ศิษย์ข้าใครว่ากาก? ระบบศิษย์คืนกำไรหมื่นเท่า - บทที่ 184 เจ้าหอฝูเซียนมาเยือน!
ณ ทางเดินลับภายในตำหนักเซียน
ว้าก! ว้าก!
กุญแจลึกลับสองดอกลอยค้างอยู่กลางอากาศเบื้องหน้า
กำแพงหิน พร้อมกับส่งเสียงร้องแหลมเล็กประหลาดดังก้อง
สะท้อนไปทั่ว
“อยู่ข้างในนี้สินะ…”
จางอวิ๋นเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย แววตาเป็นประกาย ก่อน
จะหยิบก้อนพลังงานเหี่ยวเฉาที่เพิ่งรวบรวมมาได้ออกมาทำ
การหลอมรวมทันที
วูบ…
ไม่นานนัก ‘ทารกทองคำเทา’ ที่เกิดจากการรวมตัวของ
พลังเซียนเหี่ยวเฉาก็ปรากฏขึ้นตรงหน้า รูปร่างของมันดู
เลือนรางคล้ายทารกแต่กลับอัดแน่นด้วยพลังงานอัน
น่าสะพรึงกลัว
ทันทีที่ก่อรูปร่างสำเร็จ เจ้าทารกพลังงานตัวน้อยก็ถูก
แรงดึงดูดบางอย่างจากผนังตรงหน้าเรียกหา มันพุ่งเข้าชน
กำแพงหินอย่างจัง!
กริ๊ก!
เสียงกลไกทำงานดังขึ้น ผนังกำแพงที่เป็นเหมือนม่าน
พลังถูกกระแทกจนเกิดรอยแยก ปริแตกออกเผยให้เห็นเส้น
ทางลับที่ซ่อนอยู่ภายใน
ทารกทองคำเทาไม่รอช้า พุ่งนำเข้าไปในความมืดทันที
จางอวิ๋นคว้ากุญแจทั้งสองดอกที่ลอยอยู่ แล้วรีบก้าวเท้า
ตามเข้าไปติดๆ
สุดปลายทางเดินคือห้องโถงกว้างขวาง ลักษณะ
คล้ายคลึงกับ ‘จวนวาสนาเซียน’ ที่เขาเคยเข้าไปก่อนหน้านี้
ภายในห้องมีกล่องคริสตัลบรรจุสมบัติวางเรียงรายอยู่ตามชั้น
วาง
แต่สิ่งที่ทำให้รูม่านตาของจางอวิ๋นหดเกร็งวูบ คือภาพที่
ปรากฏอยู่มุมห้อง…
มีคนนั่งอยู่!
เป็นชายชราสวมชุดคลุมผ้ากระสอบเก่าคร่ำคร่า
ร่างกายผอมแห้งจนหนังหุ้มกระดูก นั่งขัดสมาธิสงบนิ่งราวกับ
รูปปั้น
สิ่งที่น่าขนลุกที่สุดคือ… แม้ดวงตาจะมองเห็นร่างของ
ชายชราคนนี้อยู่ทนโท่ แต่ในสัมผัสการรับรู้ทางจิตวิญญาณ
ของจางอวิ๋น กลับว่างเปล่าราวกับไม่มีตัวตนอยู่จริง!
จางอวิ๋นรีบโคจรเคล็ดวิชาเนตรเซียนตรวจสอบทันที
…ว่างเปล่า
ไม่พบข้อมูลใดๆ ไม่ว่าจะเป็นระดับพลัง สถานะ หรือ
แม้แต่ชื่อแซ่
นั่นยิ่งทำให้เขาตื่นตัวถึงขีดสุด กล้ามเนื้อทุกส่วนเกร็ง
เขม็งเตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์ฉุกเฉิน
ว้าก! ว้าก!
เสียงร้องของทารกทองคำเทาเรียกสติเขา มันพุ่งเข้าไป
หากุญแจดอกที่สาม ซึ่งลอยเด่นอยู่เหนือโต๊ะหินกลางห้อง
แล้วหลอมรวมเข้าไปเป็นหนึ่งเดียว
วูบ วูบ!!
กุญแจดอกนั้นเปล่งแสงสว่างวาบ ส่งแรงดึงดูดอัน
มหาศาลออกมา ราวกับกำลังเรียกหาพวกพ้อง
จางอวิ๋นยังคงจ้องมองชายชราชุดกระสอบที่มุมห้อง
เขม็ง แต่อีกฝ่ายยังคงนิ่งสนิทไร้การเคลื่อนไหว ไร้ลมหายใจ
“ไม่ทราบว่าท่านอาวุโสคือ?”
จางอวิ๋นตัดสินใจไม่รีบร้อนเข้าไป ลองหยั่งเชิงถามดูด้วย
น้ำเสียงราบเรียบ
…ไร้เสียงตอบรับ
ชายชราชุดกระสอบยังคงนั่งนิ่งเป็นหิน
“คนตาย?”
จางอวิ๋นขมวดคิ้วด้วยความลังเล
เขาไม่สัมผัสถึงกลิ่นอายชีวิต แต่ก็ไม่สัมผัสถึงกลิ่นอาย
ความตายเช่นกัน แยกไม่ออกว่าเป็นคนหรือผี หรืออาจจะเป็น
แค่ภาพมายาที่สร้างขึ้น?
เดี๋ยวนะ… หรือจะเป็นภาพมายาจริงๆ?
คิดได้ดังนั้น จางอวิ๋นก็เรียก ‘อวิ๋นหมายเลขสอง’ และ
‘อวิ๋นหมายเลขสาม’ ออกมา สั่งให้หุ่นเชิดทั้งสองค่อยๆ ย่าง
สามขุมเข้าไปใกล้ชายชรา ส่วนตัวเองยืนคุมเชิงอยู่ห่างๆ
พร้อมถอยหนีทุกเมื่อ
จนกระทั่งหุ่นเชิดทั้งสองเดินไปประชิดตัว ชายชราก็ยัง
นิ่งเฉย
จางอวิ๋นสั่งให้ลองสัมผัสตัวดู
แปะ! แปะ!
เสียงฝ่ามือกระทบผิวหนังแห้งๆ ดังฟังชัด
“ศพงั้นเหรอ?”
จางอวิ๋นยังไม่วางใจ สั่งให้หุ่นเชิดทั้งสองลองลูบคลำ
สำรวจร่างชายชรา หรือกระทั่งดึงชุดผ้ากระสอบออกเพื่อ
พิสูจน์ความจริง แต่อีกฝ่ายก็ยังนั่งนิ่งเป็นท่อนไม้
ไม่มีการตอบโต้ใดๆ
“ลองโจมตีจุดตายดูซิ!”
จางอวิ๋นออกคำสั่งสังหาร
อวิ๋นหมายเลขสองและสามลงมือทันที ฝ่ามือซัดเข้าใส่
จุดชีพจรสำคัญ
แต่ผลลัพธ์คือความเงียบ… ไร้ปฏิกิริยา ไร้การป้องกัน
จางอวิ๋นถอนหายใจเบาๆ ฟันธงในใจ
นี่น่าจะเป็นศพจริงๆ!
แม้จะแปลกใจว่าทำไมมีศพมานั่งตายซากอยู่ที่นี่ แต่
ตอนนี้ไม่ใช่เวลามาสงสัย สายตาของเขาพุ่งเป้าไปที่กุญแจ
ดอกสำคัญบนโต๊ะ
เขาเดินเข้าไปอย่างระมัดระวัง เอื้อมมือคว้ากุญแจ
และในวินาทีที่ปลายนิ้วสัมผัสกุญแจนั้นเอง…
ชายชราชุดกระสอบที่นั่งนิ่งเป็นศพมาตลอด จู่ๆ ก็ลืม
ตาโพลง!!
“เฮ้ย!!”
ต่อให้เป็นจางอวิ๋นที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมาเยอะ เจอ
จังหวะผีหลอกวิญญาณหลอนแบบนี้เข้าไปก็สะดุ้งโหยงจน
ขนลุกซู่ไปทั้งตัว!
พลังอูและปราณคืนกำไรในร่างระเบิดออกโดยสัญ
ชาตญาณ เส้นประสาทตึงเปรี๊ยะเตรียมพร้อมปะทะหรือ
หลบหนีสุดชีวิต
แต่ทว่า…
ชายชราชุดกระสอบไม่ได้ขยับตัวทำร้ายใคร เขาแค่…
ลืมตาขึ้นมาเฉยๆ ดวงตานั้นว่างเปล่าไร้แวว
“???”
จางอวิ๋นยืนงงเป็นไก่ตาแตก หัวใจยังเต้นรัวเร็วจาก
ความตกใจ
ว้าก! ว้าก!
ทันใดนั้น กุญแจทั้งสามดอกในมือ ก็ส่งเสียงร้อง
ประสานเสียงพร้อมกัน ระเบิดพลังงานเหี่ยวเฉาออกมาอย่าง
รุนแรงจนสะบัดหลุดจากมือของจางอวิ๋น
จางอวิ๋นจะคว้าคืนก็ไม่ทันแล้ว กุญแจทั้งสามพุ่งเข้าใส่
ชายชราชุดกระสอบราวกับถูกแม่เหล็กดูด!
ท่ามกลางสายตาตกตะลึงของจางอวิ๋น กุญแจทั้ง
สามดอกเสียบเข้าไปที่ กลางกระหม่อม และ ดวงตาทั้งสอง
ข้าง ของชายชราอย่างแม่นยำ!
ตอนนี้เขาเพิ่งสังเกตเห็นว่า… กลางกระหม่อมและ
ดวงตาของชายชรา แท้จริงแล้วคือรูสำหรับเสียบกุญแจ
สามดอก!
กริ๊ก! กริ๊ก! กริ๊ก!
กุญแจทั้งสามดอกหมุนพร้อมกันดังกริ๊ก
ครืนนน——!!
แสงสว่างเจิดจ้าพวยพุ่งออกมาจากร่างของชายชราชุด
กระสอบราวกับเขื่อนแตก!
พริบตาเดียว แสงสว่างนั้นก็กลืนกินไปทั่วทั้งห้องโถง
ลามไปถึงทั่วทั้งตำหนักเซียน และพุ่งทะลุหลังคาออก
ไปด้านนอกอย่างรวดเร็ว
สวีหมิงและคนอื่นๆ ที่รออยู่ด้านนอกยังไม่ทันตั้งตัว โลก
ทั้งใบก็กลายเป็นสีขาวโพลนด้วยแสงสว่างอันเจิดจ้า
แสงนั้นไม่หยุดอยู่แค่นั้น มันแผ่ขยายครอบคลุมไปทั่วทั้ง
แดนลับเซียนในชั่วพริบตา
และยังคงพุ่งทะลุออกไปสู่โลกภายนอกแดนลับ…
ทะลวงสู่ชั้นฟ้า!
…
ณ ภายนอกแดนลับเซียน, เกาะเจียวหนาน
เหล่าผู้บำเพ็ญเพียรจากสารทิศยังคงปักหลักรวมตัวกัน
อยู่บนเกาะ แต่ไม่ได้ไปอออยู่ที่ชายหาดหน้าทางเข้าแดนลับ
เหมือนตอนแรก
แดนลับเซียนเปิดแต่ละครั้ง กินเวลาอย่างน้อยหนึ่ง
ถึงสองเดือน ตอนนี้เพิ่งผ่านไปไม่ถึงสิบวัน ยังอีกนานกว่าคนที่
เข้าไปจะออกมาได้ ดังนั้นทุกคนจึงหาที่นั่งพักผ่อนรอคอยกัน
ตามอัธยาศัย
เจ้าสำนักหลิงเซียนเองก็นั่งขัดสมาธิสงบจิตใจอยู่ใน
ถ้ำเล็กๆ แห่งหนึ่งบนเกาะ
“หือ?”
สัมผัสได้ถึงความผิดปกติบางอย่าง เขาค่อยๆ ลืมตาขึ้น
มองไปทางประตูมิติแดนลับที่ชายหาด
เขารู้สึกได้ว่า… ตราประทับวิญญาณที่ฝังไว้ที่หลังคอ
ของเฟิงหยวน… หายไปแล้ว
สถานการณ์แบบนี้ เป็นไปได้สองอย่าง คือเฟิงหยวน
ตายแล้ว หรือไม่ก็ผู้อาวุโสสองตัดสินใจบีบยันต์หยกใช้งาน
ตราประทับสังหาร
ไม่ว่าจะออกหน้าไหน ก็ยืนยันได้แล้วว่า เฟิงหยวนมี
ปัญหาจริง!
แววตาของเจ้าสำนักหลิงเซียนฉายแววเย็นชา ศิษย์
ทรยศ… ตายซะได้ก็ดี!
“หือ?”
แต่จู่ๆ เขาก็สัมผัสได้ถึงแรงกดดันมหาศาลที่กำลัง
มุ่งหน้ามา เงยหน้ามองไปทางขอบฟ้าไกลของเกาะเจียวหนาน
กลิ่นอายอันน่าสะพรึงกลัวกวาดผ่านเกาะเจียวหนานทั้ง
เกาะในพริบตา!
ผู้บำเพ็ญเพียรทุกคนบนเกาะต่างตื่นตระหนก สัมผัสได้
ถึงหายนะที่กำลังคืบคลานเข้ามา
บนท้องฟ้าเหนือเกาะ ปรากฏร่างของหญิงงามในชุด
นางพญาแบบโบราณชายยาวเฟื้อย ผมยาวสยายปลิวไสว
สีหน้าเปี่ยมด้วยอำนาจบารมี ลอยเด่นอยู่เหนือเวหา พร้อมกับ
กองกำลังยอดฝีมืออีกนับสิบคนที่แผ่กลิ่นอายดุดันติดตามมา
เบื้องหลัง
“ท่านเจ้าหอ?”
ผู้บำเพ็ญเพียรหญิงระดับหยวนอิงคนหนึ่งบนเกาะเห็น
ดังนั้น ก็รีบเหาะขึ้นไปต้อนรับด้วยความเคารพ
“นั่นมัน… เจ้าหอฝูเซียน!”
“คุณพระช่วย! นางมาทำอะไรที่นี่? ขนคนมาเยอะขนาดนี้
จะมาเปิดสงครามรึไง?”
…
เกิดความโกลาหลวุ่นวายขึ้นทั่วทั้งเกาะเจียวหนาน
ผู้อาวุโสสองแห่งเกาะเชียนไห่ก็ถูกรบกวนจนต้อง
ออกมาดู กำลังจะเข้าไปสอบถามถึงสาเหตุการมาเยือน
“คนบนเกาะทั้งหมด… ไสหัวออกมาให้ข้าเดี๋ยวนี้!!”
เสียงตวาดเย็นชาของ ‘เจ้าหอฝูเซียน’ ดังสนั่นกึกก้อง
ไปทั่วทั้งเกาะเจียวหนาน!
แรงกดดันที่แฝงมากับน้ำเสียงอันทรงพลัง ทำเอา
น้ำทะเลรอบเกาะถึงกับเดือดพล่าน คลื่นยักษ์ก่อตัวซัดสาด
ชายฝั่ง
ผู้บำเพ็ญเพียรบนเกาะต่างรู้สึกเหมือนมีภูเขาลูกมหึมา
ทับอก หายใจไม่ออก มองดูหญิงงามบนฟ้าด้วย
ความหวาดกลัวจับจิต สัมผัสได้ถึงโทสะอันรุนแรงของนางที่
พร้อมจะเผาผลาญทุกสิ่ง
“เจ้าหอฝูเซียน… ไม่เจอกันนาน อารมณ์ยังร้อนแรง
เหมือนเดิมเลยนะ!”
ตอนนั้นเอง เสียงราบเรียบสายหนึ่งก็ดังขึ้น ช่วยสลาย
แรงกดดันที่ปกคลุมเกาะไปจนหมด
“เจ้าถ้ำอวี้ซิง!”
เสียงอุทานด้วยความโล่งใจดังขึ้นเมื่อเห็นชายชุดเขียวที่
ลอยตัวขึ้นมาขวางหน้า นั่นคือ ‘เจ้าถ้ำอวี้ซิง’ หนึ่งในยอดฝีมือ
ผู้ดูแลความเรียบร้อย
“อวี้ชาง… เจ้าก็อยู่ด้วยรึ?”
เจ้าหอฝูเซียนหรี่ตามองเล็กน้อย แต่ก็แค่นเสียงเย็นชา
“ข้ามาที่นี่ เพื่อมาทวงถามความยุติธรรม!”
“ความยุติธรรม?”
อวี้ชางชะงักด้วยความงุนงง
เจ้าหอฝูเซียนไม่พูดพร่ำทำเพลง สะบัดมือฉายภาพ
โฮโลแกรมจากปราณขึ้นกลางอากาศ
“ข้าต้องการรู้ว่า… เจ้าเด็กนี่มันเป็นคนของใคร?”
“นั่นมัน… ผู้อาวุโสสำนักหลิงเซียนไม่ใช่รึ?”
“เกิดอะไรขึ้น? ทำไมเจ้าหอฝูเซียนถึงตามล่าเขา?”
“ผู้อาวุโสเก้าจางอวิ๋น!”
…
ทันทีที่เห็นภาพ ฉับพลันก็เกิดเสียงฮือฮาดังระงมไปทั่ว
เกาะราวกับผึ้งแตกรัง
เพราะบุคคลในภาพนั้น คือ จางอวิ๋น!
วีรกรรมที่ขี่สัตว์วิญญาณระดับหยวนอิงและกวาดล้าง
ผู้คนบนเวทีประลองยังตราตรึงใจทุกคน ไม่มีใครจำเขาไม่ได้
ในชั่วพริบตา สายตาของคนเกือบทั้งเกาะ ก็พุ่งตรงไปยัง
ถ้ำที่เจ้าสำนักหลิงเซียนพักอยู่โดยไม่ได้นัดหมาย
เจ้าหอฝูเซียนเห็นปฏิกิริยาของฝูงชน ก็ตวัดสายตา
มองตามไปที่ตำแหน่งนั้นทันที
แววตาของนาง… คมกริบดุจกระบี่สังหาร!