ศิษย์ข้าใครว่ากาก? ระบบศิษย์คืนกำไรหมื่นเท่า - บทที่ 236 นิมิตสวรรค์, บรรพชนพันเกาะปรากฏกาย
- Home
- ศิษย์ข้าใครว่ากาก? ระบบศิษย์คืนกำไรหมื่นเท่า
- บทที่ 236 นิมิตสวรรค์, บรรพชนพันเกาะปรากฏกาย
ลำแสงสายนั้นพุ่งทะยานเสียดฟ้า กระแทกเข้ากับม่านพลังของค่ายกลร้อยเกาะเข้าอย่างจัง
ปัง——!!
เพียงแค่การปะทะเดียว ม่านฟ้าอันแข็งแกร่งก็ถูกทะลวงจนเป็นรูโหว่ขนาดมหึมา
ค่ายกลร้อยเกาะ… พังทลายลงในพริบตา!
ณ เกาะที่ตั้งอยู่ตรงขอบชายแดนของม่านฟ้าค่ายกลร้อยเกาะ ผู้อาวุโสหกแห่งเกาะเชียนไห่ที่เฝ้ารอโอกาสอยู่ก่อนแล้ว เมื่อเห็นภาพนั้นหัวใจก็หล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่ม
ค่ายกลร้อยเกาะหายไปแล้วจริงๆ… อำนาจของคุณชายช่างทรงพลังเหลือคณานับ!
โดยไม่ลังเลแม้แต่น้อย เขารีบพุ่งตัวหนีตายออกไปด้านนอกทันที
ยิ่งได้ประจักษ์ในความสามารถของจางอวิ๋น เขายิ่งเลื่อมใสศรัทธาในตัวเจ้านายผู้กุมชะตาชีวิตคนนี้มากขึ้นทวีคูณ
เกาะเชียนไห่แม้จะยิ่งใหญ่เกรียงไกร แต่เมื่อเทียบกันแล้ว เขารู้สึกว่าเจ้านายของเขานั้นน่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่าหลายร้อยเท่า!
การได้ติดตามรับใช้ตัวตนระดับนี้ แม้สถานะจะเป็นเพียงทาสรับใช้ แต่อนาคตเบื้องหน้าอาจจะได้ดิบได้ดี ผงาดง้ำค้ำฟ้าก็เป็นได้
เขาตัดสินใจอย่างเด็ดขาดแล้ว ว่าจะขอติดตามรับใช้เจ้านายผู้นี้ไปให้สุดเส้นทาง!
คิดได้ดังนั้น ก็รีบปฏิบัติตามคำสั่งของจางอวิ๋น เหินร่างหนีออกจากอาณาเขตเกาะเชียนไห่ด้วยความเร็วสูงสุดทันที
…
ณ เกาะที่ห้า
“นิมิตสวรรค์?”
“กลิ่นอายที่แผ่ซ่านออกมานี่… ข้ารู้สึกเหมือนมีผู้ใดกำลังจะบรรลุระดับพลัง?”
“นี่มันเกิดเรื่องวิปริตอันใดขึ้นกันแน่?”
……
ลำแสงที่พุ่งทะลวงขึ้นฟ้าจากปากถ้ำ ทำให้ผู้บำเพ็ญเพียรเกาะเชียนไห่จำนวนมากยืนตะลึงลานทำสิ่งใดไม่ถูก
“พวกเจ้ายังจะยืนบื้อใบ้ทำซากอันใด! รีบรวมพลังกันสังหารอสูรมารเงาตัวนั้น แล้วบุกเข้าไปหยุดมันเดี๋ยวนี้!!”
เจ้าเกาะเชียนไห่ที่กำลังถูกกู้ชวนทั้งห้ารุมกินโต๊ะจนแทบกระอักเลือด เห็นลูกน้องยืนเหม่อลอยก็ตวาดลั่นด้วยโทสะ
บัดซบเอ๊ย…
ข้าแบกรับแรงกดดันแทบตาย พวกเจ้าไม่รีบโจมตี ยังจะมามัวโอ้เอ้กันอยู่อีก!
อยากให้ท่านเจ้าเกาะคนนี้ตายเร็วขึ้นหรืออย่างไร!
เหล่าผู้บำเพ็ญเพียรเกาะเชียนไห่ได้สติ ก็รีบลงมือกันพัลวัน
อสูรมารเงาแม้จะเป็นถึงระดับแปลงเทพ แต่เมื่อต้องเผชิญหน้าเพียงลำพัง
กับคลื่นมนุษย์ที่ทยอยกันมาสมทบมากขึ้นเรื่อยๆ โดยมีระดับหยวนอิงกว่าสามสิบคนเป็นแกนนำ
การร่วมมือกันโจมตีจึงเริ่มกดดันอสูรมารเงาจนต้องถอยร่นได้สำเร็จ
ครืนนน——!!
ทันใดนั้น บนท้องนภาจุดที่ลำแสงพุ่งขึ้นไป ก็เกิดเสียงกัมปนาทเลื่อนลั่นราวกับฟ้าผ่าผ่าลงมากลางใจคน
ผู้คนต่างชะงักงัน เงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้า
เห็นเพียงลำแสงนั้นพุ่งทะลุเมฆหมอกขึ้นไปราวกับศรเทพเจ้าทะลวงเมฆา ก่อนจะกระแทกเข้ากับประตูบานยักษ์ที่ปรากฏขึ้นอย่างเลือนราง ณ ส่วนลึกของท้องฟ้าอย่างจัง
“ประตู?”
ผู้บำเพ็ญเพียรหลายคนขมวดคิ้วด้วยความงุนงง
“ปะ… ประตูแห่งพันธนาการ!?”
เจ้าเกาะเชียนไห่เบิกตากว้างจนแทบถลน ใบหน้าฉายแววเหลือเชื่อสุดขีด
เหล่าผู้เฒ่าระดับหยวนอิงของเกาะเชียนไห่หลายคนถึงกับอ้าปากค้างด้วยความตระหนก
คนในถ้ำที่กำลังเลื่อนระดับ ถึงกับเรียกขานประตูแห่งพันธนาการออกมาได้เชียวรึ?
ตัวตนที่ซ่อนอยู่ข้างใน… เป็นเทพเจ้าองค์ใดมาจุติกันแน่!?
ตึง——!!
ยังไม่ทันจะได้ไตร่ตรองสิ่งใดต่อ ลำแสงนั้นก็กระแทกเข้าใส่ประตูยักษ์บนฟากฟ้าเสียงดังสนั่นหวั่นไหว ราวกับขุนเขาถล่มทลาย
แรงสั่นสะเทือนนั้นทำให้รู้สึกราวกับฟ้าดินจะแตกดับ
แต่ทว่า… ประตูบานนั้นกลับตั้งตระหง่าน ไม่ขยับเขยื้อนเลยแม้แต่น้อย
ตึง! ตึง! ตึง!——
ลำแสงระดมกระแทกเข้าใส่อย่างบ้าคลั่ง แต่ประตูก็ยังคงปิดสนิทนิ่ง
“ชนไม่เปิดงั้นรึ…”
เจ้าเกาะเชียนไห่และคนอื่นๆ เลิกคิ้วขึ้น
แม้การเรียกประตูแห่งพันธนาการออกมาได้จะเป็นเรื่องน่าตกใจ แต่หากชนไม่เปิด ก็ไม่ต่างอันใดกับการเลื่อนระดับล้มเหลว!
เมื่อเห็นว่าอานุภาพของลำแสงเริ่มอ่อนกำลังลง เจ้าเกาะเชียนไห่และคนอื่นๆ ก็ตระหนักว่ามหันตภัยนี้กำลังจะยุติลงแล้ว
แต่ทว่า…
ตูม!
แรงดูดกลืนที่น่าสยดสยองยิ่งกว่าครั้งก่อน พลันระเบิดตูมออกมาจากภายในถ้ำ
ปราณฟ้าดินโดยรอบที่เพิ่งจะสงบลง กลับถูกกระชากอย่างรุนแรงให้ไหลไปรวมที่ถ้ำบนเกาะที่ห้าอีกคำรบ
และครานี้… มันบ้าคลั่งยิ่งกว่าเดิมหลายเท่าทวีคูณ!
เนื่องจากไร้ซึ่งม่านฟ้าของค่ายกลร้อยเกาะคอยกางกั้น แรงดูดนี้จึงกวาดผ่านร้อยเกาะ แล้วลามเลียออกไปยังเกาะที่อยู่ไกลออกไปในทะเลกว้างอย่างไร้ขอบเขต
เพียงชั่วพริบตา เกาะนับร้อยในอาณาเขตของเกาะเชียนไห่ต่างโดนหางเลข ปราณฟ้าดินไหลทะลักมารวมที่ถ้ำบนเกาะที่ห้าดั่งแม่น้ำร้อยสายไหลลงสู่ทะเล
“เกิดเรื่องบ้าอันใดขึ้นอีก?”
“เหตุใดถึงเริ่มดูดอีกแล้ว??”
……
เมื่อเห็นภาพนี้ เจ้าเกาะเชียนไห่และเหล่าลูกสมุนต่างก็มึนงงสับสน
เห็นชัดๆ ว่ากระแทกประตูไม่เข้า ล้มเหลวไปแล้วมิใช่หรือ เหตุใดยังดูดต่อได้อีก?
ช้าก่อน!
ทันใดนั้น เหมือนจะสังเกตเห็นสิ่งผิดปกติบางอย่าง เจ้าเกาะเชียนไห่และเหล่าผู้บำเพ็ญเพียรต่างเบิกตากว้าง จ้องเขม็งไปที่ถ้ำเป็นตาเดียว
เห็นเพียงท่ามกลางลำแสงที่พุ่งขึ้นจากถ้ำ มีลำแสงสายที่สองแยกตัวออกมา พุ่งตรงสู่ท้องฟ้าเคียงคู่กัน!
สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ ปราณฟ้าดินมหาศาลที่ถูกดูดมาจากทั่วสารทิศ ล้วนไหลไปรวมกันที่ลำแสงสายที่สองนี้
บัดซบ! นี่มันกำลังดูดกลืนปราณฟ้าดินของเกาะเชียนไห่ เพื่อเอาไปเติมพลังให้ลำแสงกระแทกประตูแห่งพันธนาการนี่หว่า!
“อย่าให้มันทำสำเร็จ! หยุดมันเดี๋ยวนี้!!”
เจ้าเกาะเชียนไห่คำรามลั่นด้วยความร้อนรน
ขืนปล่อยให้ดูดต่อเนื่องเช่นนี้ ต่อให้ปราณในเกาะเชียนไห่จะหนาแน่นเพียงใดก็รับไม่ไหว เผลอๆ อาจจะกระทบกระเทือนถึง ‘ชีพจรวิญญาณ’ ของเกาะด้วยซ้ำ!
ที่ตั้งของเกาะเชียนไห่ คือแดนวิญญาณสมุทรแห่งทะเลหนานจี๋ ปราณฟ้าดินที่นี่หนาแน่นกว่าภายนอกมหาศาล
สาเหตุหลักก็เพราะมี ‘ชีพจรวิญญาณสมุทร’ หล่อเลี้ยงอยู่ใต้ทะเล
หากการดูดซับนี้ไปกระทบถึงรากฐานของชีพจรวิญญาณ ความเสียหายที่เกิดขึ้นกับเกาะเชียนไห่จะประเมินค่ามิได้!
มันสำคัญยิ่งกว่าค่ายกลรวมศูนย์เชียนไห่เสียอีก!
เหล่าผู้บำเพ็ญเพียรเกาะเชียนไห่ต่างตระหนักถึงความร้ายแรงนี้ จึงระเบิดพลังกันสุดชีวิต
ส่วนหนึ่งช่วยกันรุมสกัดอสูรมารเงาที่ตัวใหญ่ยักษ์ให้เปิดทาง อีกส่วนหนึ่งรีบมุดผ่านช่องว่างนั้นพุ่งเข้าใส่ปากถ้ำอย่างไม่กลัวตาย
ตูม!
แต่ในวินาทีที่กำลังจะบุกเข้าไป พลังอันน่าสะพรึงกลัวก็กวาดกระแทกสวนออกมา ระดับหยวนอิงสองคนที่เป็นทัพหน้า กับระดับจินตานอีกหลายคน ร่างระเบิดกลายเป็นหมอกเลือดทันที!
กู้ชวนอีกคนหนึ่ง… ที่แผ่กลิ่นอายระดับแปลงเทพขั้นสูงสุด เดินออกมาจากความมืดภายในถ้ำ
“ทำไมยังมีอีก??”
“ระดับแปลงเทพขั้นสูงสุดอีกคนแล้ว? จะไม่ให้คนอื่นมีทางรอดเลยรึไง!!”
……
ผู้บำเพ็ญเพียรเกาะเชียนไห่แทบจะทึ้งหัวตัวเองด้วยความบ้าคลั่ง
ท่านเจ้าเกาะล่อไปห้าคนแล้ว นี่โผล่มาคนที่หกอีก? นี่มันระดับแปลงเทพขั้นสูงสุดนะโว้ย มิใช่ผักกาดขาวตามตลาดสด!!
เจ้าเกาะเชียนไห่เห็นภาพนั้น สีหน้าดำคล้ำจนถึงขีดสุด
แต่ลำพังรับมือห้าคนก็ตึงมือจนแทบไม่ไหวแล้ว ไม่มีปัญญาจะแบ่งร่างไปสกัดกั้นคนที่หกได้อีก
พรวด!
เขาถึงกับกระอักเลือดสดๆ ออกมา เพราะโดนห้ากู้ชวนกดดันจนบอบช้ำภายในอย่างหนัก
กู้ชวนคนที่หกกำลังพุ่งทะยานออกมา…
“ฮึ่ม!”
ทันใดนั้น เสียงแค่นหัวเราะเย็นเยียบทรงอำนาจก็ดังมาจากทิศทางของเกาะที่หนึ่ง
พร้อมกับฝ่ามือเหี่ยวย่นขนาดมหึมาที่กดทับลงมายังเกาะที่ห้า ราวกับหัตถ์สวรรค์ลงทัณฑ์
ตู้ม!
กู้ชวนที่เพิ่งวิ่งออกมา โดนฝ่ามือนี้ตบจนจมลงไปในพื้นดินของเกาะที่ห้า ร่างกายแตกร้าวแหลกเหลว
เจ้าเกาะเชียนไห่และเหล่าลูกศิษย์เห็นดังนั้น แววตาก็พลันลุกโชนด้วยประกายแห่งความหวัง
“ท่านบรรพชน!!”
เห็นเพียงชายชราสวมชุดคลุมเต๋าสีน้ำเงินเข้ม ผมยาวสีน้ำเงินยุ่งเหยิงปลิวไสว เหาะเหินเดินอากาศมาจากทิศไกลลิบ
เขาผู้นี้คือบรรพชนผู้ก่อตั้งเกาะเชียนไห่… ‘บรรพชนพันเกาะ’!
เมื่อมาถึงเหนือเกาะที่ห้า
ดวงตาอันลึกล้ำมองดูลำแสงสายที่สองที่กำลังดูดกลืนปราณฟ้าดินจากเกาะน้อยใหญ่รอบด้านอย่างตะกละตะกลาม บรรพชนพันเกาะสีหน้าเย็นชา พลิกฝ่ามือซัดพลังรูปฝ่ามือยักษ์กดลงไปที่ถ้ำเบื้องล่างซ้ำทันที
เพล้ง——!!
แต่ฝ่ามือนี้ยังไม่ทันจะได้สัมผัสพื้น ก็ถูกพลังงานมหาศาลที่ระเบิดสวนขึ้นมาจากในถ้ำ กระแทกจนสลายไปกลางอากาศ
“???”
ผู้คนในเหตุการณ์ต่างชะงักกึก ลมหายใจสะดุด
เห็นเพียงเงาร่างอีกสี่สายที่แผ่กลิ่นอายระดับแปลงเทพขั้นสูงสุด บินพุ่งสวนออกมาจากในถ้ำ…
ชัดเจนว่าเป็นกู้ชวนอีกสี่คน!
“ทำไมยังมีอีก??”
เจ้าเกาะเชียนไห่และคนอื่นๆ ถึงกับอ้าปากค้างจนขากรรไกรแทบหลุด
นี่ตกลงมันอัญเชิญกู้ชวนออกมาได้กี่ตัวกันแน่? ออกมาหกแล้ว ยังมีอีกสี่เนี่ยนะ??
บรรพชนพันเกาะขมวดคิ้วมุ่นด้วยความรำคาญใจ พลิกฝ่ามือซัดพลังอีกครั้งใส่กู้ชวนทั้งสี่
ตูม!
กู้ชวนทั้งสี่ถูกซัดจนถอยกรูด แต่เมื่อร่วมมือกันประสานพลัง ก็สามารถต้านรับฝ่ามือของบรรพชนพันเกาะเอาไว้ได้
บรรพชนพันเกาะกำลังจะลงมือซ้ำ แต่จู่ๆ…
ครืนนน——!!