ศิษย์ข้าใครว่ากาก? ระบบศิษย์คืนกำไรหมื่นเท่า - บทที่ 250 คิดจะแย่งของลูกศิษย์ข้า ถามข้าหรือยัง?
- Home
- ศิษย์ข้าใครว่ากาก? ระบบศิษย์คืนกำไรหมื่นเท่า
- บทที่ 250 คิดจะแย่งของลูกศิษย์ข้า ถามข้าหรือยัง?
“ใครกัน… ที่บังอาจทำลายเมล็ดพันธุ์อสูรเหี่ยวเฉาของข้า!”
ณ ส่วนลึกของจวนตระกูลหลัว ชายผู้หนึ่งทอดสายตามองไปยังทิศทางของจวนตระกูลอู๋ด้วยสีหน้าตื่นตระหนก แววตาที่เคยนิ่งสงบพลันสั่นไหวด้วยความเคลือบแคลงสงสัย
“พวกสุนัขรับใช้ตระกูลหลัว! ไสหัวออกมาให้หมด!!”
ทันใดนั้น เสียงตวาดอันกึกก้องกัมปนาทปานฟ้าถล่มก็ระเบิดขึ้นเหนือผืนน่านฟ้าจวนตระกูลหลัว แรงสั่นสะเทือนมหาศาลทำให้อากาศรอบด้านบิดเบี้ยวจนมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า
“หืม?”
ชายผู้นั้นเงยหน้าขึ้นฉับพลัน เขามองเห็นอู๋เสี่ยวพั่งที่ลอยตัวเด่นตระหง่านอยู่กลางเวหา คิ้วเรียวขมวดเข้าหากันด้วยความขุ่นเคืองถึงขีดสุด
ภายในจวน คนตระกูลหลัวจำนวนมากต่างวิ่งออกมาด้วยความแตกตื่นกับเสียงกัมปนาทที่จู่โจมอย่างกะทันหัน
“เจ้าหนูจากสำนักไหนกัน! กล้ามาแผดเสียงโวยวายเหนือจวนตระกูลหลัวของข้าเชียวรึ!!”
เสียงตวาดตอบด้วยโทสะดังสวนกลับมา พร้อมกับชายหนุ่มผู้หนึ่งที่รวบรวมพลังปราณเตรียมจะขับขี่กระบี่บินทะยานขึ้นไปเพื่อหมายจะเด็ดหัวผู้บุกรุก
ฟุ่บ!
ทว่ายังไม่ทันที่เท้าของมันจะพ้นจากพื้นดิน ตราประทับหมัดสีทองอร่ามก็พุ่งดิ่งลงมาจากฟากฟ้าเสียก่อน อานุภาพของมันกดทับจนแผ่นดินเบื้องล่างสั่นสะเทือน
“แย่แล้ว!”
ชายหนุ่มหน้าเปลี่ยนสีเป็นซีดเผือด เขาโคจรพลังปราณสุดกำลังเพื่อสร้างเกราะคุ้มกายขึ้นมาหมายจะต้านทานแรงกระแทก
ทว่าต่อหน้าตราประทับหมัดนี้ เกราะปราณของเขากลับเปราะบางยิ่งกว่าเศษแก้ว มันแตกกระจายกลายเป็นผุยผงในพริบตาเดียว
ตราประทับหมัดยังคงกดทับลงมาอย่างต่อเนื่อง บดขยี้ร่างของชายหนุ่มจนกระดูกแหลกเหลวไร้ชิ้นดี ก่อนจะกระแทกเข้ากับเสาหินขนาดมหึมากลางจวนจนพังพินาศเป็นหน้ากอง
ตู้ม!
เสาหินหักโค่นถล่มลงมา ร่างของชายหนุ่มนอนแน่นิ่งจมกองเลือด ไร้ซึ่งสัญญาณชีพโดยสมบูรณ์
“หลัวอี้!!”
ในเวลานั้น ผู้ฝึกตนตระกูลหลัวอีกหลายคนพุ่งตัวออกมา เมื่อเห็นภาพความตายที่น่าสยดสยองเบื้องหน้า ดวงตาของพวกเขาก็แทบถลนออกจากเบ้าด้วยความโกรธแค้นอาฆาต
“สารเลว! กล้าสังหารคนตระกูลหลัวอย่างอุกอาจถึงเพียงนี้เชียวหรือ!!”
พวกเขาร้องคำรามลั่น พร้อมใจกันชักกระบี่พุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าหมายจะรุมสังหารอู๋เสี่ยวพั่งให้ตกตายตามกันไป
“ไสหัวไปให้พ้น!”
อู๋เสี่ยวพั่งไม่แม้แต่จะปรายตามอง เขาซัดตราประทับหมัดสีทองลงมาอีกระลอก
วูบ!
อานุภาพอันน่าสะพรึงกลัวที่แฝงอยู่ในหมัดทำให้ผู้ฝึกตนระดับสร้างรากฐานหน้าถอดสี พวกเขาพยายามจะหลบหนีจ้าละหวั่น ทว่าความเร็วของหมัดนั้นเหนือชั้นเกินกว่าจะหลบพ้น
มหาตราประทับกวาดเข้าใส่พวกเขาอย่างรุนแรง
อึก! อึก! อึก!
เสียงกระอักเลือดดังขึ้นพร้อมกัน ร่างของผู้ฝึกตนตระกูลหลัวร่วงหล่นลงสู่พื้นราวกับวิหคปีกหัก สภาพอเนจอนาถจนชวนสังเวช
“นี่มัน… เป็นไปได้อย่างไร?”
คนตระกูลหลัวที่เหลือต่างอ้าปากค้างด้วยความตกตะลึงสุดขีด
ยอดฝีมือเหล่านั้นล้วนเป็นระดับสร้างรากฐานขั้นสูงสุด แต่กลับถูกซัดหมอบในหมัดเดียวเนี่ยนะ?
อู๋เสี่ยวพั่งตะโกนก้องเสียงกัมปนาท “พวกระดับจินตานตระกูลหลัว! ไสหัวออกมาหาท่านปู่อ้วนเดี๋ยวนี้!!”
สิ้นเสียง กลิ่นอายระดับจินตานขั้นสูงสุดก็ระเบิดออกจากร่างอวบหนาอย่างเต็มกำลัง รังสีพลังมหาศาลกดทับจนชั้นบรรยากาศรอบด้านหนักอึ้งราวกับถูกภูเขานับร้อยลูกกดทับ
“จิน… ระดับจินตาน!?”
เมื่อสัมผัสได้ถึงแรงกดดันอันมหาศาลนี้ คนตระกูลหลัวต่างรู้สึกเหมือนมีหินหนักอึ้งกดทับทรวงอก สีหน้าแปรเปลี่ยนเป็นความหวาดผวาถึงขีดสุด
“สหายเต๋าเป็นใครมาจากไหน? เหตุใดจึงต้องลงมือรุนแรงกับคนตระกูลหลัวของข้าถึงเพียงนี้?”
ทันใดนั้น เสียงเรียบเฉยสายหนึ่งก็ดังแทรกอากาศมา ชายวัยกลางคนในชุดหรูหราแผ่กลิ่นอายระดับจินตาน ทะยานกระบี่ขึ้นมาจากส่วนลึกของจวนด้วยท่วงท่าสง่างาม
“ท่านผู้นำตระกูล!”
เมื่อเห็นที่พึ่งสุดท้าย คนตระกูลหลัวต่างมีสีหน้ายินดีปรีดา แรงกดดันที่เคยกดทับเริ่มเบาบางลงจากการปรากฏตัวของผู้นำตระกูล
ทว่าความโล่งใจนั้นคงอยู่เพียงชั่วลมหายใจเดียว แรงกดดันระลอกใหม่ที่หนักหน่วงและเกรี้ยวกราดกว่าเดิมก็โถมทับลงมาอีกครั้ง
“ลงมือกับคนตระกูลหลัว? มารดาเจ้าเถอะ! ตระกูลหลัวของพวกเจ้ากล้าแตะต้องครอบครัวของข้า… อู๋เสี่ยวพั่ง วันนี้ท่านปู่อ้วนไม่ได้จะมาแค่สั่งสอน แต่จะล้างบางพวกเจ้าให้สิ้นซาก!!”
เสียงคำรามของอู๋เสี่ยวพั่งมาพร้อมกับกลิ่นอายระดับจินตานขั้นสูงที่แฝงไว้ด้วยแรงกดดันแห่งราชันย์ มันเข้าข่มขวัญและกลบกลิ่นอายของผู้นำตระกูลหลัวจนมิดชิด ก่อนจะกวาดผ่านจวนตระกูลหลัวไปทุกลมหายใจ
“อู๋เสี่ยวพั่ง? แซ่อู๋?”
ผู้นำตระกูลหลัวหน้าเปลี่ยนสีทันทีเมื่อตระหนักได้ “เจ้าคืออัจฉริยะของตระกูลอู๋ที่ร่ำลือกันอย่างนั้นรึ?”
อู๋เสี่ยวพั่งคร้านจะต่อความยาวสาวความยืด เขาเร่งพลังจนถึงขีดสุด แรงกดดันแห่งราชันย์กดทับจนผู้ฝึกตนเบื้องล่างกระอักเลือด หลายคนถึงกับเข่าอ่อนทรุดลงไปกองกับพื้นอย่างหมดรูป
“ไอ้เด็กเมื่อวานซืน!”
ผู้นำตระกูลหลัวหน้าดำคร่ำเครียดด้วยโทสะ เขาเรียกดาบยาวสีครามออกมาถือมั่นในมือ
อู๋เสี่ยวพั่งไม่รอช้า สวมสนับมือหลิวกวงเข้าที่หมัดทั้งสองข้างทันที ประกายแสงเจิดจ้าอาบย้อมไปทั่วหมัดดูทรงพลังลึกลับ
“ตาย!”
ผู้นำตระกูลหลัวลงมืออย่างไร้เยื่อใย ดาบยาวในมือตวัดวาดผ่านอากาศ ก่อเกิดเป็นคมดาบยักษ์ยาวหลายเมตรพุ่งแหวกอากาศเข้าใส่ด้วยความดุดันหมายจะปลิดชีพในดาบเดียว
“เจ้านั่นแหละไปตายซะ!!”
อู๋เสี่ยวพั่งคำรามลั่น ซัดหมัดสวนกลับไปตรงๆ อย่างห้าวหาญโดยไม่คิดหลบหลีก
ตู้ม!
คมดาบยักษ์ที่ดูทรงพลังกลับไม่อาจต้านทานหมัดนี้ได้แม้แต่เสี้ยววินาที มันแตกกระจายหายไปในอากาศราวกับฟองสบู่ที่ถูกกระทบ
ผู้นำตระกูลหลัวเบิกตากว้าง แววตาเต็มไปด้วยความสยดสยองที่ไม่อาจเชื่อสายตาตนเอง
“หมัดราชันย์ทรราช!”
อู๋เสี่ยวพั่งไม่เปิดโอกาสให้ศัตรูได้ตั้งตัว เขาควบแน่นปราณแท้จริงราชันย์อันหนาแน่น ก่อตัวเป็นมหาตราประทับหมัดขนาดมหึมาที่แผ่รังสีทำลายล้าง พุ่งเข้าถล่มศัตรูเบื้องหน้า
ผู้นำตระกูลหลัวหน้าซีดเผือดจนไร้สีเลือด เขาสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายความตายที่คืบคลานเข้ามาใกล้เพียงเอื้อมมือ…
รับไม่ได้! หมัดนี้เขาไม่มีทางรับไว้ได้แน่!
ในที่สุดเขาก็ตัดสินใจละทิ้งศักดิ์ศรีทั้งหมด ตะโกนก้องขอความช่วยเหลือสุดเสียง “ท่านบรรพชน ช่วยข้าด้วย!!”
“เฮ้อ…”
เสียงถอนหายใจยาวดังขึ้นจากความว่างเปล่าที่ไหนสักแห่ง
ฟิ้ว!
ลำแสงสีเทาสายหนึ่งพุ่งทะลวงอากาศออกมาจากส่วนลึกที่สุดของจวนตระกูลหลัว
มันเข้าปะทะกับตราประทับหมัดของอู๋เสี่ยวพั่งจนระเบิดออกอย่างรุนแรงสลายไปพร้อมกัน
ฟุ่บ!
ในจังหวะเดียวกัน กรงเล็บสีเทาที่อัดแน่นไปด้วยพลังอำมหิตก็พุ่งตามลำแสงนั้นมาติดๆ แหวกอากาศเข้าหมายจะปลิดชีวิตอู๋เสี่ยวพั่งในคราวเดียว
อู๋เสี่ยวพั่งหน้าเปลี่ยนสีทันที รีบยกสองหมัดขึ้นมาไขว้กันเพื่อตั้งรับสุดกำลัง
ตู้ม!
พลังกรงเล็บนี้ทรงพลังมหาศาลเกินกว่าระดับจินตานจะรับไหว มันกระแทกร่างอวบหนาจนสั่นสะท้าน ปลิวกระเด็นถอยหลังไปหลายสิบเมตรกว่าจะทรงตัวอยู่ได้
เมื่อเงยหน้ามองไป…
ชายชราในชุดคลุมสีเทา รูปร่างผอมแห้งราวกับศพเดินได้ ใบหน้าซูบตอบแฝงไปด้วยความเจ้าเล่ห์อำมหิต ปรากฏตัวขึ้นกลางเวหาเหนือจวน
ทุกคนที่เห็นเหตุการณ์ต่างมองชายชราผู้นี้ด้วยความตระหนกขวัญหาย ตระกูลหลัวถึงกับซุกซ่อนตัวตนระดับนี้เอาไว้เชียวรึ?
เดี๋ยวก่อน... กลิ่นอายกดดันวิญญาณแบบนี้มัน…
เมื่อคลื่นพลังที่แผ่ออกมาเริ่มชัดเจนจนเสียดแทงผิวหนัง สีหน้าของทุกคนก็เคร่งเครียดถึงขีดสุด
ระดับหยวนอิง!
ตระกูลหลัวถึงกับมีบรรพชนระดับหยวนอิงคอยหนุนหลัง!
คนตระกูลหลัวที่เหลือรอดต่างพากันโห่ร้องด้วยความดีใจประหนึ่งเห็นแสงสว่างในความมืดมิด
“ดูเหมือนจะเป็นสนับมือระดับศาสตราวุธวิญญาณสินะ”
ชายชราอำมหิตไม่ได้สนใจสิ่งรอบข้าง แววตาฝ้าฟางจ้องเขม็งไปที่สนับมือหลิวกวงบนมือของอู๋เสี่ยวพั่งด้วยความโลภที่ไม่อาจปิดบัง
“สนับมือนี้… ข้าขอรับไว้ก็แล้วกัน!”
พูดจบ เขาก็รวบรวมพลังเหี่ยวเฉาสีเทาตะปบกรงเล็บมรณะเข้าใส่อู๋เสี่ยวพั่งอีกครั้งด้วยความเหี้ยมเกรียม
หมับ!
ทว่ากรงเล็บพิฆาตนั้นกลับหยุดชะงักลงกลางอากาศอย่างเป็นปริศนา ทั้งที่พุ่งไปได้ไม่ถึงครึ่งเมตร
“หือ?”
ชายชราอำมหิตชะงักกึกด้วยความงงงวยอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน
เขามองเห็นเพียงรองเท้าข้างหนึ่งปรากฏขึ้นเหนือเงากรงเล็บ แล้วเหยียบลงไปเบาๆ ราวกับเหยียบเศษใบไม้แห้ง
โพละ!
เงากรงเล็บสีเทาที่ทรงพลังกลับแตกกระจายหายไปในพริบตาประหนึ่งภาพลวงตา
“คิดจะช่วงชิงของของลูกศิษย์ข้า… ถามข้าผู้นี้หรือยัง?”
เสียงราบเรียบทว่าเย็นเยียบสายหนึ่งดังขึ้นสะท้านถึงก้นบึ้งของจิตวิญญาณ
ชายชราอำมหิตตัวแข็งทื่อ ความหนาวเหน็บแล่นพล่านไปทั่วหัวใจจนถึงกระดูกสันหลัง
เมื่อเงยหน้าขึ้น เขาก็พบกับชายหนุ่มรูปงามในชุดคลุมสีขาวบริสุทธิ์ราวหิมะ ปรากฏตัวขึ้นตรงหน้าตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่อาจทราบได้
“ทะ… ท่านคือใคร!?” ชายชราเอ่ยถามด้วยเสียงที่สั่นเครืออย่างควบคุมไม่ได้
“เจ้าไม่จำเป็นต้องรู้!”
จางอวิ๋นตอบสั้นๆ อย่างเฉยเมย
ชายชราอำมหิตไม่ลังเลที่จะหนี เขาขุดเอาพลังเหี่ยวเฉาสีเทามหาศาลออกมาทั่วร่าง หวังจะกระแทกจางอวิ๋นให้ถอยออกไปเพื่อหาช่องว่างหลบหนี
ทว่าพลังเหี่ยวเฉาเหล่านั้นเมื่อกระทบถูกตัวจางอวิ๋น กลับไม่อาจสร้างแม้แต่รอยเปื้อน ตรงกันข้าม พวกมันกลับถูกดูดซับหายไปจนสิ้นซากประหนึ่งหยดน้ำกลางทะเลทราย
“นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่!?”
ชายชราอำมหิตมึนงงจนสติแทบหลุด พลังที่เขาภาคภูมิใจเหตุใดจึงไร้ผลเช่นนี้?
“ฝึกฝนพลังเหี่ยวเฉามาจริงๆ ด้วยสินะ”
จางอวิ๋นคลี่ยิ้มบางๆ ที่ดูงดงามแต่กลับแฝงความเย็นเยียบถึงขีดสุด “ดูท่าทาง เจ้าคงจะมอบพลังงานให้ข้าได้ไม่น้อยเลยทีเดียว”
“แย่แล้ว!”
ชายชราหน้าถอดสี รีบหันหลังเตรียมจะหนีสุดชีวิตโดยไม่สนใจศักดิ์ศรีบรรพชน
ทว่ากระแสพลังของจางอวิ๋นได้ล็อกเป้าหมายเขาไว้หมดสิ้นแล้ว
ในวินาทีนั้น ชายชราอำมหิตรู้สึกราวกับตกลงสู่ขุมนรกมืดมิด แรงกดดันทางวิญญาณอันน่าสะพรึงกลัวกดทับจนฟ้าดินดูมืดสลัว ร่างกายของเขามืดทึมและไม่อาจขยับเขยื้อนได้แม้แต่ปลายนิ้ว
“ป… ระดับแปลงเทพ!!”
เขาตื่นตระหนกจนเสียสติ ตัวตนระดับนี้เหตุใดจึงมาปรากฏตัวในสถานที่เช่นนี้!
“ไม่! ไว้ชีวิตข้าด้วย…”
เมื่อเห็นฝ่าเท้าที่ลอยอยู่ระดับสายตาพุ่งเข้ามาใกล้ด้วยความเร็วที่เหนือกว่าสายฟ้า เขาทำได้เพียงร้องขอชีวิตด้วยความขลาดเขลาเป็นครั้งสุดท้าย
ทว่าจางอวิ๋นหาได้แยแสไม่
ผัวะ!
ศีรษะของยอดฝีมือระดับหยวนอิงถูกเตะจนระเบิดกระจายกลายเป็นหมอกโลหิตในพริบตา
เลือดสดๆ สาดกระเซ็นลงมาเบื้องล่างดุจสายฝนสีชาดที่รินรดลงบนจวนตระกูลหลัว…
ผู้นำตระกูลหลัวยืนนิ่งค้างเป็นหิน ร่างกายสั่นสะท้านด้วยความหวาดกลัวที่ไม่อาจพรรณนา
คนตระกูลหลัวที่เมื่อวินาทีก่อนยังโห่ร้องด้วยความดีใจ บัดนี้กลับยืนแข็งทื่อด้วยความสิ้นหวังอย่างถึงที่สุด
เหล่าผู้ฝึกตนที่มุงดูอยู่ภายนอกต่างอ้าปากค้างจนลืมหายใจไปชั่วขณะ
รวมถึงพวกของเจียงสวินเถาที่เพิ่งตามมาถึง และได้เห็นฉากการปลิดชีพตัวตนระดับหยวนอิงในชั่วพริบตาจากระยะไกล
ยอดฝีมือระดับหยวนอิง… ตายได้ง่ายดายปานมดปลวกเพียงนี้เชียวหรือ!?