ศิษย์ข้าใครว่ากาก? ระบบศิษย์คืนกำไรหมื่นเท่า - บทที่ 182 อาจารย์จะสอนเจ้าเอง ว่าของขวัญชิ้นนี้ใช้ยังไง!
- Home
- ศิษย์ข้าใครว่ากาก? ระบบศิษย์คืนกำไรหมื่นเท่า
- บทที่ 182 อาจารย์จะสอนเจ้าเอง ว่าของขวัญชิ้นนี้ใช้ยังไง!
ความเงียบงันเข้าปกคลุมทั่วหุบเขาในชั่วพริบตา…
ท่ามกลางฝุ่นควันที่เริ่มจางลง ร่างของบุรุษหนุ่มรูปงาม
ในชุดคลุมสีขาวราวหิมะ ผมสีดำขลับดุจน้ำหมึกสยายตาม
แรงลม ปรากฏกายยืนตระหง่านอยู่กลางสมรภูมิ บรรยากาศ
รอบกายแผ่กลิ่นอายสูงส่งเหนือสามัญ
เขาคือ… จางอวิ๋น
“ทะ… ท่านอาจารย์?”
“ผู้อาวุโสเก้า!”
เมื่อเห็นร่างนั้นชัดเจน ทั้งสวีหมิงและเหล่าอาวุโสสำนัก
หลิงเซียนต่างเผยสีหน้าประหลาดใจระคนปิติ
จางอวิ๋นปรายตามองสวีหมิงที่ร่างชุ่มโชกไปด้วยเลือด
และใบหน้าซีดเผือด เขาเดินเข้าไปตบไหล่ลูกศิษย์เบาๆ
ถ่ายทอดความอบอุ่นผ่านฝ่ามือ “ที่เหลือ… ปล่อยให้เป็น
หน้าที่ของอาจารย์เอง!”
“ขอรับ!”
สวีหมิงพยักหน้าหนักแน่น เส้นประสาทที่ตึงเครียด
มาตลอดในที่สุดก็ผ่อนคลายลง เขาทรุดตัวลงนั่งหอบหายใจ
อย่างหนักบนพื้น ปล่อยวางภาระทั้งหมดให้แผ่นหลังที่
แข็งแกร่งที่สุดตรงหน้า
จางอวิ๋นหมุนตัวกลับ สีหน้าเรียบเฉยไร้ระลอกอารมณ์
สายตาคมกริบล็อคเป้าไปที่ ‘ผู้อาวุโสเจ็ด’ ตัวปลอมทันที
วูบ!
เพียงแค่ขยับตัว… ร่างของเขาก็หายวับไปจากสายตา
เร็วเสียจนคนในเหตุการณ์ยังไม่ทันได้กระพริบตา จางอ
วิ๋นก็ไปโผล่ยืนประจันหน้าอยู่ด้านข้างของ ‘ผู้อาวุโสเจ็ด’ แล้ว!
‘ผู้อาวุโสเจ็ด’ สีหน้าเปลี่ยนไปฉับพลัน สัญชาตญาณ
ร้องเตือนถึงความตาย พลังมารในร่างระเบิดออกหมาย
จะต่อต้าน
แต่กลับถูกมือข้างหนึ่งของจางอวิ๋นกดกลับเข้าไปดื้อๆ
ราวกับผู้ใหญ่กดหัวเด็ก!
หมับ!
ฝ่ามือเรียวยาวของจางอวิ๋นตะปบลงบนศีรษะของอีก
ฝ่ายอย่างแม่นยำ
“ม่ายยย——”
‘ผู้อาวุโสเจ็ด’ กรีดร้องลั่นด้วยความหวาดกลัวสุดขีด
ผัวะ!
วินาทีถัดมา… ราวกับแตงโมสุกงอมที่ถูกค้อนปอนด์ทุบ
จนแหลก ศีรษะของมันระเบิดคามือของจางอวิ๋นทันที!
เลือดสดๆ และเศษสมองสาดกระเซ็นใส่ผู้อาวุโสสำนักห
ลิงเซียนที่อยู่ข้างๆ จนพวกเขาตัวแข็งทื่อ ยืนตัวสั่นทำอะไรไม่
ถูกกับภาพความโหดเหี้ยมที่เกิดขึ้นในเสี้ยววินาที
“เอานี่ไป… ช่วยรักษาผู้อาวุโสสองหน่อย”
น้ำเสียงราบเรียบของจางอวิ๋นดึงสติพวกเขากลับมา
เมื่อเห็นขวดหยกที่จางอวิ๋นโยนมาให้ พวกเขาก็รีบ
ลนลานรับไว้ แล้วกุลีกุจอเข้าไปดูอาการผู้อาวุโสสองที่นอน
หายใจรวยรินแขนขาดอยู่บนพื้น
ส่วนสายตาของจางอวิ๋น... หันไปมองร่างเงาที่กำลัง
ตะเกียกตะกายลุกขึ้นมาจากกองหินเนินเขาไม่ไกลออกไป
“แค่ก แค่ก...”
เสียงไอโขลกดังขึ้น เฟิงหยวนลุกขึ้นยืนด้วยสภาพ
ทุลักทุเล ใบหน้าที่เคยบวมปูดจากหมัดเมื่อครู่เริ่มยุบลงด้วย
พลังฟื้นฟูของมาร
เมื่อเห็นจางอวิ๋นยืนขวางอยู่ ใบหน้าอันนุ่มนวลของเขาก็
แสยะยิ้มบางๆ แววตาอำมหิต “ผู้อาวุโสเก้า… คิดไม่ถึงเลยว่า
…”
ฟุ่บ!
ยังพูดไม่ทันจบประโยค จางอวิ๋นก็พุ่งเข้าประชิดตัวแล้ว!
หมัดตรงธรรมดาๆ ถูกชกออกไป แต่กลับแฝงด้วยพลัง
ทำลายล้างมหาศาล
ตูม!
ร่างกายท่อนบนครึ่งหนึ่งของเฟิงหยวนถูกหมัดอัดจน
กระจุยหายไปในพริบตา! ทว่า… กลับไม่มีเลือดสักหยดสาด
กระเซ็น เพราะร่างครึ่งซีกนั้นได้กลายสภาพเป็นเกลียว
พายุหมุนวนสลายแรงกระแทกไปได้ทันท่วงที
“มายาพายุจำแลง… พรสวรรค์นี้ถือว่าไม่เลว!”
จางอวิ๋นเอ่ยชมเสียงเรียบ ราวกับกำลังวิจารณ์งานศิลปะ
“เจ้า…”
เฟิงหยวนได้ยินดังนั้นก็เบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง
จางอวิ๋นมองออกถึงแก่นแท้พรสวรรค์ของเขาได้ยังไง?
ยังไม่ทันได้คิดต่อ จางอวิ๋นก็ตวัดแขนกวาดออก
ไปอีกครั้ง
วูบ!
แต่ครั้งนี้ก็กวาดโดนเพียงแค่เกลียวพายุ ร่างกายอีกครึ่ง
ซีกของเฟิงหยวนแปรสภาพเป็นพายุหมุนหลบหลีกไปได้
ราวกับภูตผี
“เคล็ดปราณวายุร้อยชั้น——พายุคมมีดกวาดล้าง!”
ทันใดนั้น พลังงานธาตุลมจากภายในร่างเฟิงหยวนก็
ม้วนตลบ ก่อตัวเป็นพายุคมมีดสายลมจำนวนมหาศาลพุ่ง
ระเบิดออกไปรอบทิศทาง โดยมีตัวเขาเป็นศูนย์กลาง
จางอวิ๋นยืนอยู่ใกล้ที่สุด ย่อมรับเคราะห์ไปเต็มๆ
ฉึก ฉึก ฉึก!!
แต่ทว่า… ก่อนที่คมมีดสายลมจะสัมผัสผิวเสื้อ ชั้นพลัง
สีน้ำเงินเข้มลึกลับก็พวยพุ่งออกมาจากร่างของจางอวิ๋น เข้า
ยึดจับและหยุดยั้งคมมีดส่วนใหญ่เอาไว้กลางอากาศ
‘พลังอู?’ เฟิงหยวนดวงตาหดเกร็ง
วิ้ง!
ตอนนั้นเอง ประกายกระบี่ที่พุ่งสวนมาจากกลางพายุ
ทำให้เขาหน้าเปลี่ยนสี รีบสลายร่างเป็นเกลียวพายุอีกครั้งเพื่อ
หลบหนี
จางอวิ๋นฟันกระบี่ใส่อากาศธาตุ แต่สีหน้ายังคงเรียบเฉย
เอ่ยถามลอยๆ “ร่างจำแลงเกลียวพายุของเจ้า… คงไม่สามารถ
ปกคลุมทั่วทั้งร่างได้พร้อมกันสินะ?”
“แย่แล้ว!”
เฟิงหยวนได้ยินก็หน้าถอดสี ความลับของวิชาถูกมอง
ทะลุปรุโปร่ง!
“ไห่อู——เกลียวคลื่นกลืนกิน!”
จางอวิ๋นไม่เปิดโอกาสให้พักหายใจ ‘พลังอูสีน้ำเงินเข้ม’
อันมหาศาลทะลักออกมาจากร่าง ม้วนตัวเป็นเกลียวคลื่นบีบ
อัดร่างของเฟิงหยวนจากทุกทิศทางราวกับกรงขังวารี
พริบตาเดียว ร่างที่กำลังจำแลงเป็นพายุของเฟิงหยวนก็
ถูกแรงดันมหาศาลบีบอัดจนหดเล็กลงเรื่อยๆ จากขนาดคน
เหลือเพียงลูกบอลลมขนาดเล็ก!
“เคล็ดศักดิ์สิทธิ์ผนึกมาร——มารจำแลง!!”
วินาทีที่กำลังจะถูกบีบจนแตกดับ พลังมารอัน
เกรี้ยวกราดก็ระเบิด ตูม ออกมา กระแทกพลังอูจนแตก
กระจาย!
แรงระเบิดรุนแรงจนผลักจางอวิ๋นให้ถอยร่นไปกว่าสิบ
เมตร
เมื่อเงยหน้ามอง…
ก็พบเฟิงหยวนในร่างใหม่ ทั่วร่างปกคลุมด้วยไอมารสีดำ
ทมิฬ ดวงตาแปรเปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำดุจโลหิต เส้นผมสีดำ
ยาวสยายออกไปกว่าสิบเมตรปลิวไสวอยู่กลางอากาศราวกับ
งูยักษ์
พร้อมกันนั้น กลิ่นอายพลังก็พุ่งพรวดจากระดับหยวนอิง
ขั้นกลาง ทะลุสู่ระดับหยวนอิงขั้นสูงสุดทันที!
“กระบวนท่านี้ของข้า… เดิมทีเตรียมไว้ใช้จัดการท่านเจ้า
สำนัก…”
เฟิงหยวนสิ้นคราบผู้ดีโดยสิ้นเชิง น้ำเสียงแหบพร่า
เต็มไปด้วยจิตสังหารอันเย็นยะเยือก จ้องเขม็งมาที่จางอวิ๋น
“ในเมื่อเป็นแบบนี้… ก็ขอเอาเจ้ามาลองของหน่อยแล้วกัน!!”
ตูม!
พลังมารระเบิดออกจนอากาศรอบข้างบิดเบี้ยว
จางอวิ๋นเห็นดังนั้น จู่ๆ ก็หันไปเอ่ยกับลูกศิษย์ที่นั่งดูอยู่
“หมิงเอ๋อร์… ของขวัญชิ้นที่สองที่อาจารย์ให้ ได้รับหรือยัง?”
สวีหมิงชะงักไปครู่หนึ่ง นึกถึงข้อมูลวิธีกรใช้ที่จู่ๆ ก็โผล่
เข้ามาในหัวพร้อมกับ ‘แท่นอัญเชิญ’ ที่เขายังไม่ค่อยเข้าใจนัก
จึงรีบพยักหน้า
จางอวิ๋นเอ่ยเสียงเรียบ มุมปากยกยิ้มบางเบา
“งั้นอาจารย์จะสอนเจ้าเอง… ว่าของขวัญชิ้นนี้ใช้ยังไง!”
พูดจบเขาก็พลิกฝ่ามือเรียก ‘แท่นอัญเชิญ’ ออกมา แล้ว
โยนชิ้นเนื้อส่วนหนึ่งของอสูรมารเงาที่เก็บไว้ลงไปบนแท่น
“อัญเชิญ!”
สิ้นเสียงคำสั่งราบเรียบ
วูบ วูบ!!
แสงสว่างวาบขึ้นบนแท่นอัญเชิญ ส่องสว่างไปทั่วทั้ง
หุบเขา
“เคล็ดปราณวายุร้อยชั้น——ระบำคมมีดวายุพายุมาร!”
ในขณะเดียวกัน เฟิงหยวนที่บ้าคลั่งก็ม้วนตัวพุ่งเข้ามา
พร้อมกับคมมีดสายลมที่ผสานพลังมารจำนวนนับไม่ถ้วน ยิง
ถล่มใส่จางอวิ๋นราวกับห่าฝนดาวตก
ตูม!
แต่ทว่า… เงาทะมึนขนาดมหึมาสายหนึ่งที่พุ่งออก
มาจากแท่นอัญเชิญ กลับเข้าขวางหน้าคมมีดเหล่านั้น แล้วรับ
การโจมตีทั้งหมดไว้ได้โดยไร้รอยขีดข่วน!
“โฮก——!!”
เสียงคำรามกึกก้องดังสนั่นหวั่นไหว
ทุกคนในที่นั้นต่างตกตะลึงจนลืมหายใจ จ้องมองร่าง
มหึมาความยาวเกือบร้อยเมตรของ ‘อสูรมารเงา’ ที่ลอยเด่น
ออกมาจากแท่นอัญเชิญ บดบังท้องฟ้าจนมืดมิด
“นะ… นี่มัน!!”
เฟิงหยวนเมื่อเห็นรูปลักษณ์ของอสูรมารเงา ดวงตา
สีแดงก่ำก็เบิกกว้างแทบถลนด้วยความช็อกสุดขีด
“ดูเหมือนเจ้าจะรู้จักมัน”
จางอวิ๋นเอ่ยเสียงเรียบ เดินออกมาจากใต้เงาของอสูร
ยักษ์ “ถูกต้อง… นี่คือสัตว์เลี้ยงของท่านจอมมารเงาที่พวกเจ้า
เทิดทูนนักหนาไงล่ะ!”
เฟิงหยวนตัวสั่นเทิ้ม ปากสั่นระริก มองจางอวิ๋นด้วย
ความไม่อยากจะเชื่อ “จะ… เจ้าเป็นคนฆ่าท่านจอมมารเงา??”
“พวกเจ้ารู้ข่าวว่าเขาตายแล้วด้วยเหรอ? ข่าวไวดีนี่!”
จางอวิ๋นเลิกคิ้วเล็กน้อย “ตอนนั้นกว่าจะฆ่าจอมมารของ
พวกเจ้ากับไอ้สัตว์เลี้ยงตัวนี้ได้ เล่นเอาข้าเหนื่อยแทบแย่…
ตอนนี้ เจ้าก็ลองชิมรสชาติสัตว์เลี้ยงตัวนี้หน่อยเป็นไง!”
โฮก——!!
สิ้นเสียงของเขา อสูรมารเงาก็คำรามลั่น ปลดปล่อย
พลังงานเงาจำนวนมหาศาล ก่อตัวเป็น ‘ม่านฟ้าเงาทมิฬ’
ม้วนตัวเข้าใส่เฟิงหยวน
เฟิงหยวนหน้าถอดสี นี่เป็นครั้งแรกที่เขารู้สึกหวาดกลัว
จับใจจนแข้งขาอ่อนแรง
ก่อนเข้าแดนลับเซียนแค่วันเดียว เขาเพิ่งได้รับข่าวว่า
จอมมารเงาสิ้นชีพแล้ว…
เขาคาดเดาตัวคนร้ายไปต่างๆ นานา คิดว่าเป็นยอด
ฝีมือระดับสูงจากดินแดนอื่น แต่ไม่เคยคิด… หรือไม่แม้แต่
จะเฉลียวใจเลยว่า มัจจุราชผู้นั้นจะเป็นผู้อาวุโสเก้าแห่งสำนัก
หลิงเซียนคนนี้!!
ฟุ่บ!
ไม่มีความลังเลแม้แต่น้อย เขาแปลงร่างเป็นลมพายุ
ห่อหุ้มด้วยพลังมาร เตรียมจะบินอ้อมอสูรมารเงาเพื่อหนีสุด
ชีวิต
“ไห่อู——คลื่นคลั่งม้วนกวาด!”
แต่กำแพงคลื่นสีน้ำเงินเข้มที่สร้างจากพลังอู ก็ปรากฏ
ขึ้นขวางหน้าเขาเอาไว้อย่างไร้ทางออก
“บัดซบ!”
เฟิงหยวนสบถลั่น แต่พลังอูได้แผ่ขยายไปทั่วบริเวณแล้ว
หลบไปทางไหนก็ไม่พ้น
ร่างของเขาถูกคลื่นกระแทกจนกระเด็นกลับไป ม่านฟ้า
เงาทมิฬของอสูรมารเงาจึงได้โอกาสม้วนตัวเข้ามาโอบล้อม
พลังงานเงาอันไร้ที่สิ้นสุดเข้ากัดกินร่างของเขาทันที
“ม่ายยย——!!”
เสียงกรีดร้องโหยหวนของเฟิงหยวนดังลั่น ก่อนที่ร่างทั้ง
ร่างจะถูกความมืดมิดกลืนกินจนหายไป!
“อ๊ากกก——!!”
ท่ามกลางเสียงร้องโหยหวน ม่านเงาสลายตัวไป เผยให้
เห็นร่างของเฟิงหยวนที่ถูกพลังเงากัดกร่อนจนร่างเละเทะแทบ
จำเค้าเดิมไม่ได้ ร่วงหล่นลงสู่พื้นดัง ตุบ!
“นี่…”
สวีหมิง และเหล่าอาวุโสสำนักหลิงเซียนที่เหลือรอด ต่าง
อ้าปากค้าง จ้องมองจางอวิ๋นที่ยืนสงบนิ่ง ชุดขาวสะอาดตาไม่
เปื้อนฝุ่นแม้แต่น้อยหลังจบการต่อสู้ ราวกับเทพเซียนที่ลงมา
จุติ
ก๊าซ——!!
โฮก——!!
โฮก——!!
ในตอนนั้นเอง เสียงอินทรีร้องและเสียงมังกรคำรามก็ดัง
แว่วมาจากนอกหุบเขา
เงาร่างของอินทรีนภาเขี้ยวพายุที่ขนเต็มไปด้วย
สีแดงฉาน บินโฉบลงมา โดยมีเจียวมังกรวารีสีน้ำเงินสองตัว
บินขนาบข้าง… กองหนุนมาถึงแล้ว!