหมิงด้วยสายตาที่เต็มไปด้วย
ความรู้สึกผิด
ในสายตาพวกเขา การฝ่าฟันมาถึงจุดนี้ได้ เก้าในสิบ
ส่วนล้วนเป็นความดีความชอบของสวีหมิง พอเจอตำหนัก
เซียน สมควรให้สวีหมิงได้เข้าไปสำรวจก่อนแท้ๆ แต่พวก
ตาแก่พวกนี้กลับ…
สวีหมิงไม่มีเวลามาอธิบายความนัย รีบตะโกนลั่น
อีกครั้ง “ระวังอสูรซากเหี่ยวเฉา!!”
หึ่ง หึ่ง หึ่ง!!
แทบจะในวินาทีเดียวกับที่สิ้นเสียงของเขา พื้นดินและ
เนินเขาโดยรอบส่วนลึกของหุบเขาก็ปริแตกออกเป็นรอยแยก
เสียงกระพือปีกดั่งมัจจุราชร้องหึ่งๆ ดังระงมไปทั่วสารทิศ
ทันใดนั้น อสูรซากเหี่ยวเฉารูปลักษณ์คล้าย ‘แมลงภู่’ ตัว
ยาวกว่าสองเมตรจำนวนมหาศาล ก็บินพุ่งทะลวงออกมาจาก
รอยแยกเหล่านั้นอย่างรวดเร็ว
เหล่าผู้อาวุโสสำนักหลิงเซียนที่พุ่งนำไปก่อนหน้า บัดนี้
ตกอยู่ท่ามกลางวงล้อมของฝูงแมลงมรณะเหล่านี้พอดี!
“แย่แล้ว!!”
เมื่อเห็นภาพสยดสยองตรงหน้า สีหน้าของทุกคนก็
เปลี่ยนไปทันควัน คิดอยากจะหันหลังหนีกลับมา แต่ก็สาย
เกินไปเสียแล้ว
ฝูงอสูรแมลงภู่ต่างสะบัดส่วนหาง เหล็กในแหลมคมสีดำ
ทมิฬนับไม่ถ้วนพุ่งแหวกอากาศเข้าใส่เหล่าอาวุโสพร้อมกันดุจ
ห่าฝน
เหล่าอาวุโสสำนักหลิงเซียนหน้าถอดสี รีบโคจรพลัง
ลงมือป้องกันอย่างทุลักทุเล
ทว่าการป้องกันของพวกเขาเมื่ออยู่ต่อหน้าฝูงอสูร
บ้าคลั่งเหล่านี้ กลับเปราะบางราวกับกระดาษสา เพียงปะทะก็
แตกพ่ายยับเยิน!
“ม่ายยย——!!”
เสียงกรีดร้องโหยหวนดังขึ้น ผู้อาวุโสสองคนถูกเหล็กใน
ทะลวงการป้องกัน ร่างกายถูกเสียบทะลุหลายจุดจนพรุน
เลือดเนื้อและพลังชีวิตในกายเหือดแห้งลงด้วยความเร็วที่มอง
เห็นด้วยตาเปล่า
เพียงชั่วพริบตา ร่างที่เคยเปี่ยมพลังชีวิตก็กลายเป็นศพ
แห้งกรังราวกับซากไม้ผุสองร่าง ล้มตึงลงกระแทกพื้น สิ้นใจ
ตายคาที่!
นั่นคือผู้อาวุโสสิบสองและสิบสามที่พุ่งออกไปเร็วที่สุด…
เพราะความโลภที่พาพวกเขาเข้าไปลึกที่สุด จึงถูกฝูงอสูร
แมลงภู่รุมทึ้งมากที่สุด
ผู้อาวุโสคนอื่นๆ ก็มีสภาพไม่ต่างกันนัก
เวลานี้แต่ละคนต่างตกอยู่ในวงล้อม ถูกอสูรแมลงภู่
หลายตัวรุมโจมตีอย่างบ้าคลั่ง
“อ๊ากกก——!!”
ไม่นานนักก็มีเสียงร้องโหยหวนตามมา ผู้อาวุโสอีกคน
ถูกเหล็กในเสียบทะลุอก เลือดเนื้อเหือดแห้งกลายเป็นศพแห้ง
ตายไปอีกราย
ผู้อาวุโสสอง ผู้อาวุโสเจ็ด และคนที่เหลือที่รั้งท้าย ยืนดู
เหตุการณ์ด้วยใบหน้าซีดเผือดไร้สีเลือด
“ผ่ามังกรทองคำราม!”
เสียงตวาดก้องดังขึ้น ดวงตาของสวีหมิงแปรเปลี่ยนเป็น
เนตรมังกรทองอำพัน กระบี่ผิงเซียวในมือถูกห่อหุ้มด้วยเงา
มายามังกรทองที่เลื้อยพันเกลียว ก่อนจะตวัดฟันคลื่นปราณ
กระบี่มังกรทองกวาดออกไปในแนวขวาง
ปัง! ปัง! ปัง!
ที่ใดที่คลื่นกระบี่พาดผ่าน อสูรแมลงภู่ตัวแล้วตัวเล่าต่าง
ระเบิดร่างแหลกเป็นชิ้นเนื้อ ปลิวว่อนไปทั่วอากาศ
ตูม!
ทันใดนั้น หุบเขาทั้งลูกก็สั่นสะเทือนเลื่อนลั่น เงาเหล็กใน
ขนาดยักษ์พุ่งทะลุขึ้นมาจากใต้ดิน เจาะเข้าใส่คลื่นปราณ
กระบี่มังกรทองของสวีหมิงอย่างแม่นยำ
เพล้ง!
คลื่นปราณกระบี่ที่เคยไร้ผู้ต่อกร พลันแตกสลาย
ไปในทันที!
โฮก——!!
พร้อมกับเสียงคำรามกึกก้องสะท้านฟ้าดิน
ร่างของอสูรซากเหี่ยวเฉาแมลงภู่ขนาดยักษ์ ความยาว
กว่ายี่สิบเมตรพุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า ทั่วร่างแผ่กลิ่นอาย
กดดันอันน่าสะพรึงกลัวจนอากาศบิดเบี้ยว
ผู้อาวุโสคนหนึ่งที่กำลังรับมือกับลูกสมุนแมลงภู่เห็นเข้า
ก็หน้าถอดสี ขาแข้งอ่อนแรง รีบพยายามจะถอยหนี แต่ทว่า…
ฉึก!
เหล็กในยักษ์นั้นตวัดวูบเดียว แทงทะลุร่างของเขาจน
พรุน ยกร่างลอยขึ้นกลางอากาศ ก่อนจะสูบเลือดเนื้อจน
แห้งเหี่ยวในพริบตา
“ผู้อาวุโสสิบเอ็ด!!”
ผู้อาวุโสสองและเจ็ดกรีดร้องหน้าซีดเผือด มองดูอสูร
ยักษ์ที่โผล่ออกมาด้วยความหวาดกลัวจับขั้วหัวใจ
“อสูรซากเหี่ยวเฉา… ระดับหยวนอิง!!”
สวีหมิงเองก็สีหน้าเคร่งเครียดขึ้น คิ้วขมวดมุ่น แต่
แววตายังคงไร้ซึ่งความหวาดกลัว
“ย้าาก——!!”
เงามายามังกรทองคำรามก้องออกมาจากร่าง ฝ่ามือที่
กำกระบี่ผิงเซียวแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน ร่างทั้งร่างพุ่ง
ทะยานเป็นดั่งสายฟ้าฟาด เข้าปะทะกับอสูรแมลงภู่ระดับ
หยวนอิงอย่างไม่เกรงกลัวความตาย
“สวีหมิง!!”
พวกผู้อาวุโสสองร้องเรียกด้วยความตกใจแทบสิ้นสติ
ตูม!
แต่ภาพที่ปรากฏในวินาทีถัดมา ทำให้พวกเขาต้อง
อ้าปากค้างจนขากรรไกรแทบค้าง
สวีหมิงฟันกระบี่ใส่อสูรแมลงภู่ระดับหยวนอิงอย่างจัง
คลื่นกระบี่ก่อตัวเป็นเงามายามังกรทองขนาดมหึมา กระแทก
ร่างยักษ์ของอสูรระดับหยวนอิงจนกระเด็นปลิวไปไกลกว่าร้อย
เมตร อัดกระแทกเข้ากับเนินเขาด้านข้างอย่างรุนแรง
ตึง——!!
แรงกระแทกทำให้ทั้งหุบเขาสั่นสะเทือน ฝุ่นควัน
ฟุ้งกระจาย
ผู้อาวุโสสอง ผู้อาวุโสเจ็ด และคนอื่นๆ ต่างเบิกตากว้าง
ด้วยความช็อก
นั่นมันอสูรซากเหี่ยวเฉาระดับหยวนอิงนะโว้ย!
ถึงกับโดนสวีหมิงฟันทีเดียวปลิวเลยเรอะ??
โฮกกก——!!
ยังไม่ทันให้พวกเขาได้หายตกใจ อสูรแมลงภู่ยักษ์ที่ถูก
ซัดไปติดเนินเขาก็คำรามลั่นด้วยความโกรธเกรี้ยว บินพุ่ง
กลับมาอีกครั้งด้วยความเร็วที่เพิ่มขึ้น พร้อมกับระเบิด
พลังงานเหี่ยวเฉามหาศาลออกจากร่าง
“ผ่ามังกรทองคำราม!”
สวีหมิงไม่ถอย ปราณวิญญาณมังกรทองระเบิดออก
อีกครั้ง สร้างคลื่นกระบี่มังกรทองฟันสวนออกไป
ปัง!
แต่จากการระเบิดพลังต่อเนื่องติดต่อกัน ทำให้คลื่น
กระบี่รอบนี้ของเขาไม่ทรงพลังเท่าครั้งแรก จึงถูกเหล็กในที่
เคลือบด้วยพลังเหี่ยวเฉาของอสูรแมลงภู่กระแทกจน
แตกสลาย
“อึก!”
แรงสะท้อนอันน่าสะพรึงกลัวกระแทกจนสวีหมิงกระอัก
เลือดคำโต ร่างทั้งร่างปลิวลิ่วไปชนผนังผาจนจมลึกลงไปใน
เนื้อหิน เศษหินร่วงกราว
ในขณะเดียวกัน อสูรแมลงภู่ยักษ์ก็ไม่ปล่อยโอกาสให้
หลุดมือ มันง้างเหล็กใน พุ่งตรงเข้ามาหาเขาราวกับลูกธนูที่
หลุดจากคันศร หมายจะเสียบให้ตายคาที่!
สวีหมิงหน้าเปลี่ยนสี ตอนนี้ร่างกายครึ่งหนึ่งติดอยู่ใน
ผนังผา ขยับหนีไม่ทันแน่
“สวีหมิง!!”
พวกผู้อาวุโสสองตะโกนลั่นด้วยความตื่นตระหนก แต่ก็
อยู่ไกลเกินกว่าจะเข้าไปช่วยทัน และต่อให้ทันก็คงขวางไม่ไหว
วิ้ง!!
ในเสี้ยววินาทีความเป็นความตาย แสงสว่างนวลตา
เสายหนึ่งก็พุ่งออกมาจากอกเสื้อของสวีหมิง
เหล็กในมรณะของอสูรแมลงภู่ยักษ์ ถูกม่านแสงสว่างนั้น
กั้นขวางเอาไว้ได้ทันท่วงทีราวกับกำแพงสวรรค์
ทุกคนชะงักไป
สวีหมิงได้สติกลับมาอย่างรวดเร็ว ก้มมอง ‘ยันต์คุ้มกัน’
ที่กำลังเปล่งแสงสว่างวาบอยู่ในอกเสื้อ หัวใจพลันรู้สึกอบอุ่น
วาบ “ท่านอาจารย์…”
พลังจินตานในจุดตันเถียนระเบิดออก สลัดหลุดจาก
ผนังผา ดวงตาเนตรมังกรทองส่องประกายเจิดจ้า กระชับ
กระบี่ผิงเซียวในมือมั่น
“ข้าจะฟันเจ้าให้ขาด!”
เสียงคำรามกึกก้อง เขาเงื้อกระบี่เตรียมฟันใส่ร่างของ
อสูรแมลงภู่ยักษ์ที่ถูกแสงแห่งการคุ้มครองตรึงร่างเอาไว้
ชั่วคราว
ฉัวะ!
คมกระบี่วาดผ่านอากาศ ส่วนหางของอสูรแมลงภู่ยักษ์
ถูกคมกระบี่สะบั้นขาดกระเด็นทันที!
“มังกรทอง——”
สวีหมิงชูกระบี่ผิงเซียวขึ้นสูง ปราณมังกรทองหมุนวน
รอบตัวกระบี่จนเกิดเสียงคำราม
เตรียมจะเผด็จศึกปิดบัญชีเจ้าอสูรยักษ์ตัวนี้ให้สิ้นซาก
“เคล็ดปราณวายุร้อยชั้น… คมมีดลมกวาดล้าง!”
ทันใดนั้น เสียงตะโกนเย็นยะเยือกก็ดังแว่วมา พร้อมกับ
คมมีดสายลมนับสิบสายที่แหลมคมกริบ พุ่งแหวกอากาศ
มาจากด้านข้างด้วยความเร็วสูง
สวีหมิงสีหน้าเปลี่ยนไป สัญชาตญาณเตือนภัยร้องลั่น
รีบกระโดดหลบฉากออกมาทันที
ฟุ่บ ฟุ่บ ฟุ่บ!!
คมมีดสายลมเหล่านั้นไม่ได้เล็งมาที่เขา แต่ระดมฟันลง
ไปที่ร่างของศัตรู พริบตาเดียวก็บดขยี้ร่างของอสูรซาก
เหี่ยวเฉาแมลงภู่ยักษ์จนแหลกละเอียด กลายเป็นก้อน
พลังงานเหี่ยวเฉากระจายไปทั่ว!